กระดาษ 1 แผ่น

posted on 20 Dec 2007 01:41 by tarlomak  in personal

 

เมื่อสักประมาณหนึ่งทศวรรษเศษๆที่แล้ว พ่อผมเคยถามผมว่า 

 

“มึงจะทำยังไงให้กระดาษ 1 แผ่นมีค่ามากที่สุด”

 

ผมตอบไปประมาณว่า 

 

“วาดรูปแล้วระบายสีให้สวยๆแล้วเอาไปขายครับ”

 

แต่พ่อตอบมาว่า 

“ก็ได้นะ แล้วมึงนึกว่าคนเค้าจะซื้อเหรอ”

“แล้วมึงต้องวาดกี่รูป ต้องใช้เวลาเท่าไร ถึงจะขายรูปพอได้เงินดูแลคนทั้งครอบครัว”

 

แล้วพ่อก็พ่นอะไรต่อมิอะไรไม่รู้ ฟู่ๆ เต็มไปหมด แต่ก็สรุปว่า

 

“มึงต้องคิด  business model ธุรกิจที่มึงคิดจะทำ วางแผนแล้วเขียนลงบนกระดาษต่างหาก”

 

ตอนนั้น เอ๋อไปอุบล (เจอมุขนี้เป็นไง) แถมคิดในใจว่าพ่อผมบ้าหรือเปล่าวะ ให้เด็ก(เจี๊ยวไม่เด็ก)แบบผมมาคิดแผนธุรกิจอะไรน่ะ

 

 

business model คือะไร

ตอบคร่าวๆ มันคือแผนการที่กำหนดว่าแหล่งรายได้ของธุรกิจคุณมาจากที่ใดบ้าง และอย่างไร

 

ผมคิดว่าทุกคนรู้จัก amazon.com เว็บนี้เคยเกือบจะเจ๊งไม่เป็นท่าในปี 1999-2000  เพราะไม่มีเงินสดอยู่ในมือ ซึ่งสาเหตุมาจากการวาง business model ผิดพลาด (ไปหน่อยนึง)

 

 

ใครที่ไปมีทติ้งกับผมและกับคุณ Old Mustang (บุคคลที่แม๊นแมน เป็นสุภาพบุรุษและเป็นคุณพ่อที่น่ารักที่สุด เท่าที่ผมเคยเห็นตั้งแต่เกิดมา) จะรู้ว่าผมมีธุรกิจส่วนตัวครับ มีตั้ง 2 บริษัทแน่ะ บริษัทละ 1 product  เป็นพวกของกินทั้งคู่ครับ

 

 

บริษัทแรก ก่อตัวขึ้นเดือนตุลาคม 4 ปีที่แล้ว ผมลงทุนเองล้วนๆ (มาขายหุ้นบางส่วนในตอนหลัง)  แต่ก็ต้องยังคงต้องพึ่งใบบุญเส้นสายจากผู้ใหญ่อยู่บ้าง เพราะถือว่าผม virgin มากๆ ไม่รู้เชี่ยอะไรเลยครับ แต่ไฟแรงฟิ้วๆ เดินผ่านร้านหนังสือไม่ได้ กระดาษไหม้ทันที หุหุ

 

ตอนตัดสินใจจะทำ ผมก็เขียน business model นี่แหละลงบนกระดาษ ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ครับ (มันไม่มันส์) แผนที่วางไว้คือ นำเข้าอุปกรณ์+วัตถุดิบการทำขนมมาจากต่างประเทศ แล้วมาขายเป็นแฟรนไชส์ โดยที่ ขายเครื่องตู้มเดียวไปเลย ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี แต่ลูกค้าจะต้องซื้อของจากผมเท่านั้น 

 

ตอนนั้นคาดหวังว่า ถ้าขายเครื่องผลิตได้มาก ลูกค้าก็จะซื้อวัตถุดิบจากเรามาก โดยที่กำไรจริงๆแล้วจะอยู่ที่ตัววัตถุดิบนี่แหละ ส่วนเครื่องผลิตผมเอากำไรไม่เยอะครับ แค่ 100% เอง

 

บริษัทที่สอง ก่อตัวหลังจากบริษัทแรก 2 ปีพอดี ครั้งนี้ผมถือหุ้น 40 อีกฝ่าย 60 เพราะต้องใช้เงินเยอะมาก สินค้ายังคงเป็นของกินอยู่ดีครับ  แต่บริษัทนี้ผมเป็นคนซื้อแฟรนไชส์มาจากญี่ปุ่นครับ แล้วขอเป็น master franchise อีกที ซึ่งแค่นี้ก็ใช้เงินหลายล้านแล้ว คือถ้าคนอื่นๆอยากทำบ้าง ญี่ปุ่นจะไม่ขายลิขสิทธิ์ให้ ต้องมาผ่านที่ผมครับ (ใครสงสัยว่ามันคืออะไร ไปดูได้ที่พารากอน แถวๆร้านหนังสือนายอินทร์ ชั้นเดียวกับซุปเปอร์มาร์เก็ต)

 

บริษัทนี้ผมแทบไม่ได้บริหารอะไรเลย เพราะทุกย่างมันเป็นไปตามระบบ  มีแค่ตอนเริ่มบริษัทที่ผมเข้าไปช่วย เพราะขั้นตอนต่างๆวุ่นวาย มากๆ เริ่มตั้งแต่จดทะเบียนบริษัทกันทีเดียว

 

 

anyway...

