“หลง” + “รัก”

posted on 20 Feb 2008 00:52 by tarlomak  in Gibberish

 

 

เริ่มเขียนเอ็นทรี่นี้ตั้งแต่ วันที่ 9 ก.พ.  เพิ่งจะมาเสร็จก็วันนี้นี่แหละ 

 

ทุกๆปีวันที่ 14 ก.พ. มันเป็นวันที่ผมรู้สึก หดหู่ ชีช้ำ เฉาซี้ ปี้หดหาย มันเป็นวันที่ ไม่ว่าผมจะมองไปไหน จะเห็นคนอื่นๆมีความสุข จับมือเดินกันเป็นคู่ๆ หัวเราะคุกๆ

 

ร้านดอกไม้จะมีคนรุมเข้าไปซื้ออย่างบ้าคลั่งเหมือนได้ฟรี ใครจนหน่อยก็ดอกกุหลาบ ใครรวยหน่อยจะซื้อดอกทิวลิป ผมเคยเห็นเพื่อนซื้อดอกเชี่ยอะไรไม่รู้ราคาหมื่นบาทให้แฟน บ้าแล้ว (สงสัยจะเป็นดอก “ทอง” ) 

 

ผมมีมุมมองเรื่อง “ความรัก” แบบเชี่ยๆอยู่อย่างนึงครับ

 

ผมว่าสิ่งที่คนเรียกว่า “ความรัก” จริงๆแล้วมันเกิดจากองค์ประกอบ 2 อย่างคือ “ความหลง” กับ “ความอยากได้”  

 

นิยามของความรักคืออะไรไม่รู้  ผมอยากจะเชื่อว่าความรักที่แท้จริงคือการให้ (ในหลายๆรูปแบบ) เราอาจจะยอมลำบาก ยอมเสียสละอะไรสักอย่างเพื่อคนอื่นๆหรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่  

 

ถ้ารักกันจริง ผมว่าต้องพิสูจน์กันตอนที่ีชีวิตลำบากนั่นแหละ (ถ้าวันนึงเราหันไปเช็ดก้นตัวเองไม่ได้ แล้วคนที่บอกว่ารักเรา มาเช็ดให้อ่ะ นั่นผมถือว่า รักเราจริงๆ)

 

 

ผมคิดว่า ถ้าคุณถามคนคูู่่นึงที่บอกว่า “เรารักกันมาก” เนี่ย  เค้าจะตอบว่าเค้ารักกันเพราะอะไร ทำไมถึงรัก บางคนอาจบอกว่าความรักจะเอาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ แต่ก็ต้องมีบางสิ่่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรารักคนๆหนึ่งอยู่

 

ผมคิดว่ามันคือ “ความหลง” ครับ

 

บางคนบอกว่า ผมรักคุณเพราะ “คุณคือคนดี “, “เพราะคุณจิตใจดี”, “เพราะคุณทำให้ชั้นหัวเราะ” , “เพราะคุณน่ารัก”, “เพราะคุณยิ้มสวย”, “เพราะคุณร้องเพลงเก่ง”, “เพราะคุณดีดเปียนโนได้”, “”เพราะคุณหน้าผากโหนก”, “เพราะคุณจมูกโด่งเป็นสัน”, “ เพราะมึงรวย”, “เพราะมึงมีรถขับ”  หรือเพราะอะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้เราเกิด positive impression ขึ้นมา จนเรา ”หลงใหล” ไปกับมัน

 

ถ้ามองจริงๆ ณ เวลานั้น ไม่มีอะไรรับประกันว่า เค้าจะดี จะยิ้ม จะน่ารัก จะรวย จะ ฯลฯ  ไปตลอด แล้วสิ่งที่เราเห็นนั้น เราก็มิอาจจะรู้ได้ว่ามันแอ๊บ หรือแกล้งทำให้เราเห็นว่ามันมี quality เป็นแบบนั้นหรือเปล่า  ดังนั้น สิ่งที่ทำให้เราชอบใครสักคน จึงบังเกิดบนบรรทัดฐานที่ว่าเราไม่ได้รู้แจ้งเห็นจริง มันเป็นแค่สิ่งภายนอกเท่านั้นเอง ที่ทำให้เราหลงเชื่อไปแล้ว

 

มนุษย์เรามี basic needs อยู่อีกหลายอย่าง อย่างนึงคือ การยอมรับ หรืออยากให้คนยอมรับเรานั่นเอง และการอยากมีอยากได้มาเป็นของตน 

 

 

พอคนเรา “หลง” เป็นแฟนกันแล้ว  ก็เกิดการ ”อยากได้” มาเป็นของๆเรา (คนเดียว) ผมว่าคงไม่มีใครยกเมียของตัวเองให้ไปนอนกับเพื่อนแล้วแบ่งปันกันใช้เมียไปทำกับข้าว ทำงานบ้าน  แล้วคงไม่มีใครซื้อบ้านแล้วเอาไปให้ขอทานอยู่ฟรีๆ

 

พูดถึงเรื่อง ”การอยากได้อยากมี “ แล้วนึกถึงเรื่อง ”ผลประโยชน์ต่างตอบแทน” 

 

ผมมองว่าใครที่คบกันได้นานๆ แต่งงานกันแล้วหลายสิบปีไม่เลิกกัน นั่นเป็นเพราะว่าเค้าต่างคนต่างมีผลประโยชน์ซึ่งกันและกันอยู่นั่นเอง  

 

ในชีวิตเราถึงได้เห็น ผัวที่เมาหัวราน้ำทุกวัน กลับบ้านไปเห็นเมียเป็นลูกตระกร้อ ทั้งเตะ ทั้งเข่า ทั้งโหม่ง แต่เมียก็ไม่ยอมหนีไปไหนซักที  อาจจะเป็นเพราะว่าเมียกลัวไม่มีคนเลี้ยง  ติดใจในรสเซ็กส์  กลัวหาคนใหม่ไม่ได้ กลัวการอยู่คนเดียว จึงเลือกที่จะทนเจอตีนต่อไปดีกว่า  ซึ่งถ้าพูดไปแล้ว การที่สามีเห็นเราไม่มีค่า ไม่ให้ความสำคัญแบบนี้ ทำร้ายเราขนาดนี้ เราไม่ควรจะทนต่อไปด้วยซ้ำ  เจ็บตัวไม่เท่าไร เจ็บใจนี่สิ ทนได้ไง แล้วทนทำไม (หากไม่มีผลประโยชน์)

