e=mc²

posted on 08 Apr 2008 00:54 by tarlomak in personal


แอ๊  เอ็นทรี่นี้แรงนะ


ขอโชว์รูปก่อน

 

 

เอ็นทรี่นี้อุทิศให้เพื่อนแท้คนนึง คนเดียวในชีวิตของผมครับ  และมันเป็นคนๆเดียวที่ไม่เคยทำอะไรตามใจผมเลย 


• มันอยากไปดูหนังตอน 4 ทุ่ม ก็โทรมาจิก แล้วบังคับให้ไปรับมันที่บ้านด้วย ดูจบตอนตี 1 ก็ต้องไปส่งมันอีก ถ้าผมเถียงบอก “ไม่ไป” เพราะดึกแล้ว มันจะตอบกลับมาว่า “มึงจะตายมั๊ย กะแค่ดูหนังกับกู มึงจะตายม๊ายยย”


• จะไปเที่ยวต่างประเทศ ก็บังคับให้ผมไปรับมันที่บ้าน แล้วให้ไปส่งมันและครอบครัวที่สุวรรณภูมิอีก  ตอนตี 5 ณ วันหยุดที่แสนจะสบายวันนึง ที่ผมมีอาทิตย์ละ 1 วัน


• บ้านไม่มีคนอยู่ ก็บังคับให้ผมเอาอาหารไปให้หมาทุกวัน โดยการโยนๆเข้าไปทางประตูบ้าน (หมาเชี่ยอะไรตัวใหญ่กว่าคน)


• เสี้ยนอยากดูหนังไทยกะมัน  ถ้าหนังมัน ภาพห่วย แสดงห่วย บทละครห่วย มันจะเดินออกภายใน 20 นาทีแรกทันที ไม่สนว่าผมจะดูต่อหรือไม่  (แน่นอนผมต้องออกตาม หนังดังกล่าวได้แก่ หนังผีไทยแนวตลก หนังตลกที่มีฉากเอาตีนมาวางบนหน้า ฉากถุยน้ำลายใส่หน้า ฉากอ้วกใส่หน้าหรือร่างกาย  หนังตลกที่ใช้คำหยาบเช่น “เหี้ย” “ไอ้สัตว์” โดยคิดว่านั่นคือการทำให้หนังมันตลก คนดูจะหัวเราะ )


• หนังฝรั่งพากย์ไทย เป็นสิ่งที่มันกลัวที่สุดในชีวิต


• ไปกินข้าว ถ้าอาหารจานที่มันสั่งไม่อร่อย มันจะหยุดกิน แล้วมาแย่งจานที่ผมกินทันที ไม่มีการสั่งใหม่ เสียเวลา  สำหรับมัน ทุกอย่างต้อง move fast and furious


• เวลาซื้อไอติมลูกละ 90 บาทกิน แค่เพียงมันเอาลิ้นแตะเข้าปากปุ๊บ แล้วไม่ปลื้ม ไม่ถูกปาก มันจะโยนทิ้งลงถังขยะทันที


• สมัยเรียนมัธยม นั่งรถเมล์กลับบ้านด้วยกัน  ถ้ามีที่นั่งว่างเพียง 1 ที่ มันจะแย่งนั่งทันที แล้วบอก “มึงยืนน่ะดีแล้ว ออกกำลังกาย”


• นัดไปเที่ยวไหนทีไร มันจะมาสายเสมอ มันบอกว่า มันไม่ชอบรอคน มันเลยนัดให้ผมไปเร็วๆ มันมาถึงจะได้ไม่ต้องรอ


• ผมฝากงานให้มันทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่ง ที่มาเช่าพื้นที่ในห้างไฮโซที่ผมเคยทำ โดยผมรับประกันกับเจ้าของบริษัทนี้ไว้ว่า “คนนี้ เจ๋งมากๆครับ ฝีมือสุดยอด ถ้าเฮียกล้า pay มันถวายชีวิตให้เลยครับ”  ผลปรากฏว่า มันลาออกภายใน  3 เดือน แล้วบอกผมว่า “นี่กู รักษาหน้ามึงแล้วนะ กูรอให้พ้นโปร ไม่งั้นกูออกตั้งแต่เดือนแรกแล้ว”  ทั้งๆที่มันได้เงินเดือน 8 หมื่นสำหรับตำแหน่ง product designer โดยที่ไม่มีประสบการณ์ทำงานด้านนี้มาก่อน และทั้งที่มันจบสาขา International Business Management  (ทุกวันนี้  ผมไม่กล้าเดินผ่านหน้าร้านเฮียเลย ไม่กล้าฝากงานให้ใครอีกแย้ววว)