มาจนถึงวันนี้ ธุรกิจของบริษัทแรก เริ่มไม่สดใสดังแผนเสียแล้วครับ คือเครื่องขายได้น้อย (กรี๊ด) ทำให้วัตถุดิบขายไม่ได้ตามไปด้วย  ส่งผลให้ผมต้องเปลี่ยน business model ใหม่ทันที โดยการรับจ้างเอาขนมของผมออกงานต่างๆ เช่นงานเลี้ยงบริษัท งานแต่งงาน ฯลฯ โดยต้องหาลูกค้าที่จะมาจ้างเราด้วย ถ้าไม่มีคนจ้าง เราก็จะไปเช่าที่ตามงานรื่นเริงต่างๆ ตามโรงเรียน ตามพิพิธภัณฑ์ หรือหน่วยงานราชการเพื่อขายขนมครับ 

 

พอเปลี่ยนแผนแล้วถึงได้รู้ว่า เออ.. ขายของกินสนุกมาก เพราะได้เจอคนทุกเพศ ทุกวัย เวลาได้เห็นเค้ากินขนมของเราแล้วอร่อย ผมจะดีใจมาก แต่ใครมาว่าขนมของผมแพง ผมจะด่าแม่มันในใจครับ เช่น อี flower ขนมของกรูเป็นของนอกนะ จะมาขายราคาแบบเอแคลร์ลูกละบาทได้ไง อี suburb อี rural อี.... )

 

ช่วงที่ผมหายๆไปนี่ไม่ใช่อะไรครับ ผมต้องสรุปผลประกอบการ ทั้งสองบริษัทให้แก่ผู้ถือหุ้นดูครับ โดยจะประชุมกันช่วงวันปีใหม่นี่แหละ เวลาตอนกลางคืนที่ว่างหลังสี่ทุ่มก็จะมาทำไอ้นี่หมด เลยไม่เขียนบล๊อค

 

from then ‘til now

ผมเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน แต่หลังจากสรุปตัวเลขตั้งแต่เริ่มกิจการของบริษัทแรก ผมมี revenue ตั้ง 6 ล้านกว่าบาทแน่ะ (แต่รายจ่ายก็พอๆกัน กรี๊ด เศร้า) 

 

ผมมาคิดดู ผมว่ามันแปลกดี ถึงบริษัทตอนนี้กำลังร่อแร่ ไม่รอดๆ แต่ผมก็ภูมิใจเล็กๆว่าคนตัวเล็กๆแบบผม สร้าง GDP ให้ประเทศไทยได้มากมายแน่ะ  ผมสามารถสร้างงาน ทำเงิน แล้วมีปัญญาจ้างคนให้เค้ามีเงินเดือนได้ด้วย (ช่วงที่ธุรกิจผมบูมสุดขีด ผมมีพนักงานประจำถึง 18 คนแน่ะครับ)  ผมสร้างสิ่งทั้งหมดเหล่านี้จากกระดาษแค่ 1 ใบ จริงๆ

 

ส่วนบริษัทที่สองของผม ขอไม่พูดถึงยอดขายนะครับ หุหุ 

 

my point is ...

1. ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นแผนที่เราวางไว้มันจึงต้องเปลี่ยนตามไปด้วย ขอยกคำพูดของคุณพ่อน้องเบลล์ old mustang ครับ คุณพ่อพูดว่า


โลกนี้มีสัจธรรมของมันมานานแล้วว่า สิ่งใดก็ตามที่อ่อนแอหรือว่าปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ได้ สิ่งเหล่านั้นย่อมที่จะสูญสลายไปจากวงจร โดยไม่เกี่ยวกับคำว่าดีเลวถูกหรือผิด ขยันหรือขี้เกียจ ซื่อตรงหรือว่าโกงที่คนเราเป็นผู้นิยามออกมาหรอก” 

 

ผมช๊อบชอบคุณ old mustang ครับ ผมชอบมุมมองกับการใช้เหตุผลของเค้า (ข้อความข้างบนเป็นคอมเม้นท์ของคุณพ่อที่ไปตอบจากเว็บคุณมนุษย์เพลงครับ)

 

