Working With Daddy

posted on 12 Sep 2007 10:45 by tarlomak  in Gibberish

ผมว่าร้อยละ 80 ของมนุษย์เงินเดือนจะคิดว่าการทำงานที่บ้านนั้นสบายโคตรๆ ไม่เครียด จะตื่นกี่โมงก็ได้ จะแว่บไปเที่ยวไหนก็ได้ ง่วงก็นอนเมื่อไรก็ได้ อู้ก็ไม่โดนด่า ทำผิดก็ไม่มีใครมาคอยว่าติเตียน หรือ จิกหัวใช้งาน

ตัวผมเองก็เคยคิดแบบนั้นครับ แต่พอมาเจอกับตัวมันไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ

การทำงานที่บ้านซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว มันก็เครียดนะครับเพราะ
1.การทำงานผิดพลาดทุกครั้ง นั่นหมายถึงความเสียหายหรือเงินที่เราควรจะได้
2.การอู้ทุกครั้งเท่ากับการเปิดโอกาสให้พนักงานอื่นๆอู้บ้างหรือโกงเงินได้ครับ
3.การตื่นสาย มาทำงานสาย จะทำให้พนักงานทุกคนนินทา ซุบซิบ เอาเยี่ยงอย่าง
4.ถ้าทำงานพลาด จะโดนพนักงานรุมประนามว่าโง่ โดนนินทาว่าเป็นถึงเจ้าของแต่เสือกทำผิดได้ไง
5.ยิ่งทำงานมาก หาลุกค้ามากๆ ก็คือเงินที่เยอะขึ้นมากเท่านั้น ทำให้งก ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง เครียด
6.ต้องรู้งานทุกอย่างในองค์กร เพราะพนักงานจะดูถูกเหยียดหยามว่าทำไมทำงานไม่เป็น ที่ตำแหน่งใหญ่เพราะมึงเป็นลูกเจ้าของสินะ
7.ลาพักร้อนไม่ได้ ทำให้พนักงานอิจฉา แล้วจะลาเลียนแบบกันจ้าละหวั่น
8.พนักงานคาดหวังว่าปัญหาทุกอย่าง ผมต้องแก้ได้ เพราะมึงเป็นลูกเจ้าของบริษัท
9.ถ้างานยังไม่เสร็จ เที่ยงคืนก็ต้องทำให้เสร็จครับ เพราะธุรกิจอาจเสียหายได้ ลูกค้าไม่แฮปปี้
10.ปัญหาจากทุกแผนกจะวิ่งเข้าหาตัวผมโดยตรง แล้วต้องหาทางแก้ไขโดยด่วนเพราะ chain of command มันสั้นมาก ไม่ใช่บริษัทใหญ่โต
11. ฯลฯ (ยังนึกไม่ออก แต่เครียด)


ผมเข้าใจว่าครอบครัวคนไทยส่วนใหญ่ มี พ่อ เป็นช้างเท้าหน้า เป็นผู้นำครอบครัว นั่นหมายความว่าการตัดสินใจส่วนใหญ่ จะเป็นหน้าที่ของ ผู้นำครอบครัว เสมอ ในกรณีของบริษัทผม ซึ่งเป็นบ้านด้วยนั้น การตัดสินใจอะไรๆที่สำคัญพ่อจะจัดการเองหมดครับ ปะหนึ่งว่า นี่ก็ยังถือว่าเป็นบริเวณบ้านของกูอยู่

ในช่วงเดือนกว่าๆที่ผ่านมา ผมต้องถกเถียง ตบตี เอาหัวโขก งัดข้อ กับ daddy บ่อยมากๆครับ เพราะความเห็นไม่ตรงกันเลย มองคนละมุม ไอ้ที่ตรงกันก็มี แต่เป็นเรื่องไม่สำคัญ

มาดูเหตุการณ์กันเถอะ ว่าสองพ่อลูกเถียงอะไรกัน
Dispute#1การออกใบกำกับภาษี

ทุกวันนี้ใช้มือเขียนใบกำกับภาษีครับ วันนึงออกใบกำกับหลายสิบใบ เสียเวลามากๆ ผมเลยควักเงินเป็นแสนซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาออกใบกำกับภาษี โดยตัดสต๊อก ทำบัญชีเจ้าหนี้ ลูกหนี้ในตัว เป็นฐานข้อมูลลูกค้าด้วย พอจะมาเบิกเงินพ่อ พ่อบอกว่า


พ่อ :ใครใช้ให้ซื้อ ซื้อมาทำไม เราก็ใช้มือเขียนใบกำกับภาษีมาจะ 28 ปีแล้ว ไม่เห็นมีปัญหา สต๊อคการ์ดก็ลอกเอาจากใบกำกับอีกที
ผม :มันช้า เอาเวลามานั่งเขียนไปทำอย่างอื่นดีกว่า อีกทั้งมันตัดสต๊อกในตัวด้วย ตั้งบัญชีเจ้าหนี้ในตัวด้วย เก็บประวัติได้ด้วย ขั้นตอนทั้งหมดทำเสร็จภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที แถมดึงข้อมูลขึ้นมาดุก็ใช้เวลาแค่ 3 วินาที
พ่อ :เราทำมาได้ 28 ปีแล้ว ไม่มีปัญหา ไม่จ่ายโว้ย มึงซื้อ มึงจ่ายเอง
ผม :กรี๊ด (โปรแกรมราคาแสนหก อุตส่าห์ขายรถมาซื้อ) ทำคุณบูชาโทษ เงินก้ไม่ได้

Dispute#2พนักงานใหม่

มีพนักงานอยู่ 2 คน ซึ่งมีอำนาจมาก ในการทำทุกอย่าง ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเพราะมันมีกันแค่ 2 คนที่ทำแผนก admin ไม่ว่าจะจัดซื้อ เก็บเงิน ออกใบกำกับ วางบิล ฯลฯ ผมเลยเสนอพ่อว่า ถ้าให้ 2 คนนี้ควบคุมทุกอย่าง การโกงมันเกิดขึ้นได้ง่ายมากๆ เพราะมันทำตั้งแต่ตอนมี order จนเก็บเงินลุกค้า ผมก็รับสมัครคนมาทำฝ่ายจัดซื้อ มาทำ admin เพิ่มอีกรวม 2 คนครับ กะว่าเอามาดักคอ


พ่อ :ไปรับสมัครทำไม เรามีไอ้ 2 คนนั้น ทำงานมาจะ 20 ปีแล้ว เขาเก่งแล้ว รับคนใหม่มาทำงานต้องจ่ายเงินเดือนเพิ่มอีกเป็นหมื่น
ผม :ไอ้ 2 คนที่ป๊าบอก มันโกงเงินบริษัทไป ไม่ต่ำกว่าปีละ 2 แสนนะ นี่ขนาดผมเช็คคร่าวๆยังเจอเลย แล้วจะทนต่อไปหรือไง นี่ 20 ปีก็ 4 ล้านแล้ว
พ่อ :แต่เราก็ทำมา 28 ปีแล้ว ยังอยู่ได้เลย
ผม :กรี๊ด อะไรๆก็อ้างทำมา 28 ปี แล้วมันก็อยู่แบบเดิมนี่แหละ ไม่มีดีขึ้นเลย

