ตกงาน ทำอะไรดี??

posted on 11 Jun 2009 11:05 by tarlomak in iWork

มีวันนึงไปธนาคารกสิกรไทยทำธุระ เพราะผมเจอแบงค์ชาติล็อคบัญชี T-T  ปรากฏว่าเจอลุงแก่งั่กคนนึงเอาเงินมาเข้าบัญชี 5 หมื่น พนักงานแซวว่า “ยังทำงานไหวอยู่เหรอครับลุง” 


ลุงคนนี้ยิ้มแบบมีความสุข บอกว่า 

“โอ๊ย ลุงทำไม่ไหวแล้ว แก่จนอายุ 75 แล้ว”
“แต่ไม่ชอบอยู่บ้านเฉยๆ มันรู้สึกไม่มีค่า เลยไปซื้อรถ KIA 6 ล้อเล็ก 2 คัน ให้เค้ารับเหมาไปใช้ ก็ได้เงินใช้ประมาณเดือนละแสน”


ลุงคนนี้ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า เออ คนที่แก่ขนาดนี้เค้ายังขยันทำมาหากินเลย คือไม่ปล่อยให้ชีวิตผ่านไปวันๆ แล้วให้อายุเป็นตัวกำหนดชีวิตว่าอายุ 60 แล้ว คือเราต้องหยุดทำงานแล้วนะ แล้วต่อแต่นี้ไปคุณคือคนที่ไม่มีประสิทธิภาพทำงานไม่ได้แล้ว อะไรแบบนั้น


ผมเองเป็นคนไม่ชอบอยู่เฉย ถ้าว่างเมื่อไรคือจะรู้สึกตัวเองไม่มีค่าทันที เลยต้องหาอะไรทำ   ทุกวันนี้ผมทำงาน จันทร์ถึงเสาร์ เข้าแปดโมงเช้า เลิก 6 โมงเย็น แล้ววันอาทิตย์ ไปเที่ยว ไปหาของกิน ไปดูหนังเหมือนคนทั่วๆไปอีกหลายสิบล้านคน  ซึ่งผมก็ชอบนะ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ณ จุดนึง มันน่าเบื่อนะ โดยเฉพาะถ้าคุณทำแบบนี้ติดต่อกันมาทุกอาทิตย์เป็นสิบปี


ตอนผมจบใหม่ๆ ทำงานมาได้สักระยะ พอเงินเดือนเริ่มเยอะขึ้น จาก 7,600 เริ่มเป็นหมื่น ในขณะที่อารมณ์เบื่องานประจำเริ่มสะสมก่อตัวมาตามลำดับ  ในขณะนั้นเริ่มมีเงินเก็บเยอะ  เลยคิดจะลงทุนบ้าง


ผมกล้าฟันธงว่า คนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนย่านสาทร สีลม ต้องเคยคิดเอาเงินเก็บไปลงทุนเล่นหุ้นครับ เพราะมันเป็นวัฏจักรของมนุษย์เงินเดือนไฟแรงสูง คือเริ่มมีอีโก้ว่า “เฮ้ย กรูก็เล่นได้ ไม่น่ายาก สบายดีด้วย แค่หุ้นขึ้นก็ขายเอากำไร”  แล้วคิดว่ามันน่าจะดีกว่าการเอาเงินไปดองในธนาคารซะอีก  การหาโบรคเกอร์ซื้อหุ้นไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เพราะ “มัน” จะมาหาคุณเองครับ


ในขณะนั้น การเมืองนิ่งกว่านี้มากมายหลายเท่า เศรษฐกิจก็ดีกว่านี้มากมาย แต่ผลสุดท้าย เงินผมก็หายเกลี้ยงไปกับการเล่นหุ้นครับ หมดไปประมาณ 7 หมื่นได้ ยังไม่รวมเงินที่เพื่อนขอยืมไปโปะโบรคเกอร์อีก 5 หมื่น ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้คืน


นั่นคือบทเรียนบัดซบแรกของชีวิต จากการคิดอยากเป็นนักลงทุนแบบง่ายๆ สบายๆ ชิวๆครับ

ผมมั่นใจนะครับ ว่าผู้ชายทุกคนย่อมมีความฝัน อยากมีธุรกิจอะไรก้ได้เป็นของตัวเอง  คงไม่มีใครตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ว่า

