ปิศาจเสื้อฟ้าปกขาว

posted on 23 Mar 2011 14:08 by tarlomak in Life
ผมคิดว่าหลายๆคนที่ใช้บริการ BTS, MRT คงเจอคนใส่เสื้อฟ้าปกขาว ชายและหญิงดักตามสถานีเพื่อขอบริจาคให้กับหน่วยงาน UNICEF, UNHCR ฯลฯ
ด้วยมารยาทผมก็ยอมคุยด้วยบ้างถ้าพนักงานน่ารัก ในกรณีหน้าเงือกก็จะพยายามเบี่ยงตัวหนี
แต่อย่ากระนั้นเลย บางทีหนีแล้วมันตามมากระชากแขน มาดึง เราสู้มันก็ดึงอีก
เสื้อที่ผมใส่มันไม่ใช่ถูกๆนะ บางทีก็โมโหมากแทบอยากกระโดดต่อย แต่เอาเหอะไม่มีประโยชน์
มันทำให้ผมเกลียดองค์กรพวกนี้ไปเลย ทั้งๆที่ผมบริจาคมาหลายปีดีดักผ่านบัตรเครดิตอยู่แล้ว
พอดีวันนี้ได้รับ FWD mail เกี่ยวกับ "แก๊งค์" ล่าเงินบริจาคพวกนี้เลยขอเอามาแปะให้ดูแล้วกันครับ
จริงเท็จเป็นไงไม่รู้ อาจจะเป็นข้อมูลมุ่งทำร้ายองค์กรก็เป็นได้ ยังไงดูไว้เป็น info แล้วกันนะครับ
------------------------------------------------------------------------

ระวัง…อย่าบริจาคเงินผ่านเจ้าหน้าที่ระดมทุนที่ได้รับมอบหมายจากองค์กรต่างๆ เช่น  unicef

แต่ให้บริจาคในเว็บไซด์หรือที่ตั้งหน่วยงานแทน


ตอนนี้ท่านอาจจะเจอเจ้าหน้าที่ระดมทุน สวมยี่ห้อ เช่น ยูนิเซพ หรือองค์กรต่างๆ
ตามย่านสีลม ตามสุรศักดิ์ ช่องนนทรี หรือตามห้างต่าง ๆ ปั๊มน้ำมันใหญ่ๆ  ฯลฯ ซึ่งไม่ควรสนับสนุน

เป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ

1. เจ้าหน้าที่เหล่านี้ถูกฝึกมาอย่างดี เพื่อกล่อมให้คุณบริจาคเงินตัดผ่านบัตรเครดิต ให้ยูนิเซพเป็นเวลา

อย่างต่ำ 2 ปี โดยทุก ๆ application ที่หาได้ เจ้าหน้าที่จะได้ค่าคอม 500-800 บาท

(บริจาค 300/เดือน ได้ 500, 400/เดือนได้ 600) สูงสุดคือ 800 ต่อเดือน
ซึ่งเงินเหล่านี้ก็มาจากงบการตลาดของ unicef ที่อเมริกาส่งมาให้ที่ไทย หาได้วันนึง 2 ใบ

ก็ได้เงินเยอะกว่าเรา ๆ ท่าน ๆ กันแล้ว T^T
นี่ยังไม่รวมถึงเปอร์เซ็นเพิ่มเติมที่ทาง Appco จะจ่ายให้กับอัพไลน์อีก

2.เป็นการสนับสนุนบัณฑิตของชาติในทางที่ผิด เจ้าหน้าที่เหล่านี้คือเจ้าหน้าที่ของ Appco อยู่ในเครือ Cobra Group ซึ่งในเน็ตมีเสียงวิจารณ์ด้านลบเอามาก ๆ ลองหาใน google ว่า "Cobra Group Scam" หรือ "DS-MAX Scam" มีคนทั่วโลกที่โดนกล่อมให้ทำงานคล้าย ๆ กันนี้ และจบลงด้วยการเสียเวลา เสียสุขภาพ เสียโอกาสในการทำงานที่สร้างคุณค่าให้กับสังคมมากกว่านี้ แต่ทำงานเพื่อเงิน

