ซื้อยายังไงให้ถูก

posted on 07 Nov 2009 14:05 by tarlomak  in Life

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพครับ  ยอมรับว่าติดเกมในเฟสบุค + งานยุ่งนิดหน่อย 
ผมมีความตั้งใจว่าจะอัพเอ็นทรี่แบบซีรี่ส์เกาหลี เรื่อง "ฉันอยากขายของในห้างฯ"
แต่เวลานึก เกร็ด หรือไอเดียอะไรได้นิดหน่อย  ก็จะเขียนใส่กระดาษ
ใส่คอม PC บางทีใส่ใน iMac บางอารมณืก็ลงโน้ตบุค สุดท้ายแล้วแม่มหายหมด   
เลยต้องเขียนใหม่หมด
ผมเคยเขียนเอ็นทรี่นึงที่ได้ขึ้น Hot Post ว่า "ตกงานทำอะไรดี???"  
แต่ลืมเขียนลงไปว่า สิ่งที่จะขาย ควรเป็นของที่อยู่ในกลุ่มปัจจัย4
ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค  เพราะยังไงก็ขายได้
(regardless of economic turmoil).  
 
วันนี้ขอพูดถึงเรื่อง "ยารักษาโรค"  ก็แล้วกัน 
 
คุณเชื่อมั้ย ไม่ว่าคนเราจะมีปัญหาเรื่องเงินเพียงใดก็ตาม แต่ในยามเราเจ็บป่วย
ต่อให้ยาแพงแค่ไหน ไกลแค่ไหน หายากลำบากเพียงใด ถ้ากินแล้วหาย
เราก็จะไปขวนขวายมาให้ได้
 
ผมเป็นคนนึงล่ะ ที่เวลาจะซื้ออุปกรณ์อิเล็กโทรนิคส์ต่างๆที่ราคาแพง จะศึกษาข้อมูลเยอะมาก
เดินดูมันทุกห้าง ว่าที่ไหนถูกสุด แล้วค่อยซื้อ  แต่ถ้าเป็นเรื่องเจ็บป่วย
ผมจะเลือกโรงพยาบาลที่ "คิดว่า" ดีที่สุด บริการดีที่สุด ยาดีที่สุด แพงแค่ไหนก็ไม่สน  
 
โดยส่วนตัวถ้าผมป่วยเป็นอะไรจะวิ่งเข้าหา รพ. บำรุงราษฎร์  รพ. กรุงเทพ เป็นแห่งแรกๆ 
 
ผมเป็นคนขี้โรคครับ  ปีนึงผมหมดเงินไปกับค่ายา ค่าหมอ ไม่ต่ำกว่าแสน  
แต่หลังจากที่เสียเงินมาเยอะ ก็ฉลาดขึ้น(นิดนึง) คืออาการอะไรที่เกิดจากโรคประจำตัว
เช่น ภูมิแพ้  กรดในกระเพาะเยอะ ฯลฯ  เราสามารถซื้อมาทานเองได้ครับ
 
คำเตือน
การซื้อยามาทานเอง อาจทำให้รักาษอาการที่เราเป็นอยู่ให้หายไปได้ก็จริง
แต่ถ้ากินโดยไม่มีแพทย์ควบคุมโดสยา ในอนาคตมันจะดื้อยาได้ครับ  
ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ ก่อนคิดที่จะซื้อยาจากร้านขายยากินเอง
 
 ปรึกษาแพทย์ไม่พอนะครับ แพทย์ไม่ได้เก่งทุกคน เราควรศึกษาหาข้อมูลเองด้วย จากเน็ท จากนิตยสาร จากหนังสือ เช่น
http://www.rxlist.com
http://www.webmd.com
http://www.drugs.com
 
 
เอาล่ะ มาเข้าสาระสำคัญกันดีกว่า ซื้อยาที่ไหนให้ถูก
มาดูตัวอย่าง ของจริงๆกันเลยดีกว่า
 
