my virtual bookshelf

posted on 09 Mar 2009 20:48 by tarlomak  in Life

ช่วงนี้งานยุ่งเข้าขั้นถาวรครับ คือจริงๆก็ไม่ได้ยุ่งอะไรมากมาย แต่ทำตัวให้ดุเหมือนยุ่งเข้าไว้ เผื่อบริษัทจะไม่ไล่ออก หุหุ


หลังจากย้ายมาอยู่หอพัก ทำให้มีเวลากับตัวเองมากขึ้น ได้ดูแลตัวเองมากขึ้น มีเวลาเล่นเกม Spore มากขึ้น(เล่นมาชาตนึงแล้วไม่จบซะที) มีเวลาอ่านหนังสือที่ซื้อมาดองไว้ กองสูงขึ้นเรื่อยๆจนจะล้มทับตายแล้ว เมื่อคืนเลยถือโอกาสจัดหนังสือใหม่ แยกเอาอันที่อ่านจบแล้วไว้กองนึง ไอ้ที่กำลังคิดจะอ่านไว้อีกกองครับ 
เลยเจอหนังสือดีๆที่ผมอ่านแล้วชอบมาก เลยเอามาฝากกัน มาดูกันเถอะ
 

 

1. Buyology : How Everything We Believe about Why We Buy Is Wrong by Martin Lindstrom
2. The Assault on Reason by Al Gore
3. God Is a Salesman : Learn from the Master by Mark Stevens
4. Rich is a Religion : Breaking the Timeless Code to Wealth by Mark Stevens
5. The Drunkard's Walk : How Randomness Rules Our Lives by Leonard Mlodinow
6. The Leadership Secrets of Colin Powell by Oren Harari
7. The Go-Giver : A Little Story About a Powerful Business Idea by Bob Burg, John David Mann
8. Your Marketing Sucks by Mark Stevens
9. Made to Stick : Why Some Ideas Survive and Others Die by Chip Heath, Dan Heath

ส่วนใหญ่ผมจะชอบอ่านพวกหนังสือที่เกี่ยวกับการตลาด การขาย การพัฒนาไอเดียความคิดด้านการงานครับ เพราะมันจำเป็นสำหรับอาชีพการเป็นเซลส์แมนที่ผมทำอยู่  

อย่างไรก็ดีผมต้องอ่านหนังสือพวกที่เกี่ยวกับ leadership ควบคู่ไปด้วยครับ เพราะต้องคุมลูกน้อง คนงาน ผมอยากมี skill ด้าน การวางตัว การมีปฏิสัมพันธ์กับคนในกลุ่มต่างๆ เพราะในชีวิตผมเจอต้องเจอ และต้อง deal กับทั้งพวกซุปเปอร์ไฮโซ พวกคนโคตรเหี้ยรวย คนต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา ต่างเผ่าพันธ์ ต่างชนชั้นการศึกษา (มีตั้งแต่กรรมกรทำงานได้วัน 180 บาท แรงงานต่างด้าวก็มี ไปจนถึงพวกคนจมป.ตรี ป.โท ป.เอก พวกจบนอก พวกเกรียนบ้านรวย ฯลฯ )


การอ่านหนังสือพวกนี้ บางทีได้เทคนิคที่โคตรเจ๋ง และได้ต่อยอดไอเดียของเราให้บรรเจิด ที่สามารถใช้ในธุรกิจด้านการขายการตลาดจริงๆครับ

ผมไม่ชอบพวกหนังสือ”พ่อรวยสอนลูกรวย” หรือพวกหนังสือ ”ใครขโมยชีสกูวะ?” ไอ้หนังสือ  “เข็มทิศชีวิต” บ้าบอคอแตก อะไรผมก็ไม่ชอบครับ หนังสือพวกนี้อ่านให้ตาย ทั้งชาติก็ไม่ ประสบผลสำเร็จ เพราะชีวิตคนเราไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีทางลัดอะไรง่ายๆ โอกาสไม่เหมือนกัน โชคก็ไม่เหมือนกัน ความฝันก็ต่างกัน


ชีวิตการทำงานคนเราน่ะ มันวัดกันที่ไหวพริบ ปฏิภาณ เท่านั้นครับ ไอ้ที่เรียนๆมาแทบตาย แสนจะภูมิใจกลับไม่ได้ใช้เท่าไร คนที่ยอมรับตัวเอง คนที่มองไปถึงเหตุและผลได้ถูกต้องกว่าคือคนที่มีโอกาสประสบผมสำเร็จมากกว่าครับ


ถ้าคุณชอบหนังสือพวกการตลาด การขาย ผมแนะนำให้เหมาหนังสือของ Mark Stevens ทั้งหมดมาอ่าน แต่อย่าอ่านของ Kotler ครับ แม่งติงต๊อง วิชาการเกินเหตุ เอามาใช้จริงไม่ได้


