Gibberish

แก๊สโซฮอลแหละผิด

posted on 19 Jul 2007 18:25 by tarlomak  in Gibberish

วันนี้ขอมีสาระนิดนึงนะครับ กลัวผิดคอนเซ็ปต์เดิม

หลายวันมานี่ไปอ่านเอ็นทรี่เพื่อนบ้านเรื่องของการใช้รถในชีวิตประจำวัน คุณเจ้าชายน้อยหันมานั่งรถเมล์ รถไฟฟ้า แท็กซี่ ในการท่องเที่ยว หรือกลับมาเยี่ยมภูมิลำเนา คุณบิ๊กบูน ขายรถไปเลย เพราะเฮียแกบอกว่าไม่มีความจำเป็นต้องใช้เท่าไร พ่อแม่ก็ยังเดินไปไหนมาไหนได้ รถเลยยังไม่จำเป็น คุณบิ๊กบูนเอารถไปให้เต้นท์ตีราคา ผมก็เอามั่งวิ่งถนนเดียวได้ 6 -7 เต้นท์ ได้ราคามาเกือบๆล้านบาทครับ กำลังจะไปขายในไม่ช้านี่ แต่มันดันมีเรื่องซะก่อน ซึ่งขอบอกว่า

ไอ้แก๊สโซฮอลนี่แหละผิด

ผมกลับมาดูตัวเอง จะว่าจำเป็น ก็จำเป็น ไม่จำเป็นก็ได้นะครับ ถึงจะต้องใช้รถไปส่งอาม่าที่โรงพยาบาลก็เถอะ จริงๆเรียกแท็กซี่ก็ได้ โดยไปส่งหลานที่โรงเรียนตรงเอกมัยก่อนแล้วก็ค่อยไปโรงพยาบาลต่อก็ได้ แล้วก็นั่งมอเตอร์ไซค์จากโรงพยาบาลไปลงปากซอยทองหล่อ โดดขึ้นรถไฟฟ้า ลงมาก็เข้าออฟฟิศได้เลย ขากลับก็รถไฟฟ้าต่อรถเมล์ หรือไม่ก็ ไปรอพี่ที่สาทร กลับด้วยกันประหยัดพลังงานหาร 3 เลยครับ

ตอนนี้ผมยื่นจดหมายลาออกไปแล้วครับ เจ๊ยังไม่ยอมเปิดอ่าน ทั้งๆที่จ่าหน้าซองไว้ว่า กูขอลาออก

เหมือนกับว่า เจ๊ยังคิดไม่ออก ว่าจะใช้งานอะไรผมให้หนักๆดี ก่อนไล่มันออก ถ้าผมออกจากงานนี่สบายมากไม่ต้องใช้รถเลย แท็กซี่ตลอดก็ยังได้ ทุกวันนี้ผมเติมน้ำมันเดือนละ 12,000 บาท บ้ามากๆ จริงๆผมบ้ามานานแล้วครับ แต่เพิ่งจะ realize ตัวเองได้ไม่นานมานี้เองครับ หุหุ

บ้าแบบแรกคือเอาเงินเดือน โบนัส เกือบทั้งหมดที่เก็บไว้ทั้งชีวิต มาซื้อรถราคาเกือบ 2 ล้านบาท เนื่องจากมีอคติกับรถญี่ปุ่น ง๊องแง๊งอย่างแรง จึงต้องซื้อรถยุโรปเท่านั้น ตอนที่ซื้อก็พูดกรอกสมอง หลอกตัวเองว่า เครื่องยนต์กับช่วงล่างดีกว่ารถญี่ปุ่นน่า งานมันจำเป็นต้องใช้น่า ต้องไปหาลูกค้าต่างจังหวัดทุกอาทิตย์ จะได้มีรถใหม่ๆขับพาพ่อแม่ไปเที่ยว ผมซื้อเงินสดนะครับ ไม่ชอบซื้อผ่อนครับ ไม่ชอบตื่นขึ้นมาเป็นหนี้เป็นบุญคุณใคร วันนึงตื่นขึ้นมาจับเจี๊ยวเล่นแล้วอยากซื้อรถ ผมก็ทุบกระปุกออกมาใส่กระสอบโยนให้โชว์รูมมันไปเลยครับ

