สวัสดิการ = กุศโลบาย

posted on 29 Jun 2009 23:27 by tarlomak in iWork


เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ครอบครัวผมมี แฟมมิลี่มีทติ้งแบบย่อยๆ สิริรวม 30 กว่าคนครับ รวมตัวกันเพื่อถามสารทุกข์ สุขดิบ และอัพเดทประสบการณ์ชีวิตซึ่งกันและกันครับ


มีลูกพี่ลูกน้องคนนึง กำลังจะเปลี่ยนงาน มีบริษัทหลายที่รับเข้าทำงาน แต่ไม่ยอมไปทำ โดยเค้าให้สาเหตุว่า “สวัสดิการไม่เริ่ด ไม่ดีพอ”


ผมฟังแล้วอยากจะถีบ แต่ผมไม่อยากว่าอะไรเค้ามาก เพราะเค้าเองเพิ่งจบมาได้ไม่กี่ปี


สิ่งที่อยากบอกทุกคนในวันนี้คือ


บริษัท เป็นองค์กรเอกชนที่แสวงหาผลกำไรเท่านั้น

ถ้าไม่คิดจะมีกำไรเค้าไม่เปิดบริษัทขึ้นมาให้เหนื่อยตุ้มเล่นๆหรอก ดังนั้น  บริษัทถึงได้คิด ว่าจะทำยังไงให้พนักงานทุกคนทุ่มเทชีวิตและจิตวิญญาณให้กับงานได้เต็มที่ ทำยังไงให้ลูกจ้างอยู่กับบริษัทไปนานๆ เพราะเมื่ออยู่นานแล้ว ความชำนาญมีมากขึ้น ทำงานได้เร็วขึ้น ผิดพลาดน้อยลง จะส่งผลให้สร้างกำไรให้แก่บริษัทได้มากขึ้นๆต่อไป


ด้วยเหตุนี้ บริษัทถึงได้คิดกุศโลบายออกมาในรูปแบบสวัดิการ เพื่อจูงใจ ดึงคนมีฝีมือเข้ามาทำงาน แล้วให้คนตั้งใจทำงานกับบริษัทของเค้า


สวัสดิการนั้นมาได้ในหลายรูปแบบได้แก่
- ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุแบบกลุ่ม ฯลฯ
- ที่พักตากอากาศฟรี ตามคอนโด ต่างจังหวัดริมทะเล
- ค่ารักษาพยาบาลต่างๆที่ ไฮโซกว่าประกันสังคมสิบล้านเท่า
- ฟิตเนสในบริษัท
- โรงอาหารราคาถูก ในบริษัท(หรือโรงงาน)
- คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คประจำตัว
- รถยนต์ประจำตำแหน่ง
- ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง
- ค่าเล่าเรียนบุตร ฟรี
- รถรับ-ส่งพนักงาน  จากโรงงานมายังสถานที่ต่างๆ
- ส่วนลดพิเศษเมื่อซื้อสินค้าของบริษัท
- (ในบางบริษัท)ที่พักประจำ + ข้าว ปลา อาหาร ฟรี
- เที่ยวต่างประเทศฟรีทุกปี


บางคน ผมเห็นว่าเค้าจะปลื้มมาก ว่าอุ๊ย “บริษัทนี้นะ ป่วยแล้วเข้า ร.พ. ไม่ต้องจ่ายอะไรเลยนะแก”

เพื่อนผมอีกคนบอกว่า “อุ๊ย บริษัทชั้นนะ ถ้าอยู่ครบ 10 ปี ลูกเรียนฟรี จนจบปริญญาตรี”

เพื่อนอีกคน “กรี๊ดด บริษัทจะพาไปเที่ยวทุกปีด้วยล่ะ”