2. อะไรที่เรา คิกว่าเราทำไม่ได้ ลองดูครับ เราอาจจะทำได้ก็ได้ กลับกัน สิ่งที่เราคิดว่าเราทำได้สบายๆแต่กลับทำไม่ได้ เช่นการสารภาพรัก การเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้คนอื่นรู้ ... กรี๊ดไม่เกี่ยว

 

3. การสร้างงานจากกระดาษ หรืออากาศเป็นเรื่องที่ยากลำบากและวุ่นวายมากๆ การจดทะเบียนบริษัท คุณต้องจ้างทนายความทำหนังสือบริคณห์สนธิ ต้องหากรรมการ 7 คน ต้องยื่นเอกสารมากมายที่กระทรวงพาณิชย์ สรรพากร กรมทรัพย์สินทางปัญญา ในกรณีของผม ผมต้องติดต่อกระทรวงสาธารณสุข อ.ย. (อาหารและยา) ติดต่อ shipping และธนาคารเพื่อทำ L/C  ผมต้องเช่าโกดังที่แหลมฉบังและสุวรรณภูมิ ฯลฯ เยอะมากๆ แต่ละขั้นตอนก็โคตรวุ่นวาย

 

4. ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง โดยเฉพาะยุคเศรษฐกิจบัดซบในปัจจุบัน ถ้าไม่เสี้ยนจริงๆ ผมไม่เห็นด้วยหากใครที่คิดจะทำอะไร โดยที่สายป่านไม่ยาวพอ 

 

5. ผมกำลังจะปิดบริษัท ที่ผมสร้างมากับมือครับ เหตุผลคือเหนื่อยมากๆ ถ้าโชคดีคือมีคนมาซื้อหุ้นทำต่อ อีกเหตุผลนึงคือ ชีวิตส่วนตัวของผมกำลังจะล่มสลายแบบพินาศสันตะโร หากผมไม่หยุดทำ เพราะเดิมแค่งานของที่บ้านผมก็แทบจะไม่มีเวลากินข้าวแล้วด้วยซ้ำ  ผมไม่เสียใจเลยที่ปิดบริษัทที่ผมรักมาก  แต่ผมจะเสียใจมาก หากผมทำแต่งานจนทำให้คนที่ผม ”รัก” หรือคนที่ “รัก” ผม รู้สึกเสียใจ น้อยใจ ผิดหวัง ซึ่งมันก็สายไปแล้ว (ผมพยายามอย่างมากแล้วที่จะ balance เรื่องต่างๆ แต่มันไม่เวิร์ค ไหนจะต้องดูแลอาม่าอีก  กรี๊ดด ) 

 

6. เพื่อนผมคนนึงบอกผมว่า ไม่มีใครกำหนดตัวเรา “คนที่เป็นลูกจ้างได้ ก็สามารถเป็นนายจ้างได้ และคนที่เป็นนายจ้างก็สามารถกลับมาเป็นลูกจ้างได้”  อย่าคิดยึดติด ชีวิตคนเราไม่แน่นอน

 

7. work hard แล้วต้อง work smart ด้วย

 

 

จบแระ

 

ขอบคุณป๊ะป๊า ที่สอนเรื่องธุรกิจการค้าตั้งแต่ตอนที่ผมหัวนมเริ่มแตกพาน

 

ขอขอบคุณคุณพ่อน้องเบลล์ old mustang ที่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผม คุณพ่อเหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูนจริงๆครับ  เมื่อวานคุณพ่อโทรมาหาผมแค่เพราะขับรถผ่านตลาดไท แล้วเห็นมีตึกให้เช่าหรือขายบนทำเลที่ดีมากๆ เหมาะกับธุรกิจของบ้านผม โดยอาสาจะขับรถพาผมไปดูให้อีก  ต้องบอกว่าเกิดมาเพิ่งเคยเจอคนดีๆแบบนี้นี่แหละ

 

ขอบคุณเต่า ที่เอาภาพตอแหลจากฮ่องกงมาให้ผมดู  ทำให้ผมต้องเริ่มพัฒนาสินค้าให้ได้อย่างเขาบ้างแล้ว เพราะไอ้บริษัทที่สองของผมก็เริ่มส่อกลิ่นตุตุ  ถึงอายุยังน้อย แต่ผมเชื่อในความคิดเห็นและมุมมองของเต่าในเรื่องสินค้าที่เต่าถนัดว่ะ 

 

ขอบคุณคุณตังเม ที่หลังไมค์เป็นห่วงผมอย่างสม่ำเสมอ

 

ขอบคุณ คุณกะจิ๋วหลิว ที่ห่วงใยทั้งหน้าไมค์ หลังไมค์ on the phone  on mail น่ารักที่สุด

 

ขอบคุณแม่มายาด้วยครับ your blessings always transcend my prayer.