ถ้าชอบพวกการคิดนอกกรอบ แนะนำ Edward de Bono ครับ เมื่อสัก 12 ปีที่แล้วผมติดหนังสือเรื่อง Simplicity ของเค้ามาก เป็นหนังสือที่โด่งดังไปทั่วโลก ประมาณ The last lecture หรือ Secret ในปัจจุบัน  อีกเล่มนึงที่ผมแนะนำคือ Six Thinking hats และ เล่มสุดท้ายที่อยากให้ทุกคนซื้อเก็บไว้คือ The De Bono Codebook ครับ คือเค้าจดลิขสิทธิ์ code ที่เค้าคิดขึ้นมาเองแทนคำพูดที่ยืดยาวครับ เช่น 88668 แปลว่า พ่อมึงตายเรอะ


ทุกคนสามารถมีชั้นหนังสือออนไลน์(virtual book shelf) แบบผมได้ครับ เข้าไปที่  http://www.shelfari.com/ 
เว็บนี้มีประโยชน์มากๆคือเราสามารถเข้าไปดูชั้นหนังสือของคนอื่นๆได้  อ่านรีวิวได้  ดูเรทติ้งได้  มันเป็นเหมือนเว็บสำหรับคนรักการอ่านหนังสือครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ดดดดดดดดด คนแรกอีกแล้ววววววววว กรี๊ดดดดดดดดดดด แปะไว้ก่อนเดี๋ยวอ่านตอนนี้ร้อนมากไม่มีรมณ์ question confused smile

#1 By ปอนปอน on 2009-03-09 21:05

buyology ฉบับของพี่ปกสวยกว่าของผมเยอะเลยว่ะ
ผมอ่านจบละ ...สนุกดี

#2 By บองเต่า on 2009-03-09 21:09

ไม่ได้อ่านหนังสือแนวนี้เท่าไหร่ ที่มีก็ให้คนยืมไปแล้วก็ไม่ได้คืน

จะลองเล่น virtual book shelf บ้าง ขอบคุณที่แนะนำจ้ะ surprised smile

#3 By persona non grata on 2009-03-09 21:13

sad smile sad smile sad smile
เห็นชื่อหนังสือถาษาอังกฤษแล้วจะเป็นลม
ยอมรับครับว่าความพยายามในการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษน้อยมากกกกก sad smile

แต่เห็นชื่อหนังสือหลายเล่มแล้วสนใจอยากอ่านครับ ....

ว่าแต่ ....

มันมีเล่มแปลแล้วไหมครับเนี่ยยยย 5555

#4 By ลิงกับหมู on 2009-03-09 21:28

ผมเกลี่ยดหนังสือประเภท 100กฎทอง 50กฎเงิน 25กฎทองแดง อะไรแบบนี้สุดๆครับ คือว่าเวลามีปัญหาจริงๆจะมานึกมั้ยว่ามันกฎข้อไหน เห็นทีไรส่ายหน้าทุกที

ชั้นหนังสือออนไลน์น่าจะดีแฮะ แต่หนังสือหลายเล่มผมดันมาเจอตอนเป็นไทยแล้ว และราคาตอนเป็นไทยก็ถูกกว่าด้วยสิ แต่พวกนิยายผมชอบภาษาอังกฤษมากกว่านะ แปลเองสนุกกว่า(แต่จะงงในส่วนที่เป็นเรื่องร่วมสมัยในขณะเขียนหนังสือเล่มนั้น ในหนังสือแปลบางเล่มจะเขียนอธิบายเพิ่มให้)

#5 By Life Goes On on 2009-03-09 21:37

"ไอ้หนังสือ “เข็มทิศชีวิต” บ้าบอคอแตก อะไรผมก็ไม่ชอบครับ หนังสือพวกนี้อ่านให้ตาย ทั้งชาติก็ไม่ ประสบผลสำเร็จ เพราะชีวิตคนเราไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีทางลัดอะไรง่ายๆ โอกาสไม่เหมือนกัน โชคก็ไม่เหมือนกัน ความฝันก็ต่างกัน

ชีวิตการทำงานคนเรามันวัดกันที่ไหวพริบ ปฏิภาณ เท่านั้นครับ ไอ้ที่เรียนๆมาแทบตาย แสนจะภูมิใจกลับไม่ได้ใช้เท่าไร คนที่ยอมรับตัวเอง คนที่มองไปถึงเหตุและผลได้ถูกต้องกว่าคือคนที่มีโอกาสประสบผมสำเร็จมากกว่าครับ"
------------ ปอนว่าหนังสือแต่ละเล่มมันก็ถูกทำขึ้นมาสำหรับคนที่แตกต่างกันนะครับ เฮียไปเหมายกเข่งอย่างนี้ก็ไม่ถูกนะครับ เฮียอาจจะคิดว่าหนังสือพวกนั้นมันมีคุณค่าต่ำต้อยด้อยค่าไม่กิดไอเดียใหม่ (ปอนก็ไม่เคยอ่านนะ) แต่อีกคนนึงอาจได้แง่คิดที่ทำให้ชีวิตเค้ามีความสุขพ้นจากความทุกข์เลยก็ได้