 

ผมคิดว่าไอเดียอันนี้ใช้ได้แม้แต่ในเรื่องธุรกิจ  ธุรกิจสมัยนี้ หาได้ซึ่งความไว้วางใจไม่  การทำธุรกิจยุคนี้อย่าไปคาดหวังว่าจะใสซื่อบริสุทธิ์  ธุรกิจจะไปได้ด้วยดี มันขึ้นอยู่กับการเจรจรต่อรอง กับผลพลอยได้ “เท่านั้น”  ตราบใดที่ต่างคนต่างมีผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ธุรกิจมันก็ run ไปได้ 

 

ตราบใดที่ลูกหนี้จ่ายเงินตรงตามกำหนด เจ้าหนี้ก็ยัง supply ของให้ฉันท์นั้น  

 

และตราบใดที่บัตรเครดิตแพลทตินั่มยังให้แต้มคูณสอง ยังไม่เก็บค่าธรรมเนียมรายปี (2,500 - 5,000 บาท)  คนก็ยังจะใช้บัตรตะบี้ตะบันรูดปี๊ดๆอยู่อย่างนั้นแหละ 

 

เพราะต่างคนต่างมีต่างได้ผลประโยชน์ทั้งคู่ไงครับ ลูกค้าได้แต้มสะสม ได้ใช้สินค้าโดยยังไม่ต้องจ่ายเงินสด ส่วนร้านค้าก็ได้เงินทันทีโอนเช้าบัญชี ไมต้องวุ่นวายนับเงินทอนเงิน  ส่วนบริษัทวีซ่า/มาสเตอร์การ์ดได้ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย เรียกได้ว่า win-win-win เลยนะเนี่ย

 

 

ผมมองว่า ณ วัน/เวลาหนึ่ง หากเราไม่ต้องการสิ่งที่แฟนหรือคนรักของเรามี  ผมว่าวันนั้นก็เลิกกันครับ 

 

เรื่องเงิน เรื่องลูก เรื่องฐานันดร เกียรติยศ ศักดิ์ศรี มันไม่เกี่ยวเลยกับการที่เรารักใคร หรือจะเลิกกับใคร มันอยู่ที่ว่าคนคู่นั้นยังมีสิ่งที่ต้องการจากกันและกันอยู่หรือเปล่า

 

 

จบข่าว

 

 

ปล. ลืมบอก  เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ใครก็ไม่ทราบเอาดอกไม้ + การ์ดสีเขียว + หมอนกลมๆสีแดง มาวางไว้บนรถผม ตอนเลิกจากฟิตเนสลงมาหน้าตึกก็เจอเลย ทำให้ผมอับอายมากๆ บางคนอาจจะกรี๊ด ดีใจสุดขีด กระโดดโลดเต้นทันทีที่เห็น แต่ผมไม่ ผมไม่ชอบเรื่องโรแมนติคแบบนี้ ใครๆก็ทำกัน ไม่จีรังยั่งยืนด้วย ไม่ปลื้ม (แต่พอเก็บของเข้ารถเสร็จ ปิดประตู ขับออกมาได้ 2 เมตร ก็กรี๊ดในรถเป็นบ้าเป็นหลัง อยู่ประมาณ 10 นาทีนะ  หุหุ)

 

ถึงวันนี้ มันเป็นใครยังไม่รู้ตัวเลย คาดว่าเจ้าของจริงๆสั่งร้านดอกไม้ให้มาวางให้ อาจจะเพราะเขิน มันเลยวางผิดคัน เซ็งว่ะ (มันคงวางผิดคันจริงๆ )

 

 

ปล2.  จะถ่ายรูปดอกไม้ + หมอน + การ์ด มาให้ดูเป็นหลักฐาน แต่ปรากฏว่าหากล้องดิจิตอลไม่เจอ กล้องหายไปแล้ว โธ่ !!!!  SONY DSC P10 ราคา 22,000 หิ้วจากญี่ปุ่น  โธ่!!!!!  ลูกพ่อ อยู่กันมา 7 ปี หนีไปหาแฟนซะแล้ว  (เซ็งยิ่งกว่า เซ็งค้อตๆ)

 

ไม่จี๊งงงง  ใครๆก็ทิ้งผมไปหาคนอื่น มันเกิดอะไรกันขึ้นเนี่ยยย

 

 

เฮ้ออ เอาเพลงไปฟังครับ ตอนนี้ฟังเพลงนี้ สลับกับ ”อกหัก” ของบอดี้แสลม ทั้งวัน ทั้งคืน เป็นเพลงของ เอ็ม อรรถพล - “ไม่มีใครแทนใครได้” ผมว่ามันตรงกะชีวิตตอนนี้ ใช่มั๊ยครับ คุณครู shako  


 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ที่ใดมีรักที่นั่นมีสุข ที่ใดเปี่ยมทุกข์ที่นั่นมี "หลง"
...

"รักเอ๋ย รักลวง
อย่าหนักหน่วง เพราะคำชาย
รักเอ๋ย รักเล่ห์
พอสมคะเน ก็เลยหาย
รักเอ๋ย รักซ้อน
ต้องอาวรณ์ อยู่มิวาย"

นั่นก็คงเป็นอารมณ์หนึ่งของ "หลงรัก"
ความหมายและการแสดงออกมันใกล้กันมากเลยนะ

...

ไม่มีอะไร จะทดแทนกันได้เลย จริงๆ

...

