คืนสยิวกับสาวพม่า

posted on 22 Oct 2008 16:27 by tarlomak in Life


ผมจำได้ว่าตลอดปีกว่าๆที่ Exteen ผมไม่เคยเขียนเรื่อง “บนเตียง” เลย  (อะหุอะหุ)


เอ๊ะ หรือมีแล้วจำไม่ได้หว่า ..... ช่วงนี้ยิ่งเป็น ‘โรคเอาไม่เลิก’ ด้วย เอ๊ยยย ‘โรคอัลไซเมอร์’ 


เมื่อสัก 8 ปีที่แล้วได้ครับ สมัยมยังทำงานโรงงานแห่งหนึ่ง  บริษัทได้ไปออกงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในพม่าครับ ซึ่งสมัยนั้น ปีนึงจะมีครั้งนึง เพราะการเมืองพม่าเป็นอะไรที่ไม่นิ่ง ไม่มีความมั่นคงครับ มีแต่รัฐบาลหุ่นเชิด แล้วก็จ้างคนมาประท้วง แล้วก็ยิงระเบิดแก๊สน้ำตาใส่คนมือเปล่า (เฮ้ย ทำไม คุ้นๆเหมือนประเทศไหนน้า...)


บริษัทที่ผมทำอยู่ ถึงจะรวยมาก แต่โรงแรมที่พม่า ณ เวลานั้นมีสูงสุดน่าจะประมาณ 3 ดาวครึ่ง ไอ้โรงแรมระดับ Five Star แบบว่ามีทั้ง doorman + concierge  หรือในห้องน้ำมีเครื่องทำน้ำอุ่นเนี่ย ไม่มีครับ


แค่ถ้าคุณได้ไปโรงแรมไหนที่มีทั้งตู้เซฟ ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า และแอร์ ในห้องเดียวกันได้ นั่นคือคุณได้สุดยอดของโรงแรมในพม่าแล้วล่ะ


ด้วยความขี้งกของบริษัทที่เจ้าของเป็นญี่ปุ่น มันเลือกห้องพักอ๊อปชั่น “เตียงเสริม” เพื่อให้ห้องนึงนอนได้ 3 คน โดยมี staff ไปทั้งสิ้น 6 ชีวิตครับ (เท่ากับจ่ายค่าห้อง 2 ห้อง + เตียงเสริม 2 เตียง ซึ่งคำนวณแล้วว่าถุกกว่าค่าห้อง 3 ห้อง) โดยระยะเวลาออกงานทั้งหมดคือ 7 วัน 6 คืน

ในห้องของผม เป็นชายล้วน วัยกลัดมันด้วยกันทั้งหมด มี 3 คน ดังนี้


1. พี่เดช  อายุ 28  สูง 178 หน้าตาดี(แถมล่ำ) เป็นคนโคราช นิสัยนิ่งๆ เงียบๆ แต่ยิงมุขทีไรกระจาย ตัวหอมตลอดเวลา ผมทรงสกินเฮด มีเขี้ยวเสน่ห์เห็นแล้วอยากวิ่งเข้าไปถอดเสื้อผ้ามันให้หมด

 


2. มนุษย์กล่อง หล่อที่สุด อายุ 22 สูง 170 หนัก(ณ เวลานั้น 70 ก.ก. ก่อนจะเพิ่มเป็น 87 ก.ก. ในเวลาต่อมาไม่นาน) ชอบสีเขียวเป็นที่สุด

 


 
3. พี่โอ๊ว  หล่อปานกลาง อายุ 26 สูง 185 หนักประมาณ 95 (เป็นคนอ้วนแต่หล่อ)  อดีตกิ๊ก   เป็นคนเยาวราชแท้ๆ หน้าตี๋ๆ ทรงผมมาตรฐานลูกเจ๊ก แต่แต่งงานแล้ว เป็นคนฮาขี้แตกขี้แตน นิสัยดีมาก ใช้ให้กินของเหลือๆก็กิน เพื่อนวานให้ช่วยอะไรก็ทำให้เต็มที่
 

เนื่องจากผมเป็นคนกลัวผีอย่างแรง เลยขอนอนตรงกลางดังภาพ ได้นอนใกล้ๆพี่เดชด้วย เป็นสุขอย่างยิ่ง ส่วนพี่โอ๊ว นอนกรน ให้มันไปนอนไกลๆตีนครับ


(นี่คือภาพ ณ เวลา 23.00 น. ทุกคนนอนคุยกันอย่างสนุกสนาน พี่เดชนอนติดกำแพง ผมตรงกลางชอบโดนแซนวิชครับ พี่โอ๊วอยู่แถวๆตีน)


แต่แล้ว บางสิ่งก็เกิดขึ้นครับ ช่วงเวลา ตี 3 เห็นจะได้ ทุกคนนอนหลับหมดแล้ว
ผมเป็นคนที่นอนหงายตรงๆ นิ่งๆ เหมือนนอนในโลงศพแบบนั้นอ่ะครับ แล้วอยู่ดีๆ


โอ้วแม่เจ้า !!!!!!  ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ


ผมรู้สึกว่าตัวผมเลื่อนได้ แบบว่าเจอกระชากอย่างแรง จนผมตกเตียงครับ ดัง "ปั๊ก"


กรี๊ดครับ กรี๊ดดด....  สสารเคลื่อนตัวได้เองในแนวราบ


หลังจากมึนงงเล็กน้อย ผมก็มารู้ตัวว่าผมตกเตียงที่ปลายเตียงครับ ไม่ใช่ ข้างๆเตียงแบบที่ควรจะเป็น
ดูภาพครับ

 

ณ บัดนั้นผมรู้ได้ทันทีว่า “กรูเจอผีหลอก” เข้าให้แล้ว


ไม่สิ “กรูเจอผีเล่นเสียวจนตกเตียง” (โอ้วววว โนวว)


