life as a couple

posted on 12 Jun 2008 17:43 by tarlomak  in Gibberish


Hello Lover!!
(ใครไม่เก็ทมุขนี้แสดงว่าที่บ้านไม่มี HBO)


ช่วงนี้มีอะไรบางอย่างทำให้ผมคิดถึงการใช้ชีวิตคู่ครับ  คือเพื่อนที่สนิทที่สุดในชีวิตมันเพิ่งแต่งงานครับ


ผมเองมีเพื่อนสนิทไม่เยอะ แต่เพื่อนที่รักกันมากอยู่ 4 คน แล้วพวกมันเป็นตุ๊ดล้วนๆครับ (กรี๊ดดด)
มาดูกันเถอะว่าเพื่อนตุ๊ดผมเป็นไงบ้าง


ตุ๊ดหนึ่ง
เคยเขียนถึงไปแล้ว ในเอ็นทรี่ e=mc²   มันเป็นคนที่ไม่เอาใคร แล้วหาคนที่ follow ความคิดมันได้นั้นยากมากๆ  มันบ้างานเหมือนผม เป็นเกจิของเหล่า blogger ไทย มันมีเว็บไซต์แสดง portfolio และโดเมนเนมเป็นของตัวเอง มีบล๊อคดีไซน์สวยเฉียบของตัวเองเมื่อเกือบทศวรรษที่แล้ว เพื่อนคนนี้มัน ไม่แต่งงานกับมนุษย์แน่นอน คาดว่าวันนึงมันคงถอดชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ออกมาใช้ในกามกิจ


ตุ๊ดสอง
รักมากๆ นั่งเรียนติดกันด้วยกันตอน ม.3- ม.4  นิสัยดีมาก หน้าตาดีที่สุดในกลุ่มตุ๊ดสายวิทย์  เรียนเก่งโคตรๆ ย้ายมาจาก ยอแซฟฯ เพื่อนคนนี้ไปเรียนต่ออเมริกา พบคนรักที่เป็น soulmate อยู่ด้วยกันที่อเมริกาไปแล้ว ทิ้งเพื่อนทุกคนไว้เบื้องหลัง and never return  (กรี๊ดด อิจฉา อยากได้แฟนอินเตอร์)


ตุ๊ดสาม
เจอกันตอน ป. 5  เรียนไม่เก่ง แต่มีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงอย่างเหลือเชื่อ ปัจจุบันเป็นครูสอนร้องเพลงที่ดังมาก (แต่ไม่มีคนรู้จัก) เพราะไม่เปิดเผยตัวเอาหน้าเหมือนเหล่ากรรมการห่วยๆใน  AF  ลูกศิษย์ของเพื่อนผมคนนี้ ได้แชมป์ เดอะสตาร์มาแล้ว 1 คน เป็นรองๆแชมป์อีกหลายคน   มันทำงานอาทิตย์ละ 7 วัน  มีงานอดิเรกดีไซน์เครื่องเพชรขายให้เหล่าไฮโซ มีเงินเก็บเกือบสิบล้านก่อนอายุ 30 ด้วยซ้ำ   หลังจาก phenomenon อกหักรักคุด ตุ๊ดไม่รัก ขั้นร้ายแรงเมื่อปี 2549  มันก็ประกาศว่าจะอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต (แต่ผมเห็นมันเดินควงแฟนที่พารากอน กำลังจ่ายตังค์อยู่ในร้าน Hermes   กรี๊ดด อีนี่โกหกกรู)


ตุ๊ดสี่
เป็นคนที่สนิทมากที่สุดในบรรดา 4 คน  เพราะเรียนห้องเดียวกันตลอด ตั้งแต่ ป.5 ยัน ม.4   มันเป็น 1 ใน 4 คนในโรงเรียน ที่เรียนได้เกรดสี่ ทุกวิชา ตั้งแต่ ป.1 ยัน ม.3  มันสามารถ ฟัง พูด อ่าน เขียน ได้ 7 ภาษา  บ้านก็รวยโคตรๆ  มันขับรถ Aston Martin V8 Vantage N400  ราคานำเข้ามาเองเกือบๆ  30 ล้าน   เพื่อนคนนี้คุยกับผมได้ทุกเรื่อง มันชอบร้องเพลงมาก เคยประกวดร้องเพลงสยามกลการได้รองแชมป์ แต่ว่าชีวิตมันลอยๆอยู่ในความฝัน ไม่รับรู้เรื่องโลกภายนอกเลย  ไม่ต้องทำงาน กินข้าวนอกบ้านทุกมื้อ  ชอบเที่ยวรอบโลก  แล้วก็ เอ่ออ......
 “มันเพิ่งแต่งงานกับหญิงแท้ๆครับ”  (กรี๊ดดด)

