A Night To Rememeber (Exteen Blog Music #1)
posted on 20 Aug 2007 21:40 by tarlomak in Gibberishฮุ ฮุ ฮุ ..........
หึ หึ หึ ..........
ฮิ ฮิ ฮิ ..........
กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด ..........
ว๊าก ว๊าก ว๊าก ..........
กิ๊บ กี๊ฟ กี๊ฟ ฟู่ ฟู่.........
ฮือ ฮือ แง๊ ..........
โอ้วส์ เย๊ เยส...ส...ส ..........
(คนอ่าน : มรึงเป็นเชี่ยอะไรวะ ไม่เข้าเรื่องซะที เสียเวลากรูมากๆ
มนุษย์กล่อง : อ้าว .... คนกำลังมีความสุขโว้ยส์
คนอ่าน : สุขเรื่องอะไรวะ
มนุษย์กล่อง : เอ๊ะ อีนี่ น่าตบมากๆ มรึงรอกรูเขียนให้จบก่อนสิวะครับ
คนอ่าน : เออ.... เร็วๆเข้า กรูกำลังรีบ เวลามีน้อย...
มนุษย์กล่อง : คับๆๆ)
ไอ้ที่ผมเขียนข้างบนมันคือความรู้สึกของทุกคน (หรือของผมคนเดียวหว่า) ที่เกิดขึ้นในคืนวันเสาร์ที่ 18 ส.ค. 50 ครับ กับโครงการ Exteen Blog Music ครั้งที่ 1 ครับ ...... กรี๊ดๆ ..ซึ่งคืนนี้ผมต้องสารภาพและยอมรับเลยมันเป็นคืนที่ผมสนุกมากๆเลยครับ ถือว่าเป็น Fantastic Night ของผมเลยก็ว่าได้ครับ
ผมขอเริ่มเรื่องจากความในใจของผมก่อนนะครับ
เมื่อครั้งแรกที่ผมกับคุณพ่อน้องเบลล์ (Old Mustang) ตกลงจะมาเดท เอ๊ย พบปะกันเพื่อไปซื้อซีดี (อ่านรายละเอียดที่นี่ One Night With Old Mustang) คือผมมีการแอบขอร้องคุณพ่อเอาไว้ ว่าให้ไปน้อยๆคนครับ ตอนแรกคุณพ่อจะชวนเพื่อนๆในบล๊อคนี่แหละครับไปกันเยอะๆ เนื่องจากผมเจ้าหนี้ เยอะ + ไม่ชอบที่ๆคนเยอะๆ + เปิดเผยตัวตนมากไปหน่อย กลัวคนจับไต๋ได้ครับ + กลัวเพื่อนบ้านซึ่งต่างคนต่างมี preference และ lifestyle ไม่เหมือนกัน หรือต่างกันมากๆ พอมาเจอกันแล้วไม่ match งานจะกร่อยได้ง่ายๆครับ ผมจึงขอไปสวีทแค่ 2 คนพอครับกับคุณพ่อน้องเบลล์
แต่หลังจากการได้พบปะกับคุณพ่อน้องเบลล์แล้ว ความคิดผมเริ่มเปลี่ยนคือ มีการแลกเปลี่ยนสารแล๊คโตบาซิลัสกันเยอะ ไม่ได้จูบปะกบปากหรือเอาลิ้นมาพันกันนะครับ แต่ว่าคุยเรื่องราวต่างๆสัพเพเหระกันพอสมควรครับ ซึ่งผมเล็งเห็นแล้วว่ามีประโยชน์มากๆ ประสบการณ์ในชีวิตคนเราควรจะมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อมาช่วยพัฒนาตัวเราเองหรือหน้าที่การงานด้วยครับ มีอะไรก็ช่วยๆกัน ให้คำปรึกษากันไปครับ