คนที่เข้ามาทำในองกรณ์นี้ส่วนมากจะจบป.ตรี มีทั้ง เอแบค ธรรมศาสตร์ จบนอก หรือแม่แต่คนที่บ้านมีกิจการตัวเอง แต่เห็นว่ามาทำที่นี่ได้เงินมากกว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือน (องกรณ์นี้ทำกับเหมือนเป็น MLM แบบ full-time) การตลาดแทบจะถอดแบบ Quixtar หรือ Amway กันมาเลยทีเดียว และคนในองกรณ์นี้บางคน มีทัศนคติที่สมเพชมนุษย์เงินเดือนเอามาก ๆ ว่าได้เงินน้อย และยังดูถูกคนที่ทำงานคล้าย ๆ กับตนคือพวก Innovast ที่ขายซิมดีแทค ทั้ง ๆ ที่แผนการตลาดก็มาจากรากเดียวกันคือ DS-MAX หากท่าน ๆ บริจาคผ่านตัวแทนเหล่านี้ ก็เป็นการสนับสนุนให้บัณฑิตเหล่านี้ไม่ใช้ความรู้ที่เรียนมาช่วยพัฒนาประเทศกันเลย แต่หลงเข้ามาในระบบ "Get-Rich Quick Scheme" ของ Appco ทั้ง ๆ ที่ใคร ๆ ก็รู้ว่ามันเป็นระบบปีระมิดขนาดใหญ่

Reference

1. Unicef เป็นองกรณ์ระดับโลก ถ้าระบบการระดมทุนมันไม่ดีจริง Unicef คงไม่เอาไว้ ?

มันดีสำหรับ Unicef เพราะ Unicef ไม่ต้องจ่ายเงินค่า Marketing ล่วงหน้าเลยสักบาท ถ้าเจ้าหน้าที่ระดม

ทุนหาเงินได้เมื่อไหร่ Unicef ถึงจะหักค่านายหน้าให้ ทำให้สามารถทำเงินให้กับ Unicef ได้มหาศาล

Unicef ถึงชอบระบบแบบนี้มาก ๆ
เจ้าหน้าที่ระดมทุนที่ยอมทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม ทำงานจันทร์ถึงเสาร์ ค่าแท็กซี่ ค่าข้าวออกเอง

ถ้าหาผู้บริจาคไม่ได้ unicef ไม่ต้องจ่าย แต่หาได้ ค่อยเก็บค่าคอมไป มันดีกับทาง unicef มาก ๆ

2. เทคนิคการขายของพวก Appco มีอะไรบ้าง

พี่ครับ/คะ ขอสอบถามข้อมูลนิดนึง ไม่ได้มาขายของนะครับ/คะ ไม่ทราบว่าเคยได้รับเอกสารจากยูนิเซพหรือเปล่า ที่จะแนบมากับใบแจ้งยอดบัตรเครดิตน่ะครับ/ค่ะ ถ้าไม่มี ไม่ทราบว่าใช้บัตรเครดิตอะไรอยู่เหรอคะ เลยไม่ได้รับเอกสารจากทางเรา(ตรงนี้เป็นการถามอ้อม ๆ ว่ามีบัตรเครดิตหรือเปล่า)

ขอเวลาประชาสัมพันธ์สัก 3 นาทีนะคะ หลังจากนั้นจะยื่น pitch card ให้เรา
ต่อจากนั้นจะเป็นการคุย Chit Chat เพื่อสร้างความสนิทสนม เช่น พี่ทำงานที่ไหน ยังไง
คำถามเพื่อให้มีส่วนรวม เช่น พี่ทราบไหมคะ ว่าเอดส์มีโอกาสติดจากแม่สู่ลูกกี่เปอร์เซนต์

คำถามที่ให้ตอบใช่ สามครั้ง เพื่อให้เราคล้อยตาม
 เด็ก ๆ เหล่านี้เลือกเกิดไม่ได้ใช่ไหมคะ
 ถ้าเลือกได้ เค้าก็ไม่อยากเกิดมาเป็นแบบนี้ใช่ไหมคะ
ถ้ามีโอกาส ก็อยากจะช่วยน้อง ๆ เหล่านี้ใช่ไหมคะ
ขอบคุณที่เข้าใจนะคะ