ถามจริงๆ คนเราไปทำงานนี่ มีใครมั้ย ตั้งใจว่า “เฮ้ย กูจะต้องป่วยหนัก เป็นไข้ แล้วแอดมิท เข้า ร.พ. กันทุกอาทิตย์เลยเว้ย จะได้คุ้ม”  สมัยนี้บริษัทไม่โง่แล้ว มีแพคเกจตรวจสุขภาพแบบละเอียดสำหรับคนที่เค้าคิดจะรับเข้ามาทำ ถ้าคุณร่างกายอ่อนแอโคตรๆ มีแนวโน้มใกล้ตาย หรือป่วยง่ายมากกว่าคนอื่น เค้าก็ไม่รับเข้ามาให้โง่หรอกครับ


แล้วมีใครบ้าง ที่ตั้งมั่นว่า  "กรูจะทำงานที่นี่ไปตลอดชีวิตเลยเว้ยเฮ้ย เพือที่ลูกจะได้เรียนฟรี "  คิดดูดีๆนะครับ ถ้าคุณเริ่มทำงานอายุ 22  ต้องอายุ 32 ถึงจะได้สิทธิค่าเล่าเรียนลูกบริษัทออกให้ฟรี แล้วสมัยนี้ทุกคนจำกัดจำเขี่ยจะแย่แล้ว คงไม่มีใครมีลูกก่อนอายุ 30 แน่ๆ   งั้นสมมุติว่าเราแต่งงานอายุ 30  ลูกคลอดออกมาอายุ 31 กว่าลูกจะเรียนอนุบาล เราก็อายุ 35 ถ้าติดจะเอาให้คุ้ม ให้บริษัทจ่ายค่าเล่าเรียนจนจบปริญญาตรี เท่ากับว่าคุณต้องทำงานจนอายุ 52 เป็นอย่างน้อย  เป็นไปได้เหรอครับ คนทำงานที่เดิมมาตลอดชีวิตเพื่อหวังให้บริษัทจ่ายค่าเทอมให้ลูกจนจบป. ตรี  ถ้ามีก็น้อยมาก แล้วคุณไม่ฉุกคิดเหรอ ว่าตลอดหลายสิบปีที่คุณทำงาน เค้าจะไม่เปลี่ยนกฏ  กฏบริษัทสามารถเปลี่ยนได้ทุกวินาทีครับ  แล้วถ้าเค้ากดเงินเดือนคุณมาตลอดสิบๆปีล่ะ มันจะคุ้มมั้ยกับค่าเล่าเรียนที่ได้น่ะ  อย่าลืม ระวังเจอหลอก


อีกเคสนึง มีบริษัทของพี่ชายผมที่ทำอยู่ เค้าพาพนักงานไปเที่ยวเมืองนอกทุกปีจริงๆครับ เมื่อสมัยก่อนโน้น บริษัทพาไปเที่ยวยุโรปครับ ผมจำได้ ไปลอนดอน ปารีส ปราก โคเปนเฮเก้น  ปัจจุบันครับ บริษัทพาไป พม่า ลาว เวียดนาม เขมร มาเลเซีย สิงค์โปร์ แล้วกำลังวนมาลาวใหม่อีกรอบ   ซึ่งประเทศรอบๆเราเนี่ย ซื้อตั๋วล่วงหน้าสายการบินโคตร low cost เนี่ย มันไม่เท่าไรหรอกครับ เที่ยวก็ไม่กี่วัน อาหารก็ไม่ได้ดี สู้เทคโฮมพารากอนไม่ได้เลยครับ หรือพูดง่ายๆ กรุออกเองก้ได้ไปเที่ยวแค่นี้อ่ะ


เอ้า แต่จะว่าไป คนเราชอบสวัสดิการไม่เหมือนกันครับ บางคนเหี้ยนกะหือรือว่ากรูจะต้องไปเที่ยวให้ได้  บางคนอยากได้ค่าน้ำมัน(เช่นผม ชอบมาก ทุกวันนี้ได้ค่าน้ำมันเดือนละ 18,000 ) บางคนอยากได้รถประจำตำแหน่งเพื่อจะได้เอาไปขับเที่ยวเอง  บางคนอยากทำงานในบริษัทที่คุ้มครองสุขภาพไปถึงลูก - เมีย

แต่ไม่ว่าสวัสดิการของบริษัทจะดีแค่ไหน  ผมอยากให้ทุกคนรำลึกว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราเจอวิกฤตเศรษฐกิจ ครั้งล่าสุด  ผมขอยกตัวอย่างเพื่อนบ้านใน exteen ที่ผมได้คุยๆด้วย