• มันยืมซีดีเพลงของผมไปแล้วไม่คืน แผ่นแท้นำเข้าจากอเมริกาทั้งนั้น ที่ผมโมโหมากๆคือ แผ่นของ Deborah Cox อัลบั้ม One Wish ซึ่งหาไม่ได้แล้ว 10 ปีที่แล้วคนไทยไม่รู้จัก ไม่มีใครขาย มันยืมไปตั้งแต่ปี 1998 ครับ  ผมเลยอดฟังเพลง September เลย (10 ปีแล้วนะมึ้งงง จะคืนกูมั๊ยยย)

 มีรูปหน้าปกด้วย (เริ่ดเนอะ แค่ลีลาการนั่งก็ไฮโซแล้ว แต่ตีนอ๊วนอ้วน  เตะหมาตายเลยอ่ะ)

 

 


• ไปเข้าค่าย ร.ด. 7 วัน  มันจะมาแย่งอาหารในถาดของผมเสมอ โดยบอกว่า “กรูขี้เกียจล้างจานว่ะ” ทำให้ผมกินไม่อิ่ม  ทำให้การวิ่งเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยวิธีการโผ จะลำบากมากๆ ไม่ค่อยมีแรง


• มันไม่มาวันถ่ายรูปรับปริญญารุ่นผม วันรับจริงก็ไม่โผล่มา  บ่นว่าร้อน เมื่อย คนเยอะ


• ฯลฯ  ความเชี่ยของมันเยอะ อธิบายไม่หมด ไม่อยากเผาเพื่อนกินด้วย (หุหุ)


แต่   เมื่อตอนเช้า ด้วยความที่อยากได้ iPhone จนตัวสั่น เลยโทรไปถามมันว่า iPhone ที่มันใช้อยู่ เริ่ดขนาดไหน ปลดล็อคทำไง กล้องชัดมะ  sync ข้อมูลนานมั๊ยย  iCal เริ่ดจริงป่ะ  Safari ล่ะ  บลาฯฯฯ  แล้วก้พูดถึง ป้า Mariah ศิลปินในหัวใจของเหล่าตุ๊ดแห่งสยาม ว่าจะออกอัลบั้มใหม่ e=mc²  แล้วนะเดือนนี้  อยากเป็นคนแรกในสยามที่ได้ฟังทั้งอัลบั้มทำไงดี  กรี๊ดๆ  แล้วก็ตอแหลกันต่อสะบั้นหั่นแหลกตั้งแต่ Celine Dion, George W. Bush, Nelson Mandela, ดาไลลามะ   ฯลฯ  ลัลลา  บลาๆ 

แล้วมาจบด้วยเรื่องที่ว่า “ เออ โรคกรดไหลย้อนของมึงเป็นยังไงบ้าง”

กรี๊ดดด 


นี่มึงห่วงกูใช่มั๊ยเนี่ย ถึงได้ถามตอนจะวางสายเนี่ย (แต่ก็โคตรซึ้ง น้ำตาเกือบเล็ด)


ถึงมันจะมีนิสัยเป็นเอกเทศ ออกแนวเชี่ยนิดๆ ไม่เอาใคร ไม่สนใจใคร ไม่ติดรูปแบบใดๆทั้งสิ้น แต่ผมก็รุ้ว่ามันเป็นคนดีมาก


พี่สาวแสนสวยของผมคนนึงบอกผมว่า ไอ้ ก. มึงจำใส่กะโหลกไว้ 
“ทุกคนบนโลก ล้วนเป็นคนดี เพียงแต่แสดงออกมามากน้อย แตกต่างกัน แค่นั้นเอง”