บ้าแบบที่สองคือ เปลี่ยนยางครั้งละเกือบ 2 หมื่น ยางก็ขนาด 235/70-16 คนอื่นใช้ยี่ห้อ บริดจสโตน มิชลิน กู๊ดเยียร์ ผมไม่ครับ กระแดะจัด ต้องใช้ BF Goodrich, Yokohama, Dunlop ไฮโซมากๆ แพงมาก ขับแล้วก็งั้นๆแหละครับไม่ต่างกันเลย (แต่ยางนอกดีกว่า หุหุ) ที่สำคัญถ้าคนขับหน้าตาโคตรหล่อแล้ว ต่อให้ใช้ยางรถยนต์ ยี่ห้อ OTOP คุณก็จะดูเท่ห์ได้ครับ

นี่ยังไม่รวมค่าอะไหล่ ค่าซ่อม น้ำมันเครื่อง แบตเตอรี่ โช้ค น้ำยาแอร์ เบรก โน่นๆ นี่ๆ นั่นๆ นู้นๆ จิปาถะมากมายนะครับ

กลับมาที่รถของผมที่จะเอาไปขาย พอเต้นท์รถตีราคาแล้ว ผมมาคำนวณดู ผมใช้ไปไม่ถึง 3 ปี ทำไมไอ้เจ้าของเต้นท์มันตีราคารถของผมหล่นหายไปไหนล้านกว่าบาทครับ งงครับ(แกล้งโง่) ตอนแรกก็จะควักกระบวนท่า ตั๊ดสู้ฟุต ลูบเป้า เอานิ้วจิ้มตูด ดึงเจี๊ยวเจ้าของเต้นท์ออกมาบีบ เพื่อขอขึ้นค่าตัว แต่มันเสือกเป็นเบี้ยนทอมหญิงแต่งชายครับ เซ็งมากๆ แต่พี่เบี้ยนใจทรนงคนนี้เค้าให้ราคาเยอะกว่าเจ้าชายจริงหญิงแท้รายอื่นๆ ผมเลยตอบตกลงครับ

ซึ่งเท่ากับว่าค่ารถของผมเสื่อมไป 3 แสนกว่าบาทต่อปี หรือตกวันละเกือบพันบาทไปฟรีๆ ไม่ว่าจะใช้รถหรือไม่ก็ตามครับ

เอ๊ะ มาคิดดู ต่อให้ผมทำตัวเป็นเจ้าพ่อรถตู้ เจ้าแม่รถตุ๊กๆ ราชินีแท็กซี่ ราชา BTS หรือสิงห์มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็แล้วแต่ โดยไม่นั่งรถเมล์ เลย วันนึงๆ ค่าเดินทางของผมให้ตายก็ไม่เกิน 250 บาทแน่นอน มามองจุดนี้ทำให้รู้ว่าตัวผมเองยึดติดกับ value กับ lifestyle ไฮโซมากไปหน่อย พูดอีกนัยคือ โง่

ผมไม่ชอบการไปเที่ยวต่างจังหวัดเลย เว้นแต่มีคนขับรถให้ เพราะไม่ชอบอยู่ในที่แคบๆเป็นเวลานาน แต่เสือกตั้งชื่อตัวเอง มนุษย์ในกล่อง เนอะ ironic มากๆ ดังนั้นรถก็ไม่จำเป็นเท่าไรสำหรับผมครับ

ผมคาดว่าพอขายรถเสร็จก็จะเอาเงินที่ได้มาใช้ในชีวิตประจำวัน อยู่อย่างพอเพียงหลังตกงานครับ แค่พอมีเหลือผ่อนรถคันใหม่ที่ซื้อให้ พ่อ แม่ อาม่า จนหมด ก็แฮปปี้แล้ว เหลืออีกไม่กี่งวดเอง แล้วก็เอาคันนี้แหละมาใช้ไปล่าสวาท เร่หาผู้ชายต่อไปเฮอะๆๆ

ผมเคยบอกว่าที่บ้านมีรถ 15 คัน อันนี้เรื่องจริงครับ ไม่ได้โม้ ทุกคนที่บ้านจำเป็นต้องใช้รถหมดเลย (ทั้งบ้านมี 11 ชีวิตครับ รถมากกว่าคน จอดกันจนไม่มีสวน ไม่มีต้นไม้แล้วครับ) แต่มีรถแค่ 4 คันเท่านั้นครับ ที่ซื้อใน 5 ปีที่ผ่านมานี้เอง ที่เหลืออายุมากกว่าคุณ Tomazzu คุณ ต๊ะคุง น้องฟ้าแอมแปร์ แน่นอนครับ