แต่ปอนก็แปลกใจนะครับเฮียอ่านหนังสือเยอะขนาดนี้ หนังสือแต่ละเล่มดีเทพทั้งนั้นสร้างความคิดให้เหนือมนุษย์แต่ทำไมนะ ทำไมเฮียยังดูเหมือนจะทุกข์อยู่แล้วยังไม่เข้าใจแม้แต่ความต้องการของตัวเองล่ะครับ (จากเอ็นทรี่ที่แล้ว) ดูเหมือนว่าเฮียยังไม่ได้มองโลกให้กว้างขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ด้วยซ้ำ ปอนว่าหนังสือเหล่านี้มันไม่ดีแล้วหล่ะ ถ้าหนังสือนี้มันดีแสดงว่าเฮียนั่นแหล่ะที่ยังใช้หนังสือไม่เป็น...

หนังสือเหล่านี้มันจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเราเอามันไปใช้ได้นั่นแหล่ะครับ ถ้าเราอ่านแล้วสักแต่ว่าอ่านเอาไปให้เราคิดเพื่อมีความสุขกับชีวิตไม่ได้... มันก็แค่หนังสือที่มีตัวอักษรอ่านแล้วก็อ่านผ่านเลยไป ไม่ว่ามันจะเป็นหนังสือเทพขนาดไหนมันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะอ่านไปแล้วอ่านหรือไม่อ่านก็มีผลเหมือนกันใช่มั้ยครับ

double wink confused smile

#6 By ปอนปอน on 2009-03-09 21:37

พี่กล่องเห็นมั้ยว่าคุณปอนรักพี่กล่องขนาดไหน ไม่รักกันจริงจะกล้าเอาตัวมาเสี่ยงแบบนี้เหรอ

บางครั้งผมก็คิดว่าพี่เขียนอะไรแรงไป(ในentryก่อนๆ) แต่คนใกล้ชิดพี่หลายคนก็ยังเข้าข้างแบบตะพึดตะพือ ทำให้พี่ยิ่งโดนชาวบ้านชาวช่องสับเละ ในความคิดผมคุณปอนคือคนที่ใช่สำหรับพี่กล่องครับ หุหุ

#7 By Life Goes On on 2009-03-09 21:44

พี่กล่องเห็นมั้ยว่าคุณปอนรักพี่กล่องขนาดไหน ไม่รักกันจริงจะกล้าเอาตัวมาเสี่ยงแบบนี้เหรอ

บางครั้งผมก็คิดว่าพี่เขียนอะไรแรงไป(ในentryก่อนๆ) แต่คนใกล้ชิดพี่หลายคนก็ยังเข้าข้างแบบตะพึดตะพือ ทำให้พี่ยิ่งโดนชาวบ้านชาวช่องสับเละ ในความคิดผมคุณปอนคือคนที่ใช่สำหรับพี่กล่องครับ หุหุ

#8 By Life Goes On on 2009-03-09 21:46

ต๊ะคุง :
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ
แต่กับปอน พี่รับไม่ได้จ๊ะ (ตัวหนักเกินพิกัด)

เอ็นทรี่แรงๆ ผมเขียนมาเพื่อเช็คอะไรบางอย่างครับ + เป็นการบำบัดจิตตัวเองอย่างหนึ่ง เพื่อรองรับความเครียดในชีวิตที่กำลังจะมา cry

#9 By มนุษย์กล่อง on 2009-03-09 21:53

เห็นภาษาอังกฤษแล้วจะเป็นลมคะ แทบจับเลย แต่ก็หนี้ไม่พ้น

อยากเก่งอย่างพี่กล่อง จัง ทำงานอยู่ตอนนี้รู้สึกมึนๆตึบๆ รู้อยู่2คำ คือ หนี้ กับ หนี้........
เอ่อ....ชั้นหนังสือของผมคงมีแต่การ์ตูนอะ....T_T กะพวกนิยายประโลมโลก เหอๆ คนละเผ่ากันเลย

#11 By omega on 2009-03-09 23:04

ช่วงนี้อ่านแต่หนังสือเลี้ยงลูก
ไม่รู้เรื่องการตลาดเลย
ขอผ่านดีกว่า sad smile

#12 By bakabo (~^) on 2009-03-10 08:39

=..=" ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเลยค่ะ ปกติจะอ่านอย่างน้อยก็เดือนละเล่ม เศรษฐกิจแย่แต่งานเยอะ (เงินก็น้อย)..บ่นอะไรเนี่ยะ