ก็หลังจากไปงานแต่งงานของเพื่อนสนิทที่สุดของผมไม่กี่วัน
ณ วันนึงขณะที่ผมนั่งอุจจาระอยู่ ผมก็คิดได้ว่า ชีวิตผมและเพื่อนเหมือนในหนังเรื่อง sex and the city อยู่มากมาย
 


ไม่ต้องบอกก้รู้ว่า มนุษย์กล่องเหมือน  Carrie Bradshaw ที่สุด  กรี๊ดดด 
(คนอ่าน ห้ามอ้วก  )
(อ้อ ไอ้เต่า ห้ามเม้นท์ว่ากรูเหมือน Samantha ด้วยนะมึง)


มีอยู่  episode หนึ่งในมหากาพย์ซีรี่ส์  Sex and The City
เป็นเรื่องราวของเพื่อนนางเอกคนนึงที่เป็นเกย์ แต่สุดท้ายไปแต่งงานกับผู้หญิงแท้ๆคนนึง  มีประโยคนึงที่ตัวเจ้าสาวบอกกับนางเอกว่า สาเหตุที่เธอแต่งงานกับเกย์คนนี้ เพราะว่า “He makes me laugh” (เขาทำให้ชั้นหัวเราะได้).


 เพื่อนตุ๊ดผมก็เช่นกัน  มันก็ยังคงยืนยันเสียงแข็งว่า มัน “prefer Penis over Vagina”   แต่ที่มันแต่งงานเพราะผู้หญิงคนนี้เข้าใจในตัวตนของมันและที่สำคัญมันบอกว่า “ผู้หญิงคนนี้ทำให้เราหัวเราะได้ตลอดเวลา “ แล้วมันขอเลือกคนที่ทำให้มันมีความสุขด้วยเสียงหัวเราะ ไปตลอดชีวิตดีกว่า


ผมเชื่อแล้วว่า “ความรักอย่างเดียว มันไม่พอ” จริงๆครับ เหมือนเพลง “Sometimes love just ain’t enough” ของ Patty Smyth  คนสองคนโคตรรักกัน ยังไปกันไม่รอดเลย  หรือคนอีกคนนึงโคตรรักอีกคนนึง ก้ยังทำให้เค้ามารักเราไม่ได้ครับ  แสดงว่าคนเรา ไม่ได้ต้องการความรักมากเท่าใดหรอก  แต่ต้องการอย่างอื่น มากกว่า ซึ่งผมเคยเขียนถึงมุมมองเรื่องความรักไปแล้วในเอ็นทรี่  “หลง”+”รัก”

ผมเขียนไว้คร่าวๆว่า “คนเรารักกัน อยู่ด้วยกัน มันอยู่ที่ความอยากได้ หรือผลประโยชน์ที่เราต้องการจากอีกฝ่ายมากกว่า  ”


ผมเลยคิดได้ว่า
When love is never enough (ทั้งๆที่มันน่าจะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่ผูกคนสองคนเข้าด้วยกัน) 
When love is never logical
When love does cause us pain (eventually)


งั้นอะไรล่ะ ที่ทำให้เราตัดสินใจมีชีวิตคู่ ???


( คำตอบที่แว่บขึ้นมาในหัวคือ “ความเหงา” 

มนุษย์อยู่คนเดียวบนโลกไม่ได้นี่เอง

แล้วไม่มีใครอยากอยู่คนเดียว ในโลกที่โหดร้ายใบนี้)

ปล. นี่คือภาพเพื่อนรักและสนิทที่สุดของผมครับ

(คนขวานะครับที่ไว้ทรงผมเจ๊มาดอนน่า ย้อมสีทอง ส่วนคนซ้ายคือเมียมันเป็นคนต่างชาติ พูดได้แต่ภาษาสเปญดูนมของเธอสิ )

ถ้าเป็นตุ๊ดสาว แล้วได้เมียสวยแบบนี้ ผมก็ยอมครับ  (กรี๊ดดดด กรูอยากเป็นตุ๊ดสสสสส์)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สุดยอด เพื่อนคุณพี่มีเมียสวยเอ็กซ์มาก

แต่งงานเลยค่ะคุณพี่ แล้วน้องจะไปร้องเพลงอวยพรงานแต่งให้ (จริง ๆ นะ)
กรี๊ด เอาจริงนะครับ
คิดค่าตัวเท่าไรอ่ะ
ช่วงนี้ยุคประหยัด แต่ไม่ลดคุรภาพนะครับ
รบกวนแต่งเพลงให้ด้วย