 “เฮ้ย คอยดูนะ กรูจะขยันทำงานสุดชีวิต แล้วเป็นพนักงานดีเด่นให้ได้ทุกเดือน จากวันนี้ไปจนเกษียณเลยเว้ยเฮ้ย”


งั้นกลับมาถึงคำถามคลาสสิคกันดีกว่า เป็นคำถามโลกแตกเลยก็ว่าได้
“เราจะทำอะไรดี ถ้าอยากมีธุรกิจของตัวเอง”


ทีนี้ “เรา” ซึ่งเป็นคนตัวคนเดียวโดดๆ มีแค่ สองมือ สองตีน จะทำอะไร จะขายอะไรดีครับ


แน่นอนครับ จะมีคนนึงบอกเราว่า “ทำอะไรที่เราชอบสิ ถ้าเราชอบเราก็ทำได้ดี”
อีกคนจะบอกว่า “ทำอะไรที่เราถนัดสิ”


แต่ถ้ามาถามผม  ผมจะบอกว่า “เฮ้ย ทำอะไรก็ได้  ที่มันขายได้ว่ะ”


แทนที่เราจะมานั่งวิเคราะห์กันว่าอะไรดี อะไรไม่ดี กว่าเราจะพิจารณาจากสิ่งที่อยากทำอยากขายที่มีเป็นล้านๆอย่างแล้ว ชาตินี้เราคงไม่ต้องทำอะไรแล้วล่ะครับ คุณอย่าลืมนะครับ ว่าของทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ ล้วนมีคนเคยคิดเคยทำมาหมดแล้ว เพียงแต่เราอาจจะไม่รู้แค่นั้นเอง ดังนั้นเราไม่ต้องไปคิดมาก อะไรก็ขายได้

ผมแนะนำให้เลือกสินค้าอะไรก้ได้มาอย่างนึง ตัดสินใจเลือกมาเลยครับ อย่างผมเคยทำงานกลุ่มบีโตรเคมี ก็ซื้อสินค้าของบริษัทนี่แหละออกมาขาย มาหาลูกค้าเอง หาจุดขายเอง ถ้าบริษัทคุณผลิตถุงเท้า ก็ซื้อถุงเท้าที่โรงงานเค้าโละนั่นแหละออกมาขาย  หรือถ้าแถวบ้านมีโรงงานอะไร คอยศึกษาครับว่ามันจะโละของเมื่อไร แล้วค่อยติดตามซื้อ


พอเลือกได้แล้ว ให้เราค่อยคิดว่าจะซื้อยังไง ขายที่ไหน เอาเวลาที่ไหนไปขาย ใครจะขาย ขายกี่โมง ไปขายยังไง ขนของยังไง ฯลฯ


สิ่งที่ผมอยากจะเตือนคนที่คิดอยากจะทำธุรกิจของตัวเองคือ ให้คิดไว้ในสมองตลอดเวลาว่า

“จะทำยังไงให้ธุรกิจมันอยู่รอด”


แต่ถ้าคุณคิดแต่ว่า “จะทำยังไงให้รวย”  ผมกล้าบอกได้เลยว่า คุณเจ๊งแน่นอนครับ  เพราะว่าไม่มีการขายอะไรที่ทำให้คุณร่ำรวยมหาศาลอย่างรวดเร็ว การทำธุรกิจน่ะ ถ้ามันอยู่รอดได้แล้ว ค่อยๆเป็นค่อยๆไปอย่างมั่นคง และต้องค่อยๆเก็บ มันก็จะรวยเองครับ (กรุงโรมก็ไม่ได้สร้างภายในวันเดียวนะจ๊ะ)

จากเอ็นทรี่ก่อนหน้านี้ มีแต่คนถามผมว่าผมไปขายอะไรในซอยละลายทรัพย์ ไม่บอก แต่ดูรูปเอาเอง หุหุ


รูปร้าน 

จี้ห้อยคอ มีหลายแบบ
 

สร้อยข้อมือ ข้อตีน (เอ๊ย เท้า )