 

 

ขอโทษน้องปุก ที่ผมสัญญาว่าจะไปทัวร์บริโภคกัน นานมากๆแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปซะที

 

ขอโทษหลายๆคนเลยเด้อ ที่ไม่ว่างแม้แต่พิมพ์ url  ของคุณเข้าไปอ่านบล๊อคครับ  

 

ปล. แพนด้าน่ารักจะส่งโปสการ์ดมาให้เหยอ เปลี่ยนเป็นใส่ชุดวันเกิดเอาโบว์ผูกเจี๊ยวมาแทนก็ได้นะครับ

ปล2. ถึงปอน มะขามที่ซื้อมาให้หมดแล้ว ทีหลังซื้อมาให้เยอะๆหน่อย อย่างก 

ปล.3 มีเพลงให้ฟัง นักร้องคือ Atari Kousuke เพลงชื่อ sorezore ni ผมชอบมากๆ เพลงนี้ออกแนว folk ญี่ปุ่นพื้นบ้าน ผสมเปียนโนเข้าไปด้วย แหล่มเลยๆ


เอ๊ะๆๆๆ คุณเจ้าชายน้อยหายไป

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คนแรกครับ

ผมไร้สาระไปนิดนะครับ

#1 By Ocean's Saturday on 2007-12-20 02:18

เข้ามาอ่าน น่าตื่นเต้นดีครับ

#2 By mnop on 2007-12-20 02:51

เฮ้ย ไม่ได้ให้ฟรีนะครับ ผมคิดเป็น professional fee ครับ
ถ้าออก product ใหม่มา ผมไม่ขออะไรมากครับ
ขอส่วนลดไอ้ร้านแอแคลร์ที่ขายโคตรแพงนั่น 10% ก็พอแล้วครับ

ปล. ผมยังไม่กล้าทำธุรกิจส่วนตัวหรอกครับ
ขอเป็นมนุษย์เงินเดือนไปสักพักนึงก่อนดีกว่าquestion

#3 By บองเต่า on 2007-12-20 07:23

แม้ว่าปิดบริษัทไป แต่มีเวลาให้คนที่คุณกล่องรักและรักกคุณกล่อง
มันก็น่าจะคุ้มค่าไม่ใช่เหรอ

พักผ่อนบ้างนะ เป็นห่วงเน้อ

ส่งโปสการ์ดให้เหมือนคนอื่น่ะดีแล้วครับ
confused smile บีซิเนสโมเดล ผมเรียนไปยังไม่เคยได้เอามาใช้ แต่ตอนนี้จะเอาไปใ้ช้่แล้วละคับ

#5 By closes on 2007-12-20 08:56

ได้แต่คิดครับ ตอนนี้ ยังไม่กล้าทํา

ขอทํางาน ไป อีก ซักพัก ก่อน ดีกว่า

big smile

#6 By riddler on 2007-12-20 08:58

อ่านไม่จบ สองรอบแล้วยังอ่านไม่จบ 5555 เพราะต้องแบ่งสมาธิไปกับงานด้วย

Work hard and work smart ดีค่ะ แล้วคำว่าเบื่อ 5 อย่างก็มาจาก work hard and work smart นี่แหละค่ะ แฮ่ะ

เบื่องาน
เบื่อสภาพแวดล้อม
เบื่อเพื่อนร่วมงาน
เบื่อคน
เบื่อตัวเอง

จำไม่ค่อยได้ แต่แนว ๆ นี้ล่ะ 5555

คุณพ่อคุณกล่อง กับพ่อฉัน คนละแนวกันเลยนะนั้น อันนั้น อีกด้านนึง จนครั้งนึง เค้าเปรย ๆ ว่า "เด็กเดี๋ยวนี้มันคิดไม่เหมือนเราแล้วนะ" 5555

อืมมม ก็ไม่เหมือนจริง ๆ นั่นแหละค่ะ เพียงแต่ยังติดมาหลาย ๆ อย่าง sad smile

สุขสันต์ปีใหม่ล่วงหน้าเลยนะคะ big smile

#7 By tungmay on 2007-12-20 09:01

...

ยังคิดไม่ออกเลยล่ะ ว่าจะว่าอย่างไรดี วันนี้ Smart ไม่ออกค่ะ angry smile

มีหลายประโยคที่กระทบใจ

เพลงโศกซะจริงเชียวนะ คุณกล่อง

...

