A Night To Rememeber (Exteen Blog Music #1)

posted on 20 Aug 2007 21:40 by tarlomak in Gibberish

ฮุ ฮุ ฮุ ..........

หึ หึ หึ ..........

ฮิ ฮิ ฮิ ..........

กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด ..........

ว๊าก ว๊าก ว๊าก ..........

กิ๊บ กี๊ฟ กี๊ฟ ฟู่ ฟู่.........

ฮือ ฮือ แง๊ ..........

โอ้วส์ เย๊ เยส...ส...ส ..........

(คนอ่าน : มรึงเป็นเชี่ยอะไรวะ ไม่เข้าเรื่องซะที เสียเวลากรูมากๆ
มนุษย์กล่อง : อ้าว .... คนกำลังมีความสุขโว้ยส์
คนอ่าน : สุขเรื่องอะไรวะ
มนุษย์กล่อง : เอ๊ะ อีนี่ น่าตบมากๆ มรึงรอกรูเขียนให้จบก่อนสิวะครับ
คนอ่าน : เออ.... เร็วๆเข้า กรูกำลังรีบ เวลามีน้อย...
มนุษย์กล่อง : คับๆๆ)

ไอ้ที่ผมเขียนข้างบนมันคือความรู้สึกของทุกคน (หรือของผมคนเดียวหว่า) ที่เกิดขึ้นในคืนวันเสาร์ที่ 18 ส.ค. 50 ครับ กับโครงการ Exteen Blog Music ครั้งที่ 1 ครับ ...... กรี๊ดๆ ..ซึ่งคืนนี้ผมต้องสารภาพและยอมรับเลยมันเป็นคืนที่ผมสนุกมากๆเลยครับ ถือว่าเป็น Fantastic Night ของผมเลยก็ว่าได้ครับ

ผมขอเริ่มเรื่องจากความในใจของผมก่อนนะครับ

เมื่อครั้งแรกที่ผมกับคุณพ่อน้องเบลล์ (Old Mustang) ตกลงจะมาเดท เอ๊ย พบปะกันเพื่อไปซื้อซีดี (อ่านรายละเอียดที่นี่ One Night With Old Mustang) คือผมมีการแอบขอร้องคุณพ่อเอาไว้ ว่าให้ไปน้อยๆคนครับ ตอนแรกคุณพ่อจะชวนเพื่อนๆในบล๊อคนี่แหละครับไปกันเยอะๆ เนื่องจากผมเจ้าหนี้ เยอะ + ไม่ชอบที่ๆคนเยอะๆ + เปิดเผยตัวตนมากไปหน่อย กลัวคนจับไต๋ได้ครับ + กลัวเพื่อนบ้านซึ่งต่างคนต่างมี preference และ lifestyle ไม่เหมือนกัน หรือต่างกันมากๆ พอมาเจอกันแล้วไม่ match งานจะกร่อยได้ง่ายๆครับ ผมจึงขอไปสวีทแค่ 2 คนพอครับกับคุณพ่อน้องเบลล์

แต่หลังจากการได้พบปะกับคุณพ่อน้องเบลล์แล้ว ความคิดผมเริ่มเปลี่ยนคือ มีการแลกเปลี่ยนสารแล๊คโตบาซิลัสกันเยอะ ไม่ได้จูบปะกบปากหรือเอาลิ้นมาพันกันนะครับ แต่ว่าคุยเรื่องราวต่างๆสัพเพเหระกันพอสมควรครับ ซึ่งผมเล็งเห็นแล้วว่ามีประโยชน์มากๆ ประสบการณ์ในชีวิตคนเราควรจะมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อมาช่วยพัฒนาตัวเราเองหรือหน้าที่การงานด้วยครับ มีอะไรก็ช่วยๆกัน ให้คำปรึกษากันไปครับ

ด้วยเหตุนี้ผมจึง ยอม ตกลงกับคุณพ่อไว้ว่า ครั้งต่อไปเราน่าจะชวนคนอื่นๆไปด้วย ซึ่งสุดท้ายแล้วมีทั้งหมด 5 คนด้วยกันที่ได้ไปร่วมมีทติ้งกันในครั้งนี้ครับ ได้แก่ ผม, คุณพ่อน้องเบลล์, pastelSalad, คุณมนุษย์เพลง และชะนีกลางคน เอ๊ย คุณรายละเอียดที่หายไปครับ (คนนอก exteen ครับ แต่เนียนมาแจม)

