I Do Tears

posted on 07 Sep 2007 19:21 by tarlomak  in personal

ผมก็ร้องไห้เป็นนะครับ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาดู เว็บ Yahoo News แล้วเห็นภาพนี้


บุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
บุคคลผู้มีอำนาจมหาศาลยิ่งกว่าผู้นำศาสนาใดๆ
บุคคลที่มีสิทธิ์สั่งคนเป็นหรือตาย
บุคคลคนนี้กำลังน้ำตาไหล


เขาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวคนนึงว่า

"I try not to wear my worries on my sleeve or show anything less than steadfastness in public, especially in a time of war.

"I fully understand that the enemy watches me, the Iraqis are watching me, the troops watch me, and the people watch me

"I've got God's shoulder to cry on. And I cry a lot. I do a lot of crying in this job. I'll bet I've shed more tears than you can count, as president. I'll shed some tomorrow."


โดยส่วนตัว ผมคิดว่าคนเป็น ผู้นำ ไม่ควรร้องไห้เด็ดขาด (โดยเฉพาะในที่สาธารณะ) ไม่ว่าจะเรื่องใดๆก็ตาม

ผู้นำ ในที่นี้ผมไม่ได้หมายถึงพระราชา นายกรัฐมนตรี ท่านประธานาธิบดี หรือบุคคลซึ่งปกครองคนหมู่มากเท่านั้น

ผู้นำของผม หมายถึง

พี่ซึ่งต้องนำน้องๆ สอนในสิ่งที่ถูกที่ควร
เพื่อนซึ่งอาจจะเป็นหัวหน้าห้อง หัวหน้าชมรม
ครูซึ่งต้องคอยสอนบอกเล่านักเรียนทั้งเรื่องวิชาการและชีวิต
พ่อ/แม่ซึ่งต้องนำพาครอบครัวไปข้างหน้าอย่างอยู่รอดปลอดภัย
เจ้านายซึ่งต้องผลักดันลูกน้องให้บรรลุ Goals / Objectives ของบริษัทให้จงได้
คนขับรถซึ่งต้องขับพาคนไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ไม่หลงทาง
ทหาร / ตำรวจซึ่งต้องมีจิตใจแข็งแกร่ง ทนทาน เหมือนภูเขา เพื่อให้ประชนอุ่นใจ
หมอซึ่งต้องใช้ทุกอนูความรู้ที่มีอยู่ ช่วยชีวิตคนที่อยู่ในมือ
แฟนซึ่งต้องทำให้เราอุ่นใจ ว่าการที่เราคบกันนั้นไม่ผิด และไปกันรอดแน่นอน

ถ้าจำไม่ผิด ผมร้องไห้ในที่สาธารณะน้อยมากๆ
ครั้งแรกๆตอนอยู่ชั้นประถม มีเพื่อนเห็นมากมายก่ายกอง เพราะผมเป็นขวัญใจช่างภาพ
ครั้งที่สองผมร้องไห้ให้คนที่บ้านเห็นตอนอากงตายในวันเผา มีคนเห็น 400 กว่าคน
ครั้งล่าสุด เมื่อเดือนที่แล้ว ตอนได้ตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิร์ลด คนเห็นกันทั้งประเทศ

ฮ่าๆๆๆๆ
(ต้องยอมรับว่า นางงามจาก ม.กรุงเทพ คนนี้สวยจริงๆว่ะครับ เห็นแล้วเคลิ้ม อยากเบี่ยงเบนมาชอบหญิงอีกรอบเลยครับ ฮุฮุ)

หลายคนชอบพูดปลอบใจ บอกว่า การร้องไห้ไม่ได้แสดงถึงความอ่อนแอ อยากร้อง ร้องไปเลย ซึ่งมันก็จริงครับ แต่ก็ไม่จริงว่ะครับ

การที่มีคนคอยหวังพึ่งเราอยู่นั้น การที่เรามีหน้าที่ มีภาระอันใหญ่หลวงและ ต้องทำให้สำเร็จลุล่วงนั้น เราจะอ่อนแอ ท้อถอย ถอดใจไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียวครับ

คนที่เป็นผู้นำ ถ้างานหรือปัญหามันหนัก มันเหนื่อย ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน ถ้าเมื่อไรคุณถอดใจ คุณมานั่งร้องไห้ให้ลูกน้องเห็นนี่ ผมว่าจะทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย บัดซบลงไปอีกครับ

มีครั้งนึงผมทำอยู่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเคมีแห่งหนึ่งของไทย แล้วบริษัทกำลังจะเจ๊ง ไอ้พวกญี่ปุ่นเข้ามา take over ทุกสิ่ง ทุกอย่าง แล้วออกกฏโหด ออกนโยบายใหม่ set goals ซึ่งผมคาดว่ามีแต่โฟรโด้ กับแซมเท่านั้นครับที่ทำได้ ชั่วร้ายมากๆ เพื่อบีบผู้จัดการที่เงินเดือนหลายแสนออกให้หมด แล้วแต่งตั้งคนใหม่ๆโดยให้เงินเดือนต่ำกว่าครึ่ง (ก่อนที่จะยุบแผนกการตลาดในที่สุด)

เจ้านายผม เป็นคนดีโคตรๆ ของโคตรๆดี แล้วเป็นเจ้านายที่เก่งมากๆครับ ทำงานเก่งมาก สอนลูกน้องทุกอย่าง รักบริษัทเท่าชีวิต ปกป้องลูกน้องสุดขีดเมื่อผมหรือคนอื่นๆทำงานพลาด วันเกิดลูกน้องคนไหนจำได้หมด แถมยังซื้อของขวัญมาให้ด้วย ทุกวันเวลางานเค้าจะยิ้มให้ลูกน้องเสมอ จนกระทั่งวันสุดท้าย

เจ้านายผมมีลูก 2 คน คนนึงอนุบาล คนนึงประถมต้น เรียนโรงเรียนอินเตอร์ทั้งคู่ ค่าเทอมปีละหลายแสน เมียไม่ทำงานเป็นแม่บ้านครับ เขาเจอญี่ปุ่นบีบหนักมากๆ ผมไม่รู้ว่าเขาทนได้ยังไง จนผมคิดว่าเจอเอาคีมหนีบลูกกะโปกยังไม่เจ็บเท่าที่เจ้านายผมเจอญี่ปุ่ณบีบเลยครับ เขาทนอยู่ได้ 2 เดือนแน่ะครับ วันที่เค้าเก็บของออกจากออฟฟิศ ไม่มีน้ำตาซักหยดจากหน้าของเค้าครับ แต่ลูกน้องทุกคน น้ำตากระจายมากๆ (ในวันนั้น ไอ้พวกญี่ปุ่น MD, President, Chairman of the Board ทั้งหลาย ไปตีกอล์ฟครับ สนุกสนานมากๆ ไม่ทำงาน)

ผมเป็นคนเดียวที่ไม่ร้องไห้ แค่ซึมๆ แล้วช่วยยกกะโปก เอ๊ย ของส่วนตัวของเจ้านายผมไปใส่ที่รถ จนวาระสุดท้าย ก็ไม่มีน้ำตาอยู่ดี แกก็ยังสอนผมอะไรอีกมากมาย ยืนคุยกันในที่จอดรถอีกเกือบๆชั่วโมง สุดท้ายก็ขับรถญี่ปุ่นก๊อกแก๊กออกไป (ผมมาทราบทีหลังว่า แกได้งานใหม่หลายเดือนหลังจากนั้น แล้วลูกๆต้องย้ายมาเรียนโรงเรียนไทยธรรมดา แล้วผมก็ยังคงเอาของขวัญไปให้แกทุกปีครับ ปลื้ม)

จากเหตุการณ์นี้เอง ประทับใจมากๆ ไม่ใช่ว่าเจ้านายผมไม่เศร้าครับ แต่ไม่อยากแสดงออกให้สถานการณ์และบรรยากาศมันมาคุ เลวร้ายลงไปอีกครับ ผมถือว่าคนๆนี้เป็น HERO ของผมเลยครับ เป็น ผู้นำ ตัวจริง