#8 By กะจิ๋วหลิว on 2007-12-20 09:13

อันที่ทำทำแล้วทุกข์ ไม่สำเร็จดังเป้าหมายปิดไปได้ก็ดีอย่าดันทุรังทำให้เหนื่อยจะได้มีเวลาพักผ่อนนะคะ

ส่วนอันที่เหลือก็ขอให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป เพราะ มีเวลาให้กับมันมากขึ้น

ความร่ำรวยใช่รวยแต่เงินทอง
ที่ถูกต้องต้องรวยสุขสโมสร
ขอรวยมากมากทุกข์มากมาตัดรอน
ควรอาทรห่วงใยทั้งใจกาย

ปีใหม่นี้
ขอให้คุณแห่งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
ดลบันดาลให้คุณมนุษย์กล่องพบแต่ความสุข
พบความรักที่โหยหา พบเพื่อนดีดีมาเติมพลัง
ให้ธุรกิจการงานเจริญก้าวหน้าร่ำรวยยิ่งขึ้นไป
และมีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะคะ

ปล.เขียนถึงแม่มายาเป็นภาษาอังกฤษเลยหรือคะ
I am Thai naka.

#9 By MayaKniGht on 2007-12-20 09:21

ขายขนมงั้นเหรอ..
น่าสนใจนะนี่..
double wink double wink

#10 By |:| ShaKo |:| on 2007-12-20 10:54

ธุรกิจนี่เป็นเรื่องที่ยังเกินเอื้อมสำหรับวอร์มากๆ
ตอนนี้ยังคงต้องเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ sad smile
แต่ก็เคยคิดอยากเปิดร้านอะไรเล็กๆ ให้แม่เหมือนกันอ่ะคะ
ถ้าถึงตอนนั้นขอปรึกษาคุณกล่องหน่อยนะคะ confused smile

วอร์ว่าการที่คุณกล่องเบางานลงบ้าง แล้วนึกถึงคนที่เรารัก
นี่ดีมากๆเลยอ่ะ คนเราชีวิตไม่ได้ยาวเป็นพันๆปี แถมยัง
ไม่แน่นอน หาความสุขใส่ตัวเอาไว้ดีกว่า...
วอร์คิดเสมอว่า การที่เราอยู่อย่างมีความสุขกับคนที่เรารัก
อยู่กับครอบครัวนับว่าเกิดมาคุ้มแล้วนะ big smile

ปล. ดีใจด้วยนะคะ ที่คุณกล่องมีเพื่อนที่ดีๆเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ...มีคนห่วงใยนี่นับว่าทำให้ชีวิตสดชื่นได้แล้ว
ปล2. ขอเรียกว่าคุณกล่อง แทนคุณมนุษย์ในกล่องนะ เรียกง่ายดีอ่ะคะ
ปล3. ทำการ์ดปีใหม่ให้คุณกล่องด้วยค่ะ ว่าจะส่งให้ทางเมลวันนี้ เพราะอาทิตย์หน้าไม่มีเวลาส่งแน่ๆเลย สุขสันต์ปีใหม่ล่วงหน้านะคะ surprised smile

#11 By วอร์ (124.157.224.123) on 2007-12-20 11:06

โอ้วว ได้แนวคิดและเรื่องราวของคุณได้ดีเลย

#13 By ฟิวส์ on 2007-12-20 12:02

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีคีครับ
(มีร้านหนังสือ แต่ทำธุรกิจไม่เปนเรยฮับ)

#14 By N.P on 2007-12-20 12:18

ช่วงนี้ผมมักบอกตัวเองว่า ไม่มีความคิดเห็นต่อทุกเรื่องบนโลก
แต่เรื่องนี้ต้องขอมีสักหน่อย(นะ)

ล่าสุดเพิ่งได้อ่าน "วิถีของธุรกิจขนาดเล็ก" โดย นรินทร์ โอฬาร จบไป
แถมมาเจอบทความนี้ของ คุณมนุษย์กล่อง ตบปิดท้ายเข้าไปอีก
อยากบอกว่าถ้าไม่อิ่มก็ไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรแล้ว

ผมว่าเรื่องธุรกิจนี้มันลึกล้ำพอๆกับงานศิลปะจริงๆนะ แถมแอบคิดว่ามันเหมือนกันมากเลย เพียงอยู่กันคนละฝั่งเท่านั้นเอง

-โชคดีจังครับที่ได้รับคำถามกระตุ้นสมองตั้งแต่เด็ก(คุณพ่อน่ารักมาก)
-business model ควรทำจริงๆครับ
-ยินดีด้วยที่จะยุติความเหนื่อยล้าลงอย่างหนึ่งแล้ว(แต่สิ่งที่ได้รับมาแล้วนั้นมีค่ามหาศาลและคงอยู่ตลอดไป)
-การดูแลคนที่อยู่รอบข้างเป็นสิ่งที่น่ารักล้นเหลือ
-เรื่องเล่าสนุกมากครับ(ว่างๆขออีก)

ดังนั้นรับดาวสามดวงครับ



Hot! Hot! Hot!
ผมชอบอ่านเอ็นทรี่แบบนี้ครับ ชอบอ่านเรื่องที่มันเกิดขึ้นจริงๆน่ะ ยิ่งคนเล่าเก่งๆคนอ่านยิ่งสนุก
( ขนมที่เขาี่บอกว่ามาจากญี่ปุ่น ที่ได้กินเร็วๆนี้มีอย่างเดียวคือ เค้กเนยครับ ไปกินที่ Esplanade อร่อยอย่างแพงเลย )