#2 By มนุษย์กล่อง on 2008-06-12 18:10

ผู้หญิงคนนี้ทำให้เราหัวเราะได้ตลอดเวลา “ แล้วมันขอเลือกคนที่ทำให้มันมีความสุขด้วยเสียงหัวเราะ ไปตลอดชีวิตดีกว่า"

ชอบประโยคนี้จัง อยากให้เพื่อนมาลองอ่าน เผื่อว่ามันจะคิดได้มากกว่าคำว่า "หน้าที่" big smile
อ่านมาทั้งหมด ผมอิจฉาคนมี Aston Martin มากกว่ามีเมียสวยครับ 55

แต่ก็จริงครับ บางครั้ง ความรักอย่างเดียว ไม่พอจริงๆ

#4 By @ri on 2008-06-12 18:22

แพะจ้าววว
สาวสเปนด้วยยยย!!

เรื่องงี้คงมีหลายเหตุผล
เอาว่าเป็นเรื่องของใจก็แล้วกัน

ขอให้รักกันนานๆ

#5 By d ii z e m b e r* on 2008-06-12 18:29

นั่นสินะครับ... คงจะเป็นความเหงามากกว่าที่ทำให้คนเราเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่อยู่เหนือความชอบ

> ,,, <

#6 By VEILCHEN on 2008-06-12 19:01

จะแต่งเมื่อไร ก็บอกน้องล่วงหน้าสัก 1 เดือนนะคะ น้องจะทำเพลงให้ น้องไม่คิดตังค์ค่ะ น้องยินดี จะไปร้องให้ฟรี (ขอกินเลี้ยงด้วยนะ น้องชอบกิน + ไม่มีซองให้คุณพี่ด้วย เพราะว่าน้องจน แต่ยินดีมอบของขวัญแทนใจ)
big smile
ได้อย่างงี้สักคน แหยมยอมตายยยยย

#8 By รีคอนดำ on 2008-06-12 19:18

จริงด้วย ที่ว่าความเหงาทำให้คนตัดสินใจมีชีวิตคู่


big smile

#9 By Jasmine✿Lala~ on 2008-06-12 19:31

เห็นรูปแล้วผมก้อยากเป็นตุดส์ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
แล้วเจ้าสาวเขามีเหตุผลยังไงที่แต่งกับตุ๊ดอะครับ อยากรู้จัง surprised smile
ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะรักได้สินะครับ

แต่ความรักคือะไรกันแน่

สับสน สับสน

#11 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-06-12 19:59

“ความรักอย่างเดียว มันไม่พอ”....คำนี้โดนจริงๆค่ะbig smile big smile big smile Hot!

#12 By (^_^)/nana on 2008-06-12 20:01

พูดถึงนมของแฟนเพื่อนมันจะดีเหรอคะ

ความรักอย่างเดียว มันไม่พอจริงๆค่ะ เห็นด้วยมากๆ
คนมีคู่ มีคนรักแล้วจะเข้าใจ

#13 By eeddy(อี๊ด) on 2008-06-12 20:12

อ่านเรื่องเพื่อนคนแรกของคุณมนุษย์กล่องในเอนทรี่e=mc² แล้วนึกถึุงเพื่อนเราเลยค่ะ

คุณเธอน่ะเหมือนเพื่อนคุณกล่องทุกอย่่างเลย ยกเว้นเรื่องความมีน้ำใจ หรือทำเพื่อเพื่อน
มันทั้งไม่เอาใคร ชอบเอาเปรียบ เซลฟ์จัด มองเห็นแต่ตัวเอง อีโก้มากมายมหาศาล ชอบใช้งานเราเยี่ยงทาส มองคนอื่นโดยกาัรก้มลงมาเสมอ ชอบหักหน้าคนอื่น

แต่ในอีกนัยหนึ่งมันก็คือเพื่อนแท้ มันรักเรา(ถึงจะไม่มากเท่าที่มันรักตัวมันเอง) มันยอมมองข้ามนิสัยเสียบางอย่างของเรา มันเป็นเพื่อนคนแรกๆของเรา มันอยู่กับเราในตอนที่เราไม่มีเพื่อนเลยสักคน

เราอยู่กับมันอย่างนี้มา 8 ปีโดยไม่รู้สึกรู้สาหรือเดือดเนื้อร้อนใจอะไร เพราะเราเป็นคนไม่มีเพื่อน จนกระทั่งเข้า ม.ปลาย เพื่อนคนอื่นๆก็แสดงทีท่าว่าไม่ชอบขี้หน้ามันอย่างหนัก คงเป็นเพราะเพราะนิสัยชอบแต่งเรื่องโม้ ชอบพูดโกหก และอื่นๆ ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นก็คงจะเหม็นหน้ามันอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งเดือน ซึ่งเราก็ประหลาดใจว่าทำไมเราทนมาได้ตั้งนาน จะพูดว่ามันเปลี่ยนไป มันก็ไม่ใช่ เพราะพอมองย้อนกลับไปดีๆ ก็จะพบว่ามันเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร

ปัญหามันเลยเถิดไปขนาดที่ว่า เวลาเราอยู่กับมันจะไม่มีใครเข้ามาพูดกับเราเลย หรือถ้าเดินไปไหนมาไหนกับมัน คนอื่นก็จะเดินหนี จนเราอยู่กันเดียวนั่นล่ะ ชีวิตสังคมแบบปกติถึงจะกลับมา

ช่วงสองปีสุดท้ายของม.ปลายเป็นช่วงที่ซัฟเฟอร์มากๆเพราะไอ้เหตุการณ์ที่ว่ามันชักจะหนักขึ้นเรื่อยๆ และมันก็เกาะติดเรามากขึ้นเรื่อยๆ

เราเองก็รู้สึกว่า มันไม่ถูกที่จะมาเป็นทาสมันตลอดไปแบบนี้ ไม่ถูกที่จะยอมให้มันดูถูก หรือหักหน้าเราบ่อยๆ

ตอนนี้เราเลยแทบจะเลิกติดต่อกับคุณเธอไป ด้วยความจงใจ

ตั้งแต่จบม.ปลายมา เราไม่เคยโทรหามันเลยจนกระทั่งบัดนี้ ซึ่งก็น่าแปลกที่มันโทรมาหาเราแค่ครั้งเดียวตอนที่ผลแอดมิชชั่นออก

เีราทำถูกรึเปล่า...?

เราแค่คิดว่า มันคงไม่ตายหรอกถ้าไม่มีเรา อย่างน้อยก็ให้มันได้ลดอีโก้+ความเห็นแก่ตัวลงมาบ้าง หลังจากออกไปเผชิญชีวิตมหาลัย

เราทำถูกรึเปล่า...?

เราเป็นห่วงมันเสมอ แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะเราได้ทำทุกอย่างที่เราทำได้แล้ว

เหลือแค่อย่างสุดท้ายแล้ว

คือ ปล่อยมันไป



#14 By Jasmine✿Lala~ on 2008-06-12 20:12

โหเนี่ยเพื่อนเฮียเหรอ cry

สาวข้างๆ น่ารักเน้อ

แล้วตาเฮียละ....open-mounthed smile คงไม่นานละมัง....5555+++

#15 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-06-12 21:03

...

อิอิ

รอค่ะ รอวันคุณกล่องแต่งงาน

แต่ว่า ... "รัก" ก่อนนะคะ

อย่ามัวแต่เหงา ...


big smile big smile big smile

#16 By กะจิ๋วหลิว on 2008-06-12 21:44

ที่บอกว่าชีวิตเหมือนในหนังเรื่อง
sex and the city

แล้วตกลงเป็น sex หรือ city ล่ะครับ
อิอิ
สงสัยจะเป็นอย่างหลังbig smile
อุ๊ย... ยังมีเพื่อนกับเค้าด้วยนะครับconfused smile

แข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนาน่ะมันไม่ได้หรอกนะ แต่มั่นใจแล้วหรอครับว่าการแต่งงานคือทางเลือกที่เหมาะสม แล้วการอยู่กับใครสักคนหนึ่งแบบคู่ผัวตัวเมียเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ บางครั้งเราก็ไม่มีศักยภาพพอที่จะทำให้การตัดสินใจเพียงชั่วขณะยืดยาวไปได้นะครับ ความรักและความต้องการบางอย่างมันไม่เพียงพอหรอกครับ ดูเหมือนว่ามันจะสั้นเกินไป

เพราะเมื่อใดก็ตามที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ ก็ต้องเลิกรากันไป มันไม่ใช่หนทางที่ยั่งยืนเลยนะครับ ถ้าคบกันบนผลประโยชน์ที่จะได้รับ มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนเลยแม้แต่น้อย

คนเราถ้าคบกันบน "ความเข้าใจ" ต่างหากที่จะเป็นความสัมพันธ์อย่างยั่งยืนไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน ถ้าเรามีความเข้าใจเป็นที่ตั้งแล้ว การที่ไม่ได้อย่างที่ต้องการหรือดีกว่าที่ต้องการก็จะมีคำอธิบายให้กับตัวเอง และสามารถยอมรับในขีดจำกัดบางอย่างของคนรักเราด้วยนะครับ ถ้าคบกันบนผลประโยชน์แค่นั้นมันก็ผิวเผินเหมือนไปซื้อของเท่านั้นเอง มัน "หยาบ" ไปสำหรับความสัมพันธ์ของ "มนุษย์" นะครับ

