วันนี้จะมาเปิดเผยเบื้องหลังความอุบาทว์ โสโครก โสมม ของอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมอุปโภค (ฟังดูโหดร้ายมากๆ 5555)
นานมาแล้ว ผมเคยได้เข้าไปทำงานที่บริษัทเคมีแห่งหนึ่ง บริษัทนี้ขายพวกสารเคมีล้านแปด ไม่ว่าจะใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ยา ความงาม ฯลฯ
แต่สินค้าที่ผมได้รับมอบหมายให้ดูแลนั้น เป็นสินค้าสำหรับอาหารที่บรรจุลงในกระป๋อง หรืออาหารกระป๋องนั่นเองครับ
สารเคมีตัวนี้ ราคาไม่แพงมาก แต่ทำงานได้ดีสมราคา เกินค่าตัวด้วยซ้ำ
สารเคมีตัวนี้ชื่อ “%$#8@+” (ขอเซ็นเซอร์ครับ อิอิ)
หน้าที่หลักของมันก็คือ "ทำให้เซลส์ของเนื้อปลากระป๋องนั้น สามารถอุ้มน้ำได้มาก เรียกได้ว่ามากกว่าน้ำหนักตัวเองเสียอีก"
สมมุติว่าผมมีเนื้อปลาทูน่าขนาด 100 กรัม แล้วเอาไปใช่ในสารเคมีตัวนี้พร้อมกับน้ำเกลือ
ในเวลาไม่นานนัก เมื่อเอาเนื้อปลาก้อนนี้ออกมาชั่งน้ำหนักใหม่ มันจะหนักถึง 250 กรัมเลยทีเดียวครับ
สารเคมีตัวนี้ทำให้น้ำหนักของเนื้อปลาเพิ่มได้ 2 เท่ากว่าๆ
ปลาที่เราคิดว่ากินแล้วมีประโยชน์ มีโอเมก้า 18 ชนิด จริงๆแล้ว เราได้ประโยชนืเพียงครึ่งเดียว
ด้วยเหตุนี้ เวลาเราซื้อปลากระป๋อง ให้เอาน้ำหนักที่เขียนไว้ข้างกระป๋อง หารด้วย 2 ได้เลย แล้วนั่นคือน้ำหนักของเนื้อปลาจริงๆครับ
ปัจจุบันนี้ผมว่า วิทยาศาสตร์ไปไกลมาก สารเคมีตัวนี้คงพัฒนาไปมากกว่านี้แล้วล่ะ อาจจะทำให้น้ำหนักเนื้อปลาเพิ่มจาก 100 เป็น 300 – 400 กรัมก็เป็นได้
(ถ้าถามว่า ผมขายสารเคมีตัวนี้ให้ผู้ผลิตปลากระป๋องยี่ห้อไหนบ้าง คำตอบคือทุกยี่ห้อครับ ถ้าไม่ซื้อกับบริษัทที่ผมทำงานอยู่ ก็ซื้อจากที่อื่นอยู่ดี เพราะบริษัทพวกนี้ต้องการแสวงหากำไรครับ)
ผมเข้าใจแล้วว่าทำไม คนญี่ปุ่นกินปลาดิบ อายุยืน เพราะว่าขั้นตอนและเวลา ตั้งแต่ปลาถูกจับขึ้นมาจากน้ำ แล้วมาโดนเฉือนเป็นก้อนๆให้เรากินนั้น มันเร็วมาก มันไม่ต้องผ่านด่านสารเคมี 17 ขั้นตอนเหมือนอาหารกระป๋อง
ปัจจุบันคนไทยกินอาหารกระป๋องเยอะมากครับ
อีกเรื่องของสารเคมีที่อยากพูดถึงมานานแล้วคือ พวกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาเป็น Mass Production
เช่นพวกสินค้าอุปโภค ของใช้ในชีวิตประจำวันเช่น ยาสระผม สบู่ ผงซักฟอก ตามซุปเปอร์มาเก็ต
ผมเคยทำงานอยู่บริษัทลูกของ ปตท. โดยขายสารเคมีชื่อ Acetate ซึ่งได้มาจากการกลั่นน้ำมันครับ
สารตัวนี้มีความรุนแรงมาก และมีคุณสมบัติในการชำระล้าง ใช้เพียงนิดเดียวสามารถผลิตได้หลายพันยูนิต ดังนั้นแล้วราคามันถึงถูกโคตรๆ เพราะวันนึงๆเรากลั่นน้ำมันไม่รู้กี่แสนตันครับ
Acetate (จริงๆมีหลายชนิดมากๆ) ตัวนี้ถูกนำไปใช้โดยบริษัทที่เป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภครายใหญ่ ในประเทศไทย “ทุกราย” ครับ เรียกได้ว่าถ้าคุณเห็นสินค้าตัวใดก็แล้วแต่ ใน super market, 7-11, ร้านขายของชำทั่วไป คุณทำใจได้เลยว่า มีสารตัวนี้แน่นอน เพราะมันผลิตออกมาเป็น mass
สบู่เหลว แขมพู ครีมนวด ผงซักฟอก ที่เราเห็นโฆษณากันหลังข่าว หลังละครน้ำเน่าติงต๊อง ผมบอกได้เลยว่า ราคาของตัวสินค้าถูกกว่าแพคเกจทั้งนั้น
ผู้ผลิตพวกนี้ ใช้ของคุณภาพต่ำ แล้วผลิตในปริมาณมากๆอีกต่างหาก บางทีผมทำใจไม่ได้ครับ เพราะมันผลิตออกมาขายแพงมาก
ช่วงหลังๆ ผมหันเหไปใช้พวก สินค้าสมุนไพร, OTOP ต่าง, สินค้าจากพวกร้านสปา เพราะพวกนี้ “ส่วนใหญ่” จะปลอดจากสารเคมีรุนแรง และเน้นเพื่อสุขภาพจริงๆ ผมใช้ Thann, Harn, By Nature, Myth, เขาค้อทะเลภู, อภัยภูเบศร์ ฯลฯ
จริงอยู่ที่เค้าอาจจะใช้สารเคมีบ้าง เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่จะสกัดทุกอย่างจากธรรมชาติหมดครับ แต่ก็พยายามเลือกแล้วเลือกอีก อ่านสารประกอบในฉลากทุกตัว ปัจจุบันz,ใช้ไอ้ที่ล้างหน้าเป็นมะขาม บีบออกมาจากหลอดแล้วเหมือนขี้มากๆ กลิ่นก็โชย ล้างแล้วอ่า'ล้างหน้าก็เปื้อนเป็นสีน้ำตาล เป็นคราบสกปรก เล่นเอาเครียด แต่ก็นะ เพื่อสุขภาพ
ปล. สินค้า OTOP บางตัว เคยใช้แล้วหน้าเน่าไปสองอาทิตย์ น่ากลัวมากครับ -*-
ปล2. ถ้าคุณใช้ผลิตภัณฑ์พวก แชมพู สบู่เหลว แล้วเจอคราบของเหลวแห้งเกรอะกรัง บริเวณปากรู แสดงว่าคุณโชคดีมากครับ คุณได้ใช้ผลิตภัณท์ที่มีส่วนประกอบของสารเคมีราคาถูก ที่มันเอามาขายคุณราคาแพงๆเข้าให้แล้ว
#1 By แพนด้าญี่ปุ่น on 2009-10-19 15:03