The thing about signature

posted on 23 Apr 2009 21:50 by tarlomak  in iWork


(วันนี้มีประสบการณ์น่าบัดซบของตัวผมมาเล่าครับ)


ในโลกนี้มีหลายๆสิ่งที่สามารถบ่งบอกถึงตัวตนของเรา หรือสิ่งที่เราทำได้ครับ  
ในวงการภาพยนตร์  ถ้าคุณสังเกตหนังที่  John Woo กำกับทุกเรื่อง เค้าจะต้องใส่ฉากที่มีนกพิราบสีขาวบินว่อนในรูปแบบ slow motion


หรือถ้าเราดูหนังที่ Jerry Bruckheimer เป็น producer หรือ Michael Bay กำกับ คุณจะต้องเห็นการซูม ธงชาติสหรัฐผืนใหญ่โบกสะบัด หลอนมากอย่างน่ากลัวในทุกๆเรื่องครับ


คือมันเป็น "สัญลักษณ์" อย่างนึงที่เค้าใส่ลงไปในหนังครับ  เพราะเค้าต้องการจะบอกว่านี่แหละคือหนังที่เค้าทำ  เหมือนลายเซ็นต์ของเราเวลาเขียนจดหมาย


ถ้าพูดถึงชีวิตประจำวันเรา สิ่งที่พอจะบ่งบอกถึงตัวตนของเราได้คร่าวๆก็มี การแต่งตัว  อาหารการกิน  รถที่ขับ  โน้ตบุ้คที่ใช้  การพูดการจา แฟน ฯลฯ


แต่ในทางกฏหมาย ลายเซ็นต์ของเรานี่แหละครับ คือการบ่งบอกถึงตัวเราจริงๆ


ช่วงนี้ผมห่างหายไปจากเพื่อนฝูง ห่าง blog (อย่างแรง) เพราะต้องจัดการกับเอกสารมากมายในการปิดงบดุลและงบการเงินบริษัทครับ (ดุรูปได้ กองใหญ่เบิ้ม)

 

รูปที่เห็นนี่คือเอกสาร เฉพาะช่วงเดือน ก.ค. – ธ.ค. 51 ของธุรกิจการขายขนมของผมที่พารากอนเท่านั้นครับ ยังไม่รวมอีก 3 บริษัทเล็กๆที่เหลือ


สิ่งที่คนไม่ค่อยรู้คือ เอกสารที่จะใช้ยื่นงบการเงินนั้นหนามากๆ ประมาณ 1 ใน 3ของสมุดหน้าเหลือง แล้วต้องมีลายเซ็นต์ของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามเซ็นต์กำกับ แทบจะทุกใบ  แล้วเอกสารงบการเงินทั้งหมด ต้องทำก้อปปี้ 3 ชุด สรุปคือรวมๆแล้วคุณต้องเซ็นต์ชื่อประมาณ  200 ครั้งครับ


ผมเป็นคนที่เกลียดการเซ็นต์ชื่อมากๆ เพราะผมไม่มีลายเซ็นต์ครับ  ผมใช้วิธีการเขียนชื่อและนามสกุลแบบเต็ม  แล้วชื่อกับนามสกุลผมประกอบไปด้วย พยัญชนะและสระรวม 19 ตัวครับ ดังนั้นการเซนต์ชื่อของผมในเอกสารการปิดงบดุล เท่ากับผมต้องเขียนตัวหนังสือถึง  3800 ตัวอักษร ด้วยกัน


จริงๆแล้ว ช่วงผมทำงานใหม่ๆ ผมกระแดะครับ improvise ลายเซ็นต์ได้ไฮโซมากๆ ถูกต้องตามศาสตร์ มีการวาดรูปภูเขา ลากเส้นยาวๆ แล้วตามด้วยจุดไข่ปลาอีกที  เพื่อจะได้มีบริวาร มีเงินมีทอง บลาๆๆ


ผมใช้ลายเซ็นต์นี้มาตลอดจนมาเปิดบริษัทของตัวเองครับ  ไม่ว่าจะยื่นภาษี ยื่นประกันสังคม  ยื่นภาษี  ยื่นจดกรมโรงงาน  หรือแม้แต่การเซ็นต์เช็คครับ