ปอนคิดว่าถ้าเป็นเกย์ไปแต่งงานกับผู้หญิงอย่างไรซะความสุขก็จะหมดรวดเร็วไม่จีรังยั่งยืนครับ ถ้าเราไม่สามารถรักผู้หญิงคนนึงได้อย่างเต็มที่ ก็อย่าแต่งโดยที่คิดว่า ณ ขณะนี้หล่อนทำให้ชั้นมีความสุข เท่านั้น เพราะยังไงซะมันก็ไม่มีทางเปลี่ยนความชอบที่ฝังอยู่ในจิตใจไปได้หรอกครับ ถ้ามีจิตสำนึกสูงหน่อยก็จะทนใช้ชีวิตอยู่อย่างทรมานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก แต่ถ้าทำตามใจตัวเองโดยไม่คำนึงถึงจิตใจคนอื่นก็ต้องไปเล่นชู้สู่ชายกับชายอื่น รังแต่จะก่อให้เกิดปัญหามากขึ้น

ตราบใดที่ยังคบกับคนๆ หนึ่งเพื่อหวังความสุขรูปแบบนั้นรูปแบบนี้อยู่ก็ไม่ควรตกลงปลงใจกันครับ จนกว่าจะคบกันบนความเข้าใจ ทั้งความเข้าใจเขาและเข้าใจตัวเราเอง นั่นแหล่ะครับปอนว่าน่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนที่สุด และจะมีความสุขจากความสัมพันธ์นะครับdouble wink confused smile

#18 By ปอนปอน on 2008-06-12 21:48

จริงนะ ใครที่ได้แต่งงานกับคนที่มีแต่เสียงหัวเราะ ชีวิตของเขาคนนั้นจะมีความสุขมากๆ...มากกว่าความต้องการอย่างอื่น...

#19 By MayaKniGht on 2008-06-12 21:59

อ่านคอมเม้น ทั้งหมดแล้ว 50% กว่า(รวมเราด้วย) พูดเรื่องหน้าอกแฟนเพื่อนคุณมนุษย์กล่องทั้งนั้นเลย sad smile อิอิ ก็พอจะเชื่อได้แล้วล่ะค่ะว่า ความรักอย่างเดียวไม่พอจริงๆ

ว่าแต่ สาวสเปญ เธอทราบไหมคะว่าเพื่อนคุณมนุษย์กล่อง เป็น ตุ๊ด อ่ะ ถ้าเคารับได้ก็ดีไปเนอะ แต่ถ้าไม่รู้ ก็อดสงสารไม่ได้นะคะ

#20 By rusleeping on 2008-06-12 22:12

ขอแก้ไขนะคะ ไม่ใช่ 50% แต่เป็น 20%sad smile

#21 By rusleeping on 2008-06-12 22:17

สาวสเปนสวยน่ารักสุดขีดครับ

แต่ผมก็ยังเชื่อครับว่าความสวยไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด
อันดับหนึ่งในการเลือกหาคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตเรา

สุดท้ายทุกอย่างก็จะมาลงเอยที่ความเข้ากันได้
ความเข้าใจ ความไว้ใจ และก็มาบรรจบกันที่ความรักนั่นเอง

แต่่ความสวยก็ถือเป็นผลพลอยได้ที่น่าสนใจนะครับ
กำไรชีวิต

#22 By oatato on 2008-06-12 22:57

หายาก นะ ครับ

ผู้หญิงที่ ทําให้เรามีความสุขได้ขนาดนี้

(แต่คนนี้นี่ ต่อให้ไม่ตลก ผมก็เอา ครับ)

#23 By riddler on 2008-06-13 06:56

อ่อ..

ประมาณว่า นี่แหล่ะ ที่เค้าว่า กันว่า

"More than word"

อ่า ... รักเกินคำบรรยายจริงๆ ง่ะ


sad smile

#24 By MomMom on 2008-06-13 07:37

เอ่อ อึ้ง ตกลงคุณกล่องนี่ล่ะดีสุดแล้วค่ะ

อย่าเหงามากนะคะ

แล้วก็รับส่งหลานดี ๆ ด้วยค่ะ อิอิ

big smile

#25 By tungmay on 2008-06-13 09:43

ok เลย เป็น ตุ๊ด กันเถอะครับ
ชอบเวลา คุณมนุษย์กล่อง พูดถึงเพื่อน จัง
แล้วเลย พลอยชอบ เพื่อนคุณ ไปด้วย