เนื่องจากเป็นคืนที่ fantastic มากๆ ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง Fantastic 4 ขึ้นมาครับ ซึ่งแปลกอย่างนึงคือลักษณะตัวละครในหนังเรื่องนี้บางอย่างตรงกับสถานการณ์ในคืนนี้ครับ ผมขอบอกเลยแล้วกันว่าใครเป็นใคร

คุณพ่อน้องเบลล์ Old Mustang ผมยกให้เป็น Mr. Fantastic ครับ ผู้นำเผ่าจิตใจประเสริฐ
คุณ PastelSalad เป็น Human Torch หนุ่มหล่อล่ำไฟแรง
คุณมนุษย์เพลง เป็น The Thing โฮ่ๆๆ แข็งแรง บึกบึน


กรี๊ดๆ


งั้นผมก็ได้เป็น Invisible Woman สิครับเนี่ย
แล้วให้เจ๊เอียดเป็น Silver Surfer เพราะตายตอนจบ หรือว่าเป็น Victor Von Doom ดีครับ เพราะว่ากี่ภาคก็ไม่ตาย อึดมากๆสมวัย ...

อ๊ะๆ..... คราวนี้ยกให้

ผมให้คุณรายละเอียดที่หายไปเป็น Invisible Woman ครับเพราะว่า เจ๊สวยมากๆ เหมือนดาราจริงๆ (ไม่ได้โกหกครับ หน้าก็เด็กมาๆ) แล้วผมขอเป็น Victor Von Doom แล้วกันครับเพราะว่า ผมนิสัยเชี่ยมาก แล้วก็หล่อมากด้วยเช่นกัน ฮุฮุ อีกอย่างไม่สามารถเป็น Silver Surfer ได้ครับ เพราะเจี๊ยวไม่ได้ทำด้วยเหล็กครับ ไม่ได้ทนทานกันกระสุน วิ่งเข้ารูนู้นทะลุออกรูนี้ ที่สำคัญไม่ได้ยืดได้หดได้ตามใจด้วยครับ

(หมายเหตุ : เอ็นทรี่ต่อไปอาจจะอัพวันรุ่งขึ้น จะมาอิบายว่าทำไม คนนี้ถึงได้เป็นตัวละครนี้ตามที่ผมบอกครับ)

ผมขอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้

18.10
Invisible Woman (เจ๊เอียด) โทรมาหาผม บอกว่า เฮ้ย กรูมาถึงแล้ว มึงอยู่ไหนวะ กรูนึกแล้วว่ามึงต้องมาสาย แล้ววางหูทันที ในใจก็นึกไว้ว่า เฮ้ย!!! นัดกัน 18.45 ทำไมมาเร็วจังวะ ตอนนั้นผมกำลังเดินไป BTS ยังไม่ถึงสถานีพระโขนงเลยครับ ฝนตกด้วย เดินตากฝนมาเพราะไม่มีรถแล้ว

18.30
Human Torch (คุณ pastelSalad) โทรมากบอกว่าถึงไหนแล้วครับ กรี๊ดๆๆๆ ตอนนั้นอยู่พร้อมพงษ์ แต่โกหกว่าอยู่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่อโศก ที่กรี๊ดเยอะ เพราะเสียงของคุณ Human Torch หล่อมากๆ เสียงเข้มตามสเป๊คที่ไฝ่ฝันมานานครับ ทำให้วาดภาพไปต่างๆนาๆ นึกถึงภาพนายแบบกางเกงในทุกยี่ห้อเลยครับ ตอนนั้นหัวใจเต้นเร็วอยากเจอมาก นี่ขนาดได้ยินแค่เสียงนะ