มีคันนึงยี่ห้อ Datsan ซึ่งก็คือ Nissan ในปัจจุบัน (งงล่ะสิ ไม่เคยได้ยิน Datsan) รถคันนี้อายุ 32 ปีแล้วครับยังใช้ได้อยู่เลยครับ คุณพ่อจะชอบมาก แอร์ยังเย็นนะครับ มีคนมาขอซื้อเป็นแสน พ่อไม่ขาย วัยรุ่นเซ็งเลย รถคันอื่นๆรองๆลงมาก็อายุ 10 20 ปีขึ้นๆไป ครับ

กลับมาที่ไอ้แก๊สโซฮอล์ครับ

เพราะความที่ประมาทก่อนไปเต้นท์ เพราะอยากได้เงินจัด จึงไม่ได้เอารถไป check up ให้ดีก่อน เจ๊เบี้ยนซึ่งรอบคอบมาก เอารถผมขึ้นฮ้อยส์ (Hoist) ให้ช่างที่เต้นท์เช็คเครื่อง ช่วงล่าง ใต้ตูด ใต้ท้องรถ กระโปรงหน้าหลัง นอกในทแยงมุม ลำไส้ ซ้าย ขวา ใหญ่เล็ก ตับ ไต ม้าม รูตูด ละเอียดโคตรๆ

ทันใดนั้น ขณะที่รถผมอยู่บนฮ้อยส์ มีอะไรหยดแหมะๆ ตกลงมาบนพื้น

กรี๊ดด!!!!!!!!!! มันคือน้ำมันเบนซินนี่เอง

ไอ้นี่แหละที่ผมจะบอกว่า

ไอ้แก๊สโซฮอลนี่แหละผิด

สาระมาแล้วครับ สาระมาแล้ว

ไอ้แก๊สโซฮอลเนี่ย มันมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์สูงใช่มั๊ยครับ แน่นอนมันมีคุณสมบัติสามารถกัด กร่อน ยางพลาสติก ได้ดีทีเดียว ทีนี้พอเราเติมมันเข้ารถเราเนี่ย คุณรู้มั๊ยว่ามันส่งผลกระทบต่ออะไรบ้าง


อะไหล่ ชิ้นส่วน หรือสิ่งที่แก๊สโซฮอลจะเข้าไปทำลายเมื่อเราเติมมันคือ
1. ท่อส่งน้ำมันที่เป็นพลาสติก ลากยาวตั้งแต่ถังเก็บน้ำมันจนถึงห้องเครื่องแหละครับ
2. ลูกยางโอริงต่างๆ
3. ซีลส์ต่างๆ ที่เป็นยาง หรือพลาสติก
4. ปั๊มติ๊กน้ำมัน

ผมเติมแก๊สโซฮอลตั้งแต่วันแรกที่มันมีขายในตลอดจนถึงปัจจุบัน นานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ครับ โดยหวังว่ามันจะประหยัดเงินในกระเป๋าตังค์ไปได้หลายบาท แต่ของดีๆถูกๆ ไม่มีในโลกครับ ผมเชื่อแล้ว

ปรากฏว่าไอ้แก๊สบ้านี่ มันกัดท่อส่งน้ำมันซะยับเยินจนแตกรั่ว ลูกยาง ซีลส์เน่าหมด ปั๊มติ๊กน้ำมันก็กำลังจะเดี้ยง นี่ผมโชคดีมากนะครับ ถ้าน้ำมันไปรั่วบนถนนขณะรถติด แล้วมีตาแป๊ะจุดบุหรี่ โยนไม้ขีดไฟตราพญานาคลงมาโดนพอดี ผมคงตายเป็นตอตะโกแน่ๆ ไม่ต้องรอผู้ก่อการร้ายภาคใต้เลยครับ

ข้อเสียอื่นๆของไอ้แก๊สโซฮอล ยังมีอีกดังนี้ (จากประสบการณ์การใช้รถ การสอบถามช่างที่อู่ซ่อมและศูนย์บริการ)
1. ระเหยง่ายมาก แม้จอดไว้เฉยๆ น้ำมันคุณก็หดหายไปได้ครับ สสารหายได้ เพราะมันเป็นแอลกอฮอล
2. ในปริมาตรที่เท่ากันกับน้ำมันเบนซิลธรรมดา รถจะวิ่งได้ในระยะทางที่น้อยกว่าหากคุณใช้แก๊สโซฮอล
3. เหมาะกับรถญี่ปุ่นเท่านั้นที่ กำลังเครื่อง CC ต่ำๆ เพราะแรงจุดระเบิดของแก๊สโซฮอลน้อยกว่าเบนซิลธรรมดา ถ้าจะขับซิ่งเร่งเร็วๆจะสิ้นเปลืองน้ำมันมากๆ แล้วก็ซิ่งจริงๆไม่ได้ด้วย แรงจากเครื่องมันไม่พอ
(ปล. ช่างที่ศูนย์บอกว่ารถใช้แก๊สโซฮอลเนี่ย เครื่องไม่พังจริง เหมือนที่โฆษณาไว้ แต่แค่เครื่องไงที่ไม่พัง อย่างอื่นพัง พออย่างอื่นพังเยอะๆแล้วรถมันก็วิ่งไม่ได้ครับ)