เอาคร่าวๆครับ เดี๋ยวคนไม่อ่าน จริงๆมีอีกเยอะมาก

การทำงานที่บ้านแบบที่เราจะทำอะไรก็อยู่ใต้เงาพ่อตลอด ไม่มีสิทธิ์ เสียง หรืออะไรทั้งนั้นครับ

ทำดีเสมอตัว ทำชั่วตัวตาย ครับ

ถ้าทำอะไรดีมีผลงาน พ่อจะเงียบ ไม่พุดไม่คุย ไม่มีการชม แต่ถ้าทำผิดจะเจอพ่อด่าแกมเหยียดหยามว่า เรียนซะสูง เคยทำงานบริษัทใหญ่โต แต่ทำงานไม่ได้เรื่อง ดูพ่อสิ จบ ม. 8 สร้างอาณาจักรมาได้ขนาดนี้ กรี๊ดครับ ได้แต่หุบปากนั่งเอามือจับเจี๊ยว

คนอื่นที่ทำงานที่บ้าน ไม่ทราบว่าเจอปัญหาแบบนี้หรือเปล่าครับ แต่ผมเข้าใจครับ ว่าพ่อต้องเขี่ยวเข็ญผม เพราะว่าการทำงานบริษัทข้างนอก เราทำแค่หน้าที่เดียว รับผิดชอบเฉพาะการงานหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น คุณคงไม่เห็นพนักงานฝ่ายซ่อมบำรุง กระแดะมานั่งโต๊ะทำบัญชี ปิดงบดุลภาษี แล้วเราก็คงไม่เห็นพนักงานฝ่ายขาย มายืนเช็คสต๊อกสินค้าในโกดัง แต่โดยส่วนตัวอีกเหตุผลนึงผมคิดว่าพ่อผมไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เพราะทำให้เค้าคิดว่าเค้า control ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ครับ หรือกลัวนั่นเอง

แต่การทำงานที่บ้าน ธุรกิจของเราเอง เราต้องรู้ตื้นลึกหนาบางทุกแผนก ทุกขั้นตอน เราต้อง get your hands dirty ครับ เพื่อเราจะได้นำมันมาพัฒนาบริษัทต่อไปครับ ทำให้เครียด งานเยอะ ยุ่ง จนไม่ค่อยมีเวลา ดีตรงที่ทำงานเสร็จปุ๊บ อาบน้ำ นอนได้เลย ไม่ต้องขับรถฝ่าการจราจร 2 ชั่วโมงกลับบ้านอีกต่อไปครับ

จบแล้วครับ วันนี้มาบ่น คอยดูสิ ยอดเม้นท์ตกฮวบฮาบแน่นอน ฮือๆ

ปล. เมื่อสองเอ็นทรี่ก่อน my favorite songs ผมทำผิดอย่างใหญ่หลวงกับคุณตังเม เอาไว้ครับ คือคนที่ส่งเพลงของพี่ปุ๊ อัญชลีให้ผมทางเมล หาใช่คุณตุ้มเป๊ะไม่ แต่จริงๆเป็นคุณตังเมผู้แสนดีนี่เอง ปล่อยไก่จังเบ้อเริ่มครับ

ขอโทษคุณตังเมด้วยนะครับ ผมผิดไปแล้วครับ อนุญาตให้ไปตบน้องปอนเป็นการไถ่โทษครับ

Please accept my apology.

งั้นขอมอบเพลงนี้ให้คุณตังเมครับ ผมชอบเพลงนี้มากๆครับ ตอนไปดูคอนเสิร์ต นักร้องนำบอกว่าขอมอบเพลงนี้ให้ในหลวงของเราครับ เพลงประมาณว่า คนทำความดี แบบปิดทองหลังพระ ไม่ได้ต้องการทำเพื่อให้ตัวเด่น มีชื่อเสียง เหมาะกับคุณตังเมผู้แสนดีครับ


Keane - Hamburg Song

I don't wanna be adored
Don't wanna be first in line
Or make myself heard
I'd like to bring a little light
To shine a light on your life
To make you feel loved

No, don't wanna be the only one you know
I wanna be the place you call home

I lay myself down
To make it so, but you don't want to know
I give much more
Than I'd ever ask for

Will you see me in the end
Or is it just a waste of time
Trying to be your friend
Just shine, shine, shine
Shine a little light
Shine a light on my life
Warm me up again

Fool, I wonder if you know yourself at all
You know that it could be so simple

I lay myself down
To make it so, but you don't want to know
You take much more
Than I'd ever ask for


Say a word or two to brighten my day
Do you think that you could see your way

To lay yourself down
And make it so, but you don't want to know
You take much more
Than I'd ever ask for

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

1. เฮ้ย น้องปอนเกี่ยวอะไรด้วยคะ 555+ ให้ตบดี ๆ เหรอ ไม่ได้หรอกค่ะ ว่ามั้ยคะไม่เห็นเกี่ยวเลย 555+ น้องปอนว่าไง 555+ พี่ไม่ตบนะ! น้องปอนไม่เห็นเกี่ยวเลย

2. เราอยู่ใน 20% เพราะสอนพวกนี้อยู่ 555

3. ซื้อมาก็ดีแล้วล่ะค่ะ มันช่วยเยอะ แต่อย่างว่านะคะ ตั้ง 28 ปี 555 ค่อย ๆ ทำค่ะ ไปขัดมากไม่ดี ๆ

แหมตั้ง 28 ปี ไม่มีปัญหา 555 เป็นเรา ๆ ก็บ่นละ และถ้าเราเป็นคุณกล่อง ก็ซื้อเหมือนกัน พบกันครึ่งทางนะคะ

#1 By tungmay on 2007-09-12 11:14

อ่านแล้วได้แต่อึ้ง
ของอย่างนี้ต้องใช้จิตวิทยาขั้นสูง อย่างรุนแรงครับ
อดทนหน่อย เด๋วก็คลี่คลายเอง เพิ่งเริ่มใหม่ก็งี้แหละ ประสบการณ์ข้างนอกมากแค่ไหน ที่ใหม่มักโดนลองของเป็นธรรมดาครับ ยิ่งเค้าคาดหวังไว้ว่าเราจะมาทำอะไรได้เยอะๆ ที่สำคัญบ้านเรานี่แหละครับตัวดี
เอาใจช่วยคุณซำเหมอ