18.50
วิ่งหน้าแป้นแล้นบานๆออกมาจาก รถไฟฟ้าใต้ดิน พร้อมโทรหา Invisible Woman ทันที เพราะเธอมารอนานมากๆแล้ว ฝนก็ตก เกรงใจมากๆ ที่ผมเอ๋อมากที่สุดคือ Mr. Fantastic (พ่อน้องเบลล์) ยืน(หัว)โด่อยู่ แต่ผมไม่เห็นครับ ยังคุยโทรศัพท์กับเจ๊เอียดอยู่เลย ก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคนปล่อยรังสีอำมหิตออกมาทางด้านหลัง ผมหันมาเห็นหนุ่มหล่อๆ 2 คนยืนจ้องผมตาเป็นมันครับ กรี๊ด ที่แท้พ่อน้องเบลล์กับคุณ pastelSalad นี่เองครับ

กรี๊ดจริงๆว่ะครับ

วันนี้คุณพ่อน้องเบลล์หล่อมากๆครับ หล่อกว่าครั้งแรกที่เจออีกครับ เพราะครั้งที่แล้วเอาภรรยาสุดสวยและลูกสาวน่ารักมาด้วย ทำให้หล่อน้อยลงไปนิด ที่สำคัญ คุณ pastelSalad สูง ขาว (ขา)ยาว หล่อ ล่ำมากๆ ครับ กรี๊ด(น้องปอน ไม่ต้องกรี๊ดแข่งกับผมเลยครับ เช็ดน้ำลายด้วย คนนี้ผมจอง ใครมาก่อนได้ก่อนครับ ของแบบนี้) ในขณะที่ผมกำลังใช้สายตาแสกนร่างทั้งตัว ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง ซูมหน้าของคุณ pastelSalad อยู่นั้น ชะนี เอ๊ย คุณรายละเอียดที่หายไป วิ่งลงมาเจอพอดี เซ็งมากๆ ครับ ขอบอก ไม่สามารถบรรยายอาการเจได้ครับ

คุณพ่อน้องเบลล์เป็นคนดีจริงๆครับ ทำตามสัญญาที่ให้ไว้คือ มีของขวัญให้ทุกๆคนด้วยครับ ดีใจมากได้ของฟรีๆอีกแล้ว (ครั้งที่แล้วปล้นซีดีคุณพ่อมาได้ 2 แผ่น)

19.10
ตุ๊ดๆๆ (กรี๊ด ใครว่ากรู) ที่แท้มันคือเสียงโทรศัพท์ของผมดังครับ
วันนี้ผม TOP HIT มากๆ ผู้ชายโทรเข้าหาเป็นระวิง คราวนี้ The Thing (มนุษย์เพลง) โทรมาครับ เสียงหล่ออีกแล้วครับ เหมือนคนอารมณ์ดี ทำให้จิ้น(imagine)ไปต่างๆนาๆ ผมเคยเห็นหน้าเค้ามาก่อนครับ แต่เป็นรูปในบล๊อคของเค้าครับ

คุณมนุษย์เพลงไปดูคอนเสิร์ตที่พารากอนมาครับ มี เจนนิเฟอร์ คิ้มด้วย ผมชอบมากๆนักร้องคนนี้ อยากไปดูครับ แต่ไม่ทันซะแล้ว คุณมนุษย์เพลงโทรมาบอกว่าจะตามมาสมทบทีหลังครับที่ร้านซีดี

19.30
พวกเรา 4 คนถึงร้าน ติ่มซำที่เยาวราช โดยคุณพ่อน้องเบลล์ เป็น Mr. Fantastic จริงๆครับ วิ่งลงไปตากฝนเรียก TAXI ให้อ่ะครับ ปล่อยให้ชะนี 2 ตัว ซึ่งกำลังเม้าท์กันกระจาย สลับกับจิกสายตาไปๆมาๆกันอยู่บนทางออกชานชาลาหัวลำโพงครับ

อาหารอร่อยมากเหมือนเดิม ติ่มซำร้อนๆ ควันขาวๆลอยฟุ้งออกมาจากเข่ง ซาลาเปาไส้ครีมหวาน พอบิออกมาก็เห็นไส้ครีมสีทองทะลักออกมา หวานนุ่มมากๆ เผือกทอดก็อุดมไปด้วยไส้รสเข้มข้น ทันทีที่เอาส้อมจิ้ม กลิ่นหอมๆ ก็โชยออกมา ก๊วยเตี๋ยวหลอดก็อร่อยล้ำ แป้งนิ่มๆ ซุปก็อร่อยเลิศ แค่แตะโดนลิ้นก็ตาลอยแล้วครับ

