ทำไมไม่รวยซักที
posted on 03 Jun 2007 00:13 by tarlomak in personalช่วงนี้จะอัพช้าไปบ้างนะครับ ไม่ได้แก่ หลงๆลืมๆ จำวันผิด เพียงแต่ช่วงนี้ติดผู้ชายอย่างแรง อย่าคิดอกุศลครับ ผมหมายถึง เทนนิส เฟรนช์โอเพ่นต่างหาก ชอบมากผู้ชายตีเทนนิส ตี backhand ทีไร เปล่งเสียง อู้ส์ อ้าส์ เหมือนกำลังมีเพศสัมพันธ์นักแล (แต่ก่อนผมเล่นเทนนิสเป็นอาจิณนะจะบอกให้ พ่อแม่มีการจ้างโค้ชมาสอนอย่างเป็นทางการ แต่สุดท้ายชอบกีฬาเล่นว่าวมากกว่า เลยเลิกตีเทนนิสไปโดยปริยาย) เมื่อวันวิสาขบูชาที่ห้างฯมีคนโทรมาขู่วางระเบิดอีกแล้ว เซ็งโคตรๆ วิ่งวุ่นปิดข่าวกันจนหอบ ติดต่อทั้งคน ทั้งสัตว์มากมายเพื่อมาตรวจสอบให้ชัวร์ๆ ให้คนมาเที่ยวห้างฯได้อย่างปลอดภัย
ถ้ามีทหารเรือ หรือ ทหารหน่วยรบจู่โจมพิเศษมาอยู่ข้างๆกาย ก็คงอุ่นใจมากกว่านี้ คือไม่ได้เจอระเบิดแล้วตายคนเดียว จะได้ตายกันเป็นหมู่คณะกันอย่างสนุกสนาน กลัวไม่มีคนคนคุยด้วยระหว่างเดินทางในอุโมงค์ที่มีแสงสว่างอยู่ลิบๆ แล้วก็ไม่อยากฟังเพลง ENYA คนเดียวในสวรรค์ด้วย (ถ้าได้ไปนะ โฮ่ๆๆ)
กลับมาที่เรื่องเช็คเงินเดือนของผมกันดีกว่า หลังจาก ZOOM กันให้เห็นจะๆไปแล้ว บางคนอาจหมั่นไส้ในใจ แต่ด้วยความเป็นคนดีเลยไม่ได้พูดอะไรมาก ที่ผมซูมเพราะผมวางพล๊อตไว้แล้วว่าจะเขียนเรื่องอะไรบ้าง ทุกอย่างเกิดจาก survey ของคุณบิ๊กบูนนั่นแหละ อ่านได้ที่นี่
บางคนคงทราบแล้วว่า ครอบครัวที่บ้านของผมเป็นจีนอพยพครับ รุ่นคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ทั้งฝั่งคุณพ่อและแม่ เสื่อผืน หมอนใบจริงๆขึ้นเรือสำเภามาจากจีนครับ ครอบครัวคนจีนจะเป็น extended family (เปล่ากระแดะ) หมายความว่า พ่อ แม่ พี่น้อง ปู่ ยา ตา ยาย อาม่า อาอึ้ม ซาแปะ เหล่ากิ๋ม จะอยู่ที่บ้านเดียวกันหมด
ที่บ้านของผมตอนนี้มี mummy, daddy, grandmum, 2 brothers and 1 sister, 1 sister-in-law, 1 nephew, 2 uncles ครับ (เปล่ากระแดะเขียนภาษาฝรั่ง เผอิญเป็นเด็กนอก(คอก)จึงทำได้) รวมแล้ว 10 คน ซึ่งมันเยอะมากๆๆๆๆ สำหรับคนยุคนี้ ที่ข้าวยากมากแพง ดอกเบี้ยเงินกู้สูงกว่าตึกใบหยก น้ำมันแพงกว่าทอง แก๊สโซฮอลก็คุณภาพห่วย