#2 By มนุษย์เพลง (203.144.240.229 /189.2.255.60) on 2007-09-12 11:29

ทำงานธุรกิจส่วนตัว ต้องทำทุกอย่างจริงๆ อันนี้ไม่เถียง
แต่บอกว่าเป็นมนุษย์เงินเดือน แล้วทำเฉพาะหน้าที่ตัวเอง อันนี้ไม่จริงครับ ขอเถียงหัวนมชนฝาครับ

ทุกวันนี้ ผมแม่งทำทุกอย่าง ไม่ค่อยเกี่ยวกับตัวเองเลย
กล่าวคือ งานตัวเองแม่งไม่ได้ทำ มัวแต่ไป clean shit ของคนอื่นครับ
ตอนนี้ทำทั้งตัวเลขสารพัด ปลดล๊อควงเงิน credit ให้ลูกค้า วางแผนตัวเลขยอดขาย กำไรขาดทุนของปีหน้า ควบคุมงาน media ที่เอเจนซี่เสนอมา ทำวิจัยงานโฆษณา วางแผนการตลาด ทำโปรโมชั่นตั้งแต่คิด mechanic ไปจนถึงการ implement ทั้งหมด งาน PR ต่างๆ ต้องดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตสิ่งของ ทั้งหมวก เสื้อ ของแจกต่างๆ ดูตั้งแต่ artwork จับเนื้อผ้า ต่อราคา ดูการขนส่งจากไทยไปเขมร นายมาเขมรก็ต้องต้อนรับ เอเจนซี่อยากประชุมก็ต้องไปหามัน ลูกน้องเขมรทำงานไม่เป็นก็ต้องสอนมัน นายอยากได้เชี่ยอะไรก็ต้องหามาถวายประเคนให้

ทั้งหมดทำอยู่คนเดียว หัวฟรูมากๆ
ถึงจะได้เงินเดือนที่นี่เกือบแสน แต่ประสาทแดกมากๆ
คาดว่าคงเอาเงินเดือนไปประเคนให้จิตแพทย์
และรักษาสุขภาพจนหมดอยู่ดี

สรุปว่า ไม่คุ้ม กลับบ้านเราดีกว่า

บ่นอะไรเนี่ย ทำงานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#3 By บองเต่า on 2007-09-12 11:35

อยากทำงานที่บ้าน.....แต่ทำคนเดียวนะคะ เป็นเจ้านายคนเดียว พอมาอ่านที่พี่กล่องเขียน ไม่ละเป็นลูกจ้างเค้าไปก่อนละกัน
ปล.แต่หนูทำงานที่เดียวกับแม่ ก็มีปัญหาเหมือนกันคะ
ถ้าไอ้โปรแกรมนี่ ทำขายเมื่อ 28ปีก่อน ป๊ะก็คงซื้อไว้ก่อนแล้วแหละคับ
ประธานกรรมการบริษัทคนปัจจุบันของคุณก็เป็นงี้มาตั้งนานแล้วนี่คับ
ยังไม่คุ้นอีกรึคับ
คุณกล่องซะอิก ได้เลื่อนตำแหน่งไปเกือบนั่งแทนแกแล้ว
เทียบกะงานก่อนหน้า ก็งานวางระบบเหมือนกัน
ก็ยากพอกันแหละคับ
สู้ๆๆคับ

#5 By จิ๊กโก๋เจ้าเก่า (125.24.216.218) on 2007-09-12 12:08

ไอเรื่องยอมให้พนักงานเม้มนี่..
เคยคุยๆ กับเพื่อนคนหนึ่ง..
เขาบอกว่า..ถึงจะรู้ว่ามันแด๊กเงินเราไปมากมาย แต่ก็ต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นซะบ้าง เพราะถ้าเทียบกับเงินที่สร้างให้เราแล้ว..ก็ถือว่าคุ้ม
แต่..ก็ต้องดูด้วยอะนะ ว่าเขาเม้มเงินเราด้วยขั้นตอนไหน อย่างไร เท่าไร ถ้าอันตรายมากไปก็ปาดคอทิ้งซะ
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#6 By |:| ShaKo |:| on 2007-09-12 12:23

การจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรในบริษัทของผู้เป็นบิดา ซึ่งท่านทำมาตลอดชั่วอายุ และเลี้ยงเรามาจนเติบใหญ่ส่งเสียให้เล่าเรียนจนจบ นั่นเป็นเรื่องยาก ต้องรอหมดรุ่นละคะถึงจะเปลี่ยนแปลงได้

อีกอย่างปัจจุบันท่านแก่ลงมากแล้วก็ไม่อยากที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะความสามารถมันเริ่มถอย อะไรที่ยังเหมือนเดิมและไม่เลวร้ายนัก ท่านก็จะทนต่อไป ไม่ว่าเรื่องลูกน้องไม่ซื่อสัตย์ ดีกว่าต้องหาใหม่อาจทำงานไม่ดีไม่รู้ใจเท่านี้ก็เป็นได้

ลูกมักหนักใจเสมอที่ต้องมาทำงานในระบบเก่าๆ เพราะวัยกำลังกระฉับกระเฉง
ชอบอะไรที่ทันสมัย
เรื่องยาวคะ สรุปว่าหากต้องทำงานในนามบริษัทของบิดาซึ่งบิดายังสามารถบริหารอยู่และไม่ปล่อยวาง เราก็ต้องทำตามนโยบายเดิมละคะ อย่าคิดมากให้เครียดไปเลย....

ขอให้พบกับความสุขที่แท้จริงนะคะ

#7 By MayaKniGht on 2007-09-12 12:41

กระซิกกระซิกๆๆๆ
ในที่สุดเราก็เป็นกระโถนท้องพระโรงอีกเช่นเคย...

ไม่เป็นไรครับพี่ตังเม... เฮีย ก.เขาก็เป็นอย่างนี้แหล่ะครับกดดันจนหาที่ กดและดันที่ไหนไม่ได้ก็มาลงที่ปอนนี่แหล่ะครับ.... ถ้าเจอตัวเมื่อไหร่คงจะกระโดดตบคลุกวงในอบาคัสซ้ายอบาคัสขวา สกายคิกปอนเป็นแน่แท้ ปอนไม่เคยไปทำอะไรให้เฮียสักหน่อย.... แต่ในอนาคตไม่แน่อาจมีตบแย่งผู้ชายกัน