กินไปคุยไปสนุกมากๆ จุดตรงนี้นี่เองที่ผมบอกว่า คืนนี้เราสนุกกันมาก คือเราคุยกันได้หลายเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเพลงนะครับ คนที่ได้เจอผมจะรู้ว่าผมไม่ค่อยคุย เพราะผมมัวแต่มองซูมหน้า คุณ pastelSalad ครับ เอ๊ยไม่ใช่ครับ ผมกำลังสังเกตุวิธีการ interact ของแต่ละคนอยู่ครับ เพลิดเพลินมากๆ

ช่วงนี้เป็นจุดแรกที่เราได้ทำความรู้จักกันจริงๆ ผมพอจะจับความรู้สึกได้ว่า เออ...ทุกคนเป็นคนดีจริงๆครับ ไม่มีการเบ่งใส่กัน ไม่มีใครเก๊ก ไม่มีใครแสดงนิสัยแย่ๆ ไม่มีใครกวนตีน ตามที่ผมเคยกลัวไว้เลยครับ ทุกคนธรรมชาติมากๆ ไม่มีการปรุงแต่งใส่ผงชูรสใดๆทั้งสิ้นครับ ที่เห็นได้ชัดคือเจ๊เอียด ก่อนทานข้าว ไม่ว่าจะร้านไหนก็ตาม เจ๊จะหยิบอาวุธลับออกมา มันคือทิชชู่เอามาเช็ดจานชามช้อนส้อมให้ทุกคน ยังไม่พออาวุธชิ้นที่สองคือเจ๊เอียดหยิบทิชชู่แบบชื้นๆ แบบที่เอาไว้เช็ดตูดเด็กแบบนั้นครับ มาให้ทุกคนเช็ดมือฆ่าเชื้อโรค HYGENE มากๆ ซึ่งเป็นเรื่องดีครับ ไม่แปลกใจที่เจ๊อายุเยอะสุด (แอบจิกๆๆ)

20.00
หลังจากพนักงานในร้านนับสิบคน เริ่มส่งสายตาอาฆาตพยายาทมาใส่โต๊ะที่พวกเรานั่ง คือพวกมันคงเห็นเรานั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่ยอมสั่งอาหารเพิ่ม ผมเลยแนะนำให้ออกมาจากร้านครับ ไอ้ร้านนี้มันขายดีมาก คนเข้าออกเป็นว่าเล่นเหมือนสวนสนุกเลยครับ

คุณพ่อน้องเบลล์ พาทัวร์กินต่อครับ ตอนนั้นฝนซาไปมากๆแล้วครับ เราก็เดินเลาะๆริมถนน มากินขนมปังปิ้งต่อครับ ร้านนี้ unique มากๆ ตั้งแต่ระบบ Cashier ยันไปถึงเมนูครับ พอเรานั่งปุ๊บ มันโยนจานลงมาใบนึงบนโต๊ะ ในจานมีขนมปังอยู่ 3 แบบ 1) แบบ scone เป็นลูกๆ 2) ขนมปังแผ่น ปิ้งกรอบๆ 3) ขนมปังแผ่น แต่นิ่ม (ใช้นึ่งเอาครับ หรือไม่ก้ไม่ได้ทำอะไรเลย)

อายว่ะที่จะเล่าต่อ ..

คือตอนนั้นผมงงแดกด้วยครับ บื้อมากๆ คือมันซีลจานนี้ด้วยถุงพลาสติกใสมาอีกชั้นนึง ไอ้ผมก็เกือบจะแมน(ดีนะที่เป้นตุ๊ด) คือกำลังคิดจะแกะให้ทุกคนกินที่ไหนได้ มันเอามาให้ดูว่า เราอยากได้ขนมปังแบบไหนครับ เค้าเอาไว้ให้ดูเฉยๆครับ แล้วเราก็มาเลือก topping จากป้ายที่ห้อยเอาไว้ครับ มีให้เลือกเยอะมากๆ เช่น Chocolate, Peanut Butter,