มีความสุขบ้างนะคะ



big smile

#2 By กะจิ๋วหลิว on 2008-02-20 06:17

คงไม่มีใคร"โง่มาวางผิดหรอกครับ อย่าหลอกตัวเองเลย
ผมว่าจริงๆก็คงปลื้มไม่น้อยนะนั่น
เป็นบ้าเป็นบออยู่ในรถขนาดนั้น เหอเหอ
เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆคนใหม่ๆเข้ามาในชีวิตเหอะ
จะได้เลิกฟังเพลงอกหักซะที
จริงมั้ยครับน้องแพนด้าคุง...
ว่าแต่การ์ดไม่ระบุเหรอว่าใครเป็นคนให้มา
เทรนเนอร์ในฟิตเนทแน่เลย
อะจ๊ากกกก question
ปล.แล้ววันวาเลนไทน์ทำไมต้องรู้สึกหดหู่หละครับ ไม่จำเป็นเลย
ชีวิตใครก็ชีวิตมัน
จะไปมองดูแล้วมาริดรอนความรู้สึกตัวเองทำไม
(จริงๆผมเองก็เป็น แต่พยามยามทำใจเฉยๆ)
ไปอิจฉาเขาก็เท่านั้นครับ
หามุมมองใหม่ๆ ชีวิตใหม่ๆ ที่เราเองก็สามารถทำได้นะครับ
ถึงจะฉาบฉวยก็เถอะ แต่ผมว่าดีกว่ามานั่งหดหู่กระจู๋หดแบบที่คุณเมิงเป็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
จริงๆว่าจะคอมเม้นท์น้อยๆนะเนี่ย
แต่เห็นกว่าจะโผล่"หัว"ออกมาจากกล่องได้ เล่นเอาเหนียงยานเลยวุ้ย
เพราะฉะนั้นต้องโดนคอมเม้นท์ยาวเป็นสองเท่าหวะ
จริงๆคงไม่หดหู่จู๋หดเท่าที่บอกหรอก สตอจริงๆ
กลัวเรตติ้งตกรึไงฟะ เดี๋ยวเม้นท์ให้สิบรอบเลย
ไปละ หิวข้าว
ปล.สำหรับมิตรรักแฟนเพลง เอ้ย แฟนบล็อกผม อย่าเพิ่งคิดว่าทำไมผมคอมเม้นท์"หยาบ"และ"คาย"ขนาดนี้นะครับ ไอ้คุณน้องกล่องนี่ มันมาโซคิส ครับ ชอบความเจ็บปวด เลยสนองให้ก็เท่านั้น เอิ้กๆ question

#3 By -Press F5- on 2008-02-20 07:03

big smile เฮียโกหก...sad smile

#4 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-02-20 08:12

ผมค่อนข้างไม่เชื่อ ในเนื้อหาที่ว่ามานะครับ ^-^

ผมไม่ได้มองไปถึงการเช็ดก้นอย่างที่คุณกล่องว่ามา
แต่ผมคิดว่า ความรักเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตเท่านั้นเอง

จะด้วยรูปแบบธรรมเนียม ประเพณี หรือการปกครองที่มีมา
ให้มนุษย์ พยายามมีคู่แค่คนเดียวก็ตาม แต่ร่างกายมนุษย์
เป็นธรรมชาติ การมีมือมาสัมผัสตัว มาแตะหน้าผาก
ตามธรรมชาติของการมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆอยู่ในตัว
เพื่อสื่อสาร แปลความรู้สึกต่างๆ กับสมอง

แม่แต่โลกเราที่หมุนอยู่ ก็มีการก่อเกิด ไหลเวียนของกระแสไฟฟ้า
ตรงนี้คือธรรมชาติ .. ความเกี่ยวโยงกับอีกชีวิต หรือความรัก
ก็คือธรรมชาติส่วนหนึ่ง ของสิ่งมีชีวิต
โดยเฉพาะมนุษย์ ที่ต้องการมากกว่าเพื่อสืบพันธุ์

ความ "มากกว่า" ในที่นี้ไม่ใช่ความพิเศษ แต่กลับเป็นเสมือน
"ความอ่อนแอ" เสียด้วยซ้ำ

แต่ทั้งนี้ รูปแบบของความรัก อาจจะถูกจำกัดด้วยช่วงอายุ
ของมนุษย์ด้วยครับ เพราะ "ความรักของวัยที่แตกต่าง"
ก็นำไปสู่ ความต้องการ และความหมายที่แตกต่างด้วย

งงจริงๆ .. กับความรัก ^-^
ไม่รู้เหมือนกันนะว่าตอนนี้มีความรักแบบหลง+รักรึเปล่า...ไม่รู้ว่าหลงอะไรและรักทำไม...รู้แต่ว่าเป็นรักที่ไม่มีอนาคต และไม่ได้อะไรเลย เพราะอยู่ด้วยกันไม่ได้...ถึงจะรู้ว่าการอยู่ด้วยกันไม่ได้มันแค่เรื่องนิดหน่อย แต่มันก็ทำให้เจ็บปวดทุกครั้ง...

ปล.เป็น entry ที่เขียนนานจัง
ปล2.ขอให้มีความสุข+ความรักเข้ามามากๆนะค้า ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็เหอะเนอะ big smile

#6 By วอร์ (58.147.32.246) on 2008-02-20 08:50

โห............อิจฉานะเนี่ย ได้ดอกไม้ กรี๊ด...
14 กพ.นั้งปั่นสัมมนา โดดเดียว เดียวดายกับ KFC 1กล่อง ก่อนกลับบ้าเลยเจ้าคะ


ปล.ปุกไม่เคยทิ้งพี่กล่องนะคะ cry cry cry
อุ๊ยๆ
ดอกไม้ + การ์ดสีเขียว + หมอนกลมๆสีแดง
cry cry cry

#8 By simply? on 2008-02-20 09:14

หวังว่าซักวันคุณกล่องคงจะเลิกฟังเพลง ”อกหัก” ของบอดี้แสลม
แล้วเปลี่ยนมาฟังเพลง "จังหวะหัวใจ" ของบี้แทน
(อ้อ...ครู shako ด้วย)

สักวันความรักเ ชี ยๆ มันจะลบหายไปจากใจคุณกล่องเอง
เพราะคงไม่มีใครจะอกหักไปตลอดชีวิต หรอกนะ

ลืมเรื่องร้าย และ "เปิดใจ"big smile Hot!
#3 อ่านคอมเม้นต์พี่พี แล้วรู้สึกเจ็บที่ต้นขา
เหมือนถูกกัด อิอิอิ
ความรักเป็นเรื่องง่าย
คนต่างหากที่ทำให้มันยาก...