ปัญหาที่เฮียเจอเป็นปัญหาที่พบเจอกันได้ทั่วไปครับ ถึงแม้ว่าบ้านปอนไม่มีกิจการอะไรเลย แต่ทั้งเพื่อนๆ และรุ่นน้องที่บ้านมีกิจการก็เจอปัญหาแบบเดียวกับเฮียเลยครับ แต่แถวๆ นี้ส่วนใหญ่จะเชื่อลูกมากกว่าเพราะถือว่าลูกเรียนมาสูงกว่าตัวเอง อีโก้ในตัวของพ่อแม่รุ่นเก่าเลยน้อยกว่าครับ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เป็นเหมือนพ่อเฮียครับ.. อย่างที่ปอนเคยบอกว่ามันฝังลึกมากกว่า "28 ปี" การจะปรับเปลี่ยนอะไรแบบปุ๊บปั๊บมันเป็นไปได้ยากมากครับ เฮียคงต้องใจเย็นๆ แล้วใช้วิธีมาบ่นในนี้หรือนั่งจับเจี๊ยวเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ไปเรื่อยๆ นะครับ จะได้ไม่เครียดมากแล้วหาเรื่องตบตีกับคนอื่น

วิธีการที่ดีที่สุดก็คือต้องค่อยๆ ใช้เวลาในการพูดกรอกหูครับค่อยๆ พูดทีละนิดทีละนิ๊ดให้ซึมซับไปเรื่อยๆ วิธีการนี้เฮียทำได้ยากครับเพราะเฮียใจร้อนแล้วดูเหมือนพ่อเฮียก็ใจร้อนด้วย แต่เป็นวิธีเดียวครับที่จะให้ยอมรับเรื่องบางเรื่องอาจต้องใช้เวลาในการพูดกรอกหู อธิบายเหตุผลหลายเดือนครับ ส่วนการโกงตังค์เราต้องหาวิธีกำจัดแบบอ้อมๆ ครับโดยให้มันรู้ตัวว่าเรารู้แล้วนะมึง แล้วรีบสรุปหาตัวเลขที่แน่นอนนะครับแล้วจัดการมันเลยอย่าปล่อยไว้ครับ.... เรื่องนี้คงต้องช่างพ่อเฮียแล้วครับ ปล่อยไว้จะได้ใจ

น้องสาวเฮียก็คงช่วยได้แค่นี้แหล่ะครับ... แล้วก็เป็นกระโถนท้องพระโรงให้เฮียระบายอารมณ์ได้แค่นี้แหล่ะครับ

#8 By ปอนปอน on 2007-09-12 12:44

ปัญหา 10 ข้อข้างบนน่าเครียดจริงๆ แต่เพื่อให้ผ่านพ้นปัญหาต่างๆไปได้ไวๆก็ต้องอดทนนะคะ...และก็รักษาสุขภาพด้วยโหมงานจนเที่ยงคืน แถมไม่ได้ลา ไม่ได้อู้ ฟิตเนสไม่ได้เข้าอาจจะป่วยเอาได้ง่ายๆ...ทั้งกายและใจ

ปัญหากับพ่อเพราะพ่ออาบน้ำร้อนมาก่อน... อันนี้อาจต้องค่อยๆพูดให้เข้าใจ แต่ถ้าไม่เข้าใจ...คงต้องยอมไปก่อนแล้วแอบทำ (อ้าว) แหมพ่อทำมาตั้งนานนี่คะ ขัดมากเดี๋ยวน้อยใจ

ปล. เรื่องโกงเงินนี่ยอมไม่ได้อ่ะ

#9 By วอร์ (125.24.158.31) on 2007-09-12 13:05

เรื่องนี้ คุยได้ยาว ว ว มาก
เราเคยทำงานที่เรียกว่า family businessมาก่อน (ของญาติ)พบว่า
- เจ้าของไม่ยอมเข้าใจว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว เคยทำมา20-30ปี ก็ทำอย่างนั้น เคยบอกอะไรก็ไม่เชื่อ บอกว่าทำอย่างนี้ก็มีเงินมีปัญญา ส่งลูกจบนอก
- จริงๆแล้ว เถ้าแก่ที่เขาพัฒนาแล้ว จะให้ลูกไปทำงานข้างนอกก่อนเพื่อหาประสบการ์ณแล้วค่อยมาทำของตัวเอง หรือไม่ก้ให้ลูกทำงานหรือฝึกงานหลายๆแผนก เพื่อจะได้รู้มุมมองทำงานที่กว้างๆ หลากหลาย ไม่ต้องรู้ลึก แต่เข้าใจคนทำงานในแผนกต่างๆเป็นพอ
- ตอนเราทำบริษัทของญาติ พบการโกงมากมาย แต่แย้งไม่ได้ จนลาออกมาแล้ว คนที่โกงมันยังอยู่เลย เพราะเขาถือว่าโกงแค่นี้แต่ไว้ใจอย่างอื่นมันได้
- ตอนทำงานที่นั้น ระบบทำงานไม่มี ตามเก็บบิลที่ทำงานแล้วไม่ได้เก็บเงิน เก็บมาได้เกือบ10ล้าน โกงมโหฬารแค่ไหนคิดดู
- เชื่อไหม บางทีเถ้าแก่เชื่อหลงจู๊คนเก่าคนแก่ มากว่าลูกที่จบนอกอีก จงทำใจ
- วันหลังมีอะไร หลังไมค์คุยกันแล้วกัน เดี๊ยวช่วยคิดระบบให้
- คุณต้องใจเย็นๆ ค่อยๆปรับระบบนะ ผลีผลามตัดฉับทำปุ๊ปไม่ได้หรอก คนรับไม่ได้เยอะตั้งแต่พ่อคุณจนถึงพนักงานเก่าๆ
- เพราะพอคุณเปลี่ยนคนเก่าที่เคยชินในการโกงหรือขี้เกียจจนฝังลึก จะรับไม่ได้ จะฟ้องพ่อคุณ เพื่อรักษาน้ำใจข้าเก่าเต่าเลี้ยงก็ต้องทะเลาะกับคุณ
-เห็นแหมะ เรื่องยาว ไว้อีเมล์คุยกันแล้วกัน ตอนนี้หาวิธีอ่านเมล์ภาษาไทยของคุณได้แล้ว
*สุดท้ายบริษัทนี้ โดนน้องชายที่เอาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาพัฒนา ยึดไปบริษัทนี้เคยใหญ่ที่สุดในไทย ลดขนาดลงเป็นบริษัทเล็กๆไป*

#10 By สาวเหนือ (203.146.176.242) on 2007-09-12 14:01

อ่านแล้วจินตนาการถึงเรื่องลอดลายมังกรไปด้วย ได้อารมณ์ประมาณนั้นเลยครับ

ผมไม่อยากมีธุรกิจส่วนตัวนะ แต่อยากทำงานคนเดียวจนก็จนคนเดียว รวยก็รวยคนเดียว ตายก็ตายคนเดียว ไม่ชอบทำงานกับคนหมู่มากครับ ถ้ามีงานสันโดษให้ผมทำบอกกันมั่งนะครับ