วันนั้นที่ผมได้ยินประโยคนี้ ผมนอนไม่หลับเลย นอนคิดทั้งคืน ว่าแต่ก่อนผมแบ่งแยกคนเป็นสองประเภท คือ “ดี” กับ “เชี่ย” โดยเอาสมองและหลักความคิดของตัวเองเป็นหลัก แล้วผมมีสิทธิ์อะไร ไปชี้หน้าบอกว่า “ไอ้นี่มันเชี่ย” “คนนี้คนดีนะ”  แล้วตัวผมเองดีแค่ไหนเชียว


เพื่อนผมถึงมันจะแหวกแนวพิศดาร แต่ผมไม่เรียกมัน “เพื่อนแท้” หรอกถ้ามันไม่ใช่คนดี


• สมัยมัธยม ผมเคยขาดเรียน ทำให้ในสมุดเรียนไม่มี article ที่ครูสอน จะอ่านสอบก็ไม่ได้  มันก็จะลอกใส่กระดาษมาให้ทุกวิชาที่เรียน ด้วยลายมือที่สวย อย่างกับใช้ปริ้นเตอร์พิมพ์  โดยที่ผมไม่เคยขอให้มันทำ ย้ำว่าใช้มือเขียน เมื่อ 16 ปีก่อน โลกเรายังไม่มี inkjet ครับ  ถ้าผมขาดเรียน 2 วัน ก็จะมีครบเลย 10 กว่าวิชาลงบนกระดาษ แล้วมันก็ยังกระทำเยี่ยงนี้จนถึงขั้นมหาวิทยาลัย


• มันซื้อ CD เพลงของวง en vogue ให้ผม เป็นแผ่นญี่ปุ่นแท้ ราคา 1,200 บาท ที่มีขายที่ร้าน music one สาขาสีลมเท่านั้น เมื่อ 12  ปีที่แล้ว เพราะมันรุ้ว่าผมชอบหนังเรื่อง set it off มาก แล้วเพลงนี้ก็อยู่ในหนังรื่องนี้ ณ ฉากที่ตัวเอก ชาย หญิง กำลังจะอึ้บกัน  เพลงนั้นคือ don’t let go(love) ผมไม่ซื้ออัลบั้มนี้เพราะว่ามีเพลงเพราะอยู่ 3 เพลง แล้วตอนนั้น สกิล R&B ยังไม่แตกฉาน  แล้วแม่ให้ค่าขนมไปเรียนมหาลัยแค่วันละ 50 บาท

นี่คือรูปหน้าปกอัลบั้ม  (เริ่ดยิ่งกว่า แต่ละคน คนขวาสุดทำหน้าแอ๊บแบ๊ว คิกขุตาใส คนกลางนมห้อย ทรงผมจี๊ดจ๊าด  คนซ้ายหน้าเหมือน predator นิดๆ)

 

 


• มันเป็นคนเดียวในโลกที่กล้ากิน sandwich ต่อจากผม โดยกัดต่อจากรอยที่ผมกัดแล้วด้วย โดยไม่แสดงทีท่ารังเกียจใดๆ หรือแซวปากหมาๆ  ขนาดข้าวจานที่แม่ผมกิน หรือของหลานรักของผม ผมยังไม่กล้ากินเลย จะอ้วก


• มันเลือกเรียนบริหารธุรกิจเหมือนผม ทั้งๆที่เรามีแผนจะเรียนวิศวะเหมือนๆกัน มันเก่งเคมี ผมเก่งฟิสิกส์  แต่พ่อผมไม่ปลื้มวิศวะ  ผมต้องเรียนคณะบริหารตามพ่อสั่ง  มันก็ยอมเรียนตามผม   (ผลที่ได้คือ มันไม่ชอบเรียนบริหารเลย  เกรดก็ร่อแร่  มันเรียนจบได้ใน 4 ปีครึ่ง ผมเรียนจบภายใน 3 ปีครึ่ง)


• เราคุยกันน้อยมาก งานเยอะทั้งคู่ แต่มันจะ sms มาเสมอ ด้วยคำพูดสั้นๆ “โฮ่” หรือ “อ๊ากสส” เพื่อให้ผมหัวเราะ เพราะมันรู้ว่าผมเส้นตื้น แล้วเครียดกะงานมากๆ


• วันนี้ตอนกลางคืน มันนั่งรถเมล์หลังจากเลิกงานดึก มาลงฝั่งตรงข้ามบ้านผม วิ่งข้ามถนนเอาซีดี Mariah อัลบั้มใหม่