จะเป็นอะไรเหอะ เป็นแล้วมีความสุข
เลือกแล้ว มีความสุข

คนเห็น ก็ยินดีไปด้วย ค่ะ

ว่าแต่ เจ้าสาวเพื่อนคุณ เค้ารู้จักเพื่อนคุณมนุษย์กล่อง จริง ๆ ใช่ไหมคะ

confused smile
ฮ่าๆ ยังเขียนได้ตลกเหมือนเดิมนะครับ นึกว่าจะเลิกเขียนแล้วเสียอีก เสียดายแย่ ยินดีกับเพื่อนๆคุณด้วยครับ ผมก็รอยินดีกับคุณด้วยนะbig smile

#28 By MinimarT on 2008-06-13 12:10

อืม
สาวสเปนเลยเชียว
คาดว่าคงมีเชื้อละตินอเมริกานิดหน่อย(แอบปลื้มเล็กน้อย)

เป็นประเด็นที่เข้าท่ามากครับ
อวยพรให้ทัง้คู่ไม่ต้องเหงาอีกต่อไปbig smile
เพื่อนของมนุษย์กล่องสุดยอดแล้วทั้งน้าน



#30 By iTualek on 2008-06-13 13:48

ไม่เคยดูSex and the city แหะแหะ
กลัวความเหงาเหมือนกันครับ กลัวว่าท้ายสุดแล้วตัวผมเองก็อาจไม่ต่างจากเพื่อนของพี่มนุษย์กล่องเหมือนกัน กลัว ๆ

#31 By ลิงกับหมู on 2008-06-13 17:03

เจ้าสาวสวย เจ้าบ้าวก็งาม กินกันไม่ลงเลยนะคะbig smile

#32 By V@R on 2008-06-13 18:27

angry smile

อ่านแล้วสะท้อนตัวเองจริงๆ

ความเหงาอาจจะทำร้ายเราได้มากกว่าที่คิด

แต่สุดท้ายแล้ว...

เพื่อนก็คือคนที่เราคิดถึงมากกลุ่มแรกๆ เช่นกัน

big smile

เขียนถึงเพื่อนๆ อีกนะ

ชอบๆๆ
วอร์ชอบที่เพื่อนคุณมนุษย์ในกล่องพูดมากๆ "ขอเลือกคนที่ทำให้มันมีความสุขด้วยเสียงหัวเราะ ไปตลอดชีวิตดีกว่า " big smile อยู่ด้วยกันแบบนี้น่าสบายใจดีออก

ปล.เป็นไงบ้างคะสบายดีไม๊ big smile

#34 By WorSilly on 2008-06-14 09:06

น้องฟ้า พารานอย :
น้องชอบโต๊ะจีน หรือ ค๊อคเทลครับ หุหุ

รีคอนดำ :
ถ้าผมได้แบบนี้ ก็ยอมตายทุกคืนเลยครับ

diizember :
จริงๆแล้วเป็นคนอเมริกากลางครับ แต่ย้ายมาอยู่สเปญ cry

หมอเชน :
เจ้าสาวคงอยากได้เพื่อนที่ตื่นนอนขึ้นมา แล้วช่วยกันแต่งหน้า ทาแป้ง หวีผมให้กันและกันอ่ะครับ (อิอิ)

tomazzu :
ความรักเป็นเหมือน "บาดแผล" เมื่อแผลมันหาย ความรักก็หมดลง แต่ทิ้งรอยเอาไว้ให้เห็นจนตลอดชีวิตครับ

nana:
ถ้า "ความรัก" + "เงิน" + "รถ" นี่เพียงพอเลยนะครับ

คุณอี๊ด :
คือที่พุดถึง "นม" ของแฟนเพื่อน เพราะด้วยความ ชมเชยครับ

คุณ ayano (jasmine lala) :
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะครับ

ส่วนเรื่องเพื่อนของคุณ ผมว่าถ้าคุณเป็นห่วงเค้า ก้โทรไปหาเลยครับ ถ้ายังมีเบอร์ติดต่ออยู่ เพื่อนสมัยประถม มัธยม จะมีโอกาสเป็นเพื่อนแท้มากกว่าเพื่อนในมหาลัยฯ หรือเพื่อนที่ทำงานครับ

ผมว่าการที่เค้าทำตัวแบบแปลกๆ เค้าทำเพื่อปกปิด หรือคุ้มกัน ปมด้อย ของเค้าบางอย่าง ทำไปเพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นว่าเค้าอ่อนแอครับ มันเป็นกลไกการป้องกันตัวคนนึงของเค้าครับ