#11 By เจ้าชายน้อย on 2007-09-12 14:44

ไม่จริงอ่ะพี่นี่มันอรื่งน่าเศร้า เพราะครอบครัวทำพิษ


ผมเคยทำงานในปั้มของพ่อ

ผมไม่เรียน บัญชี ผมต้องรูป เรื่อง โปรแกรม บัชญี หลายบาทขอพ่อผมให้ได้

ผมต้องเป็นเด็กปั๊มเองในยามรถเยอะ วิ่งรอกไหม่ทัน

ถ้าช่างไม่มา ท่อน้ำเสีย
ผมต้องลุยเองได้

พอล้ม ตัวนอนก็ โดนด่า ทันที

เครื่องคอมที่ทำงานเจ๊งเพราะ พนักงานเอาไวรัสมาปล่อย จาก handdy drive ผมซวยทันที

หาว่า เอาอะไรมาทำเครื่องพัง

ทั้งๆ ที่บริษัท มันต่อเน็ทไม่ได้

และก็ เอางานมาพิมพ์เพียงครั้งสองครั้ง

เห้อ


ยี่สิบ แปดปี

ยีี่สิบแปดปี

#12 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-09-12 14:53

บล๊อคนี้กลายเป็นศาลาคนเศร้าไปแล้วครับพี่น้อง
ขอให้กำลังใจทุกคนที่ทำมาหากินกันครับ

คุณเจ้าชายน้อยคิดเหมือนผมเลยว่ะครับ
จริงๆเวลาทำงานผมชอบทำคนเดียวครับ
คนมากเรื่องมากจริงๆ

#13 By บองเต่า on 2007-09-12 15:12

ตังเม : แล้วหายโกรธผมยังคับ (ปิ๊งๆ)
ถ้ายังไม่หายก็ไปตบปอนครับ

มนุษย์เพลง : ต้องให้คุณมาสอนผมเรื่องจิตวิทยาชั้นสูงสุดแล้วอ่ะครับ เพราะว่าพ่อผมตอนนี้ใช้เหตุผลด้วยไม่ได้ครับ

เต่า : ของมึง เอ๊ย ของเต่าเอามาวัดกับของผมไม่ได้ครับ ผมพับครึ่งแล้วยังยาวกว่าเลย เอ๊ยไม่ใช่แล้ว

ที่เขมรมันไม่ใช่กทมนะ คนที่ถูกส่งไปต้องทำทุกอย่างอยู่แล้ว เพราะคุณภาพคนไม่เท่ากัน เรื่องทำจนหัวฟูเพราะว่างานมันยากเกินสำหรับคนเขมรครับ

ไปช้อปปิ้งคลายเครียดดีนะครับ ไม่ต้องไปหาจิตแพทย์หรอกครับ โรคตอแหลของเต่าหมอเค้ารักษาไม่ได้หรอก

ปุกตั้งฉ่าย : ทำงานคนเดียวนี่ ผมถือว่าดีพอๆกับไปกิน buffet คนเดียวเลยนะครับ ไม่ต้องยุ่งกับใคร ซัดโฮกๆๆ

จิ๊กโก๋เจ้าเก่า : ตอนนี้ก็สู้สุดๆครับ มีคนให้กำลังใจมากมาย แต่ระบบงาน red tape นี่แก้ยากมากๆ

shako : ผมเห็นด้วยเลยครับ บางทีต้องเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ "บ้าง" แต่ไอ้ 2 คนนี้ผมว่ามันเกินไป ผมกลัวเปลี่ยนระบบแบบเฉียบพลัน แล้วเจอมันเอามีดปาดคอผมเหมือนกันครับ ผลประโยชน์มันเยอะมากๆ

แม่มายา : ถ้าพ่อผมเกิดโยนมาให้ผม รันเองทั้งหมด บริษัทก็เจ๊งได้ทันทีเหมือนกันครับ

ผมไม่ได้อยากเปลี่ยนระบบ แต่อยากปรับปรุงให้มันดีขึ้น เพราะโลกเราหมุนเร็วมาก ไม่ได้อยากมีชื่อ เป็นกรรมการบริษัท เพราะมันไม่มีค่าอะไร แต่อยากเห็นสิ่งที่พ่อสร้างมา 3 ทศวรรษ อยู่ต่ออีกสัก 3 ทศวรรษครับ

ปอน : ต้องมา lecture บรรยายแล้วครับ กรอกหูยังไงได้ผมชะงัก พ่อผมหัวแข็งมาก อีโก้กระฉูด เอาความคิดตนเป็นที่ตั้งด้วยครับ

วอร์ : ฟิตเนสยังไปอยู่ครับผม ครูฝึกหล่อจนเกินห้ามใจ ไม่ไปไม่ได้ครับ กว่าจะได้มานี่ต้องตบตีแย่งกับกลุ่มแม่บ้านหัวใจเปลี่ยวนับสิบคนเลยนะครับ

คุณพูดถูกอย่างนึงนะ คือพ่ออาบน้ำร้อนมาก่อน เขาอาจเห็นมุมที่ผมมองข้าม เขาคงมองว่า การแก้ที่ระบบ มันไม่ได้ช่วยอะไรมากเท่าไรก้เป้นได้ครับ

สาวเหนือ : เรื่องยาวมาก จริงๆด้วยครับ ต้องเมล์ครับ แล้วจะปรึกษานะครับ

เจ้าชายน้อย : งานที่ทำคนเดียว ผลงานคือเราคนเดียวทำจริงๆก็มีครับ เช่นแปลหนังสือ เขียนหนังสือ ทำขนมเค้ก+กาแฟขาย ฯลฯ มันก็ดีนะครับ ถ้าผิดพลาด จะได้ไม่ต้องวิ่งหาว่าจะโทษใครดี

ตอนนี้มีงานอันนึงให้คุณชายน้อยครับ คือมีหน้าที่ดูแลหัวใจน้อยๆของผม

tomazzu : ผมว่ามันไม่น่าจะดรามาเท่าไรนะ

คุณสึ เองก็ทำหลายอย่างเนอะ ธุรกิจที่บ้านทุกแห่งก็คงเหมือนกัน คือต้องทำทุกอย่าง

#14 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-12 16:33

มนุษย์เงินเดือนอย่างนู๋ ยื่นใบลาออกจากงานเรียบร้อย งานราชการห่วย ๆ เซ็งเป็ด

#15 By เด็กจิตตก on 2007-09-12 17:07

เอาเวลาตอนไหนไปฟิสเนสเนี่ยะ...แถมตบตีกะแม่บ้านหัวใจเปลี่ยวอีก บริหารเวลาดีมากๆ อิๆๆๆ

เป็นลูกจ้างมันแย่จริงๆนะ T-T) วันนี้ทำงานเยอะมากๆเลยค่ะ แถมลูกค้างี่เง่า ผู้ร่วมงานพูดไม่รู้เรื่อง ...วันนี้เหนื่อยมากๆ (แอบบ่นในบลอกสะงั้น....ฮือ )