#11 By รายละเอียดที่หายไป... (58.9.127.186) on 2008-02-20 09:47

คุณลิงฯ ตอบดีจริงๆเลย big smile
แพนด้าฯ ตอบแบบนี้ บอกตรงๆนะ ที่สงสัยไว้ ยิ่งมั่นใจใหญ่เลย 55+ open-mounthed smile

#12 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-02-20 10:36

ที่เขียนมาทั้งหมดน่าคิดๆ เคยนึกอยู่เหมือนกัน ทำไมคนเรา เมื่อมีใครสักคนเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะ แล้วมีความทุกข์กันนักกันหนา ก็เพราะ “ความรัก” จริงๆแล้วมันเกิดจากองค์ประกอบ 2 อย่างคือ “ความหลง” กับ “ความอยากได้”
เมื่อสมหวังก็เป็นสุข ไม่สมหวังหวาดระแวง ไม่เชื่อใจกันก็เป็นทุกข์

555..ดอกไม้ + การ์ดสีเขียว + หมอนกลมๆสีแดง แฟนสาวคันข้างๆงอน เลยเอามาวางทิ้งไว้คะ...

#13 By MayaKniGht on 2008-02-20 10:42

"ผมรักคุณ" "เพราะคุณหน้าผากโหนก"
เฮอะ ๆ ๆ

อันนี้มันเป็นเหตุผลให้คนรักกันได้ด้วยหรอครับ
แต่ก็ไม่แปลกหรอก
ผมยังรักเธอเราะเธอตาตุ่มใหญ่เลย
เอิ้ก ๆ ๆ ๆ sad smile

#14 By ภัทร วีระ on 2008-02-20 10:58

หัวเราะคุกๆ sad smile มันเป็นยังไงหรอครับ อิอิ

เขียนได้ดีครับ ผมว่าสะท้อนหลักจิตวิทยามนุษย์ได้อย่างดี
แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ รักแท้จริงคงมีแต่ของพ่อแม่
เท่านั้นแหละครับ

แต่ขำที่แอบไปกรี๊ดในรถด้วย 55

#15 By @ri on 2008-02-20 11:00

เห็นด้วยบางส่วน และไม่เห็นด้วยอีกบางส่วนครับ หากมองว่าความรักคือ ความหลงกับความอยากได้ มันดูจะ "หยาบ" กระด้างไปนะครับ ถึงแม้ว่าความรักก็คือกิเลศอย่างหนึ่งเหมือนกัน สำหรับปอนมองว่า ความรักมันเกิดจากความเข้าใจในความเป็นตัวตนของกันและกัน ซึ่งความเข้าใจที่มีมันก็จะทำให้ "หัวใจของคนสองคนผูกกันไว้" เพราะฉะนั้นความรักที่ดีก็คือ ความเข้าใจในกันและกัน เชื่อมัน ไว้วางใจ ยอมรับในความเป็นตัวตนของอีกคนหนึ่ง

เพราะฉะนั้นการเอาความรักมาใช้ในเชิงธุรกิจปอนว่า ความรักมันระเอียดไปกว่าการนำมาใช้ในเชิงธุรกิจ แต่องค์ประกอบในการทำธุรกิจก็มีหยาบๆ อย่างที่เฮียเขียนมานั่นแหล่ะครับเหมาะสมแล้ว

การมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคู่ครับ บางที ความหลงก็เป็นเหตุปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนทนอยู่ด้วยกันอย่างที่เฮียบอกก็ได้ หลงไปว่ารักเค้าหมดหัวใจ เลยทำให้ต้องทนอยู่กับสถานการณ์แบบนั้น ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันไม่ได้เกิดจากความเข้าใจของคนสองคนเลยแม้แต่น้อย

ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับสำหรับดอกไม้ การ์ด และหมอนสีแดงในวันวาเลนไทน์ นะครับ แต่แน่ใจอ่ะว่า..... ไม่ได้สร้างภาพให้คนเอามาวางเองแล้วทำเป็นแกล้งลืมนะ double wink

#16 By ปอนปอน on 2008-02-20 11:29

คอมเมนต์ยากแฮะคุณกล่อง
เรื่องนี้ผมไม่เชี่ยวชาญซักเท่าไหร่นักหรอก
แต่ผมเชื่ออยุ่อย่างหนึ่งว่าความรักมันคือ"ความหวังดี"
รักแบบนี้มันไม่ได้จำกัดว่าเราต้องรักคนๆคนเดียว
เราจะรักใครก็ได้ กี่คนก็ได้
รักที่จะเห็นคนเหล่านั้นมีความสุข
มันก็พอเรียกว่ารักได้แล้วครับ....

ความรักแบบทั่วไปเนี่ยที่ผมเรียนมา
Robert Sternberg
เสนอทฤษฎี “สามเหลี่ยมความรัก”
(triangular theory of love)
เอาไว้ว่ารักแท้ (comsummate love)
มันจะต้องประกอบด้วย
1.ความสนิทสนม (intimacy)
2.ความเสน่หา (passion)
3.พันธะผูกพัน (commitment)
ขาดอย่างใดอย่างนึงไป
มันอาจจะเรียกได้ไม่เต็มปากว่าความรัก
แถมความรักที่ผมพูดมาข้างต้นมันดันไม่มี passion
เป็นส่วนประกอบเสียด้วยสิ

อืม........
แต่มันก็แค่วิชาการบานตะไทเท่านั้นแหละนะ
ใครเคยรักเท่านั้นแหละถึงรู้ว่ารักมันเป้นยังไง

วันนี้รักใครซักคนรึยัง

#17 By มนุษย์เพลง (203.144.240.229) on 2008-02-20 11:31

#12 พี่ตุ้มเป๊ะ แพนด้าหมายถึงเปิดใจกับทุกคนน่ะครับ
กล้องย้ายที่อยู่ได้ไงคะ? อิอิ

ปล. วัน/เวลาหนึ่ง หากเราไม่ต้องการสิ่งที่แฟนหรือคนรักของเรามี ผมว่าวันนั้นก็เลิกกันครับ


