Working With Daddy
posted on 12 Sep 2007 10:45 by tarlomak in Gibberishผมว่าร้อยละ 80 ของมนุษย์เงินเดือนจะคิดว่าการทำงานที่บ้านนั้นสบายโคตรๆ ไม่เครียด จะตื่นกี่โมงก็ได้ จะแว่บไปเที่ยวไหนก็ได้ ง่วงก็นอนเมื่อไรก็ได้ อู้ก็ไม่โดนด่า ทำผิดก็ไม่มีใครมาคอยว่าติเตียน หรือ จิกหัวใช้งาน
ตัวผมเองก็เคยคิดแบบนั้นครับ แต่พอมาเจอกับตัวมันไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ
การทำงานที่บ้านซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว มันก็เครียดนะครับเพราะ
1.การทำงานผิดพลาดทุกครั้ง นั่นหมายถึงความเสียหายหรือเงินที่เราควรจะได้
2.การอู้ทุกครั้งเท่ากับการเปิดโอกาสให้พนักงานอื่นๆอู้บ้างหรือโกงเงินได้ครับ
3.การตื่นสาย มาทำงานสาย จะทำให้พนักงานทุกคนนินทา ซุบซิบ เอาเยี่ยงอย่าง
4.ถ้าทำงานพลาด จะโดนพนักงานรุมประนามว่าโง่ โดนนินทาว่าเป็นถึงเจ้าของแต่เสือกทำผิดได้ไง
5.ยิ่งทำงานมาก หาลุกค้ามากๆ ก็คือเงินที่เยอะขึ้นมากเท่านั้น ทำให้งก ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง เครียด
6.ต้องรู้งานทุกอย่างในองค์กร เพราะพนักงานจะดูถูกเหยียดหยามว่าทำไมทำงานไม่เป็น ที่ตำแหน่งใหญ่เพราะมึงเป็นลูกเจ้าของสินะ
7.ลาพักร้อนไม่ได้ ทำให้พนักงานอิจฉา แล้วจะลาเลียนแบบกันจ้าละหวั่น
8.พนักงานคาดหวังว่าปัญหาทุกอย่าง ผมต้องแก้ได้ เพราะมึงเป็นลูกเจ้าของบริษัท
9.ถ้างานยังไม่เสร็จ เที่ยงคืนก็ต้องทำให้เสร็จครับ เพราะธุรกิจอาจเสียหายได้ ลูกค้าไม่แฮปปี้
10.ปัญหาจากทุกแผนกจะวิ่งเข้าหาตัวผมโดยตรง แล้วต้องหาทางแก้ไขโดยด่วนเพราะ chain of command มันสั้นมาก ไม่ใช่บริษัทใหญ่โต
11. ฯลฯ (ยังนึกไม่ออก แต่เครียด)
ผมเข้าใจว่าครอบครัวคนไทยส่วนใหญ่ มี พ่อ เป็นช้างเท้าหน้า เป็นผู้นำครอบครัว นั่นหมายความว่าการตัดสินใจส่วนใหญ่ จะเป็นหน้าที่ของ ผู้นำครอบครัว เสมอ ในกรณีของบริษัทผม ซึ่งเป็นบ้านด้วยนั้น การตัดสินใจอะไรๆที่สำคัญพ่อจะจัดการเองหมดครับ ปะหนึ่งว่า นี่ก็ยังถือว่าเป็นบริเวณบ้านของกูอยู่
ในช่วงเดือนกว่าๆที่ผ่านมา ผมต้องถกเถียง ตบตี เอาหัวโขก งัดข้อ กับ daddy บ่อยมากๆครับ เพราะความเห็นไม่ตรงกันเลย มองคนละมุม ไอ้ที่ตรงกันก็มี แต่เป็นเรื่องไม่สำคัญ
มาดูเหตุการณ์กันเถอะ ว่าสองพ่อลูกเถียงอะไรกัน
Dispute#1การออกใบกำกับภาษี
ทุกวันนี้ใช้มือเขียนใบกำกับภาษีครับ วันนึงออกใบกำกับหลายสิบใบ เสียเวลามากๆ ผมเลยควักเงินเป็นแสนซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาออกใบกำกับภาษี โดยตัดสต๊อก ทำบัญชีเจ้าหนี้ ลูกหนี้ในตัว เป็นฐานข้อมูลลูกค้าด้วย พอจะมาเบิกเงินพ่อ พ่อบอกว่า
พ่อ :ใครใช้ให้ซื้อ ซื้อมาทำไม เราก็ใช้มือเขียนใบกำกับภาษีมาจะ 28 ปีแล้ว ไม่เห็นมีปัญหา สต๊อคการ์ดก็ลอกเอาจากใบกำกับอีกที