หลังจากนั้นก็จะแสดงแบบฟอร์มให้ตัดเงินผ่านบัตรเครดิต และตัวอย่างใบลดหย่อนภาษี

ลูก Turn (การเกลี้ยกล่อมให้จ่ายเงิน) ไม่ว่าเหตุผลอะไรเช่น อยากจ่ายเป็นครั้ง จะไปจ่ายทางเน็ต ไม่อยาก

ทำผ่านบัตรเครดิต ปรึกษาคนที่บ้านก่อน ก็จะเริ่มต้นด้วย เข้าใจค่ะ ก็เหมือนกับพี่ ๆ หลายคนที่คุยกับหนูในวันนี้

แต่เมื่อหนูอธิบายเหตุผลให้เข้าแล้ว เข้าก็เข้าใจและบริจาคกัน (ดึงคนส่วนใหญ่มาเป็นตัวอย่าง ทั้ง ๆ ที่วันนั้น

อาจจะไม่มีเคสนั้นเลยก็ได้)

3. บริษัทที่ทำแบบนี้ ชื่ออะไรบ้าง
Appco, Image Professional , Prime Solution และ MV Marketing และกำลังเพิ่มสาขาขึ้นเรื่อย

4.ข้อมูลสำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าหน้าที่ของ Appco

-เวลาทำงานคือ เข้างาน 8 โมงครึ่ง  และสำหรับพวกที่เป็น Leader ขึ้นไปจะต้องมาประชุมตอน 8 โมง

ทำงานกันจันทร์ถึงเสาร์  ส่วนมากจะเลิกกันตอน สองทุ่ม หากไปเดินตามสีลมตอนเย็น ๆ ช่วงหน้า

CP tower หรือ Au bon Pair ใกล้ ๆ รถไฟฟ้าใต้ดินสีลม รับรองว่าเจอแน่ ๆ
-ค่าใช้จ่ายเกือบทุกอย่าง FR เป็นผู้ออกเอง ไม่ว่าจะเป็นค่าแท๊กซี่ ค่าข้าว ค่ารถไป Road Trip หรือแม้

แต่เที่ยวต่างจังหวัดที่บริษัทจัด ก็ต้องออกเอง
-ทำงานที่นี่ไม่ต้องเสียภาษีนะ
-บางคนได้เดือนนึงสามหมื่นแน่ะ แต่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้แบบนั้นหรอก T-T
- ที่นี่จ่ายเงินเป็นอาทิตย์
-15% ของเงินที่ได้จะถูกหักเข้า bond จนครบ 8,000 เงินนี้จะเอาไว้หักเมื่อลูกค้ายกเลิกการบริจาค

ก่อนครบ 2 ปี หรือเราทำอะไรเสียหาย

 - แผนโครงสร้างคือ FR,Leader,Team Leader, Assistance Manager และ Branch Manager
ตรงนี้ไม่ค่อยแม่นนะ

FR - Stage 1 ต้องหาคนบริจาคได้ 2 ชิ้นภายใน 1 วัน จะได้เป็น leader
Leader -Stage 2 ต้องหาคนบริจาคได้ 2 ชิ้น อย่างน้อย 3 วัน จะได้เป็น Team Leader สามารถ take off คน (branch manager หาคนมาเป็นดาวน์ไลน์ให้)  หรือ pr (ชวนคนเข้ามาเป็นดาวไลน์ได้)
Team Leader -Stage 3 ต้องมี Leader ที่เป็น First Gen (ดาวไลน์เราโดยตรง) 3 คน และมี 6 คนในทีมทั้งหมด มียอดขายทั้งสัปดาห์ 60 pts แล้วเราจะได้เงิน 5% จากคนในทีมทั้งหมด จะได้เลื่อนเป็น Assistance Manager
Assistance Manager - Stage 4 มี 5 leader firstgen และมี 12 คนในทีม 120 pts/week 2 อาทิตย์ติดกัน จะได้เงินจากคนในทีม 15% เป็น และรอเป็น Branch Manager จะมีคนเปิดสาขาให้ เปิดออฟฟิศให้ 