เรื่องเงิน เรื่องลูก เรื่องฐานันดร เกียรติยศ ศักดิ์ศรี มันไม่เกี่ยวเลยกับการที่เรารักใคร หรือจะเลิกกับใคร มันอยู่ที่ว่าคนคู่นั้นยังมีสิ่งที่ต้องการจากกันและกันอยู่หรือเปล่า


เอิ๊ก งง ๆ เง็ง ๆ ฮ่า ๆ แล้วเราต้องการอะไรจากแฟนเราอ่า อิอิ เลิกดีมั้ยเนี่ย 555 ไม่หรอกค่ะ รักไม่รักก็อยู่ได้อยู่แล้วล่ะ เพราะว่ามันไม่ใช่สาระแล้ว big smile

#19 By tungmay on 2008-02-20 12:49

อยากเห็นรูปดอกไม้ + หมอน + การ์ด จังเลยค่ะconfused smile

#20 By VAR on 2008-02-20 13:28

ให้ความรักกับคนอื่นๆด้วยสิคะ อย่าหวังจะให้ใครๆมารักอย่างเดียว หวังมากๆ เดี๋ยวก็ผิดหวังอีก

ยิ่งตามหา ยิ่งไม่เจอนะคะ (เพราะมัวแต่เลือก)

#21 By Orm & Hai on 2008-02-20 13:50

ผมไม่อยากไปคิดให้มันลึกว่ามันคืออะไรครับ

ปล่อยมันไปตามธรรมชาติดีกว่าdouble wink
-- เป็นความรักอีกแง่มุมหนึ่ง.. ที่อุ้ยไม่ค่อยได้เจอใครคิดแบบนี้เท่าไร

-- เพราะส่วนใหญ่แล้วเวลาใครๆ พูดถึงความรัก.. มันจะแนวเพ้อฝัน

-- ผิดกับพี่มนุษย์กล่องที่บรรยายไปบรรยายมา กลับออกไปทางธุรกิจซะนั้น

-- แต่ก็นานาจิตตัง อาจเพราะว่าเราเจออะไรมาต่างกัน อิอิ..

-- แต่อย่ากระนั้นเลย.. แอบอิจฉาดอกไม้ การ์ด และหมอนแดงที่ได้ไป

-- แม้จะเป็นเรื่องบังเอิญก็ตามที.. แต่ก็ไม่คุ้มกับที่เสียไปเอาซะเลย อิอิ..

-- ไม่ได้มานาน.. คิดถึงนะคะ หุหุ!! (จะมีแม่ยกที่ไหนมาฉีกอกไหมเนี้ย อิอิ..) question

#23 By Evil-minded Angel on 2008-02-20 16:25

bodyfit :
ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีตุ๊ดครับ question

กะจิ๋วหลิว :
ขอบคุณสำหรับกลอน ความรักลวงหลอก อยู่เป็นโสดดีกว่าครับ สบายใจ มีเงินใช้คนเดียว เอาไปซื้อ iPod, iPhone

ไอ้คุณพี(cock):
เอ๊ะ อีนี่ นานๆมาทีแล้วก็มาว่าเค้าอีก

ก็ไม่ได้ฟังเพลงหรือไง บอกแล้วว่า ไม่มีใครแทนใครได้
ปีนี้ผมจะไม่เปิดใจแล้ว จะเข้าสู่โหมด "ฟันแล้วทิ้ง"

อยากให้เป็นครูฝึกเหมือนกัน คนที่เอาดอกไม้มาให้น่ะ

ตุ้มเป๊ะ :
เตรียมตัวรอการแก้แค้น เอาคืนจากผมได้เลยครับ หึหึ

starbucks :
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ เห็นด้วยกับพี่ตุ้มเป๊ะเลย เอ็นทรี่นี้เขียนออกมาจากอารมณ์ที่โมโหตัวเองอ่ะครับ "หลง" เป็นประจำ

จริงๆผมมีมุมมองความรักที่สวยงามด้วยนะครับ

วอร์ :
การจะได้เจอคุณวอร์ คือต้องอัพ
ต่อไปจะอัพเยอะๆนะครับ แล้วก็ขอให้ความรักสมหวัง ผมแนะนำอะไรคงไม่ได้ ตัวเองยังไม่รอดเลย เง้อ

น้องปุก :
ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกัน

ไปดวลอาหารมื้อหน้า อย่าทิ้งผมไปหาปลาดิบล่ะ

simply :
หรือว่าคุณเอามาดอกไม้ การ์ หมอน มาวางให้ผมครับ

แพนด้า :
ผมไม่เคยเปิดใจมานานมากๆแล้ว เพิ่งจะมาเปิดเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็เศร้า ไม่อยากเปิดอีกแล้วครัว ความรักลวงหลอกมันก็แค่เจ็บปวด

ป้าเอียด :
เพราะคนนี่แหละครับ ทำให้ความรักมันไม่ง่าย
เฮ้อๆๆๆๆ อยากเป็นคนดี ทนได้นานนาน .. อิอิ

แม่มายา :
เป็นไปได้นะเนี่ย ว่าอีผู้หญิงคันข้างๆมันงอน เลยเอาไปทิ้งไว้ที่รถผมแทน

#24 By มนุษย์กล่อง on 2008-02-20 16:40

ก็คิดคล้าย ๆ กันนะครับ แต่ในความคิดผมความรักมันมีช่วงเวลาด้วยนะ Hot!