พูดถึงเรื่องการเซ็นต์เช็คแล้ว มาเข้าเรื่องราวบัดซบของผมกันดีกว่า


เนื่องจากผมทำทั้งงานประจำข้างนอก งานร้านขนมส่วนตัว แถมงานที่บ้านอีก เลยทำให้ต้องยกหน้าที่การเบิกจ่ายเงินให้ฝ่ายบัญชีดูแล โดยผมมีหน้าที่เซ็นต์เช็คเพียงอย่างเดียวครับ โดยพนักงานก็เตรียมเอกสารมาให้ผมเซ็นต์ชื่อ


แน่นอน ที่ไหนมีการหละหลวมเรื่องเงินๆทองๆ ที่นั่นย่อมมีขโมยครับ  ผมเป็นคนที่จำเรื่องราวต่างๆไม่เก่ง ไม่ชอบการท่องจำ แต่เรื่องเงิน ผมจำได้แม่นมาก  ผมจะรู้ว่าเงินในบัญชีจะต้องเหลือประมาณเท่าไรครับ


ปรากฏว่า วันนึงผมเกิดอารมณ์แนว déjà vu ผสม hunch อีกเล็กน้อยครับ  ผมมีความรู้สึกว่าเงินในบัญชีบริษัทหายไปประมาณ 5 หมื่น  แล้วผมมั่นใจมากว่าพนักงานบัญชีของผมต้องเกี่ยวข้องเป็นแน่


พนักงานฝ่ายบัญชีของผมไม่ได้บิดเบือนเอกสาร แก้ตัวเลข หรือซื้อชุดโฮมเธียเตอร์แล้วเนียนหวังให้ผมเซ็นต์เช็คจ่ายโดยไม่ได้ดุเอกสารการเบิกจ่าย  แต่มันลักลอบเอาเช็คออกไป 1 ใบจากสมุดเช็คของผมครับ ซึ่งสมุดเช็คจริงๆแล้ว อยู่กับผมตลอดเวลาครับ (แล้วมันเอาคัตเตอร์กรีดออกไปได้ยังไงล่ะ ???)


ปรากฏว่าเรื่องราวมันเป็นเยี่ยงนี้ครับ


การซื้อสมุดเช็ค  โดยปกติตามกฏธนาคาร ต้องเป็นผู้มีอำนาจเซ็นต์เช็คเท่านั้นที่สามารถซื้อได้และต้องไปรับเองด้วยครับ  ซึ่งมันเป็นอะไรที่วุ่นวายมาก ธนาคารถึงได้ให้เราสามารถมอบอำนาจให้ใครก็ได้เป็นคนไปซื้อและรับสมุดเช็คแทน ซึ่งผมก็ได้ให้ ”อีนี่” (พนักงานบัญชี) เป็นคนไปแทนครับ


พอมันได้สมุดเช็คแล้ว มันก็เอากลับมาออฟฟิศแล้วแอบกรีดสมุดเช็ค ทั้งส่วนที่เป็นขั้วเช็คด้วย อย่างเนียนครับ แล้วก็เขียนเช็คใบนั้นทำเป็นจ่าย “สด”  ปลอมลายเซ็นต์ผม แถมแอบประทับตราบริษัทเรียบร้อย แล้วเอาเช็คไปขึ้นเงินสดได้สบายๆครับ ลัลลามากๆ


พอผมจับได้ มันก็หายตัวไปกบดานต่างจังหวัดครับ ผมได้แจ้งความทันที แล้วสุดท้ายเรื่องจบในชั้นศาล
โดยในขณะที่ศาลกำลังตัดสิน จำคุกพนักงานของผมนั้น  ผู้พิพากษาได้หันมาคุยกับผมว่า


“คุณรู้มัย ลายเซ็นต์น่ะ เราเลียนแบบสักสิบครั้ง หรือยี่สิบครั้ง มันก็ต้องเหมือนสักครั้ง”
“แต่ลายมือน่ะ มันเลียนแบบกันไม่ได้”


ตั้งแต่นั้นมา ผมไม่ใช้ลายเซ็นต์อีกเลยครับ จะใช้วิธีการเขียนชื่อแทนลายเซ็นต์เท่านั้น