นี่คือบิลค่ายาที่ซื้อมา Chain Store ขายยาชื่อดัง ป็นแฟรนไชส์ ร้านยาครับ
เหมือน KFC, Mc Donald
 
 อันนี้คือ ยาตัวเดียวกัน ซื้อ 3 วัน ถัดจากบิลอันแรก
ที่ซื้อมาจากร้านยาที่เป็นตึกแถว อยู่ริมถนนใกล้สี่แยกคลองตัน
 
 
 
 
 LORSEDIN เป็นยาแก้แพ้อากาศ ที่ฤทธิ์ไม่แรง เหมือน Rhinopen กินแล้วไม่ง่วง
เหมาะสำหรับคนที่แพ้อากาศ  ที่ตื่นมาตอนเช้าแล้วจะจามไม่หยุด  
กินแล้วขับรถไปทำงานได้เลย
 
MIRACID ก็เป็นยากลดกรดในกระเพาะแบบอ่อน กินติดต่อกันได้ยาวนานเป็นปี
ต่างจาก Nexium ที่เป็นยาเกรดดีและแพง  ไม่ขอพูดมากเดี๋ยวยาวเพราะยา Nexium มันเกี่ยวกับโรค Zollinger-Ellison syndrome และ GERD ที่ผมเป็นอยู่
 
มาวัดกันหมัดต่อหมัด
 
 LORSEDIN ที่ซือจาก Chain Store ชื่อดัง  แผงละ 10 เม็ด  มันขาย  43 บาท
แต่ร้านขายยาตึกแถว   ขายผม    20 บาท  
ซื้อจากร้านขายยาตึกแถว ถูกมากกว่าเท่าตัว
 
MIRACID  ที่ซือจาก Chain Store ชื่อดัง  1 กล่อง  14 เม็ด  มันขาย  100 บาท
แต่ร้านขายยาตึกแถว   ขายผม    50 บาท  
ซื้อจากร้านขายยาตึกแถว ถูกกว่าเท่าตัว
 
คนอ่านอาจจะตกใจครับ มันยังไม่จบเท่านี้  ผมไป รพ. กรุงเทพมา จ่ายยาตัวเดียวกันในจำนวนที่เท่ากัน
รพ. กรุงเทพคิดเงิน เฉพาะค่ายา 1,600 บาท  
เท่ากับรพ. คิดค่ายาแพงกว่าร้านขายยาตึกแถวอยู่ 1,142.86%
 
ผมไม่ได้ต้องการสื่อว่า รพ. เอกชนมันกำลังเอาเปรียบผู้บริโภค หาเงินจากคนป่วย คนที่กำลังลำบาก เพราะเค้าเองก็ลงทุนไปเยอะ 
 
ผมอยากจะบอกว่า เราต้องดูแลตัวเองครับ ทั้งเรื่องการงาน สุขภาพ และเงิน 
 
เพิ่มเติมอะไรนิดเรื่องแหล่งที่จะซื้อยาได้ถูกเพราะเป็นแหล่งขายส่งยา ที่ดังๆมี 3 แห่ง
1. ร้านยาแถวๆ รพ. ศิริราช
2. อนุสาวรีย์ชัย ข้างๆ รพ. อะไรไม่รู้
3. เยาวราช
 
ส่วนร้านที่ผมซื้อ ที่บอกอยู่ตรงสี่แยกคลองตัน  ร้านนี้ขายถูกที่สุดกว่า 3 แหล่งด้านบนเสียอีก
การจะซื้อยาต้องรับบัตรคิว  รับแล้วรอประมาณ 15-20 นาที กว่าจะถึงคิว  
แล้วการซื้อที่ถูกต้องคือ เขียนชื่อยา + จำนวนเม็ดยาให้ถูกต้องเรียบร้อย
ไม่งั้นจะเจอคนหยิบยาด่าเสียหมา  เพราะหน้าเค้าจะหงิกตลอดเวลาครับ  
หรือดีที่สุดคือ  โทรไปสั่งช่วงเช้า แล้วเย็นๆค่อยไปรับยา เพราะเค้าจะจัดยาให้เมื่อว่าง
 