 

กำไลสวยงาม (ไอ้ตัวเหลืองๆมีตาคือจี้ห้อยคอแม๊ว)


 

รองเท้าครับ


 

ร้านนี้กว่าจะเป็นตัวตนออกมาได้ คือ 1 แสนบาทครับ T-T

ยังไม่รวมค่าเช่า เดือนละ 2 หมื่น จ่ายล่วงหน้า 3 เดือน


คำเตือน
การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงสูงมาก ร้อยละ 90 ของธุรกิจขนาดเล็กจะเจ๊งและเจ้าของล้มละลาย  โดยส่วนตัวตอนนี้ผมไม่แนะนำให้ลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจของตัวเอง ผมก็ไม่อยากเสี่ยง ผมถึงต้องทำควบกันไป


ถ้าถามว่าผมเหนื่อยมั้ย???

 ผมตอบได้ว่า "เหนื่อยโคตรๆ" ครับ แต่ก็สนุกมากครับ ท้าทายตัวเอง ว่าจะไปได้กี่น้ำ


Tips
การเริ่มทำธุรกิจของตัวเองครั้งแรก อย่าคิดจะทำการใหญ่โตครับ อาจจะเริ่มจากไปขายของในตลาดนัดใกล้บ้าน หรือไม่ก็ขายมันหน้าบ้านตัวเองก็ได้ เพราะเราไม่รู้ตลาด ไม่รู้จักลูกค้าดีพอ ต่อให้เราคิดว่าเรารู้จักลูกค้าดีพอ ก็ยังไม่พอครับ เพราะลูกค้า evolve ได้เร็วมาก


จบ


ปล. ผมมีแผนจะเขียนซีรี่ส์เกาหลี เรื่อง “ฉันอยากขายของในห้าง ทำยังไงดี??” จะมาแฉเบื้องหน้า เบื้องหลังให้หมดครับ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ แล้วแต่ละห้าง เงื่อนไขไม่เหมือนกัน เชี่ยๆกันไปคนละแบบครับ


ปล.2 อยากมีธุรกิจของตัวเองต้อง 1. อย่าขี้เกียจ (เพราะเราไม่ได้กินต้นไม้ใบหญ้าตามป่าที่มันฟรีๆ)  2. อย่าโกงเขากินครับ

Comment

Comment:

Tweet

ถ้าปัจจุบันยังไม่รู้จะขายอะไรแนะนำอุปกร์มือถือค่ะ

#136 By ขายส่งเคสมือถือ (183.89.18.187) on 2016-03-15 19:51

ส่วนใหญ่ ถ้าออกมาแล้วจะขายพวก รองเท้า ไม่ก็เสื้อผ้าซะเยอะนะครับ ลองหาๆมาขายดูนะครับ

#135 By กันขโมย (180.183.167.208) on 2016-03-08 20:30

รับสมัครพนักงานหลายตำแหน่ง ดังนี้
1.3D 1 ตำแหน่ง
2.2D 1 ตำแหน่ง
3.Producer (รับเฉพาะเพศชาย) 2 ตำแหน่ง
4.Compositer 1 ตำแหน่ง
5.Editer 1 ตำแหน่ง
6.เจ้าหน้าที่การเงินและการบัญชี (ด่วน) 1 ตำแหน่ง
เงินเดือน 15,000.00 บาท ขึ้นไป
คุณสมบัติผู้สมัครตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและการบัญชี
l.สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาการเงิน การบัญชี หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
2. มีประสบการณ์ทำงานในสายงานนี้อย่างน้อย 2 ปี
3.สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ พื้นฐาน เช่น MS.Word , Ms. Excel ได้
4.มีทักษะในการติดต่อสื่อสาร อดทน ซื่อสัตย์ มีความละเอียดรอบคอบและมีความรับผิดชอบสูง
5.หากมีทักษะ การพูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษได้ดี จะพิจารณาเป็นพิเศษ
หน้าที่ความรับผิดชอบผู้สมัครตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและการบัญชี
ดูแลการรับเงินและเบิกจ่ายของบริษัท
รับผิดชอบ