จบการดองมา 1 เดือนกว่าๆครับ


สาระเล็กๆจากเอ็นทรี่นี้


1. การขโมยเงินหรือ การลักทรัพย์ใดๆ ถือเป็นคดีอาญาครับ ซึ่งคดีอาญายอมความกันไม่ได้ เพราะทางกฏหมายถือว่าเป็นอาญาต่อแผ่นดิน ถ้าเราแจ้งความแล้ว ตำรวจทำสำนวนส่งฟ้องอัยการเมื่อไร มันจะเลยจุดประณีประนอมหรือเจราจาไปแล้ว และยอมความไม่ได้ ต้องขึ้นให้ศาลวินิจฉัย พิจารณาโทษอย่างเดียวเท่านั้นครับ


2. ลายเซ็นต์นั้น ปลอมง่ายกว่าลายมือมาก ในเอกสารที่สำคัญมากๆต่อชีวิต  เช่นหนังสือการมอบอำนาจ  พาสปอร์ต การจดทะเบียนบริษัท  หนังสือบริคณห์สนธิ ฯลฯ ควรใช้การเขียนชื่อ นามสกุลด้วยลายมือของเรา แทนการใช้ลายเซ็นต์ประดิษฐ์ครับ


3. เอกสารงบการเงินที่ต้องยื่นต่อกระทรวงพาณิชย์นั้น ต้องยื่นภายใน 5 เดือน นับจากวันที่ปิดงบบัญชีของปีครับ เช่น เราปิดงบบัญชีเดือน ธ.ค. 51 เราต้องยื่นภายใน 30 พ.ค. 52 ครับ

4. ถ้าใครคิดจะทำการค้าหรือมีธุรกิจของตัวเอง ควรให้ญาติหรือตัวเราเอง เป็นผู้ดูแลด้านการเงินเองทั้งหมดครับ เรื่องเงินๆทองๆ ไม่เข้าใครออกใคร

ปล. ช่วงนี้ไม่ว่างแม้แต่เปิด blog ของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ขออภัยอย่างแรงด้วยนะครับ

 

ปล.2 เอ็นทรี่หน้า จะพาทุกคนไปหาสถานที่สำหรับ  "ปี้" กันครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โฮะๆๆๆ ท่าทางจะงานยุ่งมาก แปะไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวอ่านเสร็จจะเม้นต์อีกแบบมีคุณภาพ กรี๊ดดดด คนแรก question confused smile

#1 By ปอนปอน on 2009-04-23 22:07

ง่ะ ผมก็ใช้ลายมือนะ ตอนไปทำพาสปอร์ตเจ้าหน้าที่กลับแนะนำให้ใช้ลายเซ็น sad smile

#2 By ตุ้ย since 2006 on 2009-04-23 22:10

ลืม เอนทรี่มีประโยชน์


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By ตุ้ย since 2006 on 2009-04-23 22:12

ส่วนใหญ่ ปอนจะใช้ลายเซ็นต์ครับ แต่ถ้าเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ เช่นบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต ฯลฯ ปอนจะรอบคอบกว่าเฮียครับ คือเขียนทั้งลายเซ็นต์แล้วก็เขียนชื่อด้วยลายมือครับ ตอนแรกพวกนังพนักงานแบงค์ไม่ยอมแต่ปอนก็แอ๊บเขียนไปอย่างนั้นครับ... ถือว่าเป็นการล็อค 2 ชั้นเลยทีเดียวเชียว double wink

ถือว่าเอ็นทรี่นี้พอจะมีประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติในการระวังตัว ระวังภัยในการดำเนินชีวิตอยู่บ้าง ปอนขอมอบดาวให้ก็แล้วกันนะครับ Hot!

