สิบปีให้หลังก็ยังจำได้

posted on 13 Jun 2009 10:18 by tarlomak  in Life


ได้ EMS จาคุณลิงลิง  (เมื่อวันที่ 10 มกราคม ) ชวนให้มาเขียนรำลึกถึงอดีตเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ... เอ่อ.... ยิ่งถ้าเราจำไม่ได้ มันจะเป็นการตอกย้ำตัวเราว่าแก่โคตรๆแล้วนะ  

อืมม 10 ปีที่แล้ว ผมทำอะไรอยู่น้า

การนึกย้อนกลับไปเป็นเรื่องยากมากครับ ต้องไล่มาจากปี 2537 ซึ่งเป็นปีที่ผมเข้ามหาลัย  จบ ต.ค. 40 แล้วได้งานเดือน พ.ย. แต่รับปริญญาเดือน ก.พ. 41  (แล้วก็ต้องวิ่งไปเปิด resume ประกอบ)


เมื่อเดือน มกราคมปี 2541 ผมเป็น ”พนักงานฝ่ายจัดซื้อ” อยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งบนถนนสีลม ตึก United Center ชั้น 41  บริษัททำเทรดดิ้งครับ เป็นผลิตภัณฑ์กระดาษ แล้วก็พวกแบริ่ง ตอนนั้นชีวิตไม่มีอะไรมาก ออกจากบ้านตี 5.45  เพื่อมารอรถเมล์ สาย 133 ไปลงถนนพระราม 4 แล้วขึ้น 115 ไปลงโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน แล้ววิ่งข้ามมาตรงหน้าตึก CP ครับ แล้วเดินต่อไปอีกนิดนึงก็ถึงตึกที่ทำงาน  (BTS ยังไม่มีนะจ๊ะตอนนั้น)


เนื่องจากเส้นทางดังกล่าว ต้องผ่านถนนที่ได้ขึ้นชื่อว่าอภิมหาโคตรอลังการรถติด ไม่ว่าจะเป็นถนนสุขุมวิท 71 (ช่วงพระโขนง)  ถนนพระราม 4 (ช่วงกล้วยน้ำไทติดยาวไปจนถึงคลองเตย ติดยาวต่อจนถึงบ่อนไก่ แล้วยังไม่จบ ติดยาวมาจากสาทร และสีลมอีกที) T-T  ทำให้ต้องออกจากบ้านเช้าและไม่มีเวลากินข้าวครับ ทำให้ต้องหาอะไรกินครับ  (ไม่กินมีสิทธิ์ตายครับ เพราะเกือบๆ 2 ชม บนรถเมล์นั้นยืนตลอดครับ)


ขอบคุณพระเจ้าที่ใต้ตึกมี Deli France ครับ เค้ามีชุดอาหารเช้าราคาย่อมเยาว์ มีไข่กวน เบคอน ขนมปัง น้ำส้ม หรือกาแฟ เริ่ดมากครับ กินแล้วอิ่ม แต่อ้วนมากเช่นกัน เหมาะสำหรับวันที่รถไม่ติดเช่นวันเสาร์  หรือถ้าวันไหนรถติดมากใกล้จะสาย จะไม่ทัน prox บัตร  ส่วนใหญ่จะสั่งแค่กาแฟร้อน 1 แก้ว + ขนมปัง 1 ก้อน กินกันตายครับ


ผมเริ่มทำงานบริษัทนี้ตั้งแต่ปลายๆปี 2541 ครับ ตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์งานผมก็รู้แล้วว่าผมคงอยู่ไม่ได้นานครับ เพราะว่าท่านประธานฝ่ายบริหารการตลาด และเป็นหัวหน้างานของผมเอง คือเด็กหนุ่มอายุ 29  ได้ตำแหน่งนี้มาก็เพราะพ่อของมันเป็นเจ้าของครับ แล้วมันก็เพิ่งเรียนจบจากอเมริกา มีประสบการณ์ทำงานมา 2 ปีเศษ  (ชิส์)
ผมทะเลาะกับไอ้หมอนี่ในห้องประชุมค่อนข้างบ่อยครับ เพราะวิสัยทัศน์ไม่ตรงกัน  แต่มีสิ่งที่มันพูดในที่ประชุม จนทำให้ผมอดรนทนไม่ไหวจนต้องลาออกก็คือ


