Sand(al)’s Chronicle
posted on 18 Nov 2008 20:38 by tarlomak in Gibberishไม่ได้เขียนเอ็นทรี่ล่อเป้าให้คนด่านานแล้ว วันนี้เลยอยากเขียนครับ
นานมาแล้วไปดูหนังญี่ปุ่นที่ HOUSE มาครับ เรื่อง Sand’s Chronicle ซึ่งเป็นหนังฉบับดราม่าญี่ปุ่นที่ดีมาก ภาพสวย พระเอกก็หล่อ (วี๊ดด) ดูแล้วทำให้รู้ว่า ของอะไรที่เป็นของๆเรา ต่อให้มันหายไปนานแค่ไหน มันก็จะกลับมาเป็นของเราในที่สุดครับ (ชิส์)
จบเรื่องหนังครับ วันนี้ไม่ได้ต้องการพูดเรื่องหนัง
วันนี้จะมาพูดถึงเรื่อง “ตีน” ครับ
ชีวิตผมจะขาดรสชาดถ้าไม่มีคนด่า วันไหนไม่เจอเจ้านายด่า ลูกค้าไม่คอมเพลน ซัพพลายเออร์ไม่ทวงหนี้ หรือลูกน้องนินทาแล้วไม่ได้ยิน จะนอนไม่หลับ
ใครที่อ่าน blog ผมมาตั้งแต่ช่วงแรก จะรู้ว่าผม “เคย” ทำงานห้างฯ ไม่ใช่ห้างขายทองในเยาวราชนะครับ แต่เป็นห้างสรรพสินค้าไฮโซ สร้างใหม่แทนพื้นที่เดิมคือ โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล อยู่ตรงข้ามสยามแสควร์ ใกล้สยามเซ็นเตอร์ (กรีดดด คงไม่มีใครไม่รู้นะครับว่าคือห้างอะไร ... พระเจ้าช่วย hint ซะขนาดนี้แล้ว)
เจ้าของห้างของผมมี vision ที่เด่นชัดมากคือมันต้อง luxurious and exquisite พนักงานทุกคนก็ฝันว่า ห้างฯต้องเป็นสถานที่ ที่สวยงาม เป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ น่าเข้าไปทำงาน น่าเดิน น่ามอง มองแล้วหลงไหล ลุกค้าก็มาจับจ่ายใช้สอย และบริษัทมั่นคง คงทนถาวร
แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามแผน
เมื่อเหล่า “กองทัพรองเท้าแตะ” (Sandal Regiment) บุกรุกห้างฯ อย่างล้นหลาม จนสื่อมวลชนลดอันดับห้างฯผม จาก High-End มาเป็น Middle-End
ผมขอสารภาพว่า ในตอนแรกๆเลย เราคิดจะมีกฏห้ามคนใส่รองเท้าแตะเข้าห้างฯ แต่แน่นอนถ้าทำแบบนั้นแล้วสังคมจะมองว่าเราเป็นคนชั่ว แบ่งแยกชนชั้น เรื่องจะไปกันใหญ่ เหล่าผู้บริหารจึงจำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แล้วใช้ กองทัพพี่ยาม (Ground Infantry) เป็นผู้แสกนคอย ”ดัก” ผู้แต่งตัวซกมก
ฟังดูอาจเป็นว่า ห้างฯ แบ่งแยกชนชั้น แต่ผมอยากให้มองอะไรลึกกว่านั้น
ถ้าผมถามคนทั่วๆไปว่า
“เอ่ออ... คุณครับ ทำไม คุณใส่รองเท้าแตะออกนอกบ้านครับ ?????”