คุยเรื่องความรักนี่คุยกันยาว แต่ผมไม่ชอบคุยอ่ะ เพราะคิดไม่เหมือนชาวบ้านเค้า ขี้เกียจเถียง

#25 By เจ้าชายน้อย on 2008-02-20 17:04

patrweera :
หน้าผากโหนก = บางอย่างตู้มๆไงครับ คนถึงได้ชอบกัน sad smile

ari05 :
ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ก้ใช่ว่าจะปราศจากการหวังผลตอบแทนเสมอไปนะครับ เอ๊ะ sad smile ทำไมผมมองโลกในแง่ร้ายแบบนี้

สาวปอน :
ก็เมื่อเจ้าใจกัน เชื่อมันกันแล้ว ผลประโยชน์มันก็ลงตัวไงครับ

มนุษย์เพลง :
วันนี้รักใครไม่ได้แล้วครับ เพราะว่าไม่รักตัวเอง คนอื่นจะรักเราต่อเมื่อเรารักตัวเราเองก่อน

ขอบคุณสำหรับความหวังดีจ๊ะ

ตังเม :
ผมอ่านเองก็งงเองครับ คือเขียนหลายวันมากๆ วันนีงนึกเรื่องได้อย่าง อีกวันนึกแล้วได้อีกแนว

Var:
ดอกไม้ธรรมดามากๆ หมอนกลมๆแดงๆเล็กๆ ไม่มีลาย การืดสีเขียวมีโบว์ด้วย

พี่อ้อม :
พูดถูกใจมากๆครับ ผมมาดูตัวเอง จะว่าไปแล้ว ผมไม่เคยรักใครจริงๆ มีแต่หลง

ตอนนี้ไม่ตามหาแล้ว เหนื่อยมากๆ เอาอาหารล่อดีกว่า

หมอเชน :
ด้วยรักและความเคารพ ต่อไปนี้ผมก็คงปล่อยมันไปตามธรรมชาติครับ เพราะยังไม่เจอใครที่ "อยากได้"

คุณอุ้ย :
ระวังตัวนะครับ !!! แม่ยกผมเยอะมาก

แอบอิจฉาคุณอุ้ยเล็กๆ ที่ยังมีคุณ TL อยู่ข้างๆ

คุณชายน้อย :
ทำขอสอบได้หรือเปล่านะ คิดถึงนะเนี่ย
ผมก็ไม่อยากพูดเรื่องความรักมากครับ ไม่สันทัดเลย

#26 By มนุษย์กล่อง on 2008-02-20 17:11

ผมมองในแง่ร้ายเลยล่ะครับ - -''

แนวประมาณว่า เขาก็ต้องการสิ่งตอบแทน ให้รักตอบไง - - ไม่งั้นจะทำดีด้วยเรอะ...

จะรู้สึกเหมือง รักคือ หลง+หึงหวง+โลภ รักดีๆก็เจอนะครับ แต่น้อย

ได้ตั้งสามอย่าง จิซิไม่ได้เล้ยยยยยยยย....
วันพรุ่งนี้มาฆบูชาน่ะจ๊ะคุณในกล่อง ไปทำบุญอุทิศกุศลให้เจ้าของเค้าหน่อยดิ่ เราได้บุญด้วย big smile
อะไรอ่ะ...มาล้างแค้นอะไรหึembarrassed

แพนด้าฯ พี่พูดเรื่องอื่นไม่ได้พูดเรื่องที่แพนด้าตอบ...open-mounthed smile

#29 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-02-20 19:48

ความรักพูดง่าย แต่ หา ยาก.....โคดดดดดด...
*ขออนุญาติใช้คำไม่สุภาพ ไมงั้นมันไม่โดน 55*
อกหักมา6วันแล้วล่ะคุณมนุษย์กล่อง บอกเลิกมันวันวีเดย์ซะด้วยนะเออ พอหมดผลประโยชน์แล้ว ก็ไม่สนว่าเป็นวันอะไรแล้วล่ะ เหอะๆ

#30 By ☠GriefCreW☠ on 2008-02-20 20:36

เพื่อน ๆ เรามีเรื่องน่าตื่นเต้นจะมาบอก พี่สาวเราไปเจอสถาบันลดน้ำหนักทางเน็ตมา เจอคนลดน้ำหนักได้เยอะแยะเลย ได้รู้ว่า ไม่ใช่ยา แถมผ่านอย. ตั้ง 65 ประเทศทั่วโลกแน่ะ ทั้งยังมีรับประกันคืนเงินอีก พี่เราเลยตัดสินใจเข้าโปรแกรม เดือนแรกลดได้ 5 กิโลแล้ว แถมสุขภาพก็ดีขึ้นมาก ใครอยากรู้ข้อมูล ลองเข้าไปดูนะที่ www.healthy.321.cn

#31 By nan (125.24.97.111) on 2008-02-20 21:31

อยากได้มั่ง
ถ้าหากมองว่า "ความสุขทางใจ" เป็นผลประโยชน์ด้วยแล้วล่ะก็ ก็คงจะจริงที่ว่าถ้าทั้งสองคนหมดผลประโยชน์ซึ่งกันและกันแล้วก็จะจากกันไป

แต่ความสุขทางใจ ใช่ผลประโยชน์หรือเปลา?

#33 By Mika on 2008-02-20 22:01

ชอบเอนทรี่นี้มากเลยคุณพี่

คุณพี่ตอบได้ชัดจริง ๆ ในเรื่องของความรัก
ไม่มีใครรู้หรอกว่ารักคืออะไร แต่น้องเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้คนพูดคำว่า "รัก" ก็เพราะเขามีความต้องการ เมื่อไรที่ความต้องการหมดลง มันก็เลิกกัน ดูสิ ลืมคำพูดที่ตัวเองเคยพูดซะงั้น

เวลาน้องรู้สึกรักใคร (เช่น ครู เพื่อนสนิท คนที่เคารพ) น้องจะพยายามคิดให้เหมือนว่า เขาเป็นญาติของน้อง (นึกถึง พ่อ แม่ พี่สาว น้องสาว พี่ชาย น้องชาย ฯลฯ) น้องจะคิดว่าเขาเป็นสายเลือดเดียวกับเรา ที่แม้ว่าจะด่ากันแทบตาย ก็จะไม่มีวันเกลียดกัน ไม่มีวันทำไม่ดีต่อกัน ในขณะที่บางคน เขาแค่ทะเลาะกับใครสักคน เขาก็ประกาศเลิกคบ ไม่พูด ไม่คุย ไม่มองหน้า ไม่เสวนา ทำเหมือน(ไอ้ "ใครสักคน" ที่น้องบอก)นั้นนะ ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกซะงั้น อย่างนี้มันใจร้ายมากเลย คงเพราะว่าเขามองเห็นว่า ("ใครสักคน") นั้นน่ะ หมดความหมายแล้วจริง ๆ