สถานการณ์น้ำมัน
ถึงแม้ว่าแก๊สโซฮอลจะถูกกว่าเบนซินธรรมดามาก ช่วยคุณเซฟค่าน้ำมันไปได้โขทีเดียว แต่มันก็มีข้อเสียตามมาเช่นกัน ผมดูสารคดีช่อง CNN เขาบอกว่า ในปี 2009 โลกเราจะเกิดวิกฤตน้ำมันระลอกใหญ่ ซึ่งจะฉุดเศรษฐกิจทั้งโลกแบบกระชากลงมากระแทกพื้นทีเดียว ในหลายๆประเทศก็เริ่มใช้พลังงานทดแทนกันแล้ว ในประเทศเราตอนนี้มีแก๊สโซฮอลอย่างเดียว

ผมรู้ว่าโครงการนี้เป็นพระราชดำริของในหลวง พระองค์ท่านทรงเล็งเห็นแล้วว่ายังไงวิกฤตน้ำมันแพงมันก็ต้องเกิด จึงเร่งดำเนินการให้คนลองใช้แต่เนิ่นๆ เพื่อถ้าเกิดเหตุการณ์แบบที่เกิดกับผมขึ้น จะได้นำมาแก้ไขกันตั้งแต่ต้น ตั้งแต่กระบวนการผลิตรถยนต์ เปลี่ยนพวกยาง พลาสติกเหล่านั้นให้เป็นเหล็ก หรือวัสดุอย่างอื่นไปเลย

วันนึงในอนาคตอันใกล้นี้ ทุกคนคงหันมาใช้แก๊สโซฮอลกันหมดแน่นอน เพราะเบนซิลธรรมดาจะแพงมาก แต่ในอนาคตอันไกลเกินไปกว่านั้น ประเทศเราผลิตแก๊สโซฮอลได้เพียงพอหรือเปล่า ทั่วโลกเขาใช้น้ำมันทดแทนอะไรกัน ไอ้ภูมิปัญญาชาวบ้านตอนนี้ที่เห็น มีแค่น้ำมันละหุ่ง น้ำมันงาดำ

ครั้นวิกฤตน้ำมันเริ่มขึ้นจริงๆ ตอนแรกคนจะหันไปติดแก๊สกันก่อน ซึ่งผมคงจะเขียนอีกเอ็นทรี่นึง ว่า NGV หรือ LPG อันไหนมันดีกว่ากันยังไง เรื่องรถนี่ผมถนัดมาก แต่ก็ไม่รู้เยอะครับ เหอะๆๆ ซึ่งผมมองแล้วถ้าคนหันมาใช้แก๊สเยอะๆ มันก็จะแพงเหมือนน้ำมันในปัจจุบันนี่แหละครับ

เอาแค่นี้ก่อนครับ เดี๋ยวเครียด

ช่วงนี้ใครหลายคนมีปัญหาอะไรก็โทษแก๊สโซฮอลกันไปหมด เหมือนดั่งโฆษณา
งั้นผมขอเอามั่ง ผมขอกล่าวโทษว่า


ไอ้แก๊สโซฮอลนี่แหละผิด

กับสิ่งเหล่านี้
1.ผมโทษมันที่ทำให้ผมเป็นโฮโม
2.ผมโทษมันที่ทำให้คนที่ผมรัก เสียใจ
3.ผมโทษมันที่ทำให้ผมป็นโรคกรดไหลย้อน
4.ผมโทษมันทำให้คุณแม่มายาไม่ยอมยกลูกชายให้กับผม
5.ผมโทษมันที่ทำให้คุณเจ้าชายน้อยไม่ยอมนัดไปกินติ่มซำกับผมกับคุณหนุ่มชุดดำเสียที

(ยังมีอีกเยอะครับ แต่กลัวไอ้แก๊สโซฮอลมันน้อยใจฆ่าตัวตายไปซะก่อน)

จะว่าไปแล้ว ไอ้การกล่าวโทษ โยนขี้ใส่แพะรับบาป มันรู้สึกดีแบบนี้นี่เองครับ 555