ตัวผมเองเป็นผู้นำไม่ได้ครับ ยังมีอารมณ์มาผสมปนเปอยู่กับงานพอสมควร ถึงจะไม่เคยร้องไห้ให้ลูกน้องเห็นก็เถอะ แต่คุณ Old Mustang อ่ะเป็นผู้นำได้ครับ ไปมีทติ้งทีไรก็มีคุณพ่อน้องเบลล์นี่แหละจัดการทุกอย่าง


ตอนนี้มีน้องคนนึงกำลังเผชิญชะตากรรมชีวิตที่ลำบาก ต้องไปทำงานที่ต่างแดน เจองานโหดๆหินๆ จนถึงขั้นรูดม่าน ถอดกางเกง เล่นเจี๊ยว (อิอิ ล้อเล่นนะครับ) จริงๆ แค่ดึงม่านในออฟฟิศลง ปิดประตู แล้วนั่งพับเพียบ เอามือป้องปาก แอบร้องไห้เงียบๆคนเดียว บนพื้นห้องครับ ดราม่ามากๆ

คนที่ไม่เคยถูกเนรเทศไปทำงานต่างถิ่นไกลๆจะไม่เข้าใจครับ (หลายคนจะพยายามปลอบใจ บอกว่าเข้าใจสถานการณ์ว่ามันลำบาก แต่จริงๆแล้วไม่เข้าใจหรอกครับ) มันไม่ใช่แค่ชีวิตการเป็นอยู่มันลำบาก หรืองานมันลำบากอย่างเดียวนะครับ ที่มันลำบากเพราะจิตใจเราย่ำแย่ต่างหาก

เมื่อเราไปแล้ว เราอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีคนปรึกษา มีอะไรต้องพึ่งตัวเองเท่านั้นครับ หนีกลับก็ไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ อยู่ต่างประเทศนะครับ ไม่ใช่กรุงเทพ ขอนแก่น ถึงตอนนั้น สภาพจิตใจจะย่ำแย่มากๆ งานก็ห่วง คนที่บ้านก็ห่วง จะถอยก็ถอยไม่ได้อีกแล้ว ต้องเดินหน้าอย่างเดียว พอเดินหน้าแล้วเครื่องสะดุด ตกหลุม ตกบ่อโคลน โช้คพัง หม้อน้ำรั่ว ยางแตก ก็ต้องลงมาตากฝน เข็นรถคนเดียวไม่มีคนช่วยครับ บัดซบมากๆ เข็นไปได้นิดนึงรถตกหลุมอีก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แต่น้องคนนี้เก่งครับ ลุกขึ้นยืนขึ้นใหม่ แล้วทำงานต่อได้ ถึงจะกลับมาเจอปัญหาซึ่งหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องสู้ต่อครับ ไม่มีเวลามาอ่อนแอ อ้อยอิ่ง ร้องขอความช่วยเหลือแล้วครับ แบบนี้สิครับเจ๋งจริง

ช่วงหลายๆปีก่อน ผมร้องไห้เพราะทำงานบ่อยมากๆ บางครั้งงานมันไม่ยาก แต่มันเยอะ แล้วยุ่ง จนชีวิตส่วนตัวหายไปเลย หายไปนานมากๆ จนลืมไปเลยก็มี แต่ผมไม่เคยร้องไห้เพราะแฟนไม่รักนะครับ ถ้าจะร้องไห้ก็เพราะได้รักแฟน (แต่ยังไม่เคยอยู่ดีว่ะ) ถึงตอนนี้จะเลิกกันไปแล้วหรือเปล่าไม่รู้ เพราะติดต่อไม่ได้ แต่ก้ไม่ได้เสียใจเท่าไร งานต้องมาก่อนเสมอครับ

ถึงคนบางคนจะแย้งว่า เรื่องครอบครัว / เรื่องส่วนตัว / เรื่องแฟนควรจะมาก่อน แต่ผมว่าถ้าครอบครัว หรือแฟนเราเข้าใจว่างาน หรือสิ่งที่เราเจออยู่นั้นมันเป็นยังไง ลำบากแค่ไหน รันทดเพียงใด ผมว่าห่างกันแค่ไหน ไม่ได้ติดต่อกันยาวเพียงใด ก็ทนได้ครับ แต่ส่วนใหญ่จะไม่พยายามเข้าใจครับ(ผมก็เป็นนะ) แล้วก็เลิกกันไปในที่สุด (แง๊ๆ)

เขียนแล้วนึกถึงทหาร / ตำรวจ / แพทย์ / พยาบาล / ข้าราชการ และคนอีกมากมาย ที่หน้าที่บังคับให้ต้องย้ายไปอยู่โน่น อยู่นี่ไกลๆ แล้วย้ายบ่อยมากๆ โดยเฉพาะคนที่ลงไปใต้ ผมไม่ได้สงสารครับ (ชีวิตพวกเขาไม่ได้น่าสงสาร แต่ต้องการความเข้าใจต่างหาก) เพียงแต่สงสัยว่าชีวิตคู่ของพวกเค้าดำรงอยู่ได้ยังไง ไอ้ long-distance relationship เนี่ย ในขณะที่ตัวอยู่จุดหนึ่ง ลูกเมีย อยู่อีกที่ซึ่งไกลมากๆ เอาอะไรมาเสริมหัวใจให้แข็งแรงครับ ขอถาม

จบแล้วครับ

ปล. ตอนนี้ธุรกิจที่บ้าน และครอบครัวกำลังเผชิญปัญหาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 27 ปี ผมเครียดมากๆ ทั้งๆที่เพิ่งจะมาทำ แต่พ่อ แม่ ผมซึ่งรู้มานานมากๆแล้วถึงปัญหาอันนี้ ไม่เคยปริปากพูดซักแอ๊ะ ไม่เคยแม้แต่มาแอบนั่งร้องไห้ พอรู้แล้วทำให้ไฟในใจผมยิ่งโหม ถึงเวลาต้องสู้(อีก)แล้วครับ เรื่องแฟนช่างมันแล้ว ไม่มีก็ได้ ครูฝึกในยิมมีเป็นสิบ กลัวอะไร เนอะ เบอร์โทรก็มี ฮุฮุ

ปล.2 มีคนท้าแข่งอัพบล๊อคครับ ไม่ยอมแพ้ครับ จะอัพบ่อยๆ สุ้ครับสุ้ วันไหนฟิตจัดจะอัพ 2 เอ็นทรี่เลย

ปล.3 หลังจากใช้ google analytics ตามที่คุณเจ้าชายน้อยสอนแล้ว ทำให้ผมรู้ว่า ใครเข้าเว็บผมบ่อยที่สุด ต้องขอบคุณน้องปอน คุณแพนด้าญี่ปุ่น แล้วที่ไม่น่าเชื่อว่าอันดับที่ 3 (มี 2 คนคะแนนเท่ากัน) คือคุณกะจิ๋วหลิวกับคุณตังเมครับ

ปล.4 เศร้ามากๆคือคุณหนุ่มชุดดำ ใช้เวลาเฉลี่ยบนเว็บผมแค่ 7 วินาทีเท่านั้น ต่อหนึ่งครั้งครับ น้อยที่สุดเลย แง๊ๆ น้อยใจ ไปโดดน้ำตายในห้องซาวน่าดีกว่า หุหุ


เพลงนี้ให้คนบางคนครับ ผมร้องไห้ได้ แต่ไม่ชอบครับ รู้สึกอ่อนแอ ผมรู้ว่าพี่เคยร้องไห้ให้ผมไปแล้วครั้งนึง ตอนที่โทรศัพท์คุยกัน แต่ผมยังไม่เคยเสียน้ำตาให้พี่เลยครับ ทุกอย่างทั้งหมดผมผิดเองครับ อย่าได้คิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะพี่เลย ผมลองไล่ๆลำดับเหตุการณ์ดูแล้วปัญหามันอยู่ที่ผมต่างหาก พี่จะหลบหน้าผมก็ได้ ไม่ติดต่อผมเลยก็ได้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าพี่ย้ายไปทำงานที่เวียดนามแบบถาวรหรือยัง แต่ทำตามสัญญาด้วยครับ
(อย่าสนใจเนื้อเพลงนี้ครับ มันไม่ได้ตรงกับใจ แต่มันเป็นเพลงเดียวที่เกี่ยวกับการร้องไห้ครับ จริงๆพี่ต้องมอบเพลงนี้ให้ผมต่างหาก)