พ่อ แม่ ของผมอายุ จะ 70 แล้วจ๊ะ อาม่า กำลังจะ 90 ขวบ ท่านผู้อ่านบางคนอาจคิดว่าฐานะทางบ้านของผมคงจะรวยโคตรๆ จริงๆแล้วก็กลางๆครับ เหมือนพสกนิกรทั่วไป (ที่บ้านมีรถ 15 คัน บนพื้นที่เกือบ 2 ไร่ ย่านแถวๆรามคำแหง ) ค่าใช้จ่ายสำหรับครัวเรือนของผมได้แก่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ UBC ค่าอาหาร ค่าของอุปโภค บริโภคต่างๆ เหมือนคนทั่วๆไป เท่านั้นยังไม่พอ ที่สำคัญ ยังมีค่ารักษาพยาบาลของอาม่า ค่าล้างไต (Hemodialysis) เดือนละ 50,000 บาท หรือปีละ 600,000 บาท และเป็นธรรมเนียที่ทุกปีอาม่าจะติดเชื้อจากการล้างไต ซึ่งต้องเข้า ICU เท่านั้นถึงจะรอด ครั้งนึง 7 -10 วัน เฉลี่ยครั้งละ 600,000 บาท บางปี 2 ครั้ง รวมกันก็ล้านกว่าๆ (อาม่าฟอกไตมา 3 ปีกว่าๆแล้วครับ คำนวณเอาเอง) นอกจากนี้ก็โน่น นี่ จิปาถะมากมาย เพราะคนในบ้านเยอะ
ด้วยเหตุนี้เองเงินสำรองฉุกเฉินของตระกูลจึงหมดอย่างรวดเร็ว บางคนสงสัย แล้วลูกของอาม่าหายไปไหนหมด ขอเม้มไว้ก่อนว่าหายไปไหน จะมาเขียนเป็นเอ็นทรี่ต่อไป( เรื่องของอาม่าล้วนๆ) แต่แม่ของผมเป็นลูกสาวคนโตของอาม่าครับ อาม่ามีลูก 4 คน บางคนสงสัยจัด เอ๊ะแล้วเงินเก็บของพ่อ แม่ผมล่ะ มีเท่าไร ตอนนี้มีเท่าไรไม่ทราบ แต่เจอหุ้นส่วนธุรกิจของพ่อโกงและโกยเอาไปหมดแล้วเกือบๆ 60 ล้านบาท (เศร้าสุดๆ) พ่อเสียใจอย่างแรงที่เจอโกงจนเป็นโรคหัวใจและผมขาวทั้งหัวภายในไม่กี่เดือนหลังจากทราบเรื่อง และกลายเป็นคนมีสองบุคลิกในตัวไปเลย เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย
นั่นไม่ใช่ประเด็น ที่ผมพยายามจะบอกก็คือ ตอนนี้กลับกลายเป็นผมเป็นคนมีรายได้สูงสุดในบ้านหลังนี้ (ตามเช็คแสนกว่าบาทที่ทุกคนเห็นนั่นแหละ) นั่นส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมดจะตกมาที่ผมเพียงคนเดียว เพราะทุกคนคิดว่าผมตัวคนเดียว ลูกก็ไม่มี แฟนก็ไม่มี ไม่มีภาระ(ห่า)อะไรเลย (ดังนั้นมึงจ่ายซะ )สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ซันไลต์ จาน ชาม ผ้าอนามัย ส่วนใหญ่ผมจะซื้อเข้าบ้าน คนอื่นจะซื้อของที่ส่วนตัวใช้เองคนเดียว
ผมไม่เคยโกรธหรือเกลียดใครในบ้าน จริงๆทุกคนก็พยายามช่วยๆกันออก อะไรเล็กๆน้อยๆก็ช่วยกัน แต่พอรายจ่ายเยอะๆแบบอาม่าเข้า ICU หกแสนบาท ทุกคนเงียบกริบ หายตัว ติดงานด่วน แต่ยังมีโทรมาเรียกผมให้ไปรูดบัตรที่โรงพยาบาล ไม่พ้นกรู (ฮือๆ) บัตรเครดิตผมมีวงเงินใบละ สองแสนห้า ต้องใช้ถึงสามใบกว่าจะรูดหมด รูดเสร็จก็มีความสุข ตัวผอม หุ่นเพรียวไปในทันที