แพนด้าญี่ปุ่น เจอบังคับให้ลดงานลดเงินเดือน มากกว่า 20% โดยไม่มีข้อโต้แย้ง
พี่ตุ้มเป๊ะ คนสวย เจอบริษัทปิดโรงงานแบบสายฟ้าแล่บ โละคนทิ้งออกทั้งหมด ทำให้เคว้ง ต้องหางานด่วน
- พี่อีกคน (ขอสงวนนาม) โรงงานโละคนออกไปเกือบพัน


จากบทเรียนนี้ เราเห็นอะไรครับ  เราเห็นตัวเราเองทำงานถวายชีวิตในบริษัทที่เราคิดว่าดี ว่าเริ่ด เพื่อสวัสดิการต่างๆ ที่จูงใจเราให้เราทำงานอย่างเต็มที่  แต่พอถึง ณ วันหนึ่ง บริษัทนั้น เวลามันมีปัญหาด้านการเงิน

“สิ่งแรกที่มันทำคือไล่พนักงานออก” เท่านั้น มันคิดได้แค่นั้นครับ

 

เราไม่เคยเห็น ผู้บริหารระดับสูงออกมาประกาศว่า “เฮ้ย กรูบริหารงานผิดพลาดว่ะ อายหมามาก ขอไม่รับเงินเดือนสัก 2 ปีว่ะ”  ใช่มั้ยครับ 

(เท่าที่ทราบมี AIG ของอเมริกาที่เหล่า CEO ออกมาประกาศว่าจะรับเงินเดือนปีละ 1 ดอลล่าร์)


สรุป

ฝากถึงน้องๆวัยเรียนหรือวัยเริ่มทำงาน


ถ้าคิดจะเลือกเฟ้น หางาน หาบริษัทที่อยากจะร่วมทำงานกับเค้าจริงๆล่ะก็ ให้เอาเงินเดือนที่บริษัทให้เราเป็นที่ตั้งครับ  แล้วลองมาหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดเราเช่นค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนโทรศัพท์มือถือ รถ โน้ตบุค UBC เนตไฮสปีด ค่าเดินทาง ฯลฯ


พอหักแล้ว ต้องเหลือจำนวนนึง ไว้ออม อีกส่วนนึงให้พ่อแม่  (ต้องเหลือให้พ่อแม่ อันนี้สำคัญมาก)


ถ้าเราเอาเงินเดือนที่บริษัทเสนอจะให้เรา แล้วเอามาหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว ไม่เหลือ หรือเหลือน้อยมาก นั่นคืองานนั้นเราไม่ควรทำครับ


ผมไม่แนะนำให้เอาสวัสดิการที่เป็นกุศโลบายของบริษัทเอกชน  มาเป็นที่ตั้งในการเลือกบริษัทที่จะทำงานด้วย  โดยเด็ดขาด 

มีปัจจัยอื่นที่น่าสนใจกว่านั้นมากเช่น “ที่ทำงานอยู่ใกล้บ้าน หรือเดินทางไปทำงานได้สะดวก” ซึ่งผมเห็นว่ามันเป็นอะไรที่สำคัญมาหเป็นอันดับหนึ่งเลยครับ


“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนครับ”  บริษัทคือที่ๆเราเอาหยาดเหงื่อ น้ำตา แรงงาน สมองอันมีค่าของเรา ไปแลกเป็นเงิน มันไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องไปพึ่งพา ไปผูกติดกับบริษัทมันมากครับ

Comment

Comment:

Tweet

ตั้งแต่ทำงานมา 3 แห่งได้สวัสดิการ อย่างเดียวคือ ประกันสังคม ก็รู้สึกยังเฉยๆ เพราะเงินเดือนเขายังให้แบบที่เราพอใจอยู่ในระดับหนึ่ง ค่ะ แต่อยากได้โบนัสจัง big smile
3AzZCk <a href="http://tptgsjqbrsmg.com/">tptgsjqbrsmg</a>, [url=http://qyhmgyjbfrjf.com/]qyhmgyjbfrjf[/url], [link=http://vpvqiydjaagd.com/]vpvqiydjaagd[/link], http://fqptaobiceae.com/