 
สรุป
ร้านยาที่เป็นแฟรนไชส์ มันเอากำไรกันคิดกันเป็นทอดๆ จากเจ้าของแฟรนไชส์ 1 รอบ  
ตัวคนซื้อแฟรนไชส์อีก 1 รอบ ดังนั้น ค่ายามันถึงต้องขายแพง ดับเบิ้ลเท่าตัวกันเลยทีเดียว
เค้าไม่ได้โกง หรือไม่มีจิตสำนึก เพียงแต่มันเป็นธุรกิจที่แสวงหากำไรครับ 
ยาที่ซื้อประจำๆ ไปซื้อร้านยาธรรมดาๆดีกว่า แต่เลือกร้านที่คนเยอะๆหน่อย
เพราะคุณจะได้แต่ยาใหม่ตลอดเวลา ผมเคยไปซื้อยาที่ ตจว.
มันเอายาหมดอายุไปแล้ว 3 ปีมาขาย แล้วนึกว่าผมจะไม่ดู
ร้านแบบนี้ถือว่า "วรนัสมากๆ"
 
เกร็ดความรู้เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย
ผมเคยไปงานเลี้ยงของผู้ผลิตยา จัดที่อิมแพคอารีนา  เหมา HALL 9-10 งานใหญ่กว่า OTOP เสียอีก
เพราะอุตสาหกรรมยา เป็นอุตสาหกรรมที่กำไรมหาศาล  แล้วเมืองไทยมีประสิทธิภาพพอที่จะผลิตได้
เราควรสนับสนุนให้ทำ CL ยา
CL ยาคือ Compulsory Licensing หรือ การประกาศบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร
ซึ่งคือความสามารถของรัฐบาลไทยที่จะ Copy ยา
เพื่อผลิตเองในสถานการฉุกเฉินกับยาที่สำคัญต่อชีวิต
ที่คนไทยไม่สามารถจ่ายราคาจริงได้ 
การทำ CL ยา เริ่มต้นโดย นายแพทย์ มงคล ณ สงขลา ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีประเสิรฐเพียงอย่างเดียวในรัฐบาล
คมช.  แต่เป็นเรื่องน่าแปลก ที่พอรัฐบาลไทยรักไทย หรือเพื่อไทย ได้เป็นแกนนำรัฐบาล
ดันจะกลับมาคิดยกเลิกโครงการนี้  แต่ปัจจุบันนี้ ผมไม่รู้ว่าเรื่องราวเป็นยังไงบ้างแล้ว
 
ปล.  ยาที่ดีที่สุดในโลกคือการออกกำลังกายครับ  ดังนั้นฟิตเนสราคาโคตรแพงเพียงใด
ถ้าเราสะดวก ใกล้บ้าน ยังไงก็ไปเถอะครับ  

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet


ขี้โรค พอกัน เลยเรา sad smile

#1 By riddler on 2009-11-07 16:21

คลังยาก็ขายถูก แต่ก็ไม่ค่อยได้ไปซื้อเค้าหรอก sad smile

#2 By ตุ้มเป๊ะ on 2009-11-07 18:26

มีประโยชน์มากครับ Hot! Hot! Hot!

#3 By ตุ้ย since 2006 on 2009-11-07 19:00

เวลาหนูไปหาหมอที่โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้าน
ไม่ต้องเสียเงินสักบาทเลยค่ะ แม้แต่ค่าX-RAY
เพราะใช้สิทธิลูกข้าราชการ
แต่เสียเวลาเป็นวันๆเลยsad smile

#4 By olive on 2009-11-07 19:13

สาระ โค่ดๆ

ขอบคุณมากครับ

#5 By ลุงอ้วน (124.121.118.156) on 2009-11-07 19:37

เอนทรี่นี้สุดยอดค้าบบบบบบ

#6 By E.T.*** on 2009-11-07 20:16

Hot! ขอบคุณมากครับ อ่านแล้วได้ประโยชน์มากเลย Hot!