ปล. ดาวนี้Hot! มีคุณค่าไม่ได้ให้ใครง่ายๆ นะครับ จงรักษาการเขียนที่มีประโยชน์ต่อคนอื่นไว้ให้มากๆ นะครับ จะได้ได้ดาวบ่อยๆ double wink question confused smile

#4 By ปอนปอน on 2009-04-23 22:22

ถึง คุณ มนุษย์ในกล่อง

ดูท่างานจะเยอะจริง ๆ นะครับ เอกสารขนาดนั้นไม่อยากจะนึกว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะเคลียร์หมด(นึกว่าจะเข้ามาชวนไปกินหมูเกาหลีเสียหน่อยครับ สงสัยเฮียจะไปไม่ได้จริง ๆ กระมังครับ) sad smile

ว่าแต่เรื่องของการบริหารและตรวจสอบคน ผมว่าเป็นอะไรที่ต้องละเอียดและสม่ำเสมอในการตรวจสอบมากอยู่เหมือนกันครับ ส่วนเรื่องลายเซ็นต์ สำหรับผมถือว่าค่อนข้างโชคดีหน่อยตรงที่ งานที่ทำอยู่ไม่ค่อยได้ไปยุ่งกับเรื่องพวกนี้เสียเท่าไหร่ คนที่ทำบัญชีให้ก็เป็น คุณแฟน ก็เลยไม่ต้องซีเรียสอะไรมากมายนักครับ

ถ้าอย่างไรอย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะครับ



#5 By Old Mustang on 2009-04-23 22:29

Hot! เอนทรี่นี้ดีมากครับ
ปล.เอนทรี่หน้าopen-mounthed smile

#6 By XEGXEF on 2009-04-23 22:43

เอาไว้เป็นข้อมูลครับบ

Hot! Hot!

#7 By Aelita~[-X-]~ on 2009-04-23 22:55

โทษของการไว้ใจคน
เฮ้อ ... แทงใจดำจี้ดๆ

แต่ผมเขียนชื่อตัวเองไม่ค่อยเหมือนแฮะ อุอุอุ
จำคุกเท่าไหร่ครับ

Hot!
Hot!

#10 By b-padung Studio on 2009-04-23 23:05

โอว มีประโยชน์มากครับ Hot! Hot! Hot! Hot!

เคยได้ยินว่า ตอนนี้เทคโนโลยีการตรวจจับลายเซ็นต์ปลอม
นอกจากจะเซ็นเหมือนแล้ว จะต้องเซ็นเร็วใกล้เคียงกัน
และลงน้ำหนักในแต่ละจุดใกล้เคียงกันด้วยละครับ

#11 By บองเต่า on 2009-04-23 23:30

โอ้โหงานช้างครับทีนี่...
สู้ๆ นะฮะ

big smile confused smile big smile Hot!

ปล.2 น่าสนใจ

#12 By h|b|b on 2009-04-23 23:48

แหมมม ไม่อยากจะบอก เพราะไอ้ลายเซ็นนะค่ะ ที่ทำงานปุกจับได้ว่าพนักงานเอาลายเซ็นของCOO ได้ได้จากการแสกนใส่ไว่ที่เอกสารของลูกค้า เนียนซะงั้น โดนไป14ล้านเลยยยยยย
แล้วเธอคนนั้นก็หายยไปเลยยค่ะ
ประสบการณ์ครั้งใหญ่เลยครับ

เ่คยได้ยินเรื่องลายมือชื่อปลอมยากกว่าลายเซ็นต์มานานแล้ว เพิ่งได้ฟังประสบการณ์จริงก็คราวนี้ big smile

#14 By Googigg on 2009-04-24 00:22

ผมมีความเชื่ออยู่หนึ่งอย่างว่า
ลายเซ็นควรจะซับซ้อนให้น้อยที่สุด มีเส้นให้น้อยที่สุด
เพราะนั่นแปลว่าปลอมยากขึ้น
ผมคงต้องเซ็นชื่อตัวเองตัวลายมือเขียนธรรมดาซะแล้ว

ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า

angry smile

#15 By วิชัย... on 2009-04-24 01:54

ใช้เขียนชื่อเหมือนกันค่ะ ... เพราะเซ็นแล้วมันไม่ค่อยเหมือนกันซักครั้ง

คุณมนุษย์กล่องเซ็นไปได้ยังไงคะ sad smile
กองขนาดนั้น

ให้Hot! ไว้รอเอนทรี่ต่อไปดีกว่า หึหึหึ
ต้องเปลี่ยนมา เขียนชื่อ แล้ว แบบนี้

#17 By riddler on 2009-04-24 07:06

ไม่ได้ใช้ลายเซ็นต์แต่ใช้ลายมือค่ะHot!