Response ที่จะได้คือ
“มันใส่แล้วสบายดีเนาะ”
“ชั้นเป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้”
“ใส่รองเท้าแตะไม่ได้บ่งบอกว่า กรูจน ไร้รสนิยม ดูสินี่รองเท้าแตะกรู Benetton เชียวนะโว้ย”
“ชั้นใส่ของชั้นแบบนี้แหละ จะทำไม”
“เอ๊ะ ได้ยินมาล่าสุด ว่าเราเป็นโลกเสรี ชั้นจะทำอะไรก็ได้”
“มันเป็นสิทธิส่วนบุคคล กรูจะใส่อะไรก็เรื่องของกูโว้ย”
“ไม่ใช่เรื่องของมึง”
ผมเห็นด้วยครับ
ผมยอมรับว่าการใส่รองเท้าแตะมันโคตรสบายตีน สะดวกดีด้วย ราคาก็ถูก ตอนทำงานก็ใส่รองเท้าหนังมา 6 วันแล้ว วันอาทิตย์ไม่อยากใส่อีก อยากสบายๆบ้าง จริงๆผมเองก็เป็นคนชอบสบาย ชอบอะไรง่ายๆ รองเท้าหนังใส่แล้วต้องมาขัด รองเท้าผ้าใบใส่แล้วก้เปื้อนง่าย แถมต้องใส่ถุงเท้าอีก ผมก็อยากใส่รองเท้าแตะออกไปเที่ยวห้างเหมือนกัน
แต่เรากำลังมองในมุมที่เราเป็น “ลูกค้า” “ลูกค้าที่เป็นพระเจ้า” เท่านั้นหรือ
เรามองมุมที่เราเอาตัวเองเป็นหลักเท่านั้นหรือ
ผมอยากให้เรามองอีกมุมครับ
ห้างฯลงทุนเบื้องต้น 5 หมื่นล้าน ค่าไฟปีนึงตกอีกหลายพันล้าน เงินเดือนพนักงานอีกเป็นพันล้าน
แล้วคุณคิดว่า คนที่ใส่รองเท้าแตะ ซื้อของในห้างแต่ละครั้งกี่บาทครับ
แล้วในแต่ละครั้งนั้นห้างจะกำไรกี่บาท
บางคนอาจจะบอกว่า ถึงจะซื้อน้อยแต่คนเยอะๆเป็นแสน มันก็เยอะนะ (หึหึ เยอะจริงรึ??)
ส่วนคนที่เราเห็นว่าแต่งตัวดี หรูหรา ไฮโซดูดีมีชาติตระกูล มีสติ้กเกอร์ Valet parking มีบัตร Platinum Club
คนกลุ่มนี้เค้ามาห้างที่ซื้อของหลายหมื่นบาท หรือเป็นแสน และส่วนใหญ่ปีนึงรวมๆแล้วซื้อของเป็นหลักล้านครับ
แน่นอนลูกค้ากลุ่มแต่งตัวดี ย่อมได้รับการต้อนรับจากห้างฯ
(อ้าว ทำไมเป็นเยี่ยงนั้น)
มันไม่ใช่เรื่องของ “เงิน” ครับ ที่ทำให้ห้างฯ ไม่อยากต้อนรับ คนใส่รองเท้าแตะ แต่งตัวห่วยๆเข้าห้างฯ
มันเป็นเรื่องของ “การให้เกียรติสถานที่” ต่างหาก
สมมุติเราไปงานศพพ่อ-แม่ของเจ้านายเรา ทำไมเราไม่ใส่เสื้อยืดสีแดง รองเท้าแตะไปงานศพครับ
ทำไมเราไม่ใส่เสื้อขาว-ดำทั้งชุด ไปเยี่ยมลูกเจ้านายของเราที่เพิ่งเกิดที่โรงพยาบาล
หรือใส่เสื้อดำ ลากแตะ+กางเกงขาสั้น ไปงานแต่งงานที่โอเร็นเต็ล
หรือใส่หมวก และแว่นดำเข้าไปใน Church
หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง นั่งกระดิกตีนไปด้วย ขณะคุยกับประธานบริษัทฯ
หรือคุยโทรศัพท์ในโรงหนัง
เพราะมันเป็นเรื่องของการให้เกียรติสถานที่และบุคคลอื่นๆในที่สาธารณครับ
การใส่รองเท้าแตะ เป็นการไม่ให้เกียรติอย่างนึง ต่อสถานที่และบุคคลเช่นกัน
ผมไม่รู้ว่า พวกคนที่ชอบพูดว่า “ผมจะใส่รองเท้าแตะมาห้าง ใครจะทำไม กรุไม่แคร์ กรูไม่สน กรูจะแต่งแบบนี้”
เวลาคนเหล่านี้ไปงานศพผู้ใหญ่ในบริษัท ไปงานแต่งงาน มันลากรองเท้าแตะไปมั๊ย
หรือมันเก่งแต่ปาก