#50 By vxxgwkopsk (173.212.206.186) on 2010-06-30 09:56

เจรงครับ
ต้องพิจารณาหลายๆอย่าง
แต่ถ้าเงินเดือนเท่ากัน อย่างอื่นเหมือนกันหมด แต่บริษัทนึงสวัสดิการครบ ก็คงต้องเอาสวัสดิการแหละเนอะ

#49 By thee (222.123.187.155) on 2010-02-12 02:10

โดนใจคร้าบบบบบบบบ

#48 By ้ (58.9.204.155) on 2009-12-01 10:55

ชอบครับเขียนได้โดนใจดีครับ


แต่
"เฮียวิชัย :
พวกคนที่รักษาสิทธิ์เป๊ะๆแบบนั้น ต้องตบสั่งสอนครับ
แล้วมีทีท่าว่าจะไม่รุ่ง เพราะงานทุกอย่าง มันไม่มีอะไรเป๊ะๆครับ ไม่ใช่โต๊ะสนุ๊ก"
ผมว่ารักษาสิทธิ์แล้ว จะไม่รุ่งนี่มันคงจะไม่จริงมั้งครับ
ประเทศที่เจริญแล้วเค้าก็รักษมสิทธิ์เป๊ะๆกันทั้งนั้น

ที่งานเค้าเจริญไปได้ เพราะมีการวางแผน มีการจัดการที่ดีต่างหากครับ

ไทยจะไม่เจริญ เพราะบริษัทมีการบริหารจัดการที่ไม่ดี เสียต้นทุนโง่ๆ ที่ไม่ควรเสียไปเยอะ
ทำให้ไม่สามารถจัดสวัสดิการดีๆ เงินเดือนดีๆได้
บุคลากรรุ่นต่อๆไป แน่นอนว่าคุณภาพก็ต้องตกลง
(ไปอยู่บริษัทนอกกันหมด)

แล้วมันก็จะวนกลับมาใหม่ครับเรื่อยๆครับ
ดูอย่างทีมฟุตบอลเค้ายังต้องซื้อนักเตะดีๆเลยครับ

#47 By เด็ก Gen X (203.209.31.222) on 2009-09-10 14:41

มาคิดๆดูมันก็จริงค่ะ

#46 By หมาหน้ามุ่ย (117.47.163.48) on 2009-08-06 17:48

เปลี่ยนความคิดผมเลยทีเดียว

confused smile
เพื่อนผมส่วนนึงก้อเลือกงานจากสวัสดิการบริษัทเหมือนกันครับ

เวลามันคุยอวดกันที แหะๆ sad smile

สำหรับผม สวัสดิการไหนที่จำเป็นต่อการทำงาน มีให้ก้อดีครับ แต่บางอย่างที่เว่อร์มากเกินไป หรือไม่ค่อยได้ใช้ เปลี่ยนมาเป็นขึ้นเงินเดือนให้ (ก่ะโบนัส) น่าจะเวิร์คกว่า

ผมเคยเลือกทำงานที่แทบไม่มีสวัสดิการเลย แต่แลกกับการได้ทำงานด้านที่ชอบอย่างเต็มที่ มีความสุขกับการทำงานสุดเหวี่ยงวี๊ดวิ๊ววว

บัดนี้ ออกจากงาน มาเรียนต่อเรียบร้อยละครับ

๕๕๕๕๕ question
เพิ่งได้มาอ่านเอาวันนี้
เเล้วก็พอดีเป็นเรื่องงาน ที่กำลังใกล้ตัวไปทุกขณะ

จริงๆค่ะ
เด็กจบใหม่ส่วนใหญ่มักยังไม่เห็นค่าตัวเอง ประเมินตัวเองไม่ได้(หรือคนอื่นเค้าไม่เป็น)
ไม่รู้ว่าค่าตอบแทนที่ได้เท่าไหน
ถึงจะเรียกว่าสมน้ำสมเนื้อ เรียกมากก็กลัวเขาไม่จ้าง
เลือกมากก็ไม่มีงานทำ ไอ้จะไม่เลือกเลยก็นะ...
ชีวิตมันก็ต้องมีต้นทุน


คิดว่าเอนทรี่นี้คงจะได้นำไปใช้แน่ๆในไม่ช้าไม่นาน

ขอบคุณค่ะ big smile Hot!

