แอ๊ เอ็นทรี่นี้แรงนะ
ขอโชว์รูปก่อน
เอ็นทรี่นี้อุทิศให้เพื่อนแท้คนนึง คนเดียวในชีวิตของผมครับ และมันเป็นคนๆเดียวที่ไม่เคยทำอะไรตามใจผมเลย
• มันอยากไปดูหนังตอน 4 ทุ่ม ก็โทรมาจิก แล้วบังคับให้ไปรับมันที่บ้านด้วย ดูจบตอนตี 1 ก็ต้องไปส่งมันอีก ถ้าผมเถียงบอก “ไม่ไป” เพราะดึกแล้ว มันจะตอบกลับมาว่า “มึงจะตายมั๊ย กะแค่ดูหนังกับกู มึงจะตายม๊ายยย”
• จะไปเที่ยวต่างประเทศ ก็บังคับให้ผมไปรับมันที่บ้าน แล้วให้ไปส่งมันและครอบครัวที่สุวรรณภูมิอีก ตอนตี 5 ณ วันหยุดที่แสนจะสบายวันนึง ที่ผมมีอาทิตย์ละ 1 วัน
• บ้านไม่มีคนอยู่ ก็บังคับให้ผมเอาอาหารไปให้หมาทุกวัน โดยการโยนๆเข้าไปทางประตูบ้าน (หมาเชี่ยอะไรตัวใหญ่กว่าคน)
• เสี้ยนอยากดูหนังไทยกะมัน ถ้าหนังมัน ภาพห่วย แสดงห่วย บทละครห่วย มันจะเดินออกภายใน 20 นาทีแรกทันที ไม่สนว่าผมจะดูต่อหรือไม่ (แน่นอนผมต้องออกตาม หนังดังกล่าวได้แก่ หนังผีไทยแนวตลก หนังตลกที่มีฉากเอาตีนมาวางบนหน้า ฉากถุยน้ำลายใส่หน้า ฉากอ้วกใส่หน้าหรือร่างกาย หนังตลกที่ใช้คำหยาบเช่น “เหี้ย” “ไอ้สัตว์” โดยคิดว่านั่นคือการทำให้หนังมันตลก คนดูจะหัวเราะ )
• หนังฝรั่งพากย์ไทย เป็นสิ่งที่มันกลัวที่สุดในชีวิต
• ไปกินข้าว ถ้าอาหารจานที่มันสั่งไม่อร่อย มันจะหยุดกิน แล้วมาแย่งจานที่ผมกินทันที ไม่มีการสั่งใหม่ เสียเวลา สำหรับมัน ทุกอย่างต้อง move fast and furious
• เวลาซื้อไอติมลูกละ 90 บาทกิน แค่เพียงมันเอาลิ้นแตะเข้าปากปุ๊บ แล้วไม่ปลื้ม ไม่ถูกปาก มันจะโยนทิ้งลงถังขยะทันที
• สมัยเรียนมัธยม นั่งรถเมล์กลับบ้านด้วยกัน ถ้ามีที่นั่งว่างเพียง 1 ที่ มันจะแย่งนั่งทันที แล้วบอก “มึงยืนน่ะดีแล้ว ออกกำลังกาย”
• นัดไปเที่ยวไหนทีไร มันจะมาสายเสมอ มันบอกว่า มันไม่ชอบรอคน มันเลยนัดให้ผมไปเร็วๆ มันมาถึงจะได้ไม่ต้องรอ
• ผมฝากงานให้มันทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่ง ที่มาเช่าพื้นที่ในห้างไฮโซที่ผมเคยทำ โดยผมรับประกันกับเจ้าของบริษัทนี้ไว้ว่า “คนนี้ เจ๋งมากๆครับ ฝีมือสุดยอด ถ้าเฮียกล้า pay มันถวายชีวิตให้เลยครับ” ผลปรากฏว่า มันลาออกภายใน 3 เดือน แล้วบอกผมว่า “นี่กู รักษาหน้ามึงแล้วนะ กูรอให้พ้นโปร ไม่งั้นกูออกตั้งแต่เดือนแรกแล้ว” ทั้งๆที่มันได้เงินเดือน 8 หมื่นสำหรับตำแหน่ง product designer โดยที่ไม่มีประสบการณ์ทำงานด้านนี้มาก่อน และทั้งที่มันจบสาขา International Business Management (ทุกวันนี้ ผมไม่กล้าเดินผ่านหน้าร้านเฮียเลย ไม่กล้าฝากงานให้ใครอีกแย้ววว)
• มันยืมซีดีเพลงของผมไปแล้วไม่คืน แผ่นแท้นำเข้าจากอเมริกาทั้งนั้น ที่ผมโมโหมากๆคือ แผ่นของ Deborah Cox อัลบั้ม One Wish ซึ่งหาไม่ได้แล้ว 10 ปีที่แล้วคนไทยไม่รู้จัก ไม่มีใครขาย มันยืมไปตั้งแต่ปี 1998 ครับ ผมเลยอดฟังเพลง September เลย (10 ปีแล้วนะมึ้งงง จะคืนกูมั๊ยยย)
มีรูปหน้าปกด้วย (เริ่ดเนอะ แค่ลีลาการนั่งก็ไฮโซแล้ว แต่ตีนอ๊วนอ้วน เตะหมาตายเลยอ่ะ)