อ่อ จริง ๆ แต่ละ Stage ต้องอ่านหนังสือสอบด้วยนะ แต่มันก็ไม่ยากมาก

- การเป็น FR จะได้เข้าเรียนทฤษฏีประมาณ 3 วัน (แต่พวกลีดเดอร์ก็จะพยายามกระตุ้นให้อยู่ถึงสองทุ่ม

เพื่อหาเงินเพิ่ม) แลพจะมีสองวันในหนึ่งอาทิตย์ที่บังคับให้ต้องกลับเข้าออฟฟิศเพื่ออบรมต่อถึง 2 ทุ่ม
เมื่อเริ่มใหม่ ๆ วันนึงจะเข้าหาคนประมาณ 200-300 คน แต่จะมีคนหยุดคุยด้วยน้อยมาก อาจไม่ถึง สิบคน

และในนั้นจะมีคนยอมจ่ายเงินโดยเฉลี่ยวันนึง 0-2 คน แต่คนเก่งมาก ๆ อาจจะได้เฉลี่ย 2-4 คน

-ถ้าลากิจที่นี่ เค้าจะทำตัวไม่เป็น Professionalมากเค้าจะถามว่า ไปไหน ไปสัมภาษณ์งานหรือเปล่า
-การลาออก ทำได้โดยคืนของให้ที่ อัพไลน์ของตัวเอง หรือที่ Branch Manager ได้เลย ไม่ต้องเซ็นเอกสารอะไร
-คนที่จะมีกฏอยู่ว่า ห้ามปล่อย negative หรือห้ามบอกว่าตัวเองจะออก หรือไม่พูดถึงคนที่ออกไปแล้วเลย หากมีคนออกวันนี้ วันต่อมาจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะผลกระทบจะเป็นลูกโซ่ (Jone's Theory)
-การทำงานเข้ายันเย็น เดินหาคนบริจาค พูดแต่ pattern ซ้ำ ๆ มีเวลาว่างแค่วันอาทิตย์ คุณแทบจะไม่ได้พัฒนาตัวเองด้านอื่น ๆ เลย และอาจจะไกลห่างจากเพื่อน และ ครอบครัวเอามาก ๆ นอกจากเพื่อนใน Appco เหมือนกัน

แรงกระตุ้นที่ให้ทำต่อ
- เรื่องเล่าความสำเร็จ โดยมากผู้ที่เป็น Branch Manager จะใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี ทำให้ถูกเชื่อว่ามันเป็นได้ง่าย
Branch Manager สี่คนแรกเปิดโดยคุณ วาริน,กุลชดา,สันติ และ Nuttawat สามคนหลังมีอายุเพียง 20 ต้น ๆ เท่านั้นแต่ได้เป็น  Branch Manager ได้เดือนละแสน-สองแสน สวนคุณวารินเป็นลูกครึ่งไทย อินเดีย จบปริญญา 4 ใบ ตรีสอง โทสอง โทใบนึงจบไอทีจากอินเดีย พูดได้ 6 ภาษา และทำงานมา 18 ปี เงินเดือนสุดท้ายคือ 5 หมื่น เป็นผู้จัดการฝ่ายไอที ดูแล 2 Department ไปไหนต่อไม่ได้ เลยมาทำงานตรงนี้ โดยตอนแรกทำกับ คุณ Wong Chee Wai (คนสิงคโปร์ที่เป็น Organizational Head) มาเปิดเมื่อ สิงหาคม 2007 ทำมา 6 เดือนได้เป็น Branch Manager ตอนนี้เงินเดือนราว ๆ สองแสน Brach เค้าคือ MV Marketing อยู่ตึกธนิยะ ศาลาแดง MV ย่อมาจาก Mr. Varin
-ในบริษัทมักมีคนสำเร็จ สองสามคน ที่ได้เดือนนึงราว ๆ 4 หมื่น โดยมีอายุแค่ 20 ต้น ๆ และกำลังจะได้เป็น Branch Manager