#16 By ลุงอ้วน (124.121.114.253) on 2007-12-20 15:26

เจ๋งจังเลยครับ ถ้าผมจะเริ่มทำอะไรสักอย่างคงต้องวาดใส่กระดาษบ้าง ผมก็รู้สึกครับว่าคำพูดลอยๆ ความคิดลอยๆ มันหายไปเร็วมาก

big smile
อ๋อๆๆๆ...มันเป็นอย่างนี้นี่เองsurprised smile

ไม่มีอะไรจะพูด ไม่มีอะไรจะบอกครับquestion

มะขามน่ะซื้อไปให้กินนะครับไม่ได้ให้เอาไป "ยัด" กินอะไรหมดรวดเร็วหนักหนา

แต่....ใครนะหล่อจัง.. ถ้าเฮียได้สักครึ่งคงจะดีนะครับquestion

#18 By ปอนปอน on 2007-12-20 16:46

อ่านเเล้วอยากเปิดบริษัทจัง

#19 By -pd- on 2007-12-20 17:40



ไอ้ผมนี่สิ work ชมัด

แต่มันดี เป็นผมเหรอ.... ผมจะ.... embarrassed

เออว่ะ.... เอาเข้าจริง ๆ คิดไม่ออกแหะ sad smile
business model ไม่เคยเขียนอะครับ
เคยเขียนแต่แบบ architecture กะทำ model อ่านแล้ว สนุกดีครับ ได้ความรู้ด้วย รู้สึกมานานแล้วว่านิยาม"การออกแบบ"มันกว้างเหลือคณา
เคยคิดเหมือนกันนะครับ ว่า อยากจะมีกิจการเป็นของตัวเอง แต่ด้วยความขี้ขลาดจึงยังดองอยู่
หัวการค้าก็ไม่ค่อยมี ไม่เคยเรียน ทุกวันนี้ใช้ชีวิตแบบไดโนเสาร์หลงยุคมากๆ
อีกอย่างคือ ไม่รู้ว่าตัวเองจะใจแข็งพอในการทำการค้าหรือเปล่าsad smile

#21 By cool fire on 2007-12-20 19:17

พออ่านจบแล้วได้อะไรดีๆเยอะเลย
ปล.ชอบเพลงนี้เหมือนกันค่ะ big smile

#22 By HOMO(sap)IENS on 2007-12-20 19:30

ได้มุมมองในการทำธุรกิจเพียบเลย ..big smile Hot!

#23 By ไอ้แป้น : i-phan on 2007-12-20 19:47

ยอมถอยตัวเองออกมาเพื่อให้มีเวลาด้านอื่นก็เป็นสิ่งที่ดีครับ
การที่หักโหมทำงานต่อไปทั้งที่ฝืนอาจทำให้สูญเสียโอกาสพบเรื่องดีๆอย่างอื่นไปก็ได้นะครับ
กลับมาใส่ใจตัวเองบ้างนะครับพี่กล่อง

ร้านพี่ผมไม่เคยไปกินเลยแฮะ ปกติไปพารากอนดูแต่ร้านหนังสืออย่างเดียวเลย ที่ชั้นบนๆ
big smile

#25 By Life Goes On on 2007-12-20 21:04

ฮึ่ย...

ฟังลุงโคเหมือนกันเลย

เพลง Hana ชอบม้ากกกกก >,,,<



...ไม่เกี่ยวกับ entry หะๆ
อ๋อ....คนที่เอาเงินปุกไปทุกเดือน เดือนละหลายร้อย บาทคนนี้นี้เอง...........
เจอตัวแล้น.........
อิอิ confused smile confused smile

ช่วงนี้ตีบตันทางสติ้ปีญญา
ทำงานเหนื่อยยมากๆๆ

#28 By ลูกชิ้น on 2007-12-21 09:16

โทษทีนะครับ ผมเองวุ่นวายหลายเรื่องเหมือนกันครับ พยายามจะบาล้านซ์ชีวิตแบบที่คุณว่าเหมือนกัน แต่เหมือนว่าการทำแบบนั้น จะทำให้เสียไปทั้ง 2 อย่างนะครับ

ช่วงนี้เหนื่อยทั้งกาย ทั้งใจครับ แต่ก็คงน้อยกว่าคุณเยอะล่ะ

เรื่องที่เขียนมา ผมเห็นด้วยหมดเลยครับ ยกเว้นเอาเจี๊ยวแพนด้ามาผูกโบว์นี่รับไม่ได้ครับ 5555

#29 By เจ้าชายน้อย on 2007-12-21 10:27

คุณพี่ ขายขนมอะไรอ่ะ อยากกินบ้าง สงมาให้หน่อย ฮ่า ๆconfused smile

#30 By mysky (116.58.227.251) on 2007-12-21 22:26

...