• ไปเข้าค่าย ร.ด. 7 วัน มันจะมาแย่งอาหารในถาดของผมเสมอ โดยบอกว่า “กรูขี้เกียจล้างจานว่ะ” ทำให้ผมกินไม่อิ่ม ทำให้การวิ่งเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยวิธีการโผ จะลำบากมากๆ ไม่ค่อยมีแรง
• มันไม่มาวันถ่ายรูปรับปริญญารุ่นผม วันรับจริงก็ไม่โผล่มา บ่นว่าร้อน เมื่อย คนเยอะ
• ฯลฯ ความเชี่ยของมันเยอะ อธิบายไม่หมด ไม่อยากเผาเพื่อนกินด้วย (หุหุ)
แต่ เมื่อตอนเช้า ด้วยความที่อยากได้ iPhone จนตัวสั่น เลยโทรไปถามมันว่า iPhone ที่มันใช้อยู่ เริ่ดขนาดไหน ปลดล็อคทำไง กล้องชัดมะ sync ข้อมูลนานมั๊ยย iCal เริ่ดจริงป่ะ Safari ล่ะ บลาฯฯฯ แล้วก้พูดถึง ป้า Mariah ศิลปินในหัวใจของเหล่าตุ๊ดแห่งสยาม ว่าจะออกอัลบั้มใหม่ e=mc² แล้วนะเดือนนี้ อยากเป็นคนแรกในสยามที่ได้ฟังทั้งอัลบั้มทำไงดี กรี๊ดๆ แล้วก็ตอแหลกันต่อสะบั้นหั่นแหลกตั้งแต่ Celine Dion, George W. Bush, Nelson Mandela, ดาไลลามะ ฯลฯ ลัลลา บลาๆ
แล้วมาจบด้วยเรื่องที่ว่า “ เออ โรคกรดไหลย้อนของมึงเป็นยังไงบ้าง”
กรี๊ดดด
นี่มึงห่วงกูใช่มั๊ยเนี่ย ถึงได้ถามตอนจะวางสายเนี่ย (แต่ก็โคตรซึ้ง น้ำตาเกือบเล็ด)
ถึงมันจะมีนิสัยเป็นเอกเทศ ออกแนวเชี่ยนิดๆ ไม่เอาใคร ไม่สนใจใคร ไม่ติดรูปแบบใดๆทั้งสิ้น แต่ผมก็รุ้ว่ามันเป็นคนดีมาก
พี่สาวแสนสวยของผมคนนึงบอกผมว่า ไอ้ ก. มึงจำใส่กะโหลกไว้
“ทุกคนบนโลก ล้วนเป็นคนดี เพียงแต่แสดงออกมามากน้อย แตกต่างกัน แค่นั้นเอง”
วันนั้นที่ผมได้ยินประโยคนี้ ผมนอนไม่หลับเลย นอนคิดทั้งคืน ว่าแต่ก่อนผมแบ่งแยกคนเป็นสองประเภท คือ “ดี” กับ “เชี่ย” โดยเอาสมองและหลักความคิดของตัวเองเป็นหลัก แล้วผมมีสิทธิ์อะไร ไปชี้หน้าบอกว่า “ไอ้นี่มันเชี่ย” “คนนี้คนดีนะ” แล้วตัวผมเองดีแค่ไหนเชียว
เพื่อนผมถึงมันจะแหวกแนวพิศดาร แต่ผมไม่เรียกมัน “เพื่อนแท้” หรอกถ้ามันไม่ใช่คนดี
• สมัยมัธยม ผมเคยขาดเรียน ทำให้ในสมุดเรียนไม่มี article ที่ครูสอน จะอ่านสอบก็ไม่ได้ มันก็จะลอกใส่กระดาษมาให้ทุกวิชาที่เรียน ด้วยลายมือที่สวย อย่างกับใช้ปริ้นเตอร์พิมพ์ โดยที่ผมไม่เคยขอให้มันทำ ย้ำว่าใช้มือเขียน เมื่อ 16 ปีก่อน โลกเรายังไม่มี inkjet ครับ ถ้าผมขาดเรียน 2 วัน ก็จะมีครบเลย 10 กว่าวิชาลงบนกระดาษ แล้วมันก็ยังกระทำเยี่ยงนี้จนถึงขั้นมหาวิทยาลัย
• มันซื้อ CD เพลงของวง en vogue ให้ผม เป็นแผ่นญี่ปุ่นแท้ ราคา 1,200 บาท ที่มีขายที่ร้าน music one สาขาสีลมเท่านั้น เมื่อ 12 ปีที่แล้ว เพราะมันรุ้ว่าผมชอบหนังเรื่อง set it off มาก แล้วเพลงนี้ก็อยู่ในหนังรื่องนี้ ณ ฉากที่ตัวเอก ชาย หญิง กำลังจะอึ้บกัน เพลงนั้นคือ don’t let go(love) ผมไม่ซื้ออัลบั้มนี้เพราะว่ามีเพลงเพราะอยู่ 3 เพลง แล้วตอนนั้น สกิล R&B ยังไม่แตกฉาน แล้วแม่ให้ค่าขนมไปเรียนมหาลัยแค่วันละ 50 บาท
นี่คือรูปหน้าปกอัลบั้ม (เริ่ดยิ่งกว่า แต่ละคน คนขวาสุดทำหน้าแอ๊บแบ๊ว คิกขุตาใส คนกลางนมห้อย ทรงผมจี๊ดจ๊าด คนซ้ายหน้าเหมือน predator นิดๆ)