“คนเราน่ะ ศักยภาพและวิศัยทัศน์ไม่เท่ากัน  คนบางคนถึงเป็นได้แค่พนักงานทั่วไป  ในขณะที่อีกคนได้เป็นผู้บริหาร”


ฟังแล้วแทบอยากกรี๊ดด หยิบมีด  swiss army ขึ้นมาเฉือนปาดคอมันเลยทีเดียว

หลังจากลาออกจากที่นี่ ก็มาอยู่บริษัทเทรดดิ้งใหญ่เบิ้ม ออฟฟิศอยู่ข้างๆตึก THAI CC (หอการค้าไทย-จีน) ถนนสาทรครับ ตอนไปสัมภาษณ์ เค้ารับผมทันที แต่มีข้อแม้ว่าต้องมีรถเป็นของตัวเองเพื่อใช้วิ่งติดต่องานครับ  ถึงตอนนั้นจะไม่มีรถขับ แต่ก็ตอแหลไปก่อนว่ามี  (กลัวไม่มีงานทำสุดชีวิต)

 

3 เดือนแรกยังไม่ต้องออกตลาดครับ ให้ศึกษางานก่อนที่ออฟฟิศ ชีวิตก็เหมือนเดิม ออกจากบ้าน ตี 5.45 นั่งรถเมล์หลายต่อครับ จนมาถึงบริษัท  ที่นี่มีโรงอาหารสำหรับพนักงาน อร่อยและถูกมาก มีความสุขที่สุดครับ

 

สุขได้ไม่นาน ก็ต้องหารถขับให้ได้ ดั่งที่ตัวเองเคยตอแหลไว้   (เป็นกรรม-การโกหกเป็นสิ่งไม่ดีนี่เอง)

 

ถึงแม้ที่บ้านผมจะมีฐานะปานกลาง แต่สิ่งที่พ่อแม่ผมไม่ทำคือประเคนซื้อรถให้ลูกขับฟรีๆ  สมัยนี้พ่อแม่ซื้อรถป้ายแดงแถมกราบเท้าลูกให้ขับรถ ”เพื่อไปเรียน” ทั้งๆที่บ้านห่างจากโรงเรียนไม่กี่กิโล แล้วชีวิตนี้มันจะรู้ค่าของเงิน รู้จักออมหรือความลำบากมั๊ยน่ะ

 

ด้วยเหตุที่ พ่อแม่ ไม่มีรถให้ จึงต้องซื้อเอง ทุบกระปุกหมูเลยครับ ซื้อรถของอาหน้าตารถเป็นเยี่ยงนี้


 

สวยงามชิมิ  สีแดงแรงฤทธิ์ด้วย 
คันนี้เป็นยี่ห้อ DATSUN ครับ ซึ่งต่อมากลายเป็นชื่อ NISSAN ซื้อต่อจากอา ในราคา 5 หมื่นบาท T-T
(เหตุการณ์เมื่อปี 2541 นะครับ อ้อ รถคันนี้ผมเคยขับไปหาลูกค้าถึงนครสวรรค์ด้วยนะเฮ้ย)

ทุกวันนี้รถคันนี้ก็ยังวิ่งได้นะครับ เอามาใช้ที่บ้าน

 

เนื่องด้วยเป็นคนไม่ค่อยยอมใคร + ปากหมา(ในสมัยนั้น) ทำให้ผมเข้าๆออกๆ บริษัทเป็นว่าเล่น คืออยู่ที่ไหนก็ไม่ได้นานครับ