Merry Christmas

มีความสุขนะคะ

ไม่เฉพาะวันนี้หรอกนะคะ ทุกๆวันเลยล่ะ แต่ อย่างหวังมาก มันจะลอยหาย

สุขเล็กเล็ก
สุขน้อยน้อย
สุขบ่อยบ่อย
สุขนานนาน

เนอะ อิอิ

big smile

#31 By กะจิ๋วหลิว on 2007-12-22 07:07

ตอบโต้

มหาสมุทร :
ไม่ไร้สาระนะครับ ดีใจที่คนแรกเป็นคุณ ไม่ใช่ไอ้ปอน

mnop :
เง้อ ตื่นเต้นตรงไหนครับ sad smile

เต่า :
ถ้าอยากได้ส่วนลดมากกว่า 10% ต้องเอาตัวเข้าแลกนะครับ แล้ว professional fee จะคิดยังไงครับ

แพนด้า :
ยังไม่ได้ปิดบริษัทจ๊ะ กำลังหาทางเลือกในการปิดกิจการที่เจ็บตัวน้อยที่สุดครับ

ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ i love u

closes :
ศึกษาข้อมูลดีๆครับ "ของทุกอย่างบนโลกนี้มีคนทำมาก่อนเราหมดแล้ว"

riddler :
ผมว่าจริงๆแล้ว รอให้ความคิดตกผลึกแล้วค่อยทำดีกว่าครับ อย่างผมเองเร็วไปนิดนึง

ตังเม :
บริทเค้ามี 5 ส. แต่คุณมี 5 บ. อิอิ
สุขสุนต์ปีใหม่เช่นกันครับ

กะจิ๋วหลิว :
ขอโทษที่ทำให้สะเทือนใจครับ
merry x'mas & happy new year

เรื่องบางเรื่อง มันสายไปแล้ว..

แม่มายา :
ยังอบอุ่น ซึ้ง เมือนทุกที
คงไม่มีใครอวยพรผมแบบ full option ได้เหมือนแม่มายาอีกแล้ว

shako :
ผมขาย "ความสุข" ครับ แถม "ความอ้วน" ด้วย

วอร์ :
ถ้ามีอะไรปรึกษาก็ยินดีครับ connection ผมเยอะ ในกรณีที่ผมไม่กล้าฟันธงผมจะหาคนมาช่วยครับ

ผมได้การ์ดแล้ว มันเป็นการ์ดที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยได้มาเลยทั้งชีวิต ดีใจสุดๆ

จอมมารพี :
ใจไม่นิ่งครับ ชีวิตแค่โดนทำร้าย
ผมคงไม่ไปไหนกะใครแล้ว ต่อไปนี้จะไปคนเดียว

ฟิวส์ :
หา ได้แนวคิดจริงๆเหยอ ขอบคุณนะก้าบ

#32 By มนุษย์กล่อง on 2007-12-22 12:18

ตอบโต้ 2

bookhemian :
การตลาดธุรกิจร้านหนังสือมันยากนะครับ คนไทยอ่านหนังสือน้อย หนังสือกำไรก็น้อย จะมาโปรโมชั่น ลดแลกแจกแถมแบบในงานมหกรรมหนังสือมันคงไม่ได้

พอลกอน :
ขอบคุณที่ให้ดาว 3 ดวงแน่ะ

ธุรกิจการค้า นอกจากมันจะเหมือน งานสิลปืแล้ว ผมว่ามันเหมือนชีวิตคนมากๆ ต้องดูแลเอาใจใส่ ต้องปรับตัวเข้ากับสิ่งอื่นๆ ต้องรู้จักหยุดพัก

ขอบคุณที่บอกว่าผมน่ารัก อิอิ

ลุงอ้วน :
คุณคือใครนะ embarrassed
เค้กเนยผมยังไม่เคยเห็นเลย มันคือเนยที่คนเรียกว่าเป็นเค้กหรือเปล่า ร้านอะไรเนี่ย embarrassed ต้องลองไปดูที่เอสพลานาดบ้างแล้ว

หมอเชน :
คนที่ต้องคิดอะไรเยอะๆ แบบผม ต้องจดอย่างเดียวครับ จำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว ว่าจะปรึกษาหมอเชนอยู่พอดี

ปอนปอน :
"มะขาม" เจออาม่าแย่งกินครับ
คนในรูปก็ atari kousuke ครับ

nakaraoy :
เปิดบริษัทแล้วปิดยากด้วยครับ เพราะต้องเกี่ยวข้องกับสรรพากร

คุณ body fit :
ออกกำลังกายไปคิดไปด้วยก้ได้ครับ

#33 By มนุษย์กล่อง on 2007-12-22 12:36

ตอบโต้ 3

coolfire :
ธุรกิจมันเริ่มแล้ว ลำบากใจตรงที่ มันมีชีวิตของคนอื่นมาเกี่ยวข้อง ถ้าธุรกิจเราเจ๊ง จะมีคนตกงาน คนซึ่งมีภาระอยู่แล้วจะแย่มากๆ