#18 By V@R on 2009-04-24 08:13

อืม เอกสารบัญชีกองโตมากๆเลยคะ ช่วงนี้บริษัทก็ปิดบัญชีเหมือนกัน เข้าใจเลยว่าถ้าต้องเซ็นเอกสารเยอะขนาดนั้นจะเหนื่อยมากกกแค่ไหน sad smile

แต่เรื่องพนักงานบัญชีคนนั้นนี่กล้าทำจริงๆเลย ขนาดโบดูเรื่องบัญชีอยู่ แถมนายก็ไม่ค่อยเข้มงวดมาก ยังไม่กล้าทำเลย sad smile sad smile

รอเอนทรี่หน้าอยู่นะคะ confused smile

#19 By bakabo (~^) on 2009-04-24 08:29

Hot!

งานท่วมหัวเป็นงี้นี่เองเห็นรูปแล้วเหมือนขนไปทิ้งเลย sad smile งานเยอะๆต้องรักษาสุขภาพนะคะ

ส่วนวอร์ใช้ทั้งลายเซ็น และก็ลายมือเลย แล้วแต่ความสำคัญคะ แต่ปกติก็ไม่ได้เซ็นอะไรอยู่แล้วคะ นี่ถ้าคนที่ต้องเกี่ยวกับเรื่องเงินแล้วต้องเซ็นชื่อบ่อยๆมาอ่านคงจะมีประโยชน์มากเลยนะเนี่ยะ

ปล. Entry หน้า น่าสนใจมาก ฮี่ๆๆ

#20 By WorSilly on 2009-04-24 08:58

Hot! big smile หนูไม่มีลายเซ็นเหมือนกัน
เห็นเอกสารของพี่กล่องแล้วจะเป็นลม ของเยอะขนาด

ผมเองไม่มีลายเซ็นต์ครับ เคยพยายามจะสร้างลายเซ็นต์เป็นของตัวเงอเหมือนกัน แต่ปรากฏว่าเซ็นไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง เลยตัดใจ แต่ก็แอบตะหงิดๆเหมือนกัน ตูไม่มีลายเซ็น ไม่เท่ห์เลย

พอมาอ่านEntry นี้ ... รู้สึกโชคดีครับ แหะแหะ

แต่พูดถึงเรื่องปลอมลายเซ็นต์ปลอมเอกสารเนี่ยผมล่ะแอบหวั่นใจ จนถึงขั้นโรคจิตนิดๆเลยนะครับ เรื่องการเซ็นรับรองสำเนาบัตรประชาชน เพราะเท่าที่รู้การขีดคร่อม เขียนว่าใช้เพื่อ ... และเซ็นรับรองสำเนาเนี่ย เค้าแก้ไขให้เอาไปใช้อย่างอื่นได้ด้วย เลยกลายเป็นกังวลเยอะไปเลยเวลาต้องรับรองสำเนาsad smile sad smile

Hot! Hot! Hot!

อนึ่งงง คำโปรยEntryหน้าน่าติดตามากคร้าบบบ 555

#22 By ลิงกับหมู on 2009-04-24 10:55

ทำธุรกิจ ต้องระแวดระวังเหมือนกันนะคะเนี่ยdouble wink Hot! confused smile
รอเอนทรี่หน้าา หุหุหุ

#24 By Glinda The Good on 2009-04-24 13:20

แหม อ่านแล้วแอบคิดว่าบางทีเขียนด้วยลายมือมันก็ ยังเพี้ยนเองเลย...เขียนรอบแรกกับรอบหลังตวัดหางไม่เหมือนกันงี้ หัวหายงี้
ยุ่งเนอะsad smile

#25 By cool fire on 2009-04-24 13:33

Hot! Hot! Hot!


รู้สึกว่าชีวิตเริ่มลำบากละ

#26 By เสกเรนเจอร์ on 2009-04-24 13:33

ใช่เลย

สาเหตุที่เราไม่ชอบใช้ลายเซ็น

เพราะมันเป็นแบบนี้ล่ะ

ปกติจะเขียนด้วยลายมือเป็นหลักจนเป็นนิสัยไปแล้วค่ะ

แต่แย่หน่อยที่ทั้งชื่อและนามสกุลมันย๊าวยาว -*-"

เอาดราก้อนบอลไปโทษฐานที่มีประโยชน์ยิ่งยวดค่ะ Hot! big smile

#27 By ดุกศรียโสธร on 2009-04-24 13:46

การเลือกไว้ใจคนก็สำคัญไม่เบานิ ผมก็เขียนชื่อตัวเองตลอดไม่เคยเซ็น แท้จริงแล้วไม่มีมูลค่าให้ใครมาโกงผมละ 5555Hot!

