ละครโคตรน้ำเน่า
posted on 24 May 2007 22:10 by tarlomak in Gibberishเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ในขณะที่ผมกำลังวิ่งอย่างเมามันส์บนลู่วิ่งในฟิตเนสนะครับ หูก็ใส่เฮดโฟนไปด้วย เพื่อดูรายการต่างๆที่ฉายบนทีวีข้างหน้าลู่วิ่ง จะได้ไม่เบื่อเนื่องจากวิ่งแต่ละทีเป็นชั่วโมงครับ แต่ไม่ได้วิ่งติดต่อกัน non-stop นะครับ เพราะไม่ใช่ควายไบซันในแอฟริกาวิ่งย้ายถิ่นหนีหนาว ตามหาแหล่งน้ำในอีกซีกของทวีป วิ่งไปวิ่งมาเหงื่อกระจาย กระเซ็นไปโดนหนุ่มฝรั่งหล่อล่ำที่วิ่งอยู่ลู่ข้างๆ ที่ยอมวิ่งจนหอบเหมือนหมา จนเหงื่อกระจายเพราะต้องการอยู่ใกล้ๆมันนานๆ เผื่อมันจะชวนคุย หรือกลายเป็นมากกว่านั้น
เอ๊ะ วิ่งไปมา ทำไมมันวิ่งไม่หยุดวะ 30 นาทีผ่านไป มันยังวิ่งอยู่ ไม่พูด ไม่คุย ทำไมมันอึดเหมือนแมลงสาบวะ เราก็เป็นโรคไม่ยอมแพ้ซะด้วย วิ่งแข่งกับมัน กะว่าให้ตายไปข้างนึง มันแค่เหงื่อซึมๆตรงขมับ แต่ผมเหงื่อไหลเป็นน้ำป่าออกมาแทบทุกรูทวารที่เหงื่อมันสามารถออกมาได้ครับ เหงื่อไหลเข้ารูจมูก แถมสูดหายใจเอาเหงื่อเข้าจมูกลงคอไปอีก และเหงื่อไหลมาตรงปากจนต้องเอาลิ้นเลียๆเหงื่อตรงปากทุก 3 วินาที อร่อยมาก เกลือแร่ล้วนๆ
สุดท้ายผมก็หยุดวิ่งครับ ไม่ใช่เพราะยอมแพ้มัน แต่ว่ากำลังสนใจไปที่ ละครโคตรน้ำเน่า ทางช่อง CNN ครับ
บางคนอาจงง ช่องข่าว CNN มันมีละครน้ำเน่าได้ยังไง มันไม่ใช่ช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณ หรือ คุ้มค่าทุกนาทีดูทีวีสีช่อง 3 ที่หลังข่าวจะมีละครน้ำเน่า มานำเสนอครบ 7 วันต่อสัปดาห์ ทั้งๆที่ก่อนข่าวก็มีละครน้ำเน่าฉายไปแล้วนะ เฮอะๆ
ละครโคตรน้ำเน่า ทางช่อง CNN ที่ว่า คือการแสดงปาหี่ โดยมีผู้กำกับ แสดงนำเองด้วยนะครับ และยังเขียนบทได้ปัญญาอ่อนมากโดยหวังว่าคนเป็นร้อยๆล้านคนที่ดูอยู่จะตกอยู่ในภวังค์ หลงเชื่อสนิทในสิ่งที่มันพูด
นักแสดงนำ 2 คนที่ว่าคือ

(คุณบุช กับหมาพุดเดิ้ลแบลร์)
ผมเองทนฟังไม่ได้กับความโกหก ตอแหลของผู้นำประเทศที่ยิ่งใหญ่มากๆ แต่ทำเรื่องงี่เง่า ไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดแต่กลับโฆษณาให้คนดูโง่ๆหลงเชื่อว่าพวกมันทำในสิ่งที่ถูกต้อง
มาดูบทสนทนากันเลย