ถ้าน้องรักใคร น้องจะไม่มีวันมองแบบนี้ เพราะน้องคิดว่า คนที่น้องรักอ่ะ มีค่ามากมายเพียงพอที่จะคบกันไปจนวันตาย (โดยที่เขาไม่ต้องจ่ายอะไรให้น้องสักแดงเดียว)

ปล.คนที่น้องรักนะคะ สำหรับน้อง น้องคิดว่ามีจำนวนน้อยค่ะ น้องไม่ค่อยรักใคร ก๊าก... นับดูแล้วมีไม่ถึง 20 คน ส่วนนอกนั้นน้องเคารพ ชื่นชม ยินดีที่รู้จักเฉย ๆ

เออ อีกนิด กรี๊ดดอกไม้​ + ​การ์ดสี​เขียว​ + ​หมอนกลมๆ​สี​แดงบนรถคุณพี่จริง ๆ ถ้าเป็นน้องน้องคงเอาไปแต่งเป็นเพลงเลย (เอิีก ๆ บางทีถ้างานเสร็จ น้องจะแต่งเป็นเพลงให้คุณพี่แล้วกัน กรี๊ด ๆ)
จำเลยร๊ากกก

#35 By [YU-Gi-Oh!] on 2008-02-20 23:09

ง่ะ...รัก มันเป็นอะไรที่เข้าใจยากเนอะ 555

ตอนนี้ก็ยังสับสนอยู่ว่า เอ๊ะ มันคืออะไร ยังไง

จะว่าไปคือเหนื่อยจะหาคำตอบมันแหละ เอาแค่รู้ๆว่า ตัวเองต้องทำยังไงก็พอ ไม่ต้องไปคิดว่าเค้ารัก ไม่รักเรา ไม่ต้องไปหึงห่วง ไม่ต้องไปคิดว่าเค้าจะยุ่งกะใคร งืมๆ ทำตามที่ตัวเองอยากทำให้เค้าก็พอ อิอิ

พี่มาฟังเพลง รักในสันดาน ของ Mad Pack It กะหนูดีกว่ามั้ย

confused smile

เป็นเช่นไร อยู่ที่ใด ใครเคยลองฝัน ใฝ่หา

ฉันเคยค้น จนอ่อนล้า แต่ไม่รู้ว่า...

เหนื่อยใช่ไหม ที่ทำอยู่ เดินไปโดยไม่รู้จุดหมาย

ตามหารัก ที่หล่นหาย แต่ดูเหมือนอยู่ แสนไกล..

บางคนค้นหาจน เจ็บกาย บางรายกว่าจะได้มา แทบตาย

แต่สิ่ง สิ่งนั้น ช่างมีความหมาย... รักแท้จริงนั้น มันอยู่ที่ใด

*ความรักอยู่ในสันดาน มันเป็นสัญชาตญาณของเธอ

ความรักอยู่ในสันดาน มันเป็นสัญชาตญาณของเรา

ความรักอยู่ในสนดาน มันเป็นสัญชาตญาณของเขา

ความรักอยู่ รอบรอบกาย

รักอยู่ในสันดาน


ถ้าบางสิ่ง หลอกหลอนเธอ

เหมือนคนเบลอ ทรมาน ล้มลุกคุกคลาน เป็นบ้า

แต่ไม่รู้ว่า... เจ็บใช่ไหม ที่ทำอยู่ ให้รักไปแต่ ไร้ความหมาย

ถึงใครต่อใครเขาทำลาย เก็บรักคืนตัวเองซะบ้าง

บางคนค้นหา จนเจ็บกาย บางคน เพ้อฝันทุรนทุราย

แต่สิ่งที่ได้รับ ไม่มีความหมาย

รักแท้จริงนั้น มันอยู่ที่ใด

(*)



มันคือรัก หรือ แค่อารมณ์หลงชั่ววูบกันน่ะ

#36 By =^o^= NekiKO~ on 2008-02-21 03:48

sad smile แหมคุณกล่องก็...ไม่ถึงกะหายไปไหนนะ ก็เข้ามาอ่านคอมเมนต์ตลอดแต่ไม่เมนต์เท่านั้นเองหล่ะค่า...(แต่อัพบลอกบ่อยๆก็ดีนะคะ...เหมือนยังได้ติดต่อกันอยู่ ฮ่าๆๆๆ) เรื่องความรักปล่อยๆมันไปแล้วค่ะ

ปล. หลายๆคอมเมนต์อ่านแล้ว ทำให้มีมุมมองแปลกขึ้นด้วย อยากแปะดาวให้จัง cry

#37 By วอร์ (58.147.32.135) on 2008-02-21 10:09

ไม่รู้ว่ะครับ ตอนนี้เป็นมนุษย์เงินเดือนไร้รัก
อยู่คนเดียวก็สนุกสนานดีครับ เพราะเป็นคนเอาใจตัวเองเก่ง อิอิopen-mounthed smile

#38 By บองเต่า on 2008-02-21 11:29

ก็ไม่เข้าใจความรัก..เหมือนกันค่ะ

เวลาไม่มี..ก็อยากจะได้มา

พอมีแล้ว..ก็ไม่เก็บรักษาไว้ให้ดี..ทำให้หลุดมือไป

ตอนนี้..เรื่อย ๆ ลมพัดเย็นดีค่ะ

#39 By ChanCha on 2008-02-21 12:00

ความรัก เป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมที่ยากจะหาคำมานิยามได้
เราจะมองมันว่าดีหรือร้าย ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของเราเอง
เช่น ฝนตก อาจเย็นสบาย แต่ก็ทำให้เราเป็นหวัดได้ ประมาณนี้มั้งครับ

มุมมองที่คุณกล่องพูดมาไม่ผิดหรอกครับ เพราะบางครั้งผมก็คืดเหมือนกัน คนเราแทบจะไม่ทำอะไรโดยไม่หวังอะไรตอบแทนหรอกครับ
แม้ว่าจะเป็นแค่คำว่า ขอบคุณ หรือ ความสบายใจของตัวเอง ก็ตาม แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีนี่ครับbig smile
คนที่เอามาให้คงไม่กล้าแสดงออกมั้งครับ