การที่น้องได้เข้าไปสนิทได้กับเค้าได้ แสดงว่า เค้าไว้เนื้อเชื่อใจน้องเป็นอย่างมาก ส่วนเรื่องที่เค้าหักหน้าน้อง ไม่รักษาน้ำใจน้อง บางทีเป็นเพราะเค้า ไม่รุ้จักวิธีรักษาน้ำใจคน หรือพูดหรือแสดงออกว่าเค้าเองก็รักน้องเช่นกันอ่ะครับ คนแบบนี้ก็มีเยอะนะครับ คนที่รักใครบางคนแต่แสดงออกโดยการขับไสไล่ส่ง (ผมเองก็เป็นครับ)

ถ้าน้องติดต่อเค้าได้แล้ว พยายามอย่างยิ่งยวดก็แล้ว แต่เค้ายังคงเป็นเหมือนเดิม ก้อยู่ที่ตัวน้องแล้วครับ ว่าจะ "ปล่อย" เค้าไป หรือจะยังคง ห่วงใยเค้าอยู่เรื่อยๆ

พี่ตุ้ม :
รอพี่ตุ้มช่วยหาเจ้าสาวให้อ่ะครับ

กะจิ๋วหลิว :
ยังไม่เคย "รัก" ใครเลยจริงๆเนี่ยสิครับ คุณกะจิ๋วหลิวพูดถูก

แพนด้า :
คำตอบน่าจะเป็น city อ่ะครับ เพราะว่า ชีวิตผใหลงไหลในสีสันและวัตถุ material man มากๆ

ปอน :
มัน ideal เกินไปน่ะครับ เข้าขั้น mission impossible กับการที่ใครคนใดคนนึงจะเข้าใจกันได้ทุกเรื่อง มันไม่มีหรอก

โลกนี้ไม่มีอีกแล้ว ความรัก ความสุข ความเข้าใจน่ะ มันอยู่ที่ข้อตกลง + ผลประโยชนืด้วยกันทั้งน้น

ความเหงาทำให้คน 2 คน กลัวจนต้องกระโดดเข้าหากัน ถ้าคนใดคนนึงแยกออกจากกัน ความเหงาก็จะกลับมาใหม่ ความกลัวก้กลับมา แต่ถ้าวันนึงทั้งคู่ไม่กลัวความเหงาแล้ว มันก็จะแยกกันเองแหละครับ

มนุษย์น่ะ หาได้ถวิลหาความรักหรอก

แม่มายา :
แม่เข้าใจผมจังเยย
(แต่ไอ้ปอนมันอยากได้ความรักแบบในหนังอินเดียครับ ที่วิ่งๆรอบต้นไม้ครับ แม่ไปอธิบายให้มันเข้าใจหน่อย)

rusleeping :
ผมว่าไม่มีทางหรอก ที่ฝ่ายหญิง จะไม่รู้ว่าเจ้าบ่าวไม่เป็นตุ๊ดอ่ะครับ

เท่าที่ทราบ บ้านฝ่ายหญิงก็บ้านแตกสาแหรกขาดมาครับ คงเหลือที่ความเหงา ที่ทำให้เค้าเลือกอยู่ด้วยกัน

เรื่องนม เรื่องใหญ่ครับ คนเลยพูดถึงกันเยอะ

คุณโอ๊ต :
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ คุณโอ๊ตน่ารักจัง

คุณโอ้ :
ผมก็เห็นด้วยครับ ต่อให้ผู้หญิงคนนี้ทำกับข้าวไม่เป็น ไม่ช่วยถูบ้าน ผมก็เอาครับ

mommom :
ที่ more than word เป็นเพราะ หน่มน้มล้นทะลักจออ่ะครับ

ตังเม :
ขอบคุณที่ชมครับ
ค่าเสียหายจากการรับส่งหลาน มูลค่ามากมายทีเดียว ทั้งน้ำมัน ค่าจอดรถ ค่าอาหาร ค่าทางด่วน

bodyfit :
อยากเป็นตุ๊ดส์เหมือนกัลลส์
(เอ๊ะ หรือเป็นอยู่แล้ว หุหุ)

เขียนข้างซ้าย :
เจ้าสาวรู้จักกับเจ้าบ่าวมาได้ 2 ปีแล้วอ่ะครับ ก็น่าจะรู้ไส้รู้พุงกัน

miniMart :
กำลังหาคนที่จะมาทำให้เกิดเรื่องที่น่ายินดีด้วยอ่ะครับ แต่หาไม่เจอ

พอกลอน :
คุณเจ๋งมาก จริงๆแล้วเค้าเป็นคนจากอเมริกากลางครับ

littledog :
เพื่อนผมสุดยอด แต่ผมเป็นคนธรรมดาที่หน้าตาดีอ่ะครับ

ว่านหางเดอะเมจ :
เรื่องที่คุณกลัวผมเข้าใจดีครับ (จริงๆนะ )