Faith Hill - Cry

if i had just one tear
running down your cheek
may be i could cope
may be i'd get some sleep.
if i had just one moment at your expense
may be all my misery would be well spent.

could you cry a little
lie just a little
pretend that youre feeling a little more pain.
i gave, now Im wanting something in return
so cry just a little for me.

if your love could be caged
honey, i would hold the key.
and conceal it underneath
that pile of lies you handed me.

and you'd hunt and those lies
they'd be all you'd ever find.
and that'd be all you'd have to know
for me to be fine.

and you'd cry a little
you'd die just a little
and baby i would feel just a little less pain.
i gave now Im wanting
something in return
so cry just a little for me.

give it up baby
i hear youre doin fine.
Nothings gonna save me
i see it in your eyes.
some kind of heartache
honey give it a try.
i don't want pity,
i just want what is mine

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ผมว่าถ้าร้องแล้วมันหายก็ร้องไปจะดีกว่า
แต่กับคนที่มีภาระแบกเต็มบ่าอยู่แล้ว
เหมือนอย่างหัวหน้าเก่าของพี่มนุษย์กล่อง
การร้องไห้จะทำให้ลูกน้องใจหายไปด้วยครับ
ซึ่งผมก็คิดว่าหัวหน้าพี่ทำได้ดีมากๆเลยครับ

ลูกน้องเวลาทำอะไรไม่ถูกก็มองหัวหน้าทั้งนั้นแหละครับ

#1 By Life Goes On on 2007-09-07 19:58

เฮีย... ไม่น่าเอาไอ้นั่น (อีบุชลูกนะครับไม่ใช่ "ไอ้นั่น") มาขึ้นก่อนเลยครับ.. ความรู้สึกเกี่ยวกับการร้องไห้เลยลดลงไปกว่าค่อน.. เพราะมันคงร้องไห้เพื่อสร้างภาพแน่นอน สตอเบอแหลที่สุดๆๆๆ เกลียดมันครับ...

ปอนก็ไม่ได้ร้องไห้มานานมากๆๆๆๆ แล้วครับเพราะจิตใจคงจะเข้มแข็งเกินไป จนใกล้กระด้างเข้ามาทุกทีแล้วครับ... ร้องไห้บ้างก็ดีนะครับความเป็นมนุษย์จะได้มีมากขึ้น

ส่วนการเป็นผู้นำกับความอ่อนแอด้วยการร้องไห้เนี่ยะ.. ปอนคิดว่าแล้วแต่สถานการณ์นะครับ หากเหมาะสมก็น่าจะทำได้เพราะแสดงให้เห็นว่าเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่เข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา ปอนไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่เราจะต้องแสดงให้คนอื่นมาพึ่งพาอยู่เสมอ แล้วก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีคิดที่ว่าเราเป็นที่พึ่งของคนอื่น เหมือนต้นไม้ต้นใหญ่ให้นกกามาทำรัง เพราะนั่นเป็นการเอาตัวเองไปผูกไว้กับชีวิตคนจำนวนมากแล้วเราจะเหนื่อยหนักมากกว่า

มุมมองในเรื่องการทำงานกับคนหรือการบริหารของปอนก็คือผลักภาระให้พ้นจากเราไปให้มากที่สุดหากงานนั้นไม่ได้มีผลกระทบกับความมั่นคงขององค์กรมากเท่าไรนัก ด้วยวิธีการสร้างคนขึ้นมา ตอนแรกอาจจะเหนื่อยแต่เราก็จะมีโอกาสหลุดพ้นแล้วทำงานอื่นๆ ที่ไม่ต้องทุกข์กายทุกข์ใจเหนื่อยมากอย่างตอนแรกๆ ครับ อาจจะแย้งว่าไม่มีใคร นั่นแหล่ะครับเราต้องหาและหาให้ได้ด้วยครับ ส่วนเรื่องปัญหาปอนไม่ค่อยจะมีคงเพราะไม่ค่อยจะได้ทำงานอะไรใหญ่โตมากมายแรงเสียดทาน ความกดดันเลยไม่ค่อยมีก็เลยตัดสินใจ แล้วรักษาใจตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใครมั้งครับ..

ควรจะคิดอยู่เสมอครับว่าเราเป็นมนุษย์เราไม่ใช่ฮีโร่ เราไม่ใช่หุ่นยนต์ ดังนั้นการแสดงความรู้สึกบางประการมันจะทำให้เราสบายใจไม่ต้องแบกทุกข์ให้มากมายอย่างนี้ครับ

รักเฮียเหมือนเดิม..
เลี้ยงข้าวด้วยนะครับ..หุหุ

ปัจฉิมลิขิต... ที่เข้าบล็อกเฮียบ่อยๆ ก็เพราะกลัวเฮียจะ.. ครับ
เฮียครับพี่ตุ้มเป๊ะไม่รู้จัก KY ครับเฮีย..อธิบายให้แกเข้าใจหน่อยนะครับ

#2 By ปอนปอน on 2007-09-07 21:13

...

นึกถึงเพลงหนึ่ง Don't Cry Out Loud
เพลงของใครก็ไม่รู้จำไม่ได้ ...
(ใครมี ช่วยส่งให้บ้างดิ )
แต่ฟังทีไร ทำให้ต้องสะกดกลั้นความทุกข์ไว้ข้างในให้ได้ ...

#3 By กะจิ๋วหลิว on 2007-09-07 21:20

เคยร้องหลายครั้งค่ะ ล่าสุดตอนเพื่อนมันเหยียบตีน..ไม่หยาบใช่มั้ยค่ะ...มันใส่ส้นสูงเหยียบน่ะ...
ฟังเรื่องหัวหน้าคุณกล่องแล้วรู้สึกปลื้มใจแทนค่ะ

เรื่องงานที่บ้าน ก็ขอให้ผ่านพ้นภาวะวิกฤตไปได้ด้วยดีนะคะ

สู้ๆค่ะ

#5 By Orm & Hai on 2007-09-07 22:06

แปลกครับ พี่ๆที่เป็น expat ทำงานด้วยกันที่นี่
เกือบทั้งหมดมีครอบครัวแล้วครับ มีลูกมีเมียทั้งนั้น
ผมก็ยังสงสัยเหมือนกัน ว่าเขาประคองความสัมพันธ์
แบบ distant relationship ได้ยังไงวะ

ผู้ชายร้องไห้ ผมว่าไม่แปลกนะ
ปีนึงผมร้องไห้ไม่น่าเกิน 2 ครั้งครับ
ผมว่า การร้องไห้ของผู้ชาย มันเหมือนทางออกฉุกเฉิน
คือ มันเป็นสิ่งที่เลือกจะทำ หรือจะใช้
ก็ต่อเมื่อมัน desperate ที่สุดแล้วครับ
ถ้าเป็นสถานการณ์ที่ยังไม่เลวร้ายมากนัก
คงไม่มีใครสนใจทางออกฉุกเฉิน จริงมั้ยครับ

#6 By บองเต่า on 2007-09-07 22:10

พูดถึงเจ้านาย ตอนนี้เคยทำงานกับเจ้านายสองคนคะ คนแรก รับปากทำงานได้หมดง่ายๆแต่......ไม่ทำคะ รับjobนอกประจำ ส่วนนายคนที่สอง ก็ลูกอีชั่งบีบ ชอบบีบลูกน้องมาก ขอใช้คำว่าไม่ถูกกันคะ ไม่เคยทำอะไรดีในสายตาเลย แต่สิ่งที่นายสองคนของน้องปุกเหมือนกันคือ ไม่เผชิญหน้ากับปัญหาเลย ผลักลูกน้องให้ไปตาย แล้วถ้าปัญหามันซาลงค่อยเข้ามา ไม่ได้มากล่าวหาเจ้านายคะ แต่ไม่เคยปกป้องลูกน้องเลย
ผมก็เคยร้องให้ครับ ร้องต่อหน้าใครหลายๆคนด้วย ในวันรดน้ำศพแฟน คิดไปมาก็ไม่น่าเชื่อนะครับ ที่คนๆนึงจะจูบและกอดร่างเย็นเฉียบที่ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตอยู่อย่างเราๆได้ ไม่ยอมจะให้เอาลงโลงศพ ถ้าตอนนั้นพกปืนไว้กับตัว ก็คงยิงตัวเองมันตรงนั้นไปแล้วครับ