• มันเป็นคนเดียวในโลกที่กล้ากิน sandwich ต่อจากผม โดยกัดต่อจากรอยที่ผมกัดแล้วด้วย โดยไม่แสดงทีท่ารังเกียจใดๆ หรือแซวปากหมาๆ ขนาดข้าวจานที่แม่ผมกิน หรือของหลานรักของผม ผมยังไม่กล้ากินเลย จะอ้วก
• มันเลือกเรียนบริหารธุรกิจเหมือนผม ทั้งๆที่เรามีแผนจะเรียนวิศวะเหมือนๆกัน มันเก่งเคมี ผมเก่งฟิสิกส์ แต่พ่อผมไม่ปลื้มวิศวะ ผมต้องเรียนคณะบริหารตามพ่อสั่ง มันก็ยอมเรียนตามผม (ผลที่ได้คือ มันไม่ชอบเรียนบริหารเลย เกรดก็ร่อแร่ มันเรียนจบได้ใน 4 ปีครึ่ง ผมเรียนจบภายใน 3 ปีครึ่ง)
• เราคุยกันน้อยมาก งานเยอะทั้งคู่ แต่มันจะ sms มาเสมอ ด้วยคำพูดสั้นๆ “โฮ่” หรือ “อ๊ากสส” เพื่อให้ผมหัวเราะ เพราะมันรู้ว่าผมเส้นตื้น แล้วเครียดกะงานมากๆ
• วันนี้ตอนกลางคืน มันนั่งรถเมล์หลังจากเลิกงานดึก มาลงฝั่งตรงข้ามบ้านผม วิ่งข้ามถนนเอาซีดี Mariah อัลบั้มใหม่ ที่ผมพูดถึงตอนเช้ามาให้ มันโหลดมา มันทำหน้าปกกล่องซีดี ปกหลังกล่องซีดี booklet ข้างใน ประกอบไปด้วย เนื้อร้อง และภาพต่างๆมากมาย ซีดีก็ปริ้นท์ภาพสกรีนมาสวยงาม ทั้งหมดนี้มันเริ่มทำตอนเที่ยง เสร็จตอนเย็น ทำใน Mac Book Pro ราคา 120,000 ที่มันลากผมไปรูดบัตรให้มันถึงฟอร์จูน มันรุ้ว่าผมต้องขึ้นศาลพรุ่งนี้ และกำลังเครียดจนจะบ้า มันเลยทำมาให้ฟัง คลายเครียด น่ารักฉิบหาย
ผมไม่อยู่บ้าน ตอนมันวิ่งเหงื่อแตกเอามาให้ที่บ้าน ผมมัวแต่ไปแรดกินข้าว + ซื้อของไว้กินในรถวันพรุ่งนี้ เรามีคดีความกันใหญ่โตมาก พ่อ แม่ พี่ชายผม และผม ทุกคน ต้องขึ้นให้การกับศาล กับคดีที่สำคัญมาก ที่จะทำให้ได้รู้แล้วว่า ผมจะได้บ้านและที่ดินคืนกลับมามั๊ย จะเป็น ตุ๊ด homeless หรือไม่ จะเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตรอกหรือเปล่า
ผมนั่งฟังทุกเพลงจนจบ ผมชอบอัลบั้มนี้มาก ถึงมันจะไม่ใช่อัลบั้มที่ดีที่สุดของ Mariah (Daydream เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุด released เมื่อปี 1995) ผมชอบเธอโคตรๆเลย เธอคือนักร้องหญิงที่ประสบความสำเร็จที่สุดบนโลก ย้ำ บนโลก
เธอเปลี่ยนแนวเพลงจาก pop หวานแหว๋ว มาเป็น soul r&b ผสม rap และ hip hop แต่ฐานลูกค้า ฐานคนฟังกลับไม่หายไปไหน คนฟังกลับต้องพัฒนาตัวเองเพื่อเปิดรับแนวเพลงสมัยใหม่ที่เธอเขียนและโปรดิวซ์เอง แทบจะทั้งหมด
ไม่มีการโทรไปขอบคุณสำหรับซีดี ไม่มีการส่ง sms ไม่ email ด้วย
เราสองคนเป็นกันแบบนี้ตั้งแต่รุ้จักกัน เวลาทำอะไรดีๆให้กันจะเขินๆ ไม่พูด ไม่แสดงความรุ้สึก ทำแล้วไม่ยอมรับ แต่ เราแสดงออกโดยการกระทำเสมอ เราไม่เคยพูดคำว่า “ขอบคุณนะ” “ขอโทษนะ” “เสียใจด้วยนะ” แต่เรา “เสียสละ” ซึ่งกันและกันเสมอ
เราสนับสนุนกันและกันเสมอ ไม่ว่าเรื่องที่ผมทำจะป็นสิ่งที่เลว
มันบอกผมว่า Job Description หลักๆของ FRIEND มีอย่างเดียวคือ “Be Supportive”
ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง มันพูดไม่ผิดเลย ไม่ว่าเพื่อนเราจะทำอะไร เรามีหน้าที่เห็นด้วย และสนับสนุน ให้กำลังใจเท่านั้น