#43 By blackzheep on 2009-07-08 21:41

เป็นเอนทรี่ที่มีประโยชน์นะครับ

#42 By eak early : เอกเช้า on 2009-07-05 00:36

ขอบคุณน้าค้าบบบบบconfused smile

#41 By cool fire on 2009-07-02 21:27

เลือกที่เงิน+เดินทางง่าย ใกล้บ้าน+หยุดเยอะ+งานสบายค่ะ open-mounthed smile <= ซึ่งกำลังหาอยู่ sad smile

#40 By Hisaki on 2009-07-02 12:41

สวัสดิการที่ได้ มีแค่ประกันชีวิตค่ะ บริษัทเราไม่ทำประกันสังคมให้ ..แต่อยู่ใกล้บ้านค่ะ หยุดเสาร์-อาทิตย์
หวังว่าเดือนหน้าจะได้รับเงินเดือนเต็มเดือน ไม่งั้น..เราเลิกกันเถอะ . . .อิอิ

#39 By (58.10.213.242) on 2009-07-01 17:07

ขอบคุณสำหรับความคิดเจ๋งๆๆ ค่ะ ชอบๆๆ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนครับ” บริษัทคือที่ๆเราเอาหยาดเหงื่อ น้ำตา แรงงาน สมองอันมีค่าของเรา ไปแลกเป็นเงิน มันไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องไปพึ่งพา ไปผูกติดกับบริษัทมันมากครับ ... .. เดือนนี้ได้เงินเดือนแบบ แบ่งครึ่งจ่ายอ่ะค่ะ รู้สึกแรก....รับไม่ได้ คือแบบ ให้ชั้นทำงานเพิ่มวันละครึ่งชั่วโมง ชั้นก็โอนะ แต่...ให้เงินเดือนที่ละครึ่ง ครึ่งหลังไม่การันตีว่าออกวันไหนอีก....อารมณ์เสียค่ะ

#38 By (58.10.213.242) on 2009-07-01 16:59

ขอนอกเรื่องด่วน555+

คูณมนุษย์กล่อง พอจะมีอะไรแนะนำในเบื้องต้นก่อนการทำเลสิกมั่งไหมเอ่ย? เช่น เราต้องแน่ใจว่าระดับสายตาของเราต้องคงที่อย่างน้อยกี่ปี อายุเท่าไหร่ทำดี บลาๆ ฯลฯ

ขอบพระคุณสำหรับน้ำใจครับconfused smile

#37 By cool fire on 2009-07-01 15:51

แอบนายมา up งะคะ
ไม่ได้ขยันมากมายหรอกคะ อิอิ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ

(ยังอยู่ปีสี่ กำลังมองหาอนาคต อิอิ)

#35 By interviewz on 2009-06-30 23:29

อ่านแล้วโดนอย่างแรงครับ

Hot!

#34 By manop on 2009-06-30 22:03

#28 พวกพัฒนาแล้ว ภาษีก็เยอะตามนะครับ.... 40-50% ก็มี

#33 By Shuu Exteen on 2009-06-30 21:52

คิดแบบเดียวกันเลยค่ะ
ที่ทำงาน ตอนทำดีได้ผลกำไรก็ ลูกเก่งมาก อย่างนู้นอย่างนี้
บอกว่ารักเหมือนลูกเหมือนหลาน
พอตอนนี้ เศรษฐกิจย่ำแย่ งานหดหาย
ก็เริ่มหาเรื่องคนที่ทำงาน
ก็เลยสรุปกับเพื่อนที่ทำงานว่า สลายตัวยกกลุ่มดีกว่า
สะใจจจจจจจ ปล.ออกงานสิ้นเดือนนี้แล้ว

#32 By // JILL \\ on 2009-06-30 21:29

เขียนได้โดนใจอีกละ Hot!