ส่วนเรื่องการไปทำงานในที่ไกลๆ ก็นึกไว้เสมอว่ามันคือหน้าที่ครับ เราไม่ทำใครจะทำ เราไกลบ้านเพื่อให้คนได้อยู่บ้าน เราอดนอนและทรมาน เพื่อให้พี่น้องเรานอนหลับอย่างสบาย แค่นี้ก็มีความสุขแล้วครับที่เห็นพี่น้องคนไทยมีความสุข มีอิสรภาพ มีประเทศอยู่ ถึงตาย มันก็แค่ตาย มีน้อยคนครับ ที่จะได้ตายแล้วมีธงชาติมาคลุม มันคงเป็นความภูมิใจที่สุด

พันโทณรงค์เดช เคยแต่งเพลงจากยอดดอย มีตอนนึงว่าไว้ครับว่า

"คิดถึงยอดหฤทัยใจจะขาด
แต่ไม่อาจตัดใจทิ้งไปได้
ด้วยหน้าที่ศรัทธาสาใจกาย
คงความหมายเกินค่ากว่าชีวี"

#8 By หนุ่มชุดดำ on 2007-09-07 22:52

มันละเอียดขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วทำไมจะต้องวิเคราะห์ละเอียดขนาดนั้นด้วยล่ะ กะทำลูกค้าสัมพันธ์/แฟนคลับรึเปล่าเนี่ย? 555+

ร้องไห้ค่ะ ส่วนมากจะร้องคนเดียว อยู่ต่อหน้าคนอื่นไม่มีน้ำตา ใจแข็งเยอะมาก เป็นนิสัย

คุณกล่องสู้ ๆ ค่ะ

#9 By tungmay on 2007-09-07 23:16

เฮียครับเช็คเมล์ด้วยนะครับส่งเพลงกระตุ้นต่อมน้ำตาไปให้น่ะครับ... ขอบคุณครับที่เป็นคนส่วนน้อยอุตส่าห์กลับไปอ่านคำตอบที่บล็อกของปอน

#10 By ปอนปอน on 2007-09-07 23:34

แอบอยาก รู้ ผมได้ เท่าไร เนี่ยยยย

ปล. ผม อ่าน ของ พี่ ผ่าน ระบบ FEEd หนะ

เแล้วค่อยมา พิมพ์ ทีหลัง

เห้อออ

ร้องไห้


คงต้องเก็บไว้คนเดียว

ใส่ หน้า กาก หา คนรู้จัก


ผมร้องไห้ ได้

แต่ ต้อง กับเพื่อน


ที่เป็น

เพื่อน

ไม่ใช่ แค่ คนรู้จัก

อืมมมม

#11 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-09-07 23:34

ต๊ะคุง : อยากมองหน้าต๊ะคุง
เจ้านายผมสุดยอดมาก ผมว่าการมีเจ้านายที่ดีทำให้เราทำงานแบบ "สู้ตาย" ได้นะครับ

ปอน : ผมก็รู้ว่ามันตอแหล เพราะมันคงไม่ร้องไห้เรื่องปัญญาอ่อนแบบที่มันอ้างในข่าว มันทำเพื่อเรียกเรตติ้งคืนมาเพราะทั้ง สภาสูงและสภาล่าง เดโมแครตได้เสียงข้างมากไปหมดแล้ว

คนบางคนเจอใส่หัวโขนไงครับ ต้องแข็งแกร่งตลอดเวลา ร้องไห้คนเดียวได้ แต่ไม่ควรให้คนเห็น

ปอนต้องบอกพี่ตุ๊มเป๊ะเองครับ เพราะปอนตั้งประเด็นนี้ขึ้นมา

กะจิ๋วหลิว : don't cry out loud เป็นของ Melissa Manchester ครับ

เพลงนี้แต่งโดย Carol Bayer Sager ซึ่งผมยกย่องบูชาให้เป็น อภิมหาเจ้าแม่โคตรพระกาฬของวงการแต่งเพลงเลย
เทียบกับไทยคงเหมือน นิติพงา ห่อนาค หรือ สีฟ้า ครับ

อสุจิ : เพื่อนเหยียบติงแล้ว ต้องตบมันกลับครับ ร้องไห้ทำไม แล้วหวังว่าคุณคงไม่อุทานออกใว่ "ไอ้เชี่ย เหยียบติงกู"

คุณอ้อม : ขอบคุณมากๆครับ ผมรักเจ้านายคนนี้มากเลยครับ

เต่า : พี่ที่ทำงานเต่าบางคนผมว่าเค้าชอบมา expat ว่ะ เพราะว่าได้เปลี่ยนของใหม่ๆ ถูกด้วย ไม่ต้องใช้ถุง มันส์มากๆ

อ้อที่ผมบอกผมไม่ร้องไห้อ่ะ นั่นคือต่อหน้าคนอื่นนะครับ แต่ถ้าน้ำตาไหลเนี่ยบ่อยมาก ตอนนอนฟังเพลงเศร้าๆ หรือดูหนังดรามา

ปุกตั้งฉ่าย : น่าสงสารจริงๆครับ มีเจ้านายถึง 2 คน แต่มันดันนิสันเชี่ยๆทั้งคู่ คนเหล่านี้ไม่ควรได้เป็นผู้นำเลย แสดงว่าการแต่งตั้งบุคคลากรในบริษัทของคุณปุกใช้ระบบอาวุโส หรือเส้นก๋วยจั้บ หรือทางลัดครับ

หนุ่มชุดดำ : ขอแสดงความเสียใขเรื่องแฟนอีกรอบนะครับ ต้องขอโทษที่ดึงประเด็นนี้ขึ้นมาด้วยครับ

ผมยังไม่เคยรักใครแบบมีอนุภาพรุนแรงเท่าของคุณหนุ่มชุดดำเลยครับ แบบที่ don't let go จริงๆ

อย่าใช้ปืนเลยครับ ผมว่าสิ่งดีๆมีอีกเยอะ

เรื่องงานของคุณหนุ่มชุดดำ ก็ขอให้อยู่รอด ปลอดภัย สุขภาพกายใจแข็งแรงทุกวันครับ

ตังเม : ย่อหน้าแรกที่คุณตังเม เม้นท์มา ผมไม่เก็ทอ่ะครับ คืออะไรเหรอ
ขอบคุณมากๆครับ ที่ให้กำลังใจ ตอนนี้กำลังต้องการแบบมหาศาล

ปอน : ขอบคุณที่ส่งเพลงแบบละเมิดลิขสิทธิ์มาให้ เป็นอาจารย์นะ

tomazzu : ผมว่าคุณกำลังมีปัญหากับความรักแน่นอนเลยครับ ถึงขั้นปิดบล๊อคเนี่ย

น้องอายุน้อยแบบโคตรๆ ผมว่าน้อยที่สุดแล้วมั๊งที่เข้ามาเว็บผมแบบประจำ

คนที่จะมารักเราเนี่ยมีอีกมากมายมหาศาลครับ สู้ๆ คนหล่อแบบเราๆ ต้องอดทนครับ เพราะจะอกหักบ่อยๆ

#12 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-08 00:00

อ๋อ...อาจารย์สถาบันที่ปอนเรียนอยู่ตอนนี้เค้าสนับสนุนครับเฮีย.. เพราะเขาบอกว่าไอ้บริษัทพวกนี้มันค้ากำไรเกินควร แถมมัน conglomerate สื่อมวลชนอย่างอลังการอีกด้วยครับ เพราะฉะนั้นก็ควรจะทำอย่างที่ปอนทำครับ.. อาจารย์ปอนสอนมาอย่างไรปอนก็สอนอย่างนั้นกับลูกศิษย์ครับ...เพราะปอนเป็นคนว่านอนสอนง่าย