ว่าแต่เป็น GERD เหมือนกันเลย sad smile

#8 By manop on 2009-11-07 23:03

โรงพยาบาลกรุงเทพหรือครับ แพงได้สุดยอดจริง ๆ = ="

ตั้งแต่สมัยพาพ่อผมไปรักษาที่นั่น ก็ไม่มีใครอยากจะไปแตะโรงพยาบาลนั้นอีกเลย

เพราะสามคืน เกือบ 5 แสนบาท แถมทำอาการพ่อผมทรุดหนักลงถึงขั้นโคม่า จากที่อาการเกือบจะหายแล้ว

แวะมาจดความรู้เพิ่มเติมครับ 0.0//

#9 By kunemata on 2009-11-07 23:08

Hot!

#10 By iDoi* on 2009-11-07 23:31

ถ้าคิดค่ายาราคา มากกว่าทุนนิดหน่อย

เอาเงินส่วนต่างที่เหลือ ไปใส่ในช่อง
ค่าดำเนินกิจการโรงพยาบาล แทน

อาจจะรู้สึกดีกว่านี้sad smile

#11 By PoY on 2009-11-07 23:32

Hot! Hot!

#12 By wesong on 2009-11-07 23:40

ป่วยแล้วไปหาหมอที่ รพ.หมดไป600 ...ค่ายาไม่เท่าไหร่ ค่าหมอนี่ดิ้

ไม่ต่างกับโรงแรมที่ต้องมีService Charge ทำใจๆ

#13 By Mango Hotel on 2009-11-07 23:49

ค่ายาที่เขมรแพงกว่าที่ไทยอีกเยอะมากกกกกกก
เคยซื้อไบโซลวอนที่เขมร เม็ดนึงเกือบ 20 บาท จะบ้า...

#14 By บองเต่า on 2009-11-08 00:38

Hot! Hot! Hot!

#15 By มิตร on 2009-11-08 10:39

yes...

#16 By n h e p h e x on 2009-11-08 12:04

อีกทางที่น่าจะประหยัดได้...
หาแฟนเป็นหมอไงคับ...555 เอิ้กๆๆsad smile Hot!

#17 By Nono_kung on 2009-11-08 16:06

ตรงบางประกอก มี1 ที่ขายถูกเช่นกันเจ้าค่ะ confused smile
ยาแก้แพ้ผมกินแบบไม่ง่วงแล้วเอาไม่อยู่ซักตัวครับ

สุดท้ายก็ CPM เม็ดละไม่ถึงบาทนี่ล่ะ แต่ง่วงสุดๆ

#19 By @ri on 2009-11-09 00:10

O h ขอบคุณมากHot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#20 By MinimarT on 2009-11-11 22:05

ไปแต่โรงพยาบาลของรัฐ รอนานนะ คนก็เยอะ แต่รับรองว่าได้ยาราคาที่จ่ายได้ อิอิ

หายดี ยังไม่มีปัญหาใด ๆ

สรุปใช้บริการของรัฐมาตลอด

big smile big smile big smile

#21 By tungmay on 2009-11-12 22:37

ถ้าจะขายของ ปัจจัย 4 ของพี่
สิ่งที่ขายได้ดีที่สุดคือ ของกินครับ
เป็นสาระที่อ่านเพลินจนจบเลย เพราะมันใกล้ตัวมากๆ ปกติรู้ว่าตาม รพ. ค่ายาแพงกว่าร้านขายยาจริงๆ แต่ไม่นึกว่าจะขนาดนี้คะ
Hot!

#23 By WorSilly on 2009-11-18 12:50