ผม :มันช้า เอาเวลามานั่งเขียนไปทำอย่างอื่นดีกว่า อีกทั้งมันตัดสต๊อกในตัวด้วย ตั้งบัญชีเจ้าหนี้ในตัวด้วย เก็บประวัติได้ด้วย ขั้นตอนทั้งหมดทำเสร็จภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที แถมดึงข้อมูลขึ้นมาดุก็ใช้เวลาแค่ 3 วินาที
พ่อ :เราทำมาได้ 28 ปีแล้ว ไม่มีปัญหา ไม่จ่ายโว้ย มึงซื้อ มึงจ่ายเอง
ผม :กรี๊ด (โปรแกรมราคาแสนหก อุตส่าห์ขายรถมาซื้อ) ทำคุณบูชาโทษ เงินก้ไม่ได้
Dispute#2พนักงานใหม่
มีพนักงานอยู่ 2 คน ซึ่งมีอำนาจมาก ในการทำทุกอย่าง ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเพราะมันมีกันแค่ 2 คนที่ทำแผนก admin ไม่ว่าจะจัดซื้อ เก็บเงิน ออกใบกำกับ วางบิล ฯลฯ ผมเลยเสนอพ่อว่า ถ้าให้ 2 คนนี้ควบคุมทุกอย่าง การโกงมันเกิดขึ้นได้ง่ายมากๆ เพราะมันทำตั้งแต่ตอนมี order จนเก็บเงินลุกค้า ผมก็รับสมัครคนมาทำฝ่ายจัดซื้อ มาทำ admin เพิ่มอีกรวม 2 คนครับ กะว่าเอามาดักคอ
พ่อ :ไปรับสมัครทำไม เรามีไอ้ 2 คนนั้น ทำงานมาจะ 20 ปีแล้ว เขาเก่งแล้ว รับคนใหม่มาทำงานต้องจ่ายเงินเดือนเพิ่มอีกเป็นหมื่น
ผม :ไอ้ 2 คนที่ป๊าบอก มันโกงเงินบริษัทไป ไม่ต่ำกว่าปีละ 2 แสนนะ นี่ขนาดผมเช็คคร่าวๆยังเจอเลย แล้วจะทนต่อไปหรือไง นี่ 20 ปีก็ 4 ล้านแล้ว
พ่อ :แต่เราก็ทำมา 28 ปีแล้ว ยังอยู่ได้เลย
ผม :กรี๊ด อะไรๆก็อ้างทำมา 28 ปี แล้วมันก็อยู่แบบเดิมนี่แหละ ไม่มีดีขึ้นเลย
เอาคร่าวๆครับ เดี๋ยวคนไม่อ่าน จริงๆมีอีกเยอะมาก
การทำงานที่บ้านแบบที่เราจะทำอะไรก็อยู่ใต้เงาพ่อตลอด ไม่มีสิทธิ์ เสียง หรืออะไรทั้งนั้นครับ
ทำดีเสมอตัว ทำชั่วตัวตาย ครับ
ถ้าทำอะไรดีมีผลงาน พ่อจะเงียบ ไม่พุดไม่คุย ไม่มีการชม แต่ถ้าทำผิดจะเจอพ่อด่าแกมเหยียดหยามว่า เรียนซะสูง เคยทำงานบริษัทใหญ่โต แต่ทำงานไม่ได้เรื่อง ดูพ่อสิ จบ ม. 8 สร้างอาณาจักรมาได้ขนาดนี้ กรี๊ดครับ ได้แต่หุบปากนั่งเอามือจับเจี๊ยว
คนอื่นที่ทำงานที่บ้าน ไม่ทราบว่าเจอปัญหาแบบนี้หรือเปล่าครับ แต่ผมเข้าใจครับ ว่าพ่อต้องเขี่ยวเข็ญผม เพราะว่าการทำงานบริษัทข้างนอก เราทำแค่หน้าที่เดียว รับผิดชอบเฉพาะการงานหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น คุณคงไม่เห็นพนักงานฝ่ายซ่อมบำรุง กระแดะมานั่งโต๊ะทำบัญชี ปิดงบดุลภาษี แล้วเราก็คงไม่เห็นพนักงานฝ่ายขาย มายืนเช็คสต๊อกสินค้าในโกดัง แต่โดยส่วนตัวอีกเหตุผลนึงผมคิดว่าพ่อผมไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เพราะทำให้เค้าคิดว่าเค้า control ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ครับ หรือกลัวนั่นเอง
แต่การทำงานที่บ้าน ธุรกิจของเราเอง เราต้องรู้ตื้นลึกหนาบางทุกแผนก ทุกขั้นตอน เราต้อง get your hands dirty ครับ เพื่อเราจะได้นำมันมาพัฒนาบริษัทต่อไปครับ ทำให้เครียด งานเยอะ ยุ่ง จนไม่ค่อยมีเวลา ดีตรงที่ทำงานเสร็จปุ๊บ อาบน้ำ นอนได้เลย ไม่ต้องขับรถฝ่าการจราจร 2 ชั่วโมงกลับบ้านอีกต่อไปครับ