เมื่อ 10 ปีก่อน ผมได้เรียนรู้ถึงสิ่งต่างๆมากมายก่ายกองจากที่ทำงาน ที่ในมหาวิทยาลัยไม่มีสอน  เช่น
1. การทำงานสอนผมว่า ถ้ามึงไม่มีเส้นสาย ให้ตายยังไงก็ไม่ไปถึงดวงดาว
2. การได้เจอคนมากหน้าหลายตาสอนผมว่า ถ้าคุณไม่ก้มหัวให้เค้าก่อน เค้าก็ไม่ก้มหัวให้คุณหรอก
3.คนไทยใช้กฏพวกพ้อง เพื่อนฝูง ดังนั้น ควรรู้จักคนเยอะๆเค้าไว้ เพื่อนผูงอะไรอย่าให้ขาดการติดต่อ
4. คนที่ทำงานเก่งที่สุด จะไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
5. คนที่เรียนเก่ง ก็ไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จในการทำงานเช่นกัน
6. คนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานแบบสูงส่งต้องมีพร้อมทั้ง เส้นสาย ฝีมือ การประจบสอพลอ
7. การได้เจ้านายที่ดี เก่ง มีความสามารถ เป็นสิ่งที่คนต้องการที่สุดในการทำงาน
8. เพื่อนร่วมงานสามารถแทงข้างหลังเราได้ตลอดเวลา
9. เพื่อนแท้ หาได้เฉพาะตอนเรียนมัธยมเท่านั้น (แต่แฟนหาได้ตอนเรียน มหาวิทยาลัย)
10. ถ้าเราไม่โหด ไม่เหี้ยม ไม่เขี้ยวลากดิน ชีวิตจะลำบากมากกว่าคนอื่น
11. จงรักพ่อ แม่ ให้สุดชีวิต ไม่มีใครบนโลกรักเรา ยอมลำบากเพื่อเราได้มากเท่าพ่อแม่หรอก

 

ปล. การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ เรื่องงานก็เหมือนกัน เมื่อใดที่เราคิดว่าเรารู้ดีแล้ว จริงๆแล้วเราไม่รู้หรอก 


ปล.2 ช่วง  June Write ทำให้มีเอ็นทรี่ดีๆเกิดขึ้นมากมายจริงๆ


ขอยกตัวอย่าง เอ็นทรี่ของคุณพอกลอน “อยากเป็นนักเขียนต้องทำยังไง” เค้า Quote ไว้ตอนจบ “ถ้าใครอยากเป็นนักเขียน นอกจากการ ‘เขียน’ แล้ว จง ‘ทำงาน’ นะครับ”  อันนี้ผมชอบมาก ถ้าคุณไม่ทำงานคุณจะไม่ได้อะไรเพิ่มเติมหรือพัฒนาให้ชีวิตคุณเลยล่ะ

อีกอันที่ผมชอบมากๆคือ “ทำไมคนเรียนเก่ง มักไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต” ของคุณชู ไซเบอร์กรรมกร   บริษัทเอกชนน่ะ ไม่ต้องการคนเรียนเก่งครับ เค้าต้องการคนทำงานเก่งเท่านั้น จำไว้ครับ

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รำลึกอดีตกันสิปปีเลยเหรอคะ
เอ...สิบปีที่แล้ว คุณกล่องอายุเท่าไหร่คะเนี่ย
จริงๆ10ปีก็ไม่นานนะคะ
อะไรๆก็ยังเปลี่ยนแปลงไปไม่มากนัก
ยังพอจะจำได้อยู่confused smile

#1 By eeddy(อี๊ด) on 2009-06-13 10:32

ไม่ค่อยได้เปลี่ยนงานบ่อยเท่าคุณมนุษย์กล่องค่ะbig smile

#2 By V@R on 2009-06-13 10:43

ยังจำได้ด้วย แต่ช่วงนั้นพี่กล่องกำลังเริ่มทำงานเลยนี่เนอะ อืม...ปี 42 เหมือนวอร์จะเพิ่งเข้าปี 1 ช่วงนั้นสนุกมากๆค่ะ แต่นานแล้วเหมือนกันนะเนี่ยะ
ถ้าตอนนั้นเลือกเรียนสายศิลปะ คงจะดีกว่านี้ ตอนนั้นคอมกำลังบูม เลยเรียนวิทย์คอมสะงั้น จบมาก็ไม่ได้ทำงานตามสายที่เรียนด้วย เหอะๆๆๆ

ปล EMS ที่ได้นี่ นานมากsad smile

#3 By WorSilly on 2009-06-13 10:44

ชอบค่ะ โดน Hot!