ถือว่าเป็นเรื่องดีแล้วกันครับ

ที่ยังมีคนคนนี้แอบหมายปองไว้ big smile

#41 By little Dog on 2008-02-21 14:10

บังเอิญผ่านมาอ่านจริง ๆ ครับ ยังไม่เคยเป็นสมาชิก Blog แห่งนี้สักที วันนี้ว่าจะสมัคร เลยเผลอมาอ่าน สนุกดีครับ เขียนต่อไปอีกเรื่อย ๆ นะครับ มุมมองขอบคุณมันเอนเตอร์เทนฯ + สาระ(แอบแฝง)ดี แล้วว่าง ๆ จะแวะมาเผลออ่านอีกครับ

#42 By คนผ่านมา (124.157.238.249) on 2008-02-21 16:17

อืม... ในความคิดเรานะคะ

เราว่าความรักคือความรู้สึกดีๆที่พิเศษ ความหวังดี ห่วงใย การให้โดยไม่หวัง ไม่ต้องการอะไรตอบแทนค่ะ

ความรักมีหลายรูปแบบ เปลี่ยนรูปแบบไปมาได้ และขนาดเป็นอนัตน์ สามารถแบ่งให้ใครต่อใครได้ไม่จำกัด โดยที่ขนาดที่ให้แต่ละคนไม่ได้ลดลง แต่ความรักในรูปแบบคนรักในช่วงเวลาหนึ่งๆจะให้ได้แค่คนเดียว

ความรักไม่จำเป็นต้องคิดถึงตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องเพ้อหา ให้มากมาย ไม่ต้องควบคุมตัวเองไมได้ passion มันเป็นแค่ transient ที่เกิดจากความหลง ถ้าผ่านจุดนั้นมาแล้ว การควบคุมตัวเองได้ ก็ไมได้หมายความว่ารักหมดไป ถ้าความรู้สึกดีๆยังคงอยู่ ความรักมันอยู่ของมันอย่างนั้น เพียงแค่มัน stable แล้ว ความหลงตะหากที่หายไป

เชื่อว่าคนที่แต่งงานใช้ชีวิตด้วยกันไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนที่รักกัน บางครั้งคนที่เรารู้สึกรัก แต่ก็ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ ชีวิตคู่มันมีอะไรมากกว่าความรักค่ะ มันต้องมีความเข้าใจ เข้ากันได้ รับผิดชอบ ให้เกียรติกันและกัน ความรักที่มีให้กันบางครั้งมันก็เกิดจากความผูกพัน กลายเป็นอีกรูปแบบของความรัก (พูดยังกะมีงั้นล่ะsad smile)


เราเชื่อในความรักนะคะ อย่างนึงเลยคือ ความรู้สึกพิเศษ เราไม่ได้มีให้ใครได้ทุกคน ถึงใครจะเป็นคนดียังไง เราก็แค่รับรู้และชื่นชม แต่ถามว่ารู้สึกดีเหมือนอีกคนที่ดีน้อยกว่ารึเปล่า?... คำตอบก็คือไม่อยู่ดี ใครบางคนที่เรารู้สึกพิเศษด้วยแล้ว ต่อให้มีใครคนอื่นมาดีกับเรามากกว่า เราก็คงไม่ได้เปลี่ยนเป้าหมายที่จะให้ความรู้สึกนี้ไปเป็นอีกคนนะ

เพื่อนเราบอกว่า เชื่อเรื่องรักแท้ที่ไม่แพ้ความใกล้ชิด หลายคนที่ตกลงคบกันเพราะใกล้ชิดกันจนหลงชอบกันไปนั่นไม่ใช่รักแท้...

อันนี้ เรามองว่า ผู้ชายผู้หญิงที่ใกล้กันมากเกินไป ถึงจุดนึงก็จะเกิดความหวั่นไหว อันนี้เป็นกฏของทุกอย่างค่ะ มันจะมีจุดสมดุลของระยะห่าง ถ้าเข้าใกล้กันมากกว่าจุดนั้นมันจะเกิดแรงบางอย่างทำให้ไม่ stable... ความหวั่นไหวยังไม่ใช่ความรัก แต่มันพัฒนาได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะควบคุมความรู้สึกได้ดีแค่ไหน ถ้าใจเราหนักแน่นพอ ก็สามารถปรับให้ระยะใกล้ขนาดนั้นเป็นจุดสมดุลได้ เช่นถ้าเรามีที่ยึดเหนี่ยวใจอยู่แล้ว เช่นมีแฟน หรือคนที่เราชอบ เราโฟกัสที่คนนั้นเพียงคนเดียว ใจก็จะไม่วอกแว่กกับความหวั่นไหวที่เกิดขึ้น แล้วมันก็จะหายไป หรือไม่ก็ถอยออกมาให้ห่างขึ้น มาหาจุดสมดุล เพื่อให้ควบคุมตัวเองได้
ความรัก..
ต่างมุม
ต่างมอง

ไม่มีใครถูก
ไม่มีใครผิด

เชื่อในความรู้สึก..ตามนั้น
big smile big smile

#44 By |:| ShaKo |:| on 2008-02-22 12:57

ชอบคำว่า ผลประโยชน์ต่างตอบแทน ฮ่าๆ

#45 By ฟิวส์ on 2008-02-22 21:13

ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์...เป็นผมเลือกที่จะไปเฉพาะที่ใดครับ เพราะว่าที่ใดมีรัก....แต่ผมไม่ไปที่นั่นเพราะว่าที่นั่นมีทุกข์ครับ...แต่ถ้าจะหลงไปบ้างก็ไม่เป็นไร..สุดท้ายไม่ว่าจะรักหรือจะทุกข์ก็ขอให้โชคดีกับความรักนะครับ

#46 By มาราธอนแมน on 2008-02-23 13:01

เฮ้อ...บางที รัก หรือ หลง ก็แยกไม่ออกจริง ๆ นะ
sad smile sad smile confused smile

#47 By GusSo_Oul on 2008-02-23 14:26

จิงๆด้วยแหละ คุนมนุษย์กล่อง หลง+อยากได้ๆๆ

-*- กลับมาexteen แล้วนะคะ หลังจากห่างหายไปนานเลย คิดถึงจัง!!