#13 By ปอนปอน on 2007-09-08 00:17

เท่าที่จำได้ไม่รวมตอนเด็กมาก ๆ นะ ไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าธารกำนัลเลยอาจจะเป็นเพราะว่า ไม่เคยเจอปัญหาหนักอกก็ได้ครับ ผมมันคนโชคดี การงานก็สะดวกลื่นไหลตลอด

ชอบการเดินทาง ไปในที่ที่ไม่เคยไปครับ ต่อให้ไปคนเดียวก็เอา กลัว แต่ชอบครับ

ตอนนี้ก็อยู่กลางทะเลนะ ที่ไหนไม่บอก แต่อยู่ในไทยนี่แหละครับ มาทำภารกิจเพื่อชาติยู่ครับ (555 ฟังดูดีมากเลยเนอะ จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรมากหรอก)

ดูเหมือนวิธีที่ผมสอนจะกลายเป็นดาบมาสนองตัวเองหรือเปล่าเนี่ย ถ้าหากว่าดูบล๊อกคุณมนุษย์ในกล่องไม่นาน อาจจะโดนประจานได้

#14 By เจ้าชายน้อย on 2007-09-08 00:27

ถึง คุณ มนุษย์ในกล่อง

เมื่อหัวค่ำต้องขอโทษด้วยนะครับที่ทำสายหลุดไป ยังไงขอยกเอนทรี่ในบล็อคให้กำลังใจคุณ ก. เป็นการแก้ตัวก็แล้วกันนะครับ แล้วว่าง ๆ เราค่อยมาคุยกันต่อนะครับ ราตรีสวัสดิ์นะครับ

#15 By Old Mustang on 2007-09-08 01:48

คุณว่าที่ ดร.ก.

มีอะไรให้ช่วยมั๊ยคะ ???

#16 By กะจิ๋วหลิว on 2007-09-08 07:15

ปกติไม่ค่อยร้องไห้ให้ใครเห็นค่ะ
เหตุผลอันเนื่องมาจาก รู้สึกว่าหน้าตาตัวเองตอนเปื้อนน้ำตาเนี้ยมันอุบาทว์ไม่ค่อยน่ามองเท่าไหร่ค่ะ
ของให้ทุกปัญหาผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะ

#17 By ป้าหมู on 2007-09-08 08:41

ต่างมุมมอง แต่การร้องเป็นการระบายออกทางอารมณ์อย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะร้องเพลงหรือร้องไห้ บางคนมองว่าการร้องไห้เป็นการทำให้ตัวเองดูไม่มีวุฒิภาวะของความเป็นผู้ใหญ่ หึหึ ผู้ใหญ่ร้องไห้ไม่ได้

แฟนคลับเยอะดีจริง ของตุ้มเป๊ะนับจากวันแรกที่ลงได้ ( ดีใจมากที่ฝังมันได้ ) มีเข้ามา 3 คน และหนึ่งในนั้นก็คือเธอคนนี้ เฮียนั้นแหละไม่ต้องไปมองใคร และนับจากนั้นไปอีกเกือบอาทิตย์ ยอดผู้เข้าชมเป็น 0 ไม่มีใครมาดูเลย

#18 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-09-08 09:31

มาเฉลยมุขแป๊กๆๆ

แทคทูคัลเล่อร์ - แทคทู - สัก , คัลเล่อร์ - สี

รวมกันก็คือ สักสี --- พ้องเสียงกับคำว่า ศักดิ์ศรี

เฮียเก็ทแล้วยังค่ะ

#19 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-09-08 10:32

ปอน ; ผมเห็นด้วยครับ งั้นเรามาก๊อปแผ่นขายกันเถอะ

เจ้าชายน้อย : เนื่องจากผมตัวคนเดียว หัวโด่เด้ง จึงไปไหนมาไหนคนเดียวบ่อย แต่ตอนนี้อยากให้มีคนไปด้วยครับ หัวใจอ่อนแอ

"การงานลื่นไหล" + "อยู่กลางทะเล" คนจะนึกว่าคุณชายน้อยขุดหาน้ำมันในอ่าวไทยนะครับ 555

Old Mustang : เมื่อวานผมผิดเองครับ แบตหมด แล้วอยู่ข้างนอกด้วย ไม่รู้จะทำยังไง กลับบ้านก็ดึก ไม่อยากรบกวนโทรไปปลุกครับ

ขอบคุณคุณพ่อที่เป็นห่วงครับ ผมอัพแป๊บเดียวคุณพ่อก็โทรมาแล้ว ดีใจ๊ดีใจ

กะจิ๋วหลิว : อีกไม่นานมีแน่นอนครับ ไอ้เรื่องให้ช่วยเนี่ย ขอบคุณนะครับ

ป้าหมู : ขอบคุณนะครับที่เป็นกำลังใจ ป้าหมูเก่งอยู่แล้วครับ คงไม่ร้องไห้

ตุ้มเป๊ะ : ทำไมผมร้องไห้แล้ว มันไม่ค่อยรู้สึกดีขึ้นเท่าไรเลยครับ หรือมันออกมาไม่หมด ไม่รู้นะครับ

#20 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-08 10:34

แล้วมีใครบอกเหรอค่ะว่าร้องไห้ครั้งเดียวแล้วความรู้สึกที่ไม่ดีมันจะหาย

ตุ้มเป๊ะว่าไม่มี ถ้ามีก็ยอดคนละมั้ง ความเป็นไปได้น้อยมาก การร้องแต่ละครั้งมันจะช่วยทำให้ความรู้สึกดีขึ้นมาทีละขั้น แต่การเฝ้าแต่ร้องอย่างเดียวต่อเนื่องกันมันไม่ช่วยอะไรค่ะ มันจะยิ่งทำให้แย่ลงไปกว่าเดิม ต้องสลับหาอะไรทำเช่น หาเรื่องไปเที่ยว จัดกลุ่มทัวร์ อย่างที่เฮียทำอยู่ มันจะช่วยทำให้เรื่องที่กลุ้มทุกข์ใจเบาบางลง เพราะเราได้พบ/ได้คุยกับเพื่อน ไม่จำเจและหมกมุ่นกับเหตุการณ์เดิมๆๆ เรื่องเดิม การพบปะจะช่วยให้เราออกจากความเศร้าได้ไวมากขึ้น สรุปทริปงวดหน้าจัดที่ไหน เมื่อไหร่เหรอ ไปกินเจกันก็ดีนะ อร่อย

#21 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-09-08 11:14

ร้องไห้ไม่ผิด
ผู้ชายร้องไห้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ถ้าเป็นคน แล้วร้องไห้ไม่เป็นซิ แปลก
แต่ต้องรู้ตัวครับ ว่าเราทำอะไรอยู่

ชีวิตงานผ่านๆมา เจ้านายผมแต่ละคน สุดยอดดด
แบบว่าอยู่แก๊งค์ไหน หัวหน้า...หมด แหะๆๆๆ
น่าจะเป็ฯจังหวะที่ไม่ค่อยดี
เป็นปัญหาภายใน ที่นายผมจะเหนื่อยหนักๆทั้งนั้น
ผมทำได้ แค่รองมือ รองตีน จนถึงที่สุดๆของแก
ผมเห็นน้ำตาเจ้านาย นองพื้นทุกคน
แต่จะไม่เคยเห็นจากหน้าแกเลยแม้แต่คนเดียว
ผมช่วยทำได้ดีที่สุดแค่นี้ครับ

น้องผม ก็อยู่ 3 จชต คัรบ เหนือ่ย เครียด งานหนัก
ก็กลัวจะได้เป็นนายพลกระป๋องกลับมาเหมือนกัน
ถ้าช่วงพักก็กลับมาก็รีแลกซ์สุดๆเหมือนกัน ทำ 20 พัก 10
10 วันพักนี่เป็นชั่วโมงทองจนชั่วโมงสุดท้ายเลยละคับ
สงสานมัน แต่ก็ชีวิตใคร ชีวิตมัน