บุช: ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับท่านนายกที่มาเยี่ยมทำเนียบขาว เขาเป็นเพื่อนที่ดีมาก และได้นำประเทศอังกฤษไปสู่ความยิ่งใหญ่มานานนม เมื่อวานนี้เองผมได้จับเข่าคุยกันกับท่านนายกในหลายๆเรื่อง แล้วผมก็บังเกิดการรู้แจ้งเห็นจริง อีกครั้ง ว่า ท่านนายกช่างเป็นบุรุษซึ่งเก่งกาจมากในเรื่องการวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ เคยมีใครบางคนถามผมว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับท่านนายกนั้นจะเรียกว่าเป็นอย่างไร ดี ผมต้องขอบอกเลยว่า มันเป็นความสัมพันธ์ที่จริงใจ และเปิดเผย และผมขอยอมรับด้วยความจริงที่ว่านท่านนายกนั้นมีวิสัยทัศน์กว้างไกลเกินกว่าเส้นขอบฟ้าซะอีก และคนที่มีคุณลักษณะแบบนี้แหละที่คนต้องการให้เป็นผู้นำ
แบลร์: เอ่อ ขอบคุณท่าน (ครั้งที่ 1) ปธน. และขอขอบคุณ (ครั้งที่ 2) เหมือนทุกทีสำหรับการต้อนรับอย่างมีน้ำใจ ให้เกียรติ ที่ผมได้มาทำเนียบขาว และขอขอบคุณ (ครั้งที่ 3 แล้วครับ) สำหรับการเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง ท่านปธน.นั้นเป็นผู้นำที่เข้มแข็งในช่วงเวลาที่โลกนั้นต้องการผู้นำที่เข้มแข็งเช่นกัน ท่านปธน. นั้น เป็นคนที่ไม่ย่อท้อ ไม่ท้อถอย และไม่โอนอ่อนโดยมีความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เรื่องราวต่างๆ ที่ผมและท่านปธน. ได้เผชิญมาด้วยกัน ผมขอขอบคุณ (4 ครั้งครับท่านผู้ชม โอ้แม่เจ้า) สำหรับเรื่องนี้ด้วย
(กรู: เอ๊ะ นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นครับ ชมกันไป ชมกันมา เลียตูดกันไปๆมาๆ น่าสยดสยองยิ่งนัก คนนึงก็เข้มแข็งโคตรๆโลกต้องการมึงมากเหลือเกิน อีกคนก็ฉลาดโคตรๆ คนทั้งโลกขาดมึงไม่ได้ ตกลงโลกต้องการมึงแค่ 2 คนหรือไง นี่ยังไม่รวมถึงการพูด ขอบคุณ ถึง 4 ครั้ง ในหนึ่ง paragraph นะเนี่ย ไม่แน่ใจว่าตอนที่พวกมันเซ็กส์กัน มันสนุกสุดเหวี่ยงกันถึง 4 รอบหรือเปล่า )
พูดถึงการนำกองทัพไปถล่มอิรักและอัฟกานิสถานของอเมริกากับอังกฤษ
แบลร์ : เราร่วมกันตัดสินใจในสิ่งที่เราเองก็รู้ว่ายากมากๆ ไม่ว่าจะตอนนั้น หรือ ณ บัดเดี๋ยวนี้ มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และในช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต ประวัติศาสตร์จะเป็นตัวตัดสินว่าการตัดสินใจของเราถูกต้อง
บุช: ความสัมพันธ์ของเราสองคนนั้นถือว่าเป็นจุดสำคัญเพื่อจะบรรลุจุดมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่ต่างๆ ซึ่งเราต่อสู้ยืนหยัดเพื่อโลกเสรี และมันทำให้โลกเสรีนั้นสามารถกระทำในสิ่งที่ยากๆได้ มันเป็นความสัมพันธ์ที่ผมเชื่อว่ามันจำเป็นอย่างยิ่งยวดเพื่อที่จะฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการในยุคของศตวรรษที่ 21
แบลร์: คุณไม่สามารถชนะสงครามโดยการทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีกับศัตรูของคุณ คุณไม่สามารถชนะสงครามด้วยการเป็นคนโลเลหรือถอนการสนับสนุนสหายมิตรของคุณ ในกรณีที่สถานการณ์ต่างๆเริ่มย่ำแย่และคับขัน คุณไม่สามารถชนะสงครามโดยการสูญเสียกำลังใจที่จะสู้ ในขณะที่ศัตรูของคุณนั้นมีความมุ่งมันและแข็งแกร่งมากๆ
บุช: ความสัมพันธ์ของผมกับแบลร์นั้นถือว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์และผมรู้สึกสนุกสนานที่ได้ทำงานร่วมกับเขามากกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก มันยากที่จะบอกกล่าวออกมาเป็นคำพูดเพื่อที่จะแสดงว่างานที่เราทำร่วมกันมันลึกซึ้งเพียงใด ด้วยเหตุนี้เองผมถึงไม่เสียใจเลยกับสี่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ได้เกิดขึ้นก็ตามในตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ทำสงครามกับผู้ก่อการร้ายมา ผมยกย่องความสัมพันธ์ของเราและเชื่อว่ามันดำรงอยู่บนฐานของสันติภาพ
แบลร์: ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอังกฤษนั้นมุ่งมั่นเพื่อที่จะดำรงการก่อให้เกิดสันติภาพและความมั่นคง ความปลอดภัยต่อคนทั้งโลก ในบางครั้งความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเป็นที่กล่าวขาน โจษจันกันทั้งโลกในทางที่ไม่ดี อย่างน้อยที่สุดก็ในประเทศของผมเอง แต่ผมก็ไม่ได้ลังเลหรือสงสัยในความสำคัญ ความจำเป็นที่จะต้องทำสงครามในอิรักหรืออัฟกานิสถาน ผมไม่เคยสงสัยเลยว่าสิ่งที่ผมทำลงไปมันผิดหรือถูกต้องตามหลักการ ความเชื่อ หรือ จุดมุ่งหมายใดๆ
บุช: สิ่งที่ผมรู้ก็คือโลกเราต้อนนี้ต้องการความกล้าหาญ และสิ่งที่ผมรู้อีกอย่างก็คือท่านนายกแบลร์นั้นเป็นคนดีมากและก็กล้าหาญมากเช่นกัน ในโลกนี้มีพวกหัวแข็งมากมายในระบอบ ระบบทางการเมืองและการฑูต และยังมีพวกหัวศิลปินไอเดียเจิดจรัสที่คอยสรรหาคำพูดสวยหรูมาพูดต่อว่าเราต่างๆมากมาย แต่ท่านนายกแบลร์เป็นคนที่ยึดมั่นในวิสัยทัศน์และอุดมคติอย่างเคร่งครัด โดยไม่สนใจเรื่องดังกล่าว
(
กรู:
1. ก่อนที่จะยกพลเป็นแสนไปทำสงครามหลังเหตุการณ์ 9 /11 นังบุชบอกว่ามีหลักฐานหนาแน่นว่ามีการผลิต WMD ( Weapons of Mass Destruction) อาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูง จึงต้องยกพลไปจัดการ สุดท้าย จ้อย ไม่มีอะไรเลย หาอะไรก็ไม่เจอ หน้าด๊านด้าน เจอแต่ทหารตัวเองตายเป็นเบือ และแฟชั่นการฆ่าตัดคอก็แจ้งเกิด จนระบาดมาไทย
2. โลกเสรีที่มันว่าคือการที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษเป็นพี่เบิ้ม โดยที่ประเทศอื่นต้องทำตามที่มันสั่งอย่างนั้นหรือ