พวก architecture ก้เหมือนธุรกิจนะตรงมุมที่ว่า คุณจะออกแบบอะไร คุณต้องคำนวณปัจจัยภายนอกเยอะแยะมากมาย

บางคนบอกว่า หัวการค้า = หัวคนขี้โกง คนเอาเปรียบ
คุณไม่มีไม่ใช่ว่าคุณไม่ดีนะครับ

homosapiens :
ได้สิ่งดีๆกลับไปด้วยเหรอครับ มันคืออะไรอ่ะ

ไอ้แป้น :
โอ้ ในที่สุด เจ้าของการ์ตูนในตำนาน เรื่อง "มีเขา ไม่มีเขา" ก็มาแวะ ดีใจๆๆๆconfused smile

ตุ้มเป๊ะ :
หุหุ อยากกินอะไรเหรอ เดี๋ยวจะซื้อไปให้

ต๊ะคุง :
มันสายไปนิดแล้วอ่ะครับ ผมเสียอะไรไปเยอะมากแล้ว ปีหน้าถ้าแผนปิดกิจการเวิร์ค คงมีสิ่งดีๆแบบที่น้องต๊ะคุงบอก เข้ามาหาผมบ้าง

twelve :
ลงุ "โค" embarrassed น้องอายุเท่าไรเนี่ย atari ก็เด็กมากๆแล้วนะ

น้องปุก :
งงครับ ใครเอาเงินน้องไป แง๊ sad smile

ลูกชิ้น :
การทำ RDBMS เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ มึนตึ้บได้ง่ายๆ โดยเฉพาะหากเราต้องการทำ 5NF วึ่งในทางปฏิบัติแล้ว พอทำ 5NF ได้ ก็จะเรียกข้อมูลขึ้นมาได้ช้าหรือยาก buffer เต็ม rollback ทีปวดหัวมากๆ

เจ้าชายน้อย :
ผมเสียทั้ง 2 อย่างไปแล้วล่ะครับ
ดีใจที่คุณไม่ได้หนีหายไปไหน

น้องฟ้า :
หุหุ จะบอกให้หลังไมค์ครับ

#34 By มนุษย์กล่อง on 2007-12-22 12:50

ขอบคุณนะคะ

ดีใจที่ชอบการ์ดค่ะbig smile

#35 By วอร์ (124.157.224.206) on 2007-12-22 15:13

อย่าลืมไปเลือกตั้งนะคร๊าบบบ

#36 By riddler on 2007-12-22 18:57

จำอะไรก็ดีออกนี่ครับ บางคนเขาอยากจะลืมบางเรื่องจะตายยังทำไม่ได้เลยquestion
"Dreams and Reality can be so far apart
so we need to learn to have a margin
of possibilies."big smile

#38 By รายละเอียดที่หายไป... (58.9.124.75) on 2007-12-23 12:41

เดี๋ยวต้องหาหลักฐานมาให้พี่กล่องดู ว่า.....ขนมใครน้า....เอาเงินออกจากกระเป๋าปุกไป อิอิconfused smile
ตอนแรกที่ให้คิดว่ามีกระดาษหนึ่งแผ่นจะทำอะไร
แอบหยุดอ่านแล้วคิดอยู่พักเลยค่ะ sad smile
สุดท้ายก็ด้อยปัญญา
ยินได้ได้เข้าบล็อคนักบริหารค่ะ ว่างๆจะมาโกยความรู้ จะเอาปงูงู ปลาปลา big smile

#40 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-12-24 17:37

ยังอุดมไปด้วยสาระ + ความฮาเหมือนเดิมเลยนะคะbig smile

#41 By ป้าหมู on 2008-01-02 15:40

สวัสดีปีใหม่

สุข เศร้า เคล้าน้ำตา และมีสาระ เช่นเคยนะคะ
เข้าบล๊อกนี้ทีไร ได้ข้อคิดดี ๆ กลับไปใช้ทุกครั้งค่ะ

แอ่นแอ้นsad smile

#42 By andann (125.26.30.2) on 2008-01-05 19:00

อ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นชีวิตที่มีสีสันดี
กล้าที่จะทำ กล้าที่จะตัดสินใจ
ฉันคงทำอะไรที่ลงทุนมากขนาดนั้นไม่ได้หรอก
แค่ทำอะไรที่มันเล็กๆเป็นออเดริฟก่อน
ส่วนงานใหญ่.....น่าจะอีกนานsad smile