#16 By วอร์ (125.24.158.31) on 2007-09-12 17:28

ตอนนี้เป็นมนุษย์เงินเดือนครับ
เพิ่งรู้ว่าธุรกิจในครอบครัวมันยุ่งยากเหมือนกันเนอะ

ผมว่าการทำธุรกิจกับเพื่อน ลงทุนร่วมกัน
ยิ่งปัญหาเยอะกว่านี้นะ
ตกลงผลประโยชน์กันไม่ได้
เพื่อจะขาดกันก็ตอนนี้ ไม่อยากจะบ่นอ่ะ อุอุ

ทุกคนก็มีเรื่องยุ่งกันทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราจะจัดการยังไงมากกว่า
(ตอนนี้ อยากบีบคอคนที่นั่งตรงข้ามเนี่ย .. เซงเป็ด อุอุ)
การเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้อะไรดีขึ้น ถึงแม้ว่าตอนนี้จะต้องกล้ำกลืนฝืนทน แต่ก็ทนเถอะค่ะ เพื่ออนาคตที่รุ่งโรจน์กว่า อย่างไรวันหนึ่งคุณ จขบ. ก็ต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ผู้ดูแลธุรกิจเองทั้งหมดนี่นะคะ ^____^

#18 By Fly_Away on 2007-09-12 17:59

ขอแก้ข่าวเรื่องจับปลา 2 มือ 2 ตีน 1 คาบ

มันเป็นเรื่องไม่จริ้ง(พูดเสียงสูง)ไม่จริง
ขอให้ลบเรื่องนี้ออกจาก memory นะครับ อุอุ

รู้แล้วอย่าไปบอกใคร
แค่ที่บ้านเป็นร้านอาหารต้อง หั่นของ เตรียมของ ทำความสะอาด เก็บโต๊ะยันเก็บตังค์ ยังเหนื่อยมากๆๆๆเลยฮ่ะ....
...

อ่ะ เอ่อ โอย ...

วันนี้ขับรถไปกลับก็เกือบห้าร้อยกิโลแล้ว ไปธุระแถวหลักสี่ รามคำแหง ลำสาลี หมดวัน หมดแรง แปะไว้ก่อนนะคะ

สู้ สู้ สู้ต่อไป คุณว่าที่ ดร.ก.(คนเก่ง)

#21 By กะจิ๋วหลิว on 2007-09-12 21:04

อย่าพูดถึงบุฟเฟ่คะ ..............หิวเลย
มิตติ้ง ทาคุมิ กันสักครั้งมัยคะ
เราไปเปิดผับกันดีกว่าคุณกล่อง

อิอิอิ

#23 By หนุ่มชุดดำ on 2007-09-12 22:15

มีพี่คนหนึ่งเค้าก็บ้านทำธุรกิจ เค้าก็เล่าประมาณนี้แหละค่ะ

#24 By only human*EM on 2007-09-12 22:31

เรื่องติฉินนินทาก็มีทุกที่อยู่แล้วนี่ครับ
ถ้ามัวแต่กลัวก็จะไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ

ถ้าเป็นคนที่ตั้งใจจะหาเรื่องทำตัวเหลวไหลอยู่แล้ว
ถึงพี่จะทำดียังไงก็ไม่เกิดผลหรอกครับ
เค้าก็ต้องหาช่องทางอื่นทำจนได้แหละครับ

ผมว่าหัวหน้ากับลูกน้องหน้าที่ต่างกันอยู่แล้วนะครับ
หัวหน้าจะมีอะไรพิเศษๆกว่าลูกน้องบ้าง
ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด

#25 By Life Goes On on 2007-09-13 00:23

เง้ย...
ไอ้เหตุการณ์แบบเนี้ยะ มันเคยเดจาวูป้ามาแร้ว...ถึง2จิต2ใจ ไม่ค่อยอยากจากลับไปช่วยงานที่บ้านให้เต็มตัวเหมือนกันหน่ะ.

#26 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.122.249) on 2007-09-13 00:30

...ทำงานที่บ้านกับคุณแม่ค่ะ
หลายครั้ง งัด ข้อกันบ่อย....555

..ก็ค่อย ๆ ปรับไปนะคะ...

#27 By an_ann_and~ on 2007-09-13 00:41

GM บริษัท ผม ก็เป็นประเภทกลัวการเปลี่ยนแปลง
เหมือนกัน ครับ สงสัยจะเป็นแบบเดียวกัน
ตัวเองไม่เข้าใจเลยกลัว control ไม่ได้

ทีแรกก็สงสัยอยู่นานว่าแกเป็นอะไรวะ
กูวางระบบอะไรดีๆให้ ขัดคอไปซะหมด

#28 By riddler on 2007-09-13 06:57

วันๆนั่งเบื่อกับชีวิตเงินเดือนวันละหลายตลบ แต่พอมาฟัง + อ่านเรื่องของคุณมนุษย์กล่องแล้ว ปลงเลยค่ะเพราะรู้สึกว่าทุกที่ล้วนมีปัญหา
คอยๆปรับ ค่อยๆเปลี่ยน ค่อยๆแก้ ค่อยถอด นะคะ ป้าหมูเชื่อว่า ว่าคงไม่คณามือและความอดทนของคุณมนุย์กล่องแน่นอน

#29 By ป้าหมู on 2007-09-13 08:39

นู๋เป๋อ : งานราชการไม่ได้ห่วยนะครับ เพียงแต่ว่า ลักาณะงานมันทำให้เราเจอแต่เรื่องเดิมๆ ระบบ กฏต่างๆแก้ก็ยาก สู้ตายครับ

วอร์ : ฟิตเนสส่วนใหญ่ปิด 4 ทุ่มครับ บางทีทำงานเสร็จ 2 ทุ่มกว่าๆ ไปถึง 3 ทุ่ม วิ่งได้ 1 ชม. อาบน้ำกลับมาโซโล่งานต่อถึงเที่ยงคืนครับ

งานก็สำคัญ สุขภาพก็สำคัญครับ ถ้าวันอาทิตย์นี่ผมจะออกกำลังประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งเลยครับ ชดเชยวันธรรมดา

คนเราควรออกกำลังกาย ขั้นต่ำสุด 3 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 1 ชม.ครับ

แพนด้า : กับเพื่อนนี่ผมลาขาดเลยครับ ไม่ลงทุนด้วยเด็ดขาด
เรื่องความเจ้าชู้ของแพนด้า ผมพยายามแล้วครับ แต่ว่า มันมีเก็บไว้ใน buffer ด้วยครับ เอาไม่ออก หุหุ

flyaway : ขอบคุณนะครับ ที่แว๊บเข้ามา ตอนนี้ก็อดทนอยู่หลายๆเรื่องครับ กลัววันนึงระเบิดตู้มเหมือนกัน แต่ก็พอมีทางระบายออกมาบ้างครับ

อะศุจิ : ร้านอาหารเป็นอะไรที่เหนื่อยมากๆ เคยทำครับ ปิดไปแล้ว แต่ก็ยังอยากทำอีกเพราะชอบกินครับ

กะจิ๋วหลิว : ขนาดเกนื่อยลากไส้ ยังมีอารมณ์มาเม้นทือีกนะครับ ขอบคุณนะครับ ปลื้มมากๆ

ปุกตั้งฉ่าย : สงสัยต้องมีทกัน 2 คน หลายคนอาจไม่ปลื้ม buffet เพราะผมจะกินเยอะมากๆ จนคนอื่นต้องรอ

หนุ่มชุดดำ : ผับผมก็อยากทำครับ ชอบบรรยากาศ ชอบฟังเพลง แต่การจะเปิดผับ ต้องมีทหารหรือตำรวจมาหุ้นส่วนกันครับ ไม่งั้นโดนรังแก รีดไถจนตายแน่ๆ

มีหน่วยรบพิเศษแบบคุณคงดี จัดการได้

ตอนนี้ศึกษาจากการไปเที่ยวอยู่ครับ ผมอยากได้แบบส่วนนึงสำหรับขาเย้ว เต้นๆ อีกส่วนพาครอบครัวมาดริ๊งค์สังสรรค์กันได้ครับ

uwaki : งั้นปัญหาของผมก็คงธรรมดามากเลยครับ เพราะคนอื่นก็เป็นเหมือนกัน

ต๊ะคุง : ถ้าหัวหน้าเป็นตุ๊ดนี่ถือว่าพิเศษพอมั๊ยครับ

เจ๊เอียด : Deja Vu ของ beyonce เหรอ ป้าวัยรุ่นมากๆเลย ป้าเลือกทำแบบที่ป้าทำอยู่ผมว่าก้โอเคแล้วนะ หนักหนาสาหัสอยู่

แอน แอ่น แอ๊น : งัดข้อกับแม่แล้วใครชนะครับ

งัดข้อกับใครก้ได้ครับ แต่อย่างัดกับคนจ่ายตังค์เรา หุหุ เรื่องจริง

โอ้ riddler : ผมว่า GM ของคุณกลัวเจอไล่ออก ด้วยมั๊ง คือถ้าเปลี่ยนแปลงแล้ว เกิด butterfly effect ขึ้นมา เค้าคงคิดว่าชีวิตเค้าฉิบหายแน่นอนอ่ะครับ

ป้าหมู : จะให้ผมค่อยๆถอดอะไรครับ

ผมว่าทุกที่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างหรือทำเอง เหมือนที่ทุกคนบอก มันเครียดคนละอย่าง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์และมุมมองของผู้นำและลูกจ้าง

ปล. เรตติ้งตกฮวบอีกรอบ เขียนเรืองเครียดๆไม่ได้เลย

#30 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-13 14:51

กินเยอะพอกันคะพี่กล่อง เรื่องกิน เป็นเรื่องที่ทำแล้วมีความสุขที่สุดในชีวิตก็ว่าได้
ถึง คุณมนุษย์ในกล่อง

ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นด้วยคนนะครับ

จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมแล้ว การจะทำงานร่วมกับที่บ้าน(กงสี) ให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง สิ่งแรกที่จะต้องมีก็คือ ความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างบุคคลครับ ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเอาใจเขามาใส่ใจเรานั้นล่ะครับ เพราะถ้ามองจากจุดยืนและบทบาทของแต่ละคนแล้ว

ในฐานะลูกเราจะต้องเข้าใจจุดยืนและความลำบากใจของพ่อที่อยู่ในตำแหน่งที่สั่งคนได้มีลูกน้องให้เกียรติมาตลอด แต่แล้วอยู่ดี ๆ วันหนึ่งมีใครก็ไม่รู้มาบอกว่าไอ้ที่ทำมาทั้งหมด 28 ปี มันผิดมาตลอดนะ ต้องปรับใหม่ เป็นใคร ๆ จะยอมล่ะครับถามจริง ๆ

และในฐานะลูกจ้างเราจะต้องเข้าใจจุดยืนว่าเรายังเป็นน้องใหม่ซึ่งยังไม่เป็นที่ยอมรับของที่ทำงาน ยังออกลายอะไรไม่ได้แน่นอนครับ

ในฐานะหัวหน้างานถ้ามีน้องใหม่เด็กเส้นที่อยู่ ๆ เข้ามาสั่งปรับนั้นแปลงนี้ ย่อมไม่มีใครพอใจ ในฐานะลูกน้องที่ทุก ๆ วันทำแต่งานเดิม ๆ คุ้น ๆ มือ ย่อมต้อง งง เมื่อเถ้าแก่่สั่งอย่างหนึ่ง แต่ลูกเถ้าแก่สั่งอีกอย่างหนึ่ง สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ถูก อยู่เฉย ๆ ดีกว่าครับ

เพราะฉะนั้นผมว่าสิ่งเฉพาะหน้าที่ คุณ ก. จะต้องทำก็คือ สร้างการยอมรับและทำความเข้าใจจากทุกคนในที่ทำงานเสียก่อนครับ แต่ผมคงตอบไม่ได้ว่านานแค่ไหน อาจจะแค่ ครึ่งปี หรือไม่ก็ 2-3 ปี ก็ได้ครับ

เพราะฉะนั้นคิดซะว่า ขนาดกรุงโรมยังไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แล้วในเมื่อกิจการที่บ้านของคุณ ก. ขนาดทำมาผิดทาง(ถ้าจะสรุปตามในความคิดของ คุณ ก.)มันยังทำมาได้นานตั้ง 28 ปีแล้ว แล้วมันจะรอให้คุณ ก. ไปปรับปรุงอีกซัก 2-3 ปีไม่ได้เชียวหรือครับ และอีกอย่างสิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องเงินก็คือความรู้สึกของคนในครอบครัวไม่ใช่หรือครับ ที่เราควรจะต้องรักษาไว้

เอาเป็นว่าระหว่างนี้ขอเป็นกำลังใจให้ก็แล้วกันนะครับ

จากคนที่เคยโดนน้ำร้อนลวกมาก่อนครับ

#32 By Old Mustang on 2007-09-13 21:42

เข้าใจชีวิตอีกระดับเลย น้องอ่ะเคยคิดจริง ๆ ว่าทำงานที่บ้านสบาย นี่เปลี่ยนความคิดไปแล้วเพราะอ่านบล็อกคุณพี่
พี่กล่องเจ้าคะไอติมลูกละ49บาท 2ลูก90 ไม่ต้องจ้างเจ้าคะ พี่ว่างวันไหนบอก............อยากกินสัก3ลูก
Old Mustang : พูดถูกเลยครับ นี่ผมพยายามทำให้มันช้าที่สุดแล้วนะครับ พอเห็นเวลาเงินรั่วไหลออกไปตู้มๆแล้วโมโหครับ

น้องฟ้า : จริงๆทำที่ไหนก็มีปัญหาครับ แต่สำหรับผม ปัญหาที่บ้านจะแก้ยากกว่าทำงานข้างนอก

ปุกตั้งฉ่าย : ถูกกว่า ฮาเก้นดาซ์ หน่อยนึง คอยเช็คเมล์แล้วกัน เรื่องกินเรื่องใหญ่(มากๆ) ที่ ลาวิลล่า ผมก็ไปได้นะ ใช้ BTS โดดตู้มๆ ลงมาถึงพอดี หรือจะไปพารากอน

#35 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-14 08:46

ไปเที่ยวกันเถอะ เย้ๆๆๆๆๆๆๆ

#36 By มนุษย์เพลง (203.144.240.229 /189.2.255.60) on 2007-09-14 08:51

เข้ามาฟังแล้วเหนื่อยแทนค่ะ

เห็นด้วยกับ ความคิดเห็นของคุณ Old Mustang ค่ะ เพราะสิ่งที่คุณพ่อคุณสร้างมากับมือ จะให้เปลี่ยนแปลงไปง่ายๆ คงจะทำใจได้ยาก แล้วต้องมาเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์อีก สำหรับคนที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน มันยากนะคะ

อย่างที่คุณบอกว่า 3 วิ ก็ดึงข้อมูลมาได้แล้ว แต่คนไม่เคยใช้นะคะ ปุ่มอะไร เป็นปุ่มอะไร ก็ไม่รู้ ไม่กล้ากดนะ กลัวกดแล้วข้อมูลหายหมด จะทำยังไง อาจเป็นแบบนี้ก็ได้นะคะ เดาเอา

คุณมนุษย์ในกล่องอดทนมากๆ ใจเย็นๆนะคะ เอาใจช่วยค่ะ

#37 By Orm & Hai on 2007-09-14 09:52

มนุษย์เพลง : คือถ้าผมไปเที่ยวได้ ผมก้ไปแล้วล่ะครับ ติดงาน ติดอาม่า ติดกลัวป๊าด่า กลัวลูกน้องนินทา

แต่ถ้าไปที่ดีๆก็อยากไป

คุณอ้อม : ไอ้โปรแกรมที่ซื้อมา ผมเองก็ยังใช้ไม่เป็นครับ interface สับสนมากๆ แต่ครอบคลุมงานทุกอย่างเลยครับ

ก้อดทน ค่อยๆทำอยู่ครับ แล้วเจอกัน

#38 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-14 11:14

ขอบใจมากนะที่ไปเยี่ยมบล็อกเราจ้ะ ตอนนี้ยังไม่มีสูตรโกงนะคะ ดูเหมือนทีมงานเค้าจะเคร่งมากๆเลย

#39 By ~ :: GINNYSYPIA :: ~ on 2007-09-14 11:15

...

เข้าใจสถานการณ์ค่ะ
การจะปรับเปลี่ยนอะไร ต้องใช้เวลา โดยเฉพาะกันการทำงานในครอบครัว ต้องใช้วิธีซึมค่ะ ค่อยๆซึมแทรกเข้าไปแก้ทีละส่วน อย่างใจเย็น ซึ่งยากมากสำหรับคนรุ่นเรา ที่มีเทคโนโลยีเข้ามามากมาย แต่คนรุ่นเก่าที่ทำทุกอย่างด้วยมือมาทั้งหมด เค้าไม่อยากยอมรับค่ะ ว่าการเปลี่ยนแปลงมันไปถึงไหน

ก็ขอให้คุณว่าที่ ดร. อดทนนะคะ อย่างไรแล้ว ก็คงตัดกันไม่ขาดหรอก 555 สู้สู้ค่ะ แถวนี้ มีแรงเชียร์ แรงใจ ส่งให้ไม่ขาดสายอยู่แล้ว

#40 By กะจิ๋วหลิว on 2007-09-14 12:31

หัวอกเดียวกันแหละครับ
ของแบบนี้ต้องใจเย็นๆ และใช้เวลาครับ
ค่อยสะสมบารมีขึ้นไปเรื่อยๆก่อน

ของผมนี่ 5 ปีแล้ว เริ่มดีขึ้น
แรกๆ ผมก็แรงเหมือนคุณแหละ
หลังๆ เริ่มเข้าใจละ...

#41 By โก๋สิจ๊ะ on 2007-09-14 13:01

คุณ oldmustang พูดได้เข้าท่าดีทีเดียว..

แต่คุณหนุ่มชุดดำชวนเปิดผับนี่ซิ...ขอค้านเต็มที่เลยคะ เพราะคนที่เปิดผับชีวิตมักจะวุ่นวายไม่สงบสุข...ในบ้านปลาย และไม่เคยเห็นผับที่ไหนจะยืนยงถาวรเลี้ยงชีพได้ยาวนานเลยสักที่...

แต่คงเท่ห์น่าดูหากคุณหนุ่มชุดดำยืนถือปืนคุมหน้าร้าน คุณกล่องเชียร์แขก...แล้วใครเก็บตังค์ละงานนี้ แม่มายาขออาสาเก็บเงินปล่อยเด็กดีไหมคะ..อิอิ

#42 By MayaKniGht on 2007-09-14 15:33

ถ้าเปิดผับจริง สมัครเก็บตังค์ด้วยคน
คัดเลือกพนักงาน(หนุ่มๆ)ก็ได้นะ ไม่เกี่ยง

#43 By สาวเหนือ (203.146.176.242) on 2007-09-14 16:37

peary : เวลาเล่นเกม ผมชอบใช้สูตรโกงครับ ไม่ชอบเสียเวลา

กะจิ๋วหลิว : ตอนนี้เริ่มใช้เทคนิคน้องปอน "เป่าหู" เริ่มใช้"จิตวิทยาหมู่"แบบเปมิกา แต่ไอ้"แทรกซึม" นี่ทำยังไงดีครับ เพราะมีพ่อ แม่ พี่ชาย แล้วก็ผม รวม 4 ตัวเองครับ ไม่ว่าจะแก้จุดไหน พ่อผมก็ค้านหมดครับ

โก๋สิจ๊ะ : ผมต้องเริ่มสร้างบารมีจากศูนย์แน่ๆเลยครับ เพราะไม่มีประสบการณ์เลยกับธุรกิจที่บ้าน

แม่มายา : รับสมัครคนเก็บตังค์ด้วยครับ อยากทำร้านอาหารนะเนี่ย

ถ้าได้คุรหนุ่มชุดดำ มาคุมนี่ดีใจมากๆเลยครับ เพราะคงจัดการพวกนกเลงขี้เมาอยู่หมัด ต่อยทีนึงคนตายเลย

สาวเหนือ : ผมให้คุณเป็น QC เลยครับ ตรวจเช็คทุกอย่าง ตั้งแต่หน้าตา บอดี้ พนักงานไปจนถึงลูกค้าครับ

#44 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-14 16:50