ผมรำพึงรำพันในใจต่อ


“กรูเป็นตุ๊ดน้า อยากเสียวไปเตียงอื่น เตียงนึงมีลุกเมียแล้ว
อีกเตียงพร้อมสังวาสได้ทุกเมื่อ มาทำกรูเสียวทำมายยยอ่ะ
เป็นตุ๊ดผิดตรงหนายยย แค่นี้ก็บัดซบอยู่แล้วน้า
 leave ตุ๊ด alone pleaseee (เริ่มนึกได้ อยู่เมืองนอกต้องพูดภาษาอังกฤษกับผีนะจ๊ะ) ”

 

วันรุ่งขึ้น ตื่นมาก็ BF (Bitch Fit) สุดฤทธิ์ใส่พนักงานโรงแรม ว่าห้องว่างเยอะแยะแม่ง มึงเอาห้องผีสิงมาให้ทำม้ายยยยย  พนักงานมันบอกว่า ห้องใหญ่ขนาดจุได้ 3 เตียงเต็มหมดแล้ว  จะมีห้องว่าง ต้องคืนพรุ่งนี้แน่ะ
สรุปชายวัยกลัดมันสามคน ต้องนอนห้องผีสิงอีก 1 คืน

 

หลังจากการถกเครียดหลังเลิกงานแสดงสินค้าแล้ว ตกดึก พวกเราสามคนตกลงกันไม่นอนเตียงแล้ว เพราะมันว้าเหว่เกิน เลยคิดจะมานอนพื้นแทน ดังภาพ

(นอนจับมือกันด้วยนะ แบบว่ารักกันสุดชีวิต ถ้าอีกคนเป็นอะไรไป อีก 2 คนก็จะรุ้ตัว ช่วยเหลือได้ทัน)
 


คืนที่สองนี้ผมขอนอนติดกำแพง อย่างน้อยถ้าผีมาเล่นเสียวกับผมอีก มันก็ต้องผ่าน อี 2 คน ข้างๆก่อน  แล้วผมจะได้ระวังเพียงฝั่งซ้ายเพียงฝั่งเดียว  พี่โอ๊วน่ารักอีกแล้ว ยอมนอนริม มันบอกว่า มันตัวหนักที่สุด ผีน่ะ ไม่น่าจะมีแรงลากคนอ้วนๆแบบมันได้ นี่ลากกับพื้นด้วยนะ ถ้าเอาน้ำหนักคูณแรง G จะเท่ากับแรงต้าน ซึ่งมันเยอะอยู่นะ


ปรากฏว่า เวลาประมาณเดิม ตี 3 นิดๆ (ต้องทำวิจัยนะฮะ ว่าทำไมผีต้องปรากฏตัวเวลานี้)

.

.

.


ผมตื่นขึ้นมาครับเพราะได้ยินเสียงอะไรแปลก “ซ่วบๆ แจ๊บๆ”  เสียงเหมือนมีหนุ่มกลัดมันกำลังนอนชักว่าวครับ


ปรากฏว่ามองไปมาหา "ต้นตอ"   แต่ไม่เจอครับ 

แต่ กรี๊ดดดดด.... พี่โอ๊วของผมหายไปอย่างไร้ร่องรอยครับ


กรี๊ดดดดดดด ......  ผี kidnapped อดีตกิ๊กกรู


ผมเลยปลุกพี่เดชขึ้นมาด้วย เพื่อทำการค้นหา ”ศพใต้เตียง” หรือ”ศพในตู้” หรือในส้วมก้แล้วแต่
ปรากฏว่า
 
(นี่คือภาพก่อนผมตื่นขึ้นมา)

 

 


พี่โอ๊ว เจอผีชอบเล่นเสียว ลากไปอยู่สุดปลายเตียงโน่นแน่ะครับ 

พี่เค้านอนน้ำตาซึม กระซิกๆอยู่คนเดียว


ผมวิ่งไปเปิดไฟ ตอนนั้นขำก็ขำ กลัวก้กลัว แต่ก็อดขำไม่ได้ ผม wonder มากว่าทำไมพี่เค้าได้นอนนิ่งๆอยู่ตรงนั้น แทนที่จะลุกขึ้นมาโวยวายหรือเรียกคนอื่นมาช่วย


ผมว่าพี่เค้าช๊อค เค้าไม่นึกว่าผีจะเล่นสยิวกับเค้าด้วย


วันรุ่งขึ้น เราย้ายไปห้องใหม่ที่ว่างทันทีครับ โดยมาทราบจากแม่บ้านทีหลัง  ชีบอกว่าห้องนั้น มีหญิงสาวเจอลวงมาฆ่าตัดศีรษะตายเมื่อปีที่แล้ว


จบ

.

.

มีคนเคยบอกว่า ผีไม่มีจริง คนเราแค่กลัวความมืด กลัวสิ่งที่มองไม่เห็น เลยคิดไปเองว่ามีผี


ถ้าเกิดมีคนมาพูดกับผมแบบนี้ ผมจะโดดเอาเจี๊ยวแทงทะลุตาแม่งให้บอดเลย แล้วจะดูว่ามันกลัวความมืดมั๊ย
อีเห็ดฟางเอ๊ยยย


หรือถ้าเสือกมีหลวงพี่เท่ง เดินมาเทศน์บอกว่าผีไม่มีอยู่จริง ใจเราไม่นิ่ง เลยเพ้อเจ้อไปตามอารมณ์ คิดไปเองทั้งนั้น ผมจะคว้าเอาบาตรพระมาป๊อกหัวมัน แล้วเอาเทียนเผาจีวรให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยครับ

ผีมีอยู่จริงครับ เพราะผมเจอมาก