#31 By Googigg on 2009-06-30 17:28

อยากได้ที่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก
Hot!
เป็นแนวทางให้เด็กรุ่นใหม่ ที่เพิ่งเริ่ม สู่โลกแห่งความเป็นจริงได้ดีมากเลย

#29 By ร่มไร้อาร์ on 2009-06-30 16:02

มันก้อต้องควบคู่กันไปละคะ ทั้งสวัสดิการและเงินเดือน ไม่งั้นไม่มีใครที่จะloyalty กับบริษัทนี้แน่นอน ประเทศไทยยังด้อยพัฒนาเรื่องระบบเงินเดือนกันมากค่ะ กดขี่ กีดกัน อ้างว่าคุณยังไม่มีประสบการณ์ เงินเดือนแค่นี้ก้อบุญโขแล้ว เทียบกับในประเทศที่พัฒนาแล้วเงินเดือนคุ้นกันกับค่าครองชีพจิง ๆ เพราะเค้าเห็นคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์ ค่าน้ำมันก้อจ่ายเท่ากันทั้งโลกนะคะ แต่ไมเมืองไทยระบบเงินเดือนยังง่อยเปลี้ยอยู่แบบนี้ เน้อ ยังงี้ก้ออยู่ไม่ไหวเหมือนกาน

#28 By Nisha on 2009-06-30 15:34

เห็นภาพเลยครับ

เป็นเรื่องจริงซะด้วย!sad smile

#27 By Blltz (222.123.238.191) on 2009-06-30 15:19

Hot! ถ้าเลือกได้ อยากเปิดบริษัทเองมากกว่าsad smile

สวัสดิการ ผมมองว่ามันล่อตาล่อใจครับ ที่สำคัญจริงๆคือเงินที่เราจะได้เพียวๆนั่นแหละ

#26 By on 2009-06-30 15:15

สวัสดิการตั้งเอง เพิ่มเอง ลดเอง
ตอนนี้พึ่งตนเองอยู่ค่ะ
หลังจากที่ลาออกจากมนุษย์เงินเดือน big smile

#24 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-06-30 14:34

เห็นด้วยค่ะ

ที่ที่สวัสดิการดี ก็ดีไป แต่ยังไงก็เอาเงินเดือนเป็นหลักค่ะ

#23 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-06-30 14:17

กับดักเงินเดือน open-mounthed smile

#22 By Shuu Exteen on 2009-06-30 14:10

Hot! Hot! Hot! ขอบคุณคุณพี่ค่ะ น้องจะจำไว้
จริงที่สุดHot!

#20 By ชิวแมน on 2009-06-30 12:39

อาเมน!!Hot!

#19 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-06-30 10:57

อืมมม เป็นอีกด้านของสวัสดิการจริงๆครับ
ไม่เคยคิดถึงแง่มุมตรงนี้มาก่อนเลย
sad smile
แต่ผมไม่มีสวัสดิการอะไรเลยอ่ะ เป็นลูกจ้างธรรมด๊าธรรมดาHot!
อาศัยว่าทำงานใกล้บ้านประหยัดค่ารถครับ

#18 By ลิงกับหมู on 2009-06-30 10:29

เขียนเยอะ ลืมเลย
เอาดาวเป็นกำลังใจคะ Hot! Hot!
confused smile

#17 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2009-06-30 10:29

พูดถูกเลยคะ เรื่องสวัสดิการบริษัทโบมีประกันสุขภาพให้ จ่ายครั้งละไม่เกิน 500 บาท/หาหมอ 1 ครั้ง
แต่เดี๋ยวนี้เวลาหาหมอตามโรงบาลต่ำๆก็ 500 แล้ว
ถ้าหาแพงกว่านั้นต้องจ่ายส่วนต่างเอง
ต้องมานั่งคิดหนักก่อนหาหมอว่าจะไปโรงบาลประกันสังคมดี หรือจ่ายเองเพิ่มดี sad smile
จริงๆ สวัสดิการมันก็ไม่คุ้มเหมือนที่คิดหรอก