ด้วยเหตุนี้ผมจึง ยอม ตกลงกับคุณพ่อไว้ว่า ครั้งต่อไปเราน่าจะชวนคนอื่นๆไปด้วย ซึ่งสุดท้ายแล้วมีทั้งหมด 5 คนด้วยกันที่ได้ไปร่วมมีทติ้งกันในครั้งนี้ครับ ได้แก่ ผม, คุณพ่อน้องเบลล์, pastelSalad, คุณมนุษย์เพลง และชะนีกลางคน เอ๊ย คุณรายละเอียดที่หายไปครับ (คนนอก exteen ครับ แต่เนียนมาแจม)
เนื่องจากเป็นคืนที่ fantastic มากๆ ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง Fantastic 4 ขึ้นมาครับ ซึ่งแปลกอย่างนึงคือลักษณะตัวละครในหนังเรื่องนี้บางอย่างตรงกับสถานการณ์ในคืนนี้ครับ ผมขอบอกเลยแล้วกันว่าใครเป็นใคร
คุณพ่อน้องเบลล์ Old Mustang ผมยกให้เป็น Mr. Fantastic ครับ ผู้นำเผ่าจิตใจประเสริฐ
คุณ PastelSalad เป็น Human Torch หนุ่มหล่อล่ำไฟแรง
คุณมนุษย์เพลง เป็น The Thing โฮ่ๆๆ แข็งแรง บึกบึน
กรี๊ดๆ
งั้นผมก็ได้เป็น Invisible Woman สิครับเนี่ย
แล้วให้เจ๊เอียดเป็น Silver Surfer เพราะตายตอนจบ หรือว่าเป็น Victor Von Doom ดีครับ เพราะว่ากี่ภาคก็ไม่ตาย อึดมากๆสมวัย ...
อ๊ะๆ..... คราวนี้ยกให้
ผมให้คุณรายละเอียดที่หายไปเป็น Invisible Woman ครับเพราะว่า เจ๊สวยมากๆ เหมือนดาราจริงๆ (ไม่ได้โกหกครับ หน้าก็เด็กมาๆ) แล้วผมขอเป็น Victor Von Doom แล้วกันครับเพราะว่า ผมนิสัยเชี่ยมาก แล้วก็หล่อมากด้วยเช่นกัน ฮุฮุ อีกอย่างไม่สามารถเป็น Silver Surfer ได้ครับ เพราะเจี๊ยวไม่ได้ทำด้วยเหล็กครับ ไม่ได้ทนทานกันกระสุน วิ่งเข้ารูนู้นทะลุออกรูนี้ ที่สำคัญไม่ได้ยืดได้หดได้ตามใจด้วยครับ
(หมายเหตุ : เอ็นทรี่ต่อไปอาจจะอัพวันรุ่งขึ้น จะมาอิบายว่าทำไม คนนี้ถึงได้เป็นตัวละครนี้ตามที่ผมบอกครับ)
ผมขอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้
18.10
Invisible Woman (เจ๊เอียด) โทรมาหาผม บอกว่า เฮ้ย กรูมาถึงแล้ว มึงอยู่ไหนวะ กรูนึกแล้วว่ามึงต้องมาสาย แล้ววางหูทันที ในใจก็นึกไว้ว่า เฮ้ย!!! นัดกัน 18.45 ทำไมมาเร็วจังวะ ตอนนั้นผมกำลังเดินไป BTS ยังไม่ถึงสถานีพระโขนงเลยครับ ฝนตกด้วย เดินตากฝนมาเพราะไม่มีรถแล้ว
18.30