นี่คิดจะทำการตลาด แม้แต่กะเพื่อนบลอคเลยรึคับ
งั้นมีโปรโมชั่นอะไร ดีๆ รีบเสนอมานะคับ
ปกติผมอยู่ในภาวะผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง มากกว่าภาวะผู้นำครับผม

ภาวะผู้นำ ในความคิดของผม ก็เป็นอะไรที่ต้องมีรับผิดชอบอย่างสูง ซึ่งผมก็คิดว่าบุคคลที่อยู่ในภาวะนี้ย่อมต้องมีความหนักแน่น กล้าคิดกล้าตัดสินใจ ถูกใจลูกน้องบ้างไม่ลูกใจบ้าง ก็ทำเพื่อดำรงไว้ซึ่งหน้าที่การงานที่ได้รับผิดชอบ อย่างตำแหน่ง ผบ. ชุด รพศ. เวลามีการตรวจพร้อมรบ ที่ผมมักจะได้ยินคำขานตำแหน่งของ หน.ชุด ของผม มีท่อนนึงที่ว่า " รับผิดชอบทั้งในความสำเร็จ หรือ ล้มเหลว ในภารกิจของชุดปฏิบัติการ" แค่ประโยคนี้ เหมือนเป็นการขีดเส้นภาวะผู้นำให้แก่ ผบ.ชุดฯ คนนั้นแล้ว ทุกอย่างในภารกิจที่ได้รับมอบหมายจะสำเร็จได้ หรือล้มเหลว ก็เป็นอำนาจการตัดสินใจของ ผบ.ชุดฯ แล้วว่าจะต้องดำเนินการจัดการอย่างไร มอบหมายแบ่งหน้าที่ให้กับกำลังพลในชุดว่าแต่ละตำแหน่ง คนไหน จะต้องทำอะไร อย่างไร เช่น ผมได้รับมอบหมายให้เป็น นายสิบพยาบาล ในชุด ผมก็ต้องมีหน้าที่ให้การรักษาปฐมพยาบาลกำลังพล และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติด้านสุขอนามัยแก่คนในชุดฯ ศึกษาพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อทำการด้านเวชกรรมป้องกันโรคภัยไข้เจ็บในพื้นที่นั้น ๆ รวบรวมทำประวัติทางการแพทย์กำลังพล การแพ้ยา กรุ๊ปเลือดต่าง ๆ เบิกรับสิ่งอุปกรณ์สายแพทย์ ยารักษาโรค ทำแผนการส่งกลับสายแพทย์เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน ฯลฯ และหลังจากได้รับมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวมา เมื่อเสร็จเรียบร้อยผมก็ต้องทำการรายงานให้กับ ผบ.ชุดฯ ทราบอีกที ว่าผมทำในส่วนที่ผมเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อ ผบ.ชุดฯ จะได้รวบรวมข้อมูลไปสบทบกับตำแหน่งต่าง ๆ ภายในชุดอีก ในการเตรียมการก่อนออกปฏิบัติภารกิจ ถ้าหาก ผบ.ชุดฯ ขาดภาวะผู้นำล่ะจะเป็นยังไง? นั้นหมายถึงความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นเอง ผบ.ชุดฯ ที่ผมปฏิบัติภารกิจอยู่ด้านแม้ บางครั้งจะออกจุกจิกในรายละเอียดหลาย ๆ อย่าง จนบางคนในชุดฯ บ่น ๆ กันบ้าง แต่ถ้าเรามองในแง่ที่ดีล่ะ รายละเอียดดังกล่าวอาจเป็นสิ่งที่เรามองข้ามไม่ได้เลยในความปลอดภัยของคนทั้งหมดในชุดก็ได้ ซึ่งผมเข้าใจว่า ท่านอยากให้เรากลับบ้านไปหาครอบครัวโดยปลอดภัยด้วยกันทุกคน

เรื่องการร้องไห้ผมจำได้ว่าร้องครั้งล่าสุด ตอนแฟนโดนรถชนครับ ผ่านไปได้ 1 ปีกว่า ๆ แล้ว ซึ่งตอนที่แม่แฟนโทรมาจากรถพยาบาล แล้วยื่นโทรศัพท์ให้ผมคุยกับแฟน มันไหลออกมาเลยครับ ไม่แอ๊บใด ๆ ทั้งสิ้นแล้วในเวลานั้น ผมเลยเข้าใจความรู้สึกในกรณีของ หน.หนุ่มชุดดำ เลยครับว่าเป็นยังไง ถึงแฟนจะบอกว่าไม่เป็นไร เพื่อให้ผมสบายใจ แต่มันก็อดไม่ได้ครับ มันก็ไหลรินลงอาบแก้ม ต่อหน้า หน. รุ่นพี่ เพื่อน และรุ่นน้อง ในห้องทำงานตรงนั้นเลย ถึงผมจะเป็นทหาร ก็มีบ้างที่ต้องประสบกับอาการอ่อนไหวเช่นนี้ครับ ผมก็ยังเป็นคนธรรมดาที่มีเลือดเนื้อ มีหัวใจ และยังคงวนเวียนกับ อาการ รัก โลภ โกรธ หลง ดังเช่นคนอื่นทั่วไป...

ผมถ้ามีเวลาจะพยายามเข้ามาเม้นท์ครับ เพราะช่วงนี้ยังทำตัวแบบผี แว่บมา แว่บหาย อาศัยตามสถานการณ์สะดวกอยู่ครับ เพราะผมใช้เครื่องที่ชุดฯ อยู่ตอนนี้

"อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ"
สู้ ๆ ครับผม

#23 By Nonger on 2007-09-08 11:25

ร้องไห้ออกมาบ้างก็ดีนะคะ..เพราะบางทีอารมณ์ที่เก็บกดไว้จะไปแสดงออกทางสีหน้าแทน.. คนเรามีอ่อนแอและเข้มแข็งคะ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ อย่าไปฝืนมันเลย

#24 By ไอ้แป้น : i-phan on 2007-09-08 12:31

ร้องไห้มากๆครั้งสุดท้ายตอนยายเสีย เมื่อสองปีก่อน...เดี๋ยวนี้มีแอบน้ำตาซึมบ้างตอนนึกถึง... แต่การร้องไห้มันทำให้เรารู้สึกดีขึ้นนะ ร้องๆไปสะ ความอัดอั้นมันจะได้หายไปส่วนนึงก็ยังดี...

อ่านคอมเมนต์ของหลายๆท่านในนี้แล้ว อึ้งกับคอมเมนต์คุณหนุ่มชุดดำมากๆ...รู้สึกเลยว่ามีคนที่รักกันมากขนาดนี้ด้วย ..เสียใจด้วยนะคะของการจากไปของคนรัก และดีใจที่คุณยังเข้มแข็งและมีชีวิตอยู่...