#4 By Hisaki on 2009-06-13 10:52

รถไฟฟ้ากำลังเริ่มจะมีแล้วนี่นะครับ

#5 By ก๋อง *~*$treet English *~* on 2009-06-13 10:54

เพิ่งเรียนจบ แต่ถอยรถได้ นับถือจริงๆครับ ผมจบมา 3 ปีแล้ว ยังไม่ได้รถซักคันเลย sad smile

ผู้บริหารนั่น พูดได้น่าตบมากๆ เป็นผมจะลาออกแล้วจ้างคนมายิงมัน

#6 By ตุ้ย since 2006 on 2009-06-13 10:58

นี่ขนาดได้ข้อคิดมาเยอะแยะแบบนี้แล้วหรอครับเนี่ยะwink question ปอนเห็นด้วยครับ ถ้าคนเราทำได้จริงอย่างที่เฮียค้นพบปอนว่าคนเราคงมีสติในการทำงานแล้วก็ทำให้เรามีความสุขในการใช้ชีวิตได้มากเลยหล่ะครับ สมัยนี้คนเรียนเก่งก็ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จเหมือนกันปอนก็เห็นมาเยอะมาก เอ็นทรี่นี้ทำให้รู้จักเฮียได้เยอะขึ้นเลยนะเนี่ยะ แล้วได้เรียนรู้ด้วยว่าการโกหกจะทำให้เราลำบาก เนอะquestiondouble wink confused smile

ปล. พิมพ์ผิดนะครับ "วิศัยทัศน์" = วิสัยทัศน์, แล้วอีกที่นึงหล่ะปอนหาไม่เจอแล้วว่าตรงไหนsad smile

#7 By ปอนปอน on 2009-06-13 11:34

ชอบข้อ 11 ที่สุดค่ะ

#8 By คุณบิ๋ม on 2009-06-13 11:51

พ่อแม่เป็นพรอันประเสริฐ

#9 By Mango Hotel on 2009-06-13 12:01

ผมทำงานมา 5 ปี ก็เริ่มพบสัจธรรมมากกว่าครึ่งใน 11 ข้อแล้วเช่นกันครับ - -,
ไอ้เรื่องเล่นพรรคเล่นพวก เส้นสายนี่ อันนี้ต้องทำใจครับ ระบบอุปถัมป์มันฝังรากลึกลงในสังคมไทยมาช้านานแล้วครับ

ถูกใจกับการให้รักพ่อแม่ครับ

อิอิ ได้รู้อดีตพี่กล่องแล้ว ทรหดใช่เล่นเลยนะครับ
ปัญหาที่ผมเจอเลยกลายเป็นเรื่องเล็กๆไปเลยbig smile

อนึ่งเป็นกำลังใจให้กับกิจการนะครับ ร่ำรวยๆเป็นเสี่ยไวๆเด้อออ big smile Hot!

#11 By ลิงกับหมู on 2009-06-13 13:07

ขอบคุณมากๆนะครับสำหรับเอนทรี่แบบนี้
สร้างกำลังใจ และเป็นแนวทางได้ดีเลยละ



แต่มนุษย์กล่องแก่กว่าผม 10 ปีเชียวหรือ question

#12 By เจ้าโต on 2009-06-13 13:51

11 ข้อนี่สำคัญ โดนจริงๆครับconfused smile

#13 By on 2009-06-13 17:15

อยากชกหน้าลูกเจ้าของจังเลยอะ..
แล้วคุณกล่องทำไงค่ะ?question

#14 By take the road on 2009-06-13 19:11

เห็นรถคันแรกของพี่กล่องแล้ว นึกถึงรถคันแรกของที่บ้านจังไม่ต่างกันเลยยยยwink

Hot!

#16 By ไทดี้ on 2009-06-13 22:32

ดีและมีประโยชน์มาก

#17 By Googigg on 2009-06-14 01:18

ได้ประโยชน์มากๆครับ big smile

#18 By @ri on 2009-06-14 01:52

ผมจบปี 40 พอดีเปะเลย สงสัยก้อแก่ๆพอๆกัน
อ่านแล้วรู้สึกสนุกดีเหมือนรำลึกความหลังเลย

#19 By myope (124.121.150.174) on 2009-06-14 23:40

อย่างเก่า

วิถีเถ้าแก่ใช่เลยีครับconfused smile
Hot! Hot! Hot! เริด เลิฟคุณพี่ได้อีก
big smile ยิ้มให้รถสีแดงค่ะ ....