#28 By omega on 2009-04-24 13:52

เมื่อวันก่อนก็ได้เซ็นเอกสารห้าสิบกว่าแผ่นค่ะ
งั่กมากๆ ต้องเขียนชื่อ นามสกุลยาวๆ
เพื่อนก็บอกว่าให้ออกแบบลายเซ็นซะ
แต่ก็ไม่อยากทำค่ะ เพราะขี้เกียจคิด
แสดงว่าถือเป็นเรื่องดีสิเนี่ยsad smile

#29 By ต้า on 2009-04-24 13:57

ฉุกคิดทันที - - * ควรจะเปลี่ยนเป็นลายมือดีซะดีมั้ย

ว่าแต่หลังล่ำบึ้ก ดีจังเลยครับ เฮีย อิอิ....open-mounthed smile
ปัจจุบันแม้แต่ลายเซ็นต์ตัวเองก็ยังปลอมไม่ได้ค่ะ ตอนย้ายบ้านโดนตีกลับมาหลายเจ้าเลยล่ะsad smile

#31 By talalan on 2009-04-24 14:59

แต่ก่อนก็ใช้ลายเซ็นครับ
ออกแบบซะเท่เลย
แต่พอได้อ่านบทความของอาจารย์ท่านนึง
ผมเปลี่ยนเป็นเขียนแทนครับ
ทั้งชื่อและนามสกุลเลย

รอเอนทรี่หน้า เกริ่นไว้น่าติดตามสุดๆ

Hot! Hot!
ปั้มลายมือกำกับเลยคับ
ไม่มีใครปลอดได้ชัวร์ ฮ่าๆ
แต่ก็ต้องเปื้อนตลอดอ่ะนะ sad smile
เป็นข้อคิดที่จะเก็บไว้ใช้ครับ big smile
Hot! Hot!
สาระล้วนๆ

ไอเรื่องลายเซ็นต์นี่มันปลอมกันง่ายจริงๆ
อิฉันก็เป็นหนี้เพราะหม่ามี๊ไปแอบเซ็นต์ เหมือนเด๊ะๆ


(แอบรอเอนทรีหน้าด้วยใจระทึก)

#34 By |:| ShaKo |:| on 2009-04-24 18:15


แจกตัวอย่างฟรี ลดน้ำหนัก – เพิ่มน้ำหนัก เชิญทางนี้ค่ะ

>>> >> ลดน้ำหนั ก 4 - 40 กิโล หุ่นสวย ไม่ต้องอดข้าว ไม่ต้องออกกำลังกาย

>>> >>เพิ่มน้ำหนั ก 4-15 กิโล ดูมีน้ำมีนวล เป็นกล้ามเนื้อทั้งหมด

>>> >> สุขภาพและผิวพรรณดี น้ำหนักตัวคงที่ ไม่มี yoyo

>>> >> ลดสัดส่วนตามที่คุณต้องการ ต้นแขน ต้นขา สะโพก หน้าท้อง ได้อย่างถาวร

- ปลอดภัย 100 % เพราะสกัดจากธรรมชาติล้วน ๆ
- ผ่านการรับรองจากองค์การอา หารและยา ( อย. ) มาแล้ว 67 ประเทศ