ปล. สู้ๆนะคะคุณมนุษย์ในกล่องปัญหาที่คุณเจอต้องผ่านพ้นไปด้วยดีแน่ๆ เพราะคุณเก่ง อิๆๆ (อันนี้ชมจริงๆนะ)

#25 By วอร์ (125.24.136.22) on 2007-09-08 13:17

ผู้ชายร้องไห้เพราะสูญเสียคนรัก หรือคนอันเป็นที่รักไม่แปลก
แต่เป็นผู้นำระดับชาติ ร้องไห้นี่แปลกอยู่นะ ยิ่งเฉพาะในศาล.....เกี่ยวกันไหมนี่

มีทุกข์มากมายเลยนะคะ..
ไงก็ขอให้หาเหตุแห่งทุกข์ให้เจอแล้วดับทุกข์ ...หรือปล่อยวางลงบ้างนะคะ

ขอให้ต่อแต่นี้ไปเจอแต่สิ่งดีๆ และมีความสุข

#26 By MayaKniGht on 2007-09-08 14:19

ตุ้มเป๊ะ ; ทริปครั้งต่อไป ข้ามไปตุลาคมเลยครับ เป็นทริปธรรมะ เป็นไปได้ว่าจะได้กินเจ เพราะว่ามันช่วงเทศกาลเจพอดีครับ

จิ๊กโก๋ปากซอย : บริษัทคุณถ้าจะโหดนะครับ เลือดนองกันทุกคน ปัญหาเรื่องคนภายใน แก้ยากสุดๆ

ขออวยพรให้น้องของคุณอยู่รอดปลอดภัย ได้กลับมาไวๆนะครับ ทำไมปัญหาบ้าๆภาคใต้ ไม่หมดไปซะที

ตอนนี้ค่าสถิติเพิ่งได้ไม่กี่วันเองครับ ต้องรอเป็นเดือน ถึงค่อยจัดทำโปรโมชั่นครับ

nonger : ผมรู้ว่าคุณงานยุ่งม๊ากมาก แต่ยังตอบซะเยอะเชียวครับ ดีใจสุดๆ กำลังภายในมีเยอะขึ้นมาเลยครับ

ในหน่วยทหารผมไม่แน่ใจว่า คนที่ตำแหน่งเล็กกว่า มีสิทธิ์ มีเสียง สามารถออกความเห็นได้หรือไม่ครับ เพราะผมคิดว่าต่อให้ ผบ. เป็นคนละเอียดยังไง แต่ก็ต้องมีพลาด หลงๆลืมๆบางจุดไปบ้างครับ

เรื่องแฟนประสบอุบัติเหตุ เสียใจด้วยนะครับ ตอนนี้คงหายเป็นปกติแล้วนะ

เวลาผมจะร้องไห้ ผมจะเดินหนีไปหลบมุมครับ ในกรณีที่ยังพอฉีกตัวออกมากได้จากฝูงชนครับ

"อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ" ครับ ชอบมากๆ

ไอ้แป้น darkygirl : ของผมเก็บกดอารมณ์ไว้เยอะ แล้วมันออกมาทาง ริ้วรอยบนใบหน้าครับ มีคนบอกผมว่าหน้าแบบผมเหมือนคนอายุ 40 ครับ

วอร์ : ผมก็อึ้ง + ประทับใจไปด้วยกันครับ กับเม้นท์ของหนุ่มชุดดำ กับคุณ nonger

ผมว่าผมรักตัวเองมากกว่าคนอื่นๆ แม้แต่แฟน ขนาดเลิกกัน(หรือเปล่า)ยังเฉยๆครับ แต่การเลิกกับสูญเสียคนรักมันต่างกันลิบเลยเนอะ

ปัญหาต้องค่อยๆแก้ครับ ผมก้พยายามแก้เรื่องที่ง่ายๆให้หมดก่อน ผมไม่ได้เก่งครับ แต่โชคดีมีคุณและคนอื่นๆให้กำลังใจ มีคนช่วยแก้ปัญหาครับ กำลังใจสำคัญมากๆ

แม่มายา : ขอบคุณแม่มากครับที่อวยพร (ทุกครั้งเลย) ปัยหาใจเราปล่อยวางได้ครับ แค่ตัดใจ หรือ หาใหม่ แต่ตอนนี้ปัยหาธุรกิจนี่แก้ยากครับ ปัจจัยรุมเร้ารอบด้านจริงๆเลยครับ ติดขัดไปหมด

#27 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-08 15:41

รักตัวเองอ่ะดีแล้วค่ะ...เป็นกำลังใจให้สู้ๆ

ปล. ถ้าวันนึงอัพสอง entry นี่เกรงว่าจะอ่านไม่ทันอ่ะคะ...-..-")y (อยากอ่านคอมเมนต์ของคนอื่นก่อนตอบ entry ด้วยอ่ะ )

#28 By วอร์ (125.24.136.22) on 2007-09-08 16:19

งงเลย นึกว่าคุณพี่จะพูดเรื่องการเมือง เรื่องร้องไห้นี่ น้องเป็นบ้า แต่หลัง ๆ ไม่ร้องแล้ว เสียเวลา ยังไงสู้ ๆ นะคะ เรื่องปัญหาธุรกิจที่บ้าน ทุกคนมีคุณพี่เป็นที่พึ่ง คุณพี่ต้องอดทนมากกว่าทุกคน ดังนั้นขอให้หาครูฝึกมาช่วยดูแล(ใจของคุณพี่)ให้ได้นะคะ ก๊าก... ด้วยความเป็นห่วงจากคุณน้องเอง
บางครั้งการร้องไห้ คือเครื่องหมายย้ำเตือนว่าเรายังเป็นคน ที่มีเลือดเนื้อ และจิตวิญญาณอยู่ครับ

#30 By oOนุOo on 2007-09-09 12:45

แต่หนูว่า "ผู้นำ" ก็เป็นคนนะคะ
และบางครั้งคนเราก็มีขีดจำกัดของตัวเองเหมือนกัน

มันเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่าง "เพื่อตัวเอง" กับ "เพื่อคนอื่น" ด้วยละมั้งคะ?

การร้องไห้ก็คือการระบายอารมณ์อย่างหนึ่งของมนุษย์ ไม่มีอะไรถูกหรือว่าผิดหรอกค่ะ

เพียงแต่...ถ้าเป็นการร้องไห้เพื่อสร้างภาพต่อหน้าสาธารณชนก็อีกเรื่อง....

#31 By ReNile on 2007-09-09 13:48

ตอนนี้เริ่มผิดหวังกับหัวหน้านิดนึงอ่ะครับ
ที่ผิดหวังไม่ได้ผิดหวังเรื่องคุณความดี เพราะหัวหน้าผมดีมาก ใส่ใจลูกน้องทุกอย่าง...

แต่ผิดหวังตรงเรื่องงานมากกว่า เพราะแกไม่กล้าที่จะตัดสินใจ ไอ้เราจะตัดสินใจแทนก็กะไรอยู่ เดี๋ยวจะข้ามหน้าข้ามตา มันไม่ดี...


เฮ้อ ไม่อยากจะบ่น แต่ก็แอบบ่นเล็กๆ

ปล. ผมว่าการร้องให้มันดีนะครับ เหมือนเป็นการระบาย และ ปลดปล่อย ถ้าคนเราไม่ร้องไห้ ก็คงจะระเบิดตัวเองเป็นเสี่ยงๆ
ปล อีกที ผมว่าคนคนนั้นปล่อยเค้าไปดีเหอะครับ อย่ารอเลย



ยังมีครูฝึกอีกตั้งหลายคน อิอิ ฮา...
อ่านทั้งเนื้อหาและคอมเม้นต์เรื่องนี้ ผมได้อะไรๆเยอะเลยครับ

ชีวิตคุณนี่น่าสนใจดีนะครับ

เรื่องร้องไห้ นานแล้วครับที่ไม่ได้ร้อง
ถ้าจะร้องมีเรื่องเดียวคือคับแค้นใจครับ

#34 By โก๋สิจ๊ะ on 2007-09-09 20:06

ตอนนี้ผมอยู่เกาะเต่าครับ แวะมาบอกให้อิจฉาเล่น

แต่มาทำงานนะครับ ได้เที่ยววันหยุดแค่วันเดียวเอง

#35 By เจ้าชายน้อย on 2007-09-09 23:08

โอ้แม่เจ้า คอมเม้นท์ล้นหลาม ซึ้งมาก

คุณวอร์ : ก็ทุกครั้งที่เข้ามาก็เม้นท์ได้นะครับ เรตติ้งจะได้กระฉูด

น้องฟ้า : คุณน้องเลิกร้องไห้โดยวิธีการอะไรครับ กินน้ำใบบัวบกแบบ tomazzu หรือเปล่าครับ หรือว่าเปลี่ยน subject หันไปสนใจอย่างอื่นแทน

ed32 : งั้นผมก็ยังพอเป็นคนอยู่นะครับ คือน้ำตาไหลบ้าง บางโอกาส ขอบคุณที่แว่บเข้ามา

renile : ชอบมากครับการร้องไห้มันเพื่อตัวเองหรือคนอื่นกันนแ แต่ของผมเพื่อตัวเองล้วนๆ เพื่อคนอื่นเท่าที่จำได้ยังไม่มี

หมาแพนดี้ : เรื่องเจ้านายคุณน่ากลัวนะครับ คือไม่กล้าตัดสินใจเนี่ย วันนึงเจอเคสหนักๆขึ้นมาจะลำบากได้ แต่ก็เป็นข้อดีอย่างนึงคือถ้าเขารับฟังความเห็นลูกน้องในแผนก หรือให้ทุกคนช่วยกันโหวตแบบ AF ก็ยุติธรรมดี ไม่โยนความผิดให้ใครคนนึง

ส่วนเรื่องคนๆนั้น ถ้าปล่อยได้ง่ายๆปล่อยไปนานแล้วครับ ไม่ใช่ปล่อยปลาไหลเสริมบุญน้า แต่ว่าจับปลา 2 มือหรือเปล่าเนี่ย หุหุ ไม่บอก

โก๋สิจ๊ะ : แค้นใจเรื่องอะไรครับ ฆ่ามันเลยดีมะ (โหมดโหด)

#36 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-09 23:12

วัยรุ่นไม่ดื่ม??