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมีอารมณ์บ่จอยในทันที ที่อ่าน survey ของคุณ bickboon แล้วอ่านเจอมีคนมาเม้นท์แบบกระแดะ ดัดจริต หลอกตัวเองและผู้อื่น ทำตัวให้ดูดี (ใครตามไม่ทันไปอ่าน survey ก่อน แล้วตามด้วยเอ็นทรี่นี้ของผม survey แทงใจดำ ) ผมขอยอมรับว่า ผมค่อนข้างจะเอามันมาเป็นเรื่องใหญ่ โวยวายไปเอง จริงๆรื่องมันไม่เป็นเรื่อง อย่างที่คุณเจ้าชายน้อยบอกมันเป็นคำถามจิตวิทยา แต่ผมมองว่าไม่ว่าจะเป็นคำถามประเภทไหน คำตอบที่ออกมาต้องผ่านการกรองของสมองแล้วเท่านั้น สมองจะใช้หลัก logic กับประสบการณ์ในการประมวลหาเหตุและผล แล้วจึงตอบออกมาเป็นคำตอบ ซึ่งคำตอบเหล่านั้นผมรับไม่ได้ครับ
ในชีวิตจริง ทุกคนต้องการเงิน เงิน แล้วก็เงิน ไม่มีเงิน ไม่มีความสุขหรอกครับ ใครบอกว่าเงินไม่สำคัญ เท่าความสุข ความมีอิสระเสรีนี่ผมแทบจะกระโดดหมุนตัวรอบครึ่ง เข่าคู้ ถีบหน้ามันจริงๆ (ป่าวก้าวร้าว แต่ทนฟังคำพูดสวยหรู แต่ไร้สาระไม่ได้) เราไม่ได้อยู่ในโลกนี้คนเดียวนะครับ ยังมีพ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก หลาน เหลน ซึ่งบางทีพวกเข้าไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แก้ปัญหาไม่ได้ ขาดๆเกินๆ การที่มนุษย์เรานั้นต่างจากสัตว์เดรัจฉานก็ด้วยเหตุนี้ คือการที่เรามีอำนาจ มีความสามารถในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (มนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวในโลกที่มีความสามารถในการช่วยเหลือผู้อื่น) คุณเคยเห็นแมวกัดหนูแล้วมี มด ยุง นกกระจอก มารุม จิก กัด ต่อย ไอ้แมวตัวนั้นให้มันปล่อยหนูโชคร้ายตัวนั้นมั๊ยครับ
ผมทำงานหนึ่งปีเต็ม บวกโบนัสก็ได้ประมาณ 2 ล้านกว่าบาท แต่ถ้าหักรายจ่ายตามที่บอกไปแล้วแถบไม่เหลือเลยครับ ตอนนี้ผมถอยรถ Nissan Teana มาคันนึง เพื่อใช้รับส่ง พ่อ แม่ อาม่า ท่านจะได้นั่งสบายๆ เวลาไปโรงพยาบาลหรือไปไหนต่อไหนเพราะรถมันกว้าง เดิมทีที่บ้านใช้ Mitsubishi Cedia, Altis, Vios ซึ่งเล็กมาก Ford Escape ที่ผมใช้อยู่ ก็ขึ้นลงลำบาก เพราะสูงไป(ลืมบอกไป อาม่าเดินไม่ได้แล้ว ต้องนั่งรถเข็นตลอด) ขึ้นลงรถจะเป็นเรื่องใหญ่มาก ราวกับว่า กทม กำลังจะสร้างสะพานแขวนยังไงยังงั้น ต้องยกอุ้มขึ้นรถไปเท่านั้น ตอนแรกจะซื้อพวก Caravelle หรือ Estima แต่แพงมากๆ เกือบห้าล้านบาท ผ่อนไม่ไหว ไหนจะต้องเอาเงินไปฟาดหัว ครูฝึกหล่อล่ำหลายคนในฟิตเนสอีก (ถึงเงินน้อย แต่ใจรัก(ผู้ชาย)อ่ะ ทำไมอ่ะ )