3. หลายประเทศพยายามถอนทหารกันหมดแล้ว เนื่องจากจุดประสงค์ที่ก่อสงครามไม่ได้มีจริง และเรื่องเริ่มบานปลายทั้งในระดับสากลและท้องถิ่น แต่มันเสนอข้อตกลงทางการค้าพิเศษ และข้อเสนอสนับสนุนทางการทหารให้กับประเทศที่สนับสนุนมัน เพื่อต้องการไม่ให้โลกเห็นมันเป็นหมาหัวเน่าสองตัว ที่ร่วมกันฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์
4. สันติภาพที่มันสองคนต้องการให้บังเกิด กลับก่อผลการก่อการร้ายมากมายทั่วโลก (หลังกจากที่มันบุกอิรักและอัฟกานิสถาน) ดูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไทยสิ ดูระเบิดที่อังกฤษและสเปน ดูเลบานอนยิงกันสนั่นหวั่นไหวมาเป็นอาทิตย์แล้ว แถมมันบอกว่าประวัติศาสตร์จะเป็นตัวตัดสินว่าพวกมันทำถูกต้อง
5. ทั้งสภาสูงและสภาล่างของสหรัฐต่างมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ถอนกำลังและตัดงบประมาณที่เบิกจ่ายในสงคราม แต่นังบุชดันทุรังอนุมัติเพิ่มเติม แถมมีแผนเพิ่มกองกำลังรักษาสันติภาพเข้าไปอีก ไม่ฟังใครทั้งนั้น ขี่หลังเสือจนลงไม่ได้แล้วสินะ เลยบ้าไปเลย
6. ถึงแม้คะแนนเสียงของพุดเดิ้ลแบลร์ในอเมริกายังดีมากอยู่ที่ 60% แต่ในอังกฤษบ้านเกิดตัวเอง ตกต่ำมาก จึงชิงลาออกสละตำแหน่งก่อน ทำเท่ห์ เพื่อหวังให้ประชาชนโหวตลงคะแนน ให้ตัวแทน Gordon Brown ผู้สมัครพรรคแรงงานของตัวเอง ซึ่งชื่อเสียงยังไม่เสียหาย ได้เป็นนายกคนต่อไป หมาแบลร์เนียนมากนะมึ๊ง แค่ลาออกต้องเสียงบประมาณรัฐบาลบินมาเลียก้นบุชถึงทำเนียบขาวเลยรึ
7. ถ้าพวกมันสองคนกล้าหาญจริงๆ ทำไมไม่ไปแบกปืน เบิกปูน ไปโบกตึก เอ๊ย ไปยืนอยู่แนวหน้า ยิงกลุ่มพวกก่อการร้ายเองเลยวะ
8. ขอให้ยึดมั่นในสันติภาพจริงๆเถอะ ไอ้หมา
)
ปล.1 พอเขียนจบแล้ว ถึงได้รู้ว่าเอ็นทรี่นี้ไม่ขำเลย ใครจะมาอ่านฟะ content พวกนี้คนไม่ค่อยสนใจด้วย แล้วเขียนทำไม
ปล.2 ยอดผู้เข้าชมยิ่งกำลังตกต่ำ downhill อยู่ด้วย ดันเขียนเอ็นทรี่เครียดๆออกมาอีก
ปล.3 ต้องเขียนเรื่องประสบการณ์กามแล้ว เพื่อเรียกเรตติ้ง
ใครหลงมาอ่านจนจบ ช่วยเม้นท์ตอบคำถามของผมข้างล่างนี้ด้วย ขอบคุณครับ
ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะ การเขียนบล็อกของเราเอง คือการนำความคิดเห็น หรือเรื่องราวที่เราสนใจ มาตีแผ่ในมุมมองของเรา และเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้อ่านด้วย ถูกต้องมั๊ยครับ ไม่ใช่ copy & paste เรื่องที่มาจากที่ต่างๆ เ แล้วให้คนหลงมากดเว็บอ่านในบล็อกของเราผ่านๆ แบบไม่ได้สนใจอะไร ไปงั้นๆ เพื่อให้ยอดผู้เข้าชมดูเยอะๆ ถูกมั๊ยนะ