ไหงพี่คิดงั้นหละครับ

ผมไม่ใช่คนดีขนาดนั้นหรอก

#37 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-09-10 05:27

ร้องไปเหอะถ้ามานรู้สึกดีอ่ะ
ว่าแต่เอ็นทรี่นี่
มานไปเกี่ยวไรกะแป้นป่าวอ่ะ-*-
งิงิ

#38 By :: ipup :: on 2007-09-10 08:23

คุณยังมีผมนะคุณมนุษย์ในกล่อง

#39 By มนุษย์เพลง (203.144.240.229 /189.2.255.60) on 2007-09-10 08:53

tomazzu : ผมก็ดื่มนะครับ ถ้ามีคนยื่นมาให้ แต่ว่า ดื่มแล้วไม่ขับรถ ดื่มแล้วไม่ทำร้านตนเองหรือผู้อื่นครับ

You can do it !!!

ipup : ช่วงนี้ต้องอยูในที่เปลี่ยวๆถึงจะร้องไห้ออกครับ อยู่ท่ามกลางไพร่ฟ้าประชาชนน้ำตามันไม่ไหลครับ ห่วงไม่หล่อ

มนุษย์เพลง : ขอบคุณครับที่เตือน
คุณมนุษย์เพลงเสมือนตู้ Jukebox เดินได้เลยครับ อยากขอเพลงไร จัดให้ถึง inbox
ผมก็สนับสนุนเพลงลิขสิทธิ์นะครับ แต่ว่า....

#40 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-10 09:55

โลกมนุษย์นี้ไม่มีที่แน่นอน
ประเดี๋ยวเย็นประเดี๋ยวร้อนช่างแปรผัน
โชคหมุนเวียนเปลี่ยนไปได้ทุกทุกวัน
สาระพันหาอะไรไม่ยั่งยืน

ชีวิตเหมือนเรือน้อยล่องลอยอยู่
ต้องต่อสู้แรงลมประสมคลื่น
ต้องทนทานหวานสู้อมขมสู้กลืน
ต้องจำฝืนสู้ภัยไปทุกวัน

เป็นการง่ายยิ้มได้ไม่ต้องฝืน
เมื่อชีพชื่นเหมือนบรรเลงเพลงสวรรค์
แต่คนที่ควรชมนิยมกัน
ต้องใจมั่นยิ้มได้เมื่อภัยมา

*อย่าคิดมาก ยิ้มสู้ไปนะ*^__^

#41 By สาวเหนือ (203.146.176.242) on 2007-09-10 10:31

...

มาเพิ่มเรตติ้งให้จ้า

#42 By กะจิ๋วหลิว (125.25.183.213) on 2007-09-10 14:30

เข้าร่วมขบวนการ เพิ่มเรตติ้งด้วยคน...

....ถ้าคอมมเนต์ทุกครั้งที่เข้ามาอ่าน มีหวังเป็น 10 รอบแน่ๆ -..-")

#43 By วอร์ (125.24.152.175) on 2007-09-10 15:41

กว่าจะอ่านจบ..เล่นเอาเหนื่อย


อิจฉาลุงแฮะ..เจอปัญหาแต่ไฟลุกโชน
เพราะครูฝึกชิมิ

#44 By |:| ShaKo |:| on 2007-09-10 15:43

กรึ๋ย ไม่ได้กินใบบัวบก ก๊าก...

น้องเลิกร้องไห้เพราะว่า ป่วย
เลิกร้องไห้อย่างไร้เหตุผล ตอน ม.5 เพราะตอนนั้นตาบวมเป่ง ตาอักเสบ และสายตาเริ่มสั้น+เอียง ก๊าก... คือป่วยเยอะมาก เลยต้องเลิกร้องไห้ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยร้องไห้แล้ว (แต่ล่าสุดร้องเมื่อวาน ก๊าก... แล้วจะเล่าในบล็อกวันหลัง)

#45 By mysky (202.28.62.245) on 2007-09-10 15:54

แพนด้าไม่กินปลา
ขอเป็นจับไผ่ 2 กิ่ง ได้มั้ย...
อย่าบอกใครนะครับ ว่าตอนนี้กำลังจับอยู่
เฮ้อ...
คงต้องไปฝึกฝนจิตใจให้เป็นผู้นำที่เข้มแข็งกว่านี้เหมือนกัน ไม่ชอบเลยเวลาอารมณ์ที่ต้องเสียน้ำตา.

"บางครั้งเพียงแค่ลมร้อนบางเบาที่พัดผ่านมา
ทำไมเราจะต้องไปใส่ใจเจ็บปวดกับมันมากมายเสียขนาดนั้น
ในเมื่อยังมีอีกหลายช่วงเวลาที่อากาศ.ดีๆ พัดเวียนอยู่เสมอมิใช่หรือ..."
ป้าขอส่งแรงใจให้น้องก.อีกคนเด้อ

#47 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.120.244) on 2007-09-11 00:19

สาวเหนือ: กลอนประทับใจมากๆเลยครับ
ตอนนี้ยิ้มออกแล้วครับ เพราะพระเจ้าส่งคนมาช่วยให้กำลังใจมากมาย ล้นหลาม

กะจิ๋วหลิว : ขอบคุณหลายๆเน้อ

วอร์ : คุณคือใครครับ เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงได้แล้ว คุณคือชายจริง ชายเทียม หรือหญิงแท้ครับ

shako : กรี๊ด เรียกลุงเลยเหรอครับ เรียกพี่ก็พอครับ หยวนๆหน่อยเด้

ตอนนี้ไฟชีวิตหรี่ๆ แต่ว่าไฟสวาทโชติช่วงชัชวาลครับ

น้องฟ้า : น้องสามารถผูกเรื่องให้มันยุ่งเหยิงได้เก่งมากครับ เดี๋ยวร้องไห้ แล้วเกี่ยวอะไรกับสายตาเอียงครับ

แพนด้า : มือจับไม้ไผ่ 2 กิ่ง แล้วขาหนีบอยู่ยนต้นไม้ 2 ต้นด้วยใช่ม๊า รวมเป็น 4

เจ๊เอียด : ไป ฮันนีมูนกลับมาแล้วเย้ๆๆ
เป้นไงครับ สนุกบ่ ข่อยคิดถึงเจ้าหลายนะเนี่ย

ขอบคุณที่ส่งแรงใจมาหาผมครับ ฟิ้วๆ เชียว

#48 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-11 11:51

คุณมนุษย์ในกล่องสงสัยเรื่องนี้นี่เอง...ลุ้นตั้งนาน อิๆๆๆๆ

#49 By วอร์ (125.24.142.214) on 2007-09-11 12:03

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆนะคะ

ก็อย่างว่าหล่ะค่ะ ชิวิตคนเราจะต้องการอะไรให้มันมากมายนักก็ไม่รู้ ดิ้นรนกันซะจนแทบจะหลงลืมว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร

#50 By ป้าหมู on 2007-09-11 15:30