เนื่องจากโคตรเหง้าครอบครัวผม มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ เสื่อผืนหมอนใบจริงๆครับ จนมากๆ
สิ่งที่ผมได้รับการสั่งสอน จากปู่ ย่า ตา ยาย มาโดยตลอดตั้งแต่เด็กคือ
“อย่าใส่รองเท้าแตะออกนอกบ้าน” “อย่าใส่เสื้อผ้าขาดๆให้คนดูหมิ่น” ไปไหนคนจะได้นับถือ
ผมว่าถ้าเราให้เกียรติคนอื่นมากเท่าไร เราก็จะได้รับเกียรติกลับมามากเช่นกันครับ
ผมไม่คิดว่า การ express ตัวเราออกมาในรูปแบบที่ “เป็นตัวของตัวเองมากจนเกินไป” หรือ “สบายจนเกินไป”
เช่นการใส่รองเท้าแตะมาห้าง ฯลฯ เป็นสิ่งที่พึงกระทำ
คือมันก็ทำได้ เพราะเรามีสิทธิ์ตามกฏหมาย แต่
มันจำเป็นหรือที่เราต้องแต่งตัวแบบ “สบายฉิบ” แบบนั้น เพื่อจะ communicate ให้คนอื่นๆทั่วไปรู้ ว่านี่แหละคือตัวของเรา คนที่สมถะ ไม่ยึดติดกับวัตถุ คนที่มีความเป็นตัวของคนเองสูง
ผมว่ามันไม่จำเป็นเลย
ผมไม่คิดว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องแต่งตัวต่ำต้อยเพื่อให้คนอื่นมองว่าเราเป็นคนดี ในบางครั้ง มันดูน่าสมเพชด้วยซ้ำไป แถมเป็นการดูถูกตัวเองอีกต่างหาก
ผมเห็นพวกแอร์(และสจ๊วต) พวกพริตตี้ แต่งหน้าหนาเตอะ แต่งตัวโคตรเนี๊ยบ
ผมเห็นเหล่าอีหนู ฝูงเมียน้อยที่เห็นได้ตามอพาร์ทเม้นท์ แต่งตัวโคตรเชี่ยดี โบ๊ะหน้าจนขาวว่อก เขียนคิ้วเหมือนจะไปเล่นงิ้ว ใส่เสื้อรัดจนนมปลิ้น กินข้าวแทบไม่ได้
ทั้งนี้เพราะเค้าให้เกียรติลูกค้า ให้เกียรตินายจ้าง ให้เกียรติสามี ที่อุตส่าห์ควักเงินมาซื้อบ้าน ผ่อนรถ BMW ให้ฟรี แถมหนีเมียหลวงและลูกที่บ้านมาอีกต่างหาก
จริงๆแล้วผมนับถือคนเหล่านี้มากครับ การแต่งตัว แต่งหน้า ให้เนี๊ยบตลอดเวลามันไม่ใช่เรื่องง่าย มันน่ารำคาญ และใช้ความพยาม + วินัยสูงซะด้วยซ้ำ
แต่คนพวกนี้เค้ารู้จักการให้เกียรติครับ
เคยได้ยินคำพูดที่ว่า “Give Honor To Whom Honor Is Due” มั๊ยครับ
ทุกคน ทุกสถานที่มีเกียรติทั้งนั้น เราก็ควรทำตัวให้มีเกียรติ ให้เหมาะสมกับที่เค้าสมควรได้รับ
ดังนั้น
เราอย่าลากแตะ ใส่กางเกงขาก๊วยไปห้างเลยครับ ให้เกียรติสถานที่บ้าง
(ยกเว้นไปโลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์ ซึ่งไร้รสนิยมและคุณภาพด้านการบริการลูกค้าอยู่แล้ว)
ขออนุญาตแปะเพลงจากหนังเรื่อง Sand’s Chronicle ครับ (เพลงเริ่ดมาก)
ร้องโดย Ikimono Gakari ชื่อเพลง Kaeritaku Natta yo
ปล. ช่วงนี้ยุ่งมาก ไม่ได้ไปอ่าน blog ของทุกคนเลย เพราะต้องเคีลยร์งานทุกอย่างที่บ้าน และต้องเตรียมตัว กลับไปเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกครั้งครับ ซึ่งจะเริ่มงาน 1 ธ.ค. นี้แล้ว หลังจากห่างหายชีวิตลูกจ้างไปนาน
ปล2. ประมูลของได้จากคุณเจ้าชายน้อย ดีใจมาก คู่แล้วไม่แคล้วกันก็แบบนี้แล
ปล3. เชิญแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่นะครับ

)

#1 By ปอนปอน on 2008-11-18 21:04