Click ดูข้อมูลที่ ------ >> http://sample.true.ws/
หรือที่ http://sample.ouch.ws/

http://img.ihere.org/uploads/01475b3640.jpg

#35 By nee (114.128.237.241) on 2009-04-24 18:28

กำลังอยากมีลายเซ็น แต่อ่านเอนทรี่นี้แล้วต้องเปลี่ยนความคิดทันทีค่ะ

ชักจะรักลายมือตัวเองขึ้นมาแล้วสิ open-mounthed smile

#36 By aleceae on 2009-04-24 18:55

ใช้วิธีการเขียนชื่อตัวเองตลอดเหมือนกันค่ะ ไม่เคยเซ็นต์แต่ไม่ใช่เพราะรู้ว่ามันปลอมยากนะคะ แต่เซ็นต์ทีไรไม่เหมือนเก่าแบงค์ให้เซ็นต์ใหม่ทุกที นี้เป็นความรู้ใหม่จริง ๆ แปลว่าที่ผ่านมาคิดว่าไม่มีลายเซ็นต์แล้วดูไม่เท่ห์ แต่กลับมีประโยชน์ดีใช้ได้เลย คุณกล่องสบายดีนะคะ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงไปสู่ร้อนมาก สาหัสมากค่ะเป็นไข้ เสียงหายไปเลยไม่สามารถใช้เสียงได้ เพิ่งจะมีเสียงได้เมื่อวาน ช่วงนี้เลยต้องถนอมเสียงเป็นการหนักconfused smile confused smile

#37 By สาวโรงงาน on 2009-04-24 19:02

น่ากลัวนะคับ - -'!
เสียวมากเลยละ เรื่องแบบนี้ อ่านดีๆก่อนจะเซ็นต์
Hot!

คิดมาตลอดว่าลายเซ็นยิ่งซับซ้อนยิ่งปลอมยาก..

#39 By เจน on 2009-04-24 20:46

ใช้เซ็นต์ค่ะ เขียนแล้ว ลายมือตัวเองไม่เหมือนเดิม
เอกสารเยอะมาก sad smile สู้ ๆ big smile Hot!

#40 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-04-24 20:51

อืม เป็นเอ็นทรีที่มีประโยชน์มากครับ กำลังหาลายเซ็นอยู่พอดี พออ่านเอ็นทรี่นี้แล้วก็คงไม่ต้องซะแล้วกระมัง

#41 By black_coffee on 2009-04-24 21:22

ท่าทางวุ่นจริงๆนะครับ

#42 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-04-24 22:29

confused smile confused smile เข้าใจง่ายมากๆ ชอบHot!

#43 By cocodrilo on 2009-04-25 02:07

Hot! เขียนได้ดีครับ ได้ความรู้ด้วย
ผมมีข้อสังเกตอยู่อย่างนึง ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันหรือเปล่า
คือ ผมใช้ลายเซ็นต์ ซึ่งเป็นลายเซ็นต์เดียวกันมาตลอดหลายปี ช่วงหลังผมค้นเอกสารเก่ามาดู ก็ประหลาดใจว่า ลายเซ็นต์เราเปลี่ยนไปเองครับ เปลี่ยนไปมากด้วย ทั้งที่เราไม่ได้เปลี่ยน แต่มันไม่เหมือนเอง

#44 By tempo on 2009-04-25 09:38

มันใช้เวลาเขียนนานอ่า ขี้เกียจsad smile
แต่ก็มีประโยชน์ดี จะคิดอีกทีและกัน
Hot!

#45 By C on 2009-04-25 12:31

อันตรายจริงๆ นะคะเนี่ย..
ขอบคุณที่เอามาเผยแพร่นะคะ Hot!


ส่วนเอ็นทรี่หน้าเนี่ยนะ..

#46 By แอ้ on 2009-04-25 19:03

เอนทรี่หน้า น่าสนใจมาก เขียนไวไวนะพี่open-mounthed smile

ถ้าคราวนี้ พี่เขียนลายมือ แล้วยังมีคนก๊อปได้อีก

ผมแนะนำให้คราวหน้ามี ใช้ปั๊มหัวแม่มือแทนคับopen-mounthed smile

#47 By seaugpor on 2009-04-25 23:51

ปกติก็เป็นคนไม่มีลายเซ็นค่ะ พอมาอ่านเอนทรี่นี้
คิดว่าเขียนลายมือชื่อต่อไปดีกว่าจริง ๆ ด้วย confused smile

#48 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-04-26 00:24

ผมจะรอ เอ็นทรีหน้านะครับ แต่โปรดระบุด้วยว่า สถานที่สำหรับ ช ญ หรือเกย์

#49 By myope (124.121.153.78) on 2009-04-26 00:28

กรี๊ดดดด คอมเม้นต์ที่ 50question question question

#50 By ปอนปอน on 2009-04-26 02:09