VAR :
อยากบอกว่า รูปที่ถ่ายใน studio เจ้าบ่าวสวยกว่าเจ้าสาวอีกนะครับ หน้าขาวเนียนผ่องใสมากๆ

แดงเจอรัส :
คือเพื่อนน้อยอ่ะครับ เดี๋ยวจะไปขุดเพื่อนมาขายนะครับ

#35 By มนุษย์กล่อง on 2008-06-14 09:26

WorSilly :
กรี๊ด
คุณคือ คุณวอร์ของผมใช่มะครับ ที่วาด สคส ด้วยคอมฯมาให้ผม ที่กำลังเรียนต่อโท

กรี๊ด จำอีเมลได้ กรี๊ดด มาสมัคร exteen ตั้งแต่เมื่อไร

#36 By มนุษย์กล่อง on 2008-06-14 09:29

big smile คุณก. คะ ที่คุณกชี้ชวนให้ดูนั่นมัน ... ของเพื่อนนะคะ big smile
ชอบเวลาคุณก.พูดถึงเพื่อนจังค่ะ

#37 By ป้าหมู on 2008-06-14 10:01

big smile วอร์นั่นเลยคะ

#38 By WorSilly on 2008-06-14 10:05

เอ๊ะ... ถ้ามีมันก็มีได้เองแหล่ะครับ คนเราไม่จำเป็นต้องเข้าใจในทุกเรื่องก็ได้ แต่บางเรื่องแค่ยอมรับได้ก็พอเพราะมันก็ไม่ได้มีเหตุผลไปซะทุกเรื่อง หากยอมรับและเข้าใจมันก็ไปกันรอด ลองคิดดูสิครับถ้าไม่ยอมรับกันและก็ไม่เข้าใจกันตลอดเวลาหลายๆ เรื่องเข้า ถึงแม้จะทำให้หัวเราะทุกวัน ยิ้มได้อยู่ตลอดเวลามันก็ไปกันไม่รอดหรอก เพราะคนเราคบกันมันไม่ใช่แค่ทำให้ยิ้มได้นะครับ ถ้าทำให้ยิ้มได้เปิดหนังตลกให้ดูแค่นั้นก็จบแล้วสิ

จริงๆ แล้วไอ้ความต้องการอยากอยู่กับคนที่ยิ้มได้ที่หัวเราะได้มันก็เป็นส่วนหนึ่งของความเข้าใจกันนั่นแหล่ะ คนๆ นั้น "เข้าใจ" เราเลยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย วางใจ มีความสุข คนๆ นั้น "ยอมรับ" ในความเป็นตัวเราถึงได้มาอยู่ด้วยกันได้ แต่เราก็ต้อง "เข้าใจ" และ "ยอมรับ" ในตัวของคนๆ นั้นในระดับหนึ่งเหมือนกันถึงจะอยู่ด้วยกันได้

ไอ้ความเหงาและผลประโยชน์น่ะมันก็เป็นหนทางของความฉาบฉวยในสังคมทุนนิยมแค่นั้นเอง ถ้าคิดแค่ความเหงากับผลประโยชน์ ชีวิตคนๆ นึงก็ไม่ต่างจากถุงยางอนามัยเลยนะครับ พอใช้หมดประโยชน์ก็ทิ้ง แค่ระยะเวลาการใช้มันต่างกันแค่นั้นเอง ชีวิตคนนะไม่ใช่สิ่งของ ความละเอียดในการใช้ชีวิตน่ะจำเป็นนะครับ ถ้าใช้ชีวิตอย่างหยาบๆ แบบนี้ก็จะเป็นวังวนความเจ็บช้ำที่ไม่สิ้นสุด เดี๋ยวรัก เดี๋ยวเลิก รัก เลิก รัก เลิก รัก เลิก อยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีคู่ชีวิตที่แท้จริงสักที

ลองทบทวนดูใหม่นะครับ ว่าอยากได้คู่ชีวิตหรือคู่นอน

#39 By ปอนปอน on 2008-06-14 11:28

ไม่ได้เจอกันเสียนานเลยนะครับ พี่มนุษย์กล่อง สบายดีหรือเปล่าครับ น่าอิจฉานะครับ เรื่องความรักกับคู่ครองเนี่ย เรื่องนี้นู๋ไม่ค่อยถนัดเลยครับ เพราะนู๋เป็น "คนไม่มีคู่ ไม่รู้หรอก" ครับ เรื่องแบบนี้ เศร้า
อืม ไม่รุเจอกันได้ไงเนี่ย

#41 By Frankie8 on 2008-06-18 02:16

หรือว่าแฟนเค้าจะเป็นเบี้ยน?!!!!!
เมียสวยมากมายยยยยค่ะ

#42 By gallantfoal on 2008-07-02 15:27