Human Torch (คุณ pastelSalad) โทรมากบอกว่าถึงไหนแล้วครับ กรี๊ดๆๆๆ ตอนนั้นอยู่พร้อมพงษ์ แต่โกหกว่าอยู่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่อโศก ที่กรี๊ดเยอะ เพราะเสียงของคุณ Human Torch หล่อมากๆ เสียงเข้มตามสเป๊คที่ไฝ่ฝันมานานครับ ทำให้วาดภาพไปต่างๆนาๆ นึกถึงภาพนายแบบกางเกงในทุกยี่ห้อเลยครับ ตอนนั้นหัวใจเต้นเร็วอยากเจอมาก นี่ขนาดได้ยินแค่เสียงนะ
18.50
วิ่งหน้าแป้นแล้นบานๆออกมาจาก รถไฟฟ้าใต้ดิน พร้อมโทรหา Invisible Woman ทันที เพราะเธอมารอนานมากๆแล้ว ฝนก็ตก เกรงใจมากๆ ที่ผมเอ๋อมากที่สุดคือ Mr. Fantastic (พ่อน้องเบลล์) ยืน(หัว)โด่อยู่ แต่ผมไม่เห็นครับ ยังคุยโทรศัพท์กับเจ๊เอียดอยู่เลย ก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคนปล่อยรังสีอำมหิตออกมาทางด้านหลัง ผมหันมาเห็นหนุ่มหล่อๆ 2 คนยืนจ้องผมตาเป็นมันครับ กรี๊ด ที่แท้พ่อน้องเบลล์กับคุณ pastelSalad นี่เองครับ
กรี๊ดจริงๆว่ะครับ
วันนี้คุณพ่อน้องเบลล์หล่อมากๆครับ หล่อกว่าครั้งแรกที่เจออีกครับ เพราะครั้งที่แล้วเอาภรรยาสุดสวยและลูกสาวน่ารักมาด้วย ทำให้หล่อน้อยลงไปนิด ที่สำคัญ คุณ pastelSalad สูง ขาว (ขา)ยาว หล่อ ล่ำมากๆ ครับ กรี๊ด(น้องปอน ไม่ต้องกรี๊ดแข่งกับผมเลยครับ เช็ดน้ำลายด้วย คนนี้ผมจอง ใครมาก่อนได้ก่อนครับ ของแบบนี้) ในขณะที่ผมกำลังใช้สายตาแสกนร่างทั้งตัว ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง ซูมหน้าของคุณ pastelSalad อยู่นั้น ชะนี เอ๊ย คุณรายละเอียดที่หายไป วิ่งลงมาเจอพอดี เซ็งมากๆ ครับ ขอบอก ไม่สามารถบรรยายอาการเจได้ครับ
คุณพ่อน้องเบลล์เป็นคนดีจริงๆครับ ทำตามสัญญาที่ให้ไว้คือ มีของขวัญให้ทุกๆคนด้วยครับ ดีใจมากได้ของฟรีๆอีกแล้ว (ครั้งที่แล้วปล้นซีดีคุณพ่อมาได้ 2 แผ่น)
19.10
ตุ๊ดๆๆ (กรี๊ด ใครว่ากรู) ที่แท้มันคือเสียงโทรศัพท์ของผมดังครับ
วันนี้ผม TOP HIT มากๆ ผู้ชายโทรเข้าหาเป็นระวิง คราวนี้ The Thing (มนุษย์เพลง) โทรมาครับ เสียงหล่ออีกแล้วครับ เหมือนคนอารมณ์ดี ทำให้จิ้น(imagine)ไปต่างๆนาๆ ผมเคยเห็นหน้าเค้ามาก่อนครับ แต่เป็นรูปในบล๊อคของเค้าครับ
คุณมนุษย์เพลงไปดูคอนเสิร์ตที่พารากอนมาครับ มี เจนนิเฟอร์ คิ้มด้วย ผมชอบมากๆนักร้องคนนี้ อยากไปดูครับ แต่ไม่ทันซะแล้ว คุณมนุษย์เพลงโทรมาบอกว่าจะตามมาสมทบทีหลังครับที่ร้านซีดี
19.30
พวกเรา 4 คนถึงร้าน ติ่มซำที่เยาวราช โดยคุณพ่อน้องเบลล์ เป็น Mr. Fantastic จริงๆครับ วิ่งลