I Do Tears
posted on 07 Sep 2007 19:21 by tarlomak in personalผมก็ร้องไห้เป็นนะครับ
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาดู เว็บ Yahoo News แล้วเห็นภาพนี้

บุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
บุคคลผู้มีอำนาจมหาศาลยิ่งกว่าผู้นำศาสนาใดๆ
บุคคลที่มีสิทธิ์สั่งคนเป็นหรือตาย
บุคคลคนนี้กำลังน้ำตาไหล
เขาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวคนนึงว่า
"I try not to wear my worries on my sleeve or show anything less than steadfastness in public, especially in a time of war.
"I fully understand that the enemy watches me, the Iraqis are watching me, the troops watch me, and the people watch me
"I've got God's shoulder to cry on. And I cry a lot. I do a lot of crying in this job. I'll bet I've shed more tears than you can count, as president. I'll shed some tomorrow."
โดยส่วนตัว ผมคิดว่าคนเป็น ผู้นำ ไม่ควรร้องไห้เด็ดขาด (โดยเฉพาะในที่สาธารณะ) ไม่ว่าจะเรื่องใดๆก็ตาม
ผู้นำ ในที่นี้ผมไม่ได้หมายถึงพระราชา นายกรัฐมนตรี ท่านประธานาธิบดี หรือบุคคลซึ่งปกครองคนหมู่มากเท่านั้น
ผู้นำของผม หมายถึง
พี่ซึ่งต้องนำน้องๆ สอนในสิ่งที่ถูกที่ควร
เพื่อนซึ่งอาจจะเป็นหัวหน้าห้อง หัวหน้าชมรม
ครูซึ่งต้องคอยสอนบอกเล่านักเรียนทั้งเรื่องวิชาการและชีวิต
พ่อ/แม่ซึ่งต้องนำพาครอบครัวไปข้างหน้าอย่างอยู่รอดปลอดภัย
เจ้านายซึ่งต้องผลักดันลูกน้องให้บรรลุ Goals / Objectives ของบริษัทให้จงได้
คนขับรถซึ่งต้องขับพาคนไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ไม่หลงทาง
ทหาร / ตำรวจซึ่งต้องมีจิตใจแข็งแกร่ง ทนทาน เหมือนภูเขา เพื่อให้ประชนอุ่นใจ
หมอซึ่งต้องใช้ทุกอนูความรู้ที่มีอยู่ ช่วยชีวิตคนที่อยู่ในมือ
แฟนซึ่งต้องทำให้เราอุ่นใจ ว่าการที่เราคบกันนั้นไม่ผิด และไปกันรอดแน่นอน
ถ้าจำไม่ผิด ผมร้องไห้ในที่สาธารณะน้อยมากๆ
ครั้งแรกๆตอนอยู่ชั้นประถม มีเพื่อนเห็นมากมายก่ายกอง เพราะผมเป็นขวัญใจช่างภาพ
ครั้งที่สองผมร้องไห้ให้คนที่บ้านเห็นตอนอากงตายในวันเผา มีคนเห็น 400 กว่าคน
ครั้งล่าสุด เมื่อเดือนที่แล้ว ตอนได้ตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิร์ลด คนเห็นกันทั้งประเทศ
ฮ่าๆๆๆๆ
(ต้องยอมรับว่า นางงามจาก ม.กรุงเทพ คนนี้สวยจริงๆว่ะครับ เห็นแล้วเคลิ้ม อยากเบี่ยงเบนมาชอบหญิงอีกรอบเลยครับ ฮุฮุ)
หลายคนชอบพูดปลอบใจ บอกว่า การร้องไห้ไม่ได้แสดงถึงความอ่อนแอ อยากร้อง ร้องไปเลย ซึ่งมันก็จริงครับ แต่ก็ไม่จริงว่ะครับ
การที่มีคนคอยหวังพึ่งเราอยู่นั้น การที่เรามีหน้าที่ มีภาระอันใหญ่หลวงและ ต้องทำให้สำเร็จลุล่วงนั้น เราจะอ่อนแอ ท้อถอย ถอดใจไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียวครับ
คนที่เป็นผู้นำ ถ้างานหรือปัญหามันหนัก มันเหนื่อย ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน ถ้าเมื่อไรคุณถอดใจ คุณมานั่งร้องไห้ให้ลูกน้องเห็นนี่ ผมว่าจะทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย บัดซบลงไปอีกครับ
มีครั้งนึงผมทำอยู่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเคมีแห่งหนึ่งของไทย แล้วบริษัทกำลังจะเจ๊ง ไอ้พวกญี่ปุ่นเข้ามา take over ทุกสิ่ง ทุกอย่าง แล้วออกกฏโหด ออกนโยบายใหม่ set goals ซึ่งผมคาดว่ามีแต่โฟรโด้ กับแซมเท่านั้นครับที่ทำได้ ชั่วร้ายมากๆ เพื่อบีบผู้จัดการที่เงินเดือนหลายแสนออกให้หมด แล้วแต่งตั้งคนใหม่ๆโดยให้เงินเดือนต่ำกว่าครึ่ง (ก่อนที่จะยุบแผนกการตลาดในที่สุด)
เจ้านายผม เป็นคนดีโคตรๆ ของโคตรๆดี แล้วเป็นเจ้านายที่เก่งมากๆครับ ทำงานเก่งมาก สอนลูกน้องทุกอย่าง รักบริษัทเท่าชีวิต ปกป้องลูกน้องสุดขีดเมื่อผมหรือคนอื่นๆทำงานพลาด วันเกิดลูกน้องคนไหนจำได้หมด แถมยังซื้อของขวัญมาให้ด้วย ทุกวันเวลางานเค้าจะยิ้มให้ลูกน้องเสมอ จนกระทั่งวันสุดท้าย
เจ้านายผมมีลูก 2 คน คนนึงอนุบาล คนนึงประถมต้น เรียนโรงเรียนอินเตอร์ทั้งคู่ ค่าเทอมปีละหลายแสน เมียไม่ทำงานเป็นแม่บ้านครับ เขาเจอญี่ปุ่นบีบหนักมากๆ ผมไม่รู้ว่าเขาทนได้ยังไง จนผมคิดว่าเจอเอาคีมหนีบลูกกะโปกยังไม่เจ็บเท่าที่เจ้านายผมเจอญี่ปุ่ณบีบเลยครับ เขาทนอยู่ได้ 2 เดือนแน่ะครับ วันที่เค้าเก็บของออกจากออฟฟิศ ไม่มีน้ำตาซักหยดจากหน้าของเค้าครับ แต่ลูกน้องทุกคน น้ำตากระจายมากๆ (ในวันนั้น ไอ้พวกญี่ปุ่น MD, President, Chairman of the Board ทั้งหลาย ไปตีกอล์ฟครับ สนุกสนานมากๆ ไม่ทำงาน)
ผมเป็นคนเดียวที่ไม่ร้องไห้ แค่ซึมๆ แล้วช่วยยกกะโปก เอ๊ย ของส่วนตัวของเจ้านายผมไปใส่ที่รถ จนวาระสุดท้าย ก็ไม่มีน้ำตาอยู่ดี แกก็ยังสอนผมอะไรอีกมากมาย ยืนคุยกันในที่จอดรถอีกเกือบๆชั่วโมง สุดท้ายก็ขับรถญี่ปุ่นก๊อกแก๊กออกไป (ผมมาทราบทีหลังว่า แกได้งานใหม่หลายเดือนหลังจากนั้น แล้วลูกๆต้องย้ายมาเรียนโรงเรียนไทยธรรมดา แล้วผมก็ยังคงเอาของขวัญไปให้แกทุกปีครับ ปลื้ม)
จากเหตุการณ์นี้เอง ประทับใจมากๆ ไม่ใช่ว่าเจ้านายผมไม่เศร้าครับ แต่ไม่อยากแสดงออกให้สถานการณ์และบรรยากาศมันมาคุ เลวร้ายลงไปอีกครับ ผมถือว่าคนๆนี้เป็น HERO ของผมเลยครับ เป็น ผู้นำ ตัวจริง
ตัวผมเองเป็นผู้นำไม่ได้ครับ ยังมีอารมณ์มาผสมปนเปอยู่กับงานพอสมควร ถึงจะไม่เคยร้องไห้ให้ลูกน้องเห็นก็เถอะ แต่คุณ Old Mustang อ่ะเป็นผู้นำได้ครับ ไปมีทติ้งทีไรก็มีคุณพ่อน้องเบลล์นี่แหละจัดการทุกอย่าง
ตอนนี้มีน้องคนนึงกำลังเผชิญชะตากรรมชีวิตที่ลำบาก ต้องไปทำงานที่ต่างแดน เจองานโหดๆหินๆ จนถึงขั้นรูดม่าน ถอดกางเกง เล่นเจี๊ยว (อิอิ ล้อเล่นนะครับ) จริงๆ แค่ดึงม่านในออฟฟิศลง ปิดประตู แล้วนั่งพับเพียบ เอามือป้องปาก แอบร้องไห้เงียบๆคนเดียว บนพื้นห้องครับ ดราม่ามากๆ
คนที่ไม่เคยถูกเนรเทศไปทำงานต่างถิ่นไกลๆจะไม่เข้าใจครับ (หลายคนจะพยายามปลอบใจ บอกว่าเข้าใจสถานการณ์ว่ามันลำบาก แต่จริงๆแล้วไม่เข้าใจหรอกครับ) มันไม่ใช่แค่ชีวิตการเป็นอยู่มันลำบาก หรืองานมันลำบากอย่างเดียวนะครับ ที่มันลำบากเพราะจิตใจเราย่ำแย่ต่างหาก
เมื่อเราไปแล้ว เราอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีคนปรึกษา มีอะไรต้องพึ่งตัวเองเท่านั้นครับ หนีกลับก็ไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ อยู่ต่างประเทศนะครับ ไม่ใช่กรุงเทพ ขอนแก่น ถึงตอนนั้น สภาพจิตใจจะย่ำแย่มากๆ งานก็ห่วง คนที่บ้านก็ห่วง จะถอยก็ถอยไม่ได้อีกแล้ว ต้องเดินหน้าอย่างเดียว พอเดินหน้าแล้วเครื่องสะดุด ตกหลุม ตกบ่อโคลน โช้คพัง หม้อน้ำรั่ว ยางแตก ก็ต้องลงมาตากฝน เข็นรถคนเดียวไม่มีคนช่วยครับ บัดซบมากๆ เข็นไปได้นิดนึงรถตกหลุมอีก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่น้องคนนี้เก่งครับ ลุกขึ้นยืนขึ้นใหม่ แล้วทำงานต่อได้ ถึงจะกลับมาเจอปัญหาซึ่งหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องสู้ต่อครับ ไม่มีเวลามาอ่อนแอ อ้อยอิ่ง ร้องขอความช่วยเหลือแล้วครับ แบบนี้สิครับเจ๋งจริง
ช่วงหลายๆปีก่อน ผมร้องไห้เพราะทำงานบ่อยมากๆ บางครั้งงานมันไม่ยาก แต่มันเยอะ แล้วยุ่ง จนชีวิตส่วนตัวหายไปเลย หายไปนานมากๆ จนลืมไปเลยก็มี แต่ผมไม่เคยร้องไห้เพราะแฟนไม่รักนะครับ ถ้าจะร้องไห้ก็เพราะได้รักแฟน (แต่ยังไม่เคยอยู่ดีว่ะ) ถึงตอนนี้จะเลิกกันไปแล้วหรือเปล่าไม่รู้ เพราะติดต่อไม่ได้ แต่ก้ไม่ได้เสียใจเท่าไร งานต้องมาก่อนเสมอครับ
ถึงคนบางคนจะแย้งว่า เรื่องครอบครัว / เรื่องส่วนตัว / เรื่องแฟนควรจะมาก่อน แต่ผมว่าถ้าครอบครัว หรือแฟนเราเข้าใจว่างาน หรือสิ่งที่เราเจออยู่นั้นมันเป็นยังไง ลำบากแค่ไหน รันทดเพียงใด ผมว่าห่างกันแค่ไหน ไม่ได้ติดต่อกันยาวเพียงใด ก็ทนได้ครับ แต่ส่วนใหญ่จะไม่พยายามเข้าใจครับ(ผมก็เป็นนะ) แล้วก็เลิกกันไปในที่สุด (แง๊ๆ)
เขียนแล้วนึกถึงทหาร / ตำรวจ / แพทย์ / พยาบาล / ข้าราชการ และคนอีกมากมาย ที่หน้าที่บังคับให้ต้องย้ายไปอยู่โน่น อยู่นี่ไกลๆ แล้วย้ายบ่อยมากๆ โดยเฉพาะคนที่ลงไปใต้ ผมไม่ได้สงสารครับ (ชีวิตพวกเขาไม่ได้น่าสงสาร แต่ต้องการความเข้าใจต่างหาก) เพียงแต่สงสัยว่าชีวิตคู่ของพวกเค้าดำรงอยู่ได้ยังไง ไอ้ long-distance relationship เนี่ย ในขณะที่ตัวอยู่จุดหนึ่ง ลูกเมีย อยู่อีกที่ซึ่งไกลมากๆ เอาอะไรมาเสริมหัวใจให้แข็งแรงครับ ขอถาม
จบแล้วครับ
ปล. ตอนนี้ธุรกิจที่บ้าน และครอบครัวกำลังเผชิญปัญหาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 27 ปี ผมเครียดมากๆ ทั้งๆที่เพิ่งจะมาทำ แต่พ่อ แม่ ผมซึ่งรู้มานานมากๆแล้วถึงปัญหาอันนี้ ไม่เคยปริปากพูดซักแอ๊ะ ไม่เคยแม้แต่มาแอบนั่งร้องไห้ พอรู้แล้วทำให้ไฟในใจผมยิ่งโหม ถึงเวลาต้องสู้(อีก)แล้วครับ เรื่องแฟนช่างมันแล้ว ไม่มีก็ได้ ครูฝึกในยิมมีเป็นสิบ กลัวอะไร เนอะ เบอร์โทรก็มี ฮุฮุ
ปล.2 มีคนท้าแข่งอัพบล๊อคครับ ไม่ยอมแพ้ครับ จะอัพบ่อยๆ สุ้ครับสุ้ วันไหนฟิตจัดจะอัพ 2 เอ็นทรี่เลย
ปล.3 หลังจากใช้ google analytics ตามที่คุณเจ้าชายน้อยสอนแล้ว ทำให้ผมรู้ว่า ใครเข้าเว็บผมบ่อยที่สุด ต้องขอบคุณน้องปอน คุณแพนด้าญี่ปุ่น แล้วที่ไม่น่าเชื่อว่าอันดับที่ 3 (มี 2 คนคะแนนเท่ากัน) คือคุณกะจิ๋วหลิวกับคุณตังเมครับ
ปล.4 เศร้ามากๆคือคุณหนุ่มชุดดำ ใช้เวลาเฉลี่ยบนเว็บผมแค่ 7 วินาทีเท่านั้น ต่อหนึ่งครั้งครับ น้อยที่สุดเลย แง๊ๆ น้อยใจ ไปโดดน้ำตายในห้องซาวน่าดีกว่า หุหุ
เพลงนี้ให้คนบางคนครับ ผมร้องไห้ได้ แต่ไม่ชอบครับ รู้สึกอ่อนแอ ผมรู้ว่าพี่เคยร้องไห้ให้ผมไปแล้วครั้งนึง ตอนที่โทรศัพท์คุยกัน แต่ผมยังไม่เคยเสียน้ำตาให้พี่เลยครับ ทุกอย่างทั้งหมดผมผิดเองครับ อย่าได้คิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะพี่เลย ผมลองไล่ๆลำดับเหตุการณ์ดูแล้วปัญหามันอยู่ที่ผมต่างหาก พี่จะหลบหน้าผมก็ได้ ไม่ติดต่อผมเลยก็ได้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าพี่ย้ายไปทำงานที่เวียดนามแบบถาวรหรือยัง แต่ทำตามสัญญาด้วยครับ
(อย่าสนใจเนื้อเพลงนี้ครับ มันไม่ได้ตรงกับใจ แต่มันเป็นเพลงเดียวที่เกี่ยวกับการร้องไห้ครับ จริงๆพี่ต้องมอบเพลงนี้ให้ผมต่างหาก)
Faith Hill - Cry
if i had just one tear
running down your cheek
may be i could cope
may be i'd get some sleep.
if i had just one moment at your expense
may be all my misery would be well spent.
could you cry a little
lie just a little
pretend that youre feeling a little more pain.
i gave, now Im wanting something in return
so cry just a little for me.
if your love could be caged
honey, i would hold the key.
and conceal it underneath
that pile of lies you handed me.
and you'd hunt and those lies
they'd be all you'd ever find.
and that'd be all you'd have to know
for me to be fine.
and you'd cry a little
you'd die just a little
and baby i would feel just a little less pain.
i gave now Im wanting
something in return
so cry just a little for me.
give it up baby
i hear youre doin fine.
Nothings gonna save me
i see it in your eyes.
some kind of heartache
honey give it a try.
i don't want pity,
i just want what is mine
..... 
บนรถบัสครับ สาวเต็มรถ ขายขี้หน้าสุดๆ
- สมัยก่อนก็ทํางานอยู่ไกลบ้าน เดี๋ยวนี้
พอกลับมาอยู่บ้านแล้ว ทั้งอึดอัดและอบอุ่น
แต่ก็มีความสุขครับ
- ไอ้น้องเสื้อขาวที่เฮียพูดถึง เฮียดูยังไง ครับ
กว่าผมจะรู้นี่ตั้งนาน แล้วเฮียว่าไอ้น้องที่ชูนิ้วโป้งสองนิ้ว
รูปสุดท้าย เป็นป่าวครับ
#51 By riddler on 2007-09-11 16:20