ปล.เดี๋ยวลองสมัครชั้นหนังสือดูค่ะ น่าสนใจ
ปล2. รักษาสุขภาพกายและใจด้วยนะ

#13 By WorSilly on 2009-03-10 09:52

ผมไม่ค่อยอ่านหนังสือครับ ถ้าอ่านจะเป็นพวกนิตยสาร sad smile

#14 By ตุ้ย since 2006 on 2009-03-10 11:45

น้องกล่อง เพิ่มความรู้่ให้ตัวเอง เป็นสิ่งที่ดีมากๆค่ะ ไม่ใช่สิ่งเสียหาย แต่การเข้าใจชีวิตของคนอื่นบ้าง หรือเอาใจเขามาใส่ใจเรา บางครั้งเราก็ควรทำเหมือนกันนะ ไม่ใช่ต้องการเอาชนะอยู่อย่างเดียว มันอาจจะทำให้ชีวิตเรามีความสุขขึ้นก็ได้นะคะ

#15 By Orm & Hai on 2009-03-10 11:55

เยอะไป ขี้เกียจอ่าน มีีคนสอนให้ทุกวัน ฮ่าๆๆๆๆ sad smile sad smile

เจ๊ปอนใจเย็น
ปล. พ่อรวยสอนลูกไม่ใช่ how to นะครับ มันเป็น know-how ถ้าอ่านดีๆ ไม่เห็นจะมีตรงไหนที่เรียกว่าสูตรสำเร็จเลย ? คิดว่าพ่อรวยมีโอกาสแต่แรกหรือครับ เกิดมาจน อายุเกือบ 50 แล้วต้องไปเป็นทหารเวียดนาม แล้วกลับมาเพื่อนเขารวยไปแล้ว ครอบครัวเขายังติดหนี้อีกเกือบแสนดอล .... ผมว่าคนเรามันต้องดิ้นรนเข้าหาโอกาสถต่อให้โอกาสไม่เท่ากันนะ

ก็อย่างที่บอก...อย่าตัดสินหนังสือที่หน้าปก

ปล. ความเห็นต่างจากมนุษย์กล่องนานๆครั้งคงไม่เป็นไรนะ double wink

ปล2. สวีทกันจริงคุณกล่องกับเจ๊ปอนอิๆๆๆๆ
ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือแบบนี้เท่าไหร่ครับ
ปกติอ่านแต่นิยาย 555

และการ์ตูนsad smile

big smile big smile big smile

#19 By V@R on 2009-03-10 14:28

โคตร พ่อมึงตาย นี่มีในหนังสือจริง ๆ เหรอครับ 555

ผมไม่ค่อยอ่านหนังสือการตลาด การบริหารเลยครับ ชอบพวกสารคดีมากกว่า แต่จะลองหาหนังสือที่ว่ามาอ่านดูนะครับ โดยเฉพาะหนังสือรวมโค้ด น่าสนมากครับ

#20 By เจ้าชายน้อย on 2009-03-10 15:08

เหะๆ หนังสือพวกการขายการตลาดก็สนุกดีนะครับ เคยอ่านบ้าง ทั้งที่อ่านจบและไม่จบ แต่รู้สึกว่าทำให้เรา"คิด"ไปตามเนื้อหาซะเยอะ( อ่านแล้วก็เลือดพลุ่งพล่านอยากรวยขึ้นมาเลย) แต่พอมาพิจารณาตัวเองก็ให้แอบปลงอยู่เนืองๆ555+
หนังสือของ Edward de Bono ก็สนุกนะครับ อ่านแล้วก็ได้มองโลกมุมใหม่ๆดี
ลองอ่านหนังสือ ของ มุกหอม วงษ์เทศ หรือ คำ ผกา บ้างสิครับ
เผื่อว่าจะมองอะไรได้ขำๆกว่านี้question

#21 By cool fire on 2009-03-10 19:51

ไม่ได้อ่านแนวนี้อ่ะ wink

#22 By K r a i on 2009-03-10 21:50

จะลองหามาอ่านดูบ้างนะคะ

ขอบคุณมนุษย์กล่องที่แนะนำหนังสือค่ะ confused smile

#23 By Lt.Craroy on 2009-03-11 19:49

มีชั้นหนังสือส่วนตัวที่บ้าน 3 ชั้นใหญ่เลยครับ

แต่ไร้สาระ ซะ 2 ตู้ครึ่ง ครับ 555+ open-mounthed smile
ปลื้มคุณกล่องเหมือนกัน
อ่านแต่เทกซ์บุ๊คที่ใช้เรียนก็หมดลมปราณละครับ