อัลบั้ม e=mc² จะออกวางแผงแล้วจ๊ะ ผมคงไม่โพสเพลงจากอัลบั้มใหม่ของ Mariah มันผิด rules แต่อยากจะบอกว่า มีเพลงที่ดีๆ ตั้งใจทำมากมาย ไม่เหมือนเพลงไทยจาก grammy, RS, ฯลฯ ยกเว้นพี่บอย โกษิยพงษ์ และอีกหลายๆคนในค่าย love is (ต้องยกเว้น เพราะกลัวคุณมนุษย์เพลง กระโดดถีบ)
เพลงที่แนะนำคือ cruise control, i’ll be lovin’ u long time, touch my body, migrate, i’m that chick, bye bye, i stay in love.
โดยเฉพาะเพลง I stay in love เพลงนี้เพลงเดียวก็คุ้มค่าแก่การซื้อแล้วครับ แต่เชื่อเถอะ คนจะชอบเพลง ballad อย่าง bye bye มากกว่า
ไปแระครับ
(ยังไม่ได้ตอบ FAQ เยย )
***************************************************
Dear PK,
You rocked my world. You've been nothing to me but open hearted and emotionally available and always be supportive and cherishing and consummately there for me. You got me seriously thinking about relationship (friendship and all) and you wouldn't let me get away with kicking my own arse. When I look back, it’s kinda too bad. We could've had much more fun together with things around us. But I guess that wouldn’t be ‘us’ don’t u think?
We did stuff together as well as we could. We were together during a very tumultuous time. I wanna let you know that I will always have your back and be curious about you about your career about your life about your love your family and your whereabouts.
Thank you for being my friend.
เพื่อน
(กูรักมึงว่ะ)
PS. This song sings my heart. It's for you.
Artist: Adele
Album: 19
Year: 2008
Title: Make You Feel My Love
When the rain is blowing in your face,
and the whole world is on your case,
I could offer you a warm embrace
to make you feel my love.
When the evening shadows and the stars appear,
and there is no one there to dry your tears,
I could hold you for a million years
to make you feel my love.
I know you haven't made your mind up yet,
but I would never do you wrong.
I've known it from the moment that we met,
no doubt in my mind where you belong.
I'd go hungry; I'd go black and blue,
I'd go crawling down the avenue.
No, there's nothing that I wouldn't do
to make you feel my love.
The storms are raging on the rolling sea
and on the highway of regret.
Though winds of change are throwing wild and free,
you ain't seen nothing like me yet.
I could make you happy, make your dreams come true.
Nothing that I wouldn't do.
Go to the ends of the Earth for you,
to make you feel my love
)
ใครฟังไม่ได้ ผมจะส่งเพลงไปให้ทางอีเมลครับ
หรือถ้าเห็นอัลบั้มวางขาย ซื้อได้เลยครับ
อย่าคิด มนุษย์กล่อง ฟันธง
#1 By มนุษย์กล่อง on 2008-04-08 01:15