#22 By (58.10.213.3) on 2009-06-16 14:54

10 ปีก่อนเป็นปีที่คร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือเตรียมสอบ
อย่างคร่ำเคร่งไปพร้อมๆกับขึ้นเหนือล่องใต้ ให้ชาวบ้านนินทาเล่นว่าทำตัวแบบนี้ให้ตายยังไงก็สอบไม่ติด
.
.
ผลเป็นอย่างที่เห็นทุกวันนี้ครับ
big smile

#23 By มนุษย์เพลง on 2009-06-17 00:43

ผมกลับมาในลูปของการเบื่องานอีกแล้วล่ะ

#24 By มนุษย์เพลง on 2009-06-17 00:44

เข้ามาอ่านบล๊อคท่านครั้งแรกครับ แจ่มครับท่าน ได้ทุกอย่างจริงๆ จะค่อยๆ ไล่อ่านไปครับ

#25 By นายเอ็ม (125.27.118.92) on 2009-06-20 09:23

แวะมารดน้ำคะวันนี้ "ช้างล้ม" เลยต้องขอตัวไปนอนก่อน แต่ก็ไม่ลืมแวะมาหรอกนะคะทุกคน บ๊ายบายคะ
ชอบจ้า

#27 By Come Back To Me (58.9.9.63) on 2009-06-25 11:54

รำลึกความหลัง big smile big smile

บอกแล้วว่า บ.เอกชนไม่เคยเห้นคุณค่าใครจริงๆนอกจากได้ผลงานออกมา แต่คนใหม่ไฟแรงมาเขาก็เอามาแทนที่เราได้ทุกเมือ่ครับ
ขอบคุณ ข้อคิดดีๆ และประสบการณ์ เล่าต่อๆ ไป ครับชอบๆ

#29 By ผ่านมาเจอ (124.121.163.23) on 2009-06-27 22:15

ตอนปี 41 ผมก็ซุกตัวอยู่ตึกยูไนเต็ดเหมือนกันครับ
ชั้น 43 อาจจะเคยขึ้นลิฟต์ด้วยกันบ้างแล้วก็ได้ double wink

แต่นั่นก็เป็นปีสุดท้ายที่อยู่ที่ตึกนั้น
เพราะบริษัทของผมถูกสำนักงานใหญ่
สั่งหยุดกิจการของสาขาที่ประเทศไทย
เนื่องจากพบว่าผู้บริหารจัดสรรสวัสดิการ
ให้กับพนักงานบางกลุ่มมากจนเกินพอดี

แอบเสียดายที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้น
แต่ดีใจมากกว่าที่ไม่ได้ทำอะไรให้ใครเขามา
ประณามเราทีหลัง cry

#30 By oatato on 2009-06-29 23:57

จริงอีกแล้วคับHot!

#31 By ชิวแมน on 2009-06-30 12:44

หูยยย สิบปีก่อนหรอออ

ผมยังเป็น นร มอต้นอยู่เร๊ยยยย (อิอิ แลเห็นช่องว่างงงงมิ) สมัยเรียน ม ต้น ก่ะ ม ปลาย เป็นเด็กเรียบร้อยมากกกกครับ ตื่นเช้าไป รร พร้อมหม่อมแม่ surprised smile ตกเย็นรีบกลับบ้าน

จำได้ว่า เคยมีครั้งนึง กลับบ้านมืด (ที่ รร มีกีฬาสีน่ะ) รู้สึกโหวงเหวงมาก กลัวที่บ้านจะเป็นห่วง (อรั๊ยย)

เริ่มมีรักแรกตอน ม หก ครับ surprised smile surprised smile
และมาใจแตก (ละเอียด) ตอนมหาลัย

กร๊าซซซซซซซซ
น่าอิจฉาคุณมนุษย์กล่องที่ค้นพบความสุขจากการทำงาน

อ่าน blog ของคุณแล้ว รู้สึกว่าที่ผ่านมามันไม่แย่ อะไรเลย

#33 By modernpostman on 2009-08-09 15:34