จบแล้วครับ วันนี้มาบ่น คอยดูสิ ยอดเม้นท์ตกฮวบฮาบแน่นอน ฮือๆ
ปล. เมื่อสองเอ็นทรี่ก่อน my favorite songs ผมทำผิดอย่างใหญ่หลวงกับคุณตังเม เอาไว้ครับ คือคนที่ส่งเพลงของพี่ปุ๊ อัญชลีให้ผมทางเมล หาใช่คุณตุ้มเป๊ะไม่ แต่จริงๆเป็นคุณตังเมผู้แสนดีนี่เอง ปล่อยไก่จังเบ้อเริ่มครับ
ขอโทษคุณตังเมด้วยนะครับ ผมผิดไปแล้วครับ อนุญาตให้ไปตบน้องปอนเป็นการไถ่โทษครับ
Please accept my apology.
งั้นขอมอบเพลงนี้ให้คุณตังเมครับ ผมชอบเพลงนี้มากๆครับ ตอนไปดูคอนเสิร์ต นักร้องนำบอกว่าขอมอบเพลงนี้ให้ในหลวงของเราครับ เพลงประมาณว่า คนทำความดี แบบปิดทองหลังพระ ไม่ได้ต้องการทำเพื่อให้ตัวเด่น มีชื่อเสียง เหมาะกับคุณตังเมผู้แสนดีครับ
Keane - Hamburg Song
I don't wanna be adored
Don't wanna be first in line
Or make myself heard
I'd like to bring a little light
To shine a light on your life
To make you feel loved
No, don't wanna be the only one you know
I wanna be the place you call home
I lay myself down
To make it so, but you don't want to know
I give much more
Than I'd ever ask for
Will you see me in the end
Or is it just a waste of time
Trying to be your friend
Just shine, shine, shine
Shine a little light
Shine a light on my life
Warm me up again
Fool, I wonder if you know yourself at all
You know that it could be so simple
I lay myself down
To make it so, but you don't want to know
You take much more
Than I'd ever ask for
Say a word or two to brighten my day
Do you think that you could see your way
To lay yourself down
And make it so, but you don't want to know
You take much more
Than I'd ever ask for
อีโก้ในตัวของพ่อแม่รุ่นเก่าเลยน้อยกว่าครับ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เป็นเหมือนพ่อเฮียครับ.. อย่างที่ปอนเคยบอกว่ามันฝังลึกมากกว่า "28 ปี" การจะปรับเปลี่ยนอะไรแบบปุ๊บปั๊บมันเป็นไปได้ยากมากครับ เฮียคงต้องใจเย็นๆ แล้วใช้วิธีมาบ่นในนี้หรือนั่งจับเจี๊ยวเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ไปเรื่อยๆ นะครับ จะได้ไม่เครียดมากแล้วหาเรื่องตบตีกับคนอื่น
อันนี้อาจต้องค่อยๆพูดให้เข้าใจ แต่ถ้าไม่เข้าใจ...คงต้องยอมไปก่อนแล้วแอบทำ (อ้าว) แหมพ่อทำมาตั้งนานนี่คะ ขัดมากเดี๋ยวน้อยใจ
เพิ่งรู้ว่าธุรกิจในครอบครัวมันยุ่งยากเหมือนกันเนอะ
2. เราอยู่ใน 20% เพราะสอนพวกนี้อยู่ 555
3. ซื้อมาก็ดีแล้วล่ะค่ะ มันช่วยเยอะ แต่อย่างว่านะคะ ตั้ง 28 ปี 555 ค่อย ๆ ทำค่ะ ไปขัดมากไม่ดี ๆ
#1 By tungmay on 2007-09-12 11:14