แถมเรื่องทำงานใกล้บ้าน ตอนนี้บริษัทโบหามาร์เก๊ตติ้งคนใหม่
โบก็บอกนายอินเดียโบว่าเวลาจะเลือกคนให้เลือกคนที่พักอยู่ไม่ไกลออฟฟิตมาก เพราะถ้าเราเลือกเขา เขาก็ไม่มาทำให้เหนื่อยหรอก
แต่นายโบไม่เชื่อ มันอ้างนู่นอ้างนี่ สุดท้ายพอโทรไปเรียกคนที่อยู่บางพลัดมาทำงานบางนา ก็บอกว่าไกลไปมาทำงานไม่ไหว ต้องเสียเวลาเลือกใหม่อยู่ดี sad smile

#16 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2009-06-30 10:28

คิดเหมือนคุณกล่องตรงที่ ทำงานหักค่าใช้จ่าย ให้พ่อแม่ และเหลือออม (แต่เหลือน้อยมาก T-T) สวัสดิการยังไงก็ได้อยากได้ตังค์เยอะๆอ่ะ

#15 By WorSilly on 2009-06-30 08:52

ทุกวันนี้โดนบังคับให้หยุดตามลูกค้าแทบทุกเดือน
หยุดแบบหักตังค์ด้วย
เดือนนึงหยุดเกือบ 5 วันแน่ะbig smile

ตอนนี้ไม่เน้นสวัสดิการครับ เ้น้นทำงานใกล้บ้านครับ
เงินดีเยี่ยมแต่ไกลบ้านก็ไม่เอาน่ะHot!
เดี๋ยวคืนนี้มาอ่านนะครับ วันนี้ไปมุกดาหารครับ

#13 By เจ้าชายน้อย on 2009-06-30 07:00

(ว่าแล้วว่าเฮียต้องอัพ มีลางสังหรณ์ อิอิquestion) เรื่องนี้ปอนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งยวดที่สุดๆ ลิ่มทิ่มประตูเลยทีเดียวครับ เพราะคนใกล้ตัวเช่นพี่สาวของปอนเองมันก็ชีวิตไร้จุดมุ่งหมายทำงานเป็นแรงงานราคาถูกไปวันๆ ซึ่งเร็วๆ นี้มันก็คงตกงานอย่างสมบูรณ์ (แล้วมันก็ไม่ขวนขวายหางานด้วย) มันไม่ได้คิดอะไรเลยครับ ทั้งเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการ.. ก็ไม่รู้มันอยู่ได้ยังไง

แต่สำหรับปอนเอง ปอนคิดคำนวณอย่างที่เฮียบอกมาเดะๆ เลยครับ สวัสดิการก็คงหวังพึ่งอะไรไม่ได้เราคงต้องหาทางเพิ่มรายได้เพื่อสร้างสวัสดิการให้กับชีวิตของเราเอง แล้วก็เลือกทำงานที่บ้านเพราะจะได้ค่าแรงเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ต้องหักค่าที่พักอาศัยซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของชีวิตเลยทีเดียว ถ้าอยู่บ้านเราเองก็ไม่ต้องมาจ่ายตรงนี้ ส่วนอาหารบางทีก็ได้กินฟรี question

สำหรับปอนคิดว่าอยู่ตรงนี้ที่นี่โอกาสมันมีเยอะกว่าไปอยู่กทม.อีกครับ... ก็เลยเลือกที่จะอยู่แล้วก็สบายจริงดังที่คิด... บางทีเรื่องสวัสดิการกลายเป็นเรื่องการคุยเก(ย์)ทับกันในวงสนทนาบ่อยๆ แต่พอถามว่ามีเงินเหลือเก็บพอกินในแต่ละเดือนบ้างไหม ปรากฏว่าคำตอบที่ได้คือ ไม่มีกันเลย... สวัสดิการไม่ได้ช่วยอะไรจริงๆcry double wink confused smile