ส่วนของพี่ๆ เงินเดือนที่หามาได้ก็แค่พอใช้ พอมีเก็บเอาไว้ให้ลูกของเขาเท่านั้นเอง พี่สาวผมเอง อายุมากกว่าผม 6 ปีเป็นออธิซึ่มแบบอ่อนๆ สมองหยุดการเจริญเติบโตด้านพัฒนาการ เมื่ออายุ 12 ขวบ หมอตรวจสอบแล้วว่าการคิด การอ่าน การพูด จะเท่าเด็กอายุ 12 หรือ ป.6 ตลอดไป ไม่มีการพัฒนา พี่สาวผมทำงานอะไรไม่ได้เลย ให้บวกเลขก็จะปวดหัว ดูข่าวไม่ได้ ต้องปิดทีวีทั้ง แกจะปวดหัวมาก แต่แกจำชื่อนักมวยปล้ำ และท่าไม้ตายของแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ แกนั่งรถเมล์ไปดูหนัง ไปไหนมาไหนเองได้ แต่คนที่เดินผ่านหรือได้พูดคุยก็จะรู้ว่าแกเอ๋อๆ ซึ่งอันตรายมากๆ อาจเจอหลอกไปข่มขืนได้ ด้วยเหตุนี้จาก survey อันเดิม(อีกแล้ว) มีคนมาเม้นท์ว่าถ้าให้อยู่เฉยๆ โดยได้เงิน 1 ล้านบาทต่อเดือน แล้วจะทำให้สมองฝ่อ ผมถึง จี๊ดมากๆ ถ้าคุณไม่ได้เป็นโรคแบบพี่สาวผม สมองไม่ฝ่อ ไม่โง่งี่เง่า ดักดานหรอกครับ นี่ขนาดหมอยืนยันว่าพี่สาวผม ป.ญ.อ. แล้วนะ พี่สาวผมยังสามารถศึกษาเองจากหนังสือ ซ่อมมือถือให้คนทั้งบ้าน และที่บริษัทกิจการของทางบ้านด้วย
เอ็นทรี่นี้มาแนวโศกเศร้าอีกแระ ไม่ชอบเลย แค่ต้องการยืนยันจุดยืนตัวเองว่า เงินหาได้ยิ่งเยอะยิ่งดี ท่านผู้อ่านคงรู้จัก มงคลชีวิต ที่ว่า อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา งานบางงานง่ายๆ ไร้ศักดิ์ศรี แต่ได้เงินเยอะมาก ถ้าคุณทำได้ควรทำ เพราะวันข้างหน้าโอกาสคุณอาจจะไม่มีแล้วก็ได้ ผมเห็นคุณโส หรือหมอนวด หรือที่เรียกว่าผู้หญิงหากิน ผมไม่เคยดูถูกหรือด่าว่าในใจเลยแม้แต่น้อย คนพวกนี้ถึงแม้จะมีการศึกษาน้อย ถึงแม้บางคนอาจขี้เกียจจริง แค่นอน อ้าขา แอ่นตัวแป๊บเดียวได้เป็นหมื่น แต่เขาอาจจะมีลูก หรือคนเฒ่าคนแก่ ที่รอคอยเงินจำนวนเงินนี้อยู่ก้ได้
จบแระ
ปล.1 เรื่องทั้งหมดต้องโทษคุณ bickboon (ล้อเล่นคร้าบบ ไอเลิฟกิ้ว พรุ่งนี้จะไป playground ทองหล่อ ซื้อหนังสือในค่ายของคุณ เป็นการขอขมา เนื่องจากลดราคา 50 -80%)
ปล.2 สบายใจแระ พูดเปิดอก ในที่สาธารณะชนเป็นครั้งแรก ไม่มีใครเคยได้รู้ชีวิตของคนหล่อๆ ธรรมดาๆ คนนี้เลยมาก่อน จริงๆนะ
ปล.3 ต้องการแฟนชายด่วน ตอนนี้รู้สึกไม่ปลอดภัย เหมือนมีภัยคุกคาม (พวกทหารจะดีมาก)
ปล.4 อยากมีเงินเยอะๆ เพื่อให้คนในบ้านทุกคนมีความสุขแบบสุดๆ ตัวผมเอง ตายวันตายพรุ่งไม่สนใจแม้แต่น้อย ห่วงแต่ว่าคนที่บ้านจะลำบากเท่านั้นเอง อ้อ ห่วงแบบว่าตายทั้งๆที่ยัง virgin ด้วย (หมายถึง กับผู้ชายด้วยกันครับ กับผู้หญิงผมไม่จิ้นไปนานมากๆแล้ว หลายครั้งด้วย (repeatedly) เนื่องจากตอนนั้น ไม่แน่ใจ + สับสนในความชอบของตัวเองอยู่ ฮือๆ)