#12 By ปอนปอน on 2009-06-30 00:53

กำลังจะเรียนจบค่ะ
แล้วจะลองนำคำแนะนำไปใช้นะคะ

#11 By ~memay~ on 2009-06-30 00:34

confused smile เห็นด้วยครับ ใกล้บ้านเนี่ยแหละเวิร์กสุดๆ

#10 By XEGXEF on 2009-06-30 00:16

งั้นผมควรเปลี่ยนงานใช่หรือไม่ confused smile

#9 By ตุ้ย since 2006 on 2009-06-30 00:13

big smile พูดยาวจริง ๆ พ่อคุณ อิอิ

รับทราบแล้วค่ะ ไม่ได้หางานมาหลายเดือนเหมือนกันอ่ะ แบบเบื่อ ๆ ค่ะ ขนาดว่าเบื่อวิธีคิดของคนทำงานบริษัทก็ว่าได้ ตกงานดีกว่า อิอิ ก๊าก big smile

คนเราก็คิดไม่เหมือนกันนะคะ big smile ก็ว่ากันไปค่ะ

#8 By tungmay on 2009-06-29 23:59

ที่ทำงานเรานะ
ไม่มีประกันสังคม
ไม่มีลาพักร้อน
ไม่มีวันหยุดราชการ
ไม่หยุดวันนักขัตฤกษ์
ไม่มีชดเชย
ทำงานวันละ 11 ชั่วโมง
ไม่มีพักเที่ยง
ไม่มีโอที
ไม่มีสัญญาจ้างมาคุ้มครอง
..................





แต่อยู่แล้วสบายใจอะbig smile

#7 By PoY on 2009-06-29 23:59

ทำงานที่เดิมนานมากมากเลยค่ะ สนใจแต่เงินเดือนกับโบนัส มากกว่าสวัสดิการอยู่แล้วbig smile

#6 By Meowzilla Zilla on 2009-06-29 23:59

เฮียวิชัย :
พวกคนที่รักษาสิทธิ์เป๊ะๆแบบนั้น ต้องตบสั่งสอนครับ
แล้วมีทีท่าว่าจะไม่รุ่ง เพราะงานทุกอย่าง มันไม่มีอะไรเป๊ะๆครับ ไม่ใช่โต๊ะสนุ๊ก

#5 By มนุษย์กล่อง on 2009-06-29 23:57

เด็กสมัยนี้ชอบรักษาสิทธิสวัสดิการเหลือเกิน
น่าตบกบาล

บางคนพักกินข้าวก็ต้องเป็นเวลา 60 นาที
ทำงานต้องเลิกตรงเวลาเป๊ะ
เศษของชั่วโมงที่เกินนับเป็นโอที

...sad smile

มันมากไปมั้ย

#4 By วิชัย... on 2009-06-29 23:49

ผมชอบคิดว่า ผมจะเสียอะไรหากทำงานในที่ทำงานใหม่

เช่น ถ้าต้องไปทำงานต่างจังหวัด
ซึ่งแน่นอน ยังไงๆ ค่าตอบแทนมันเยอะขึ้นอยู่แล้ว แถมยังมีสวัสดิการมากขึ้น

คนเราไม่ค่อยมีใครเปลี่ยนงานโดยได้ผลตอบแทนน้อยลงหรอก
ผลตอบแทนในที่นี้หมายถึงทางใจทางนึงนะ

ผมจะคิดก่อนว่าผมเสียอะไรบ้าง...ทำงานหนักขึ้นนะ
ที่นั่นไม่มีโรงหนังนะ หยุดยากนะ อะไรก็ได้ที่เราจะเสีย

แล้วค่อยชั่งน้ำหนักว่า เราควรจะทำดีหรือไม่

Hot! เอนทรีนี้ถูกใจจัง

#3 By วิชัย... on 2009-06-29 23:47

การเกิดมันก็เป็นทุกข์แบบนี้แหละครับ
เคยคิดมานานแล้วว่า การทำธุรกิจกับศีลธรรมมันอาจจะไปด้วยกันได้ไม่ง่าย

พูดแล้วเศร้าจัง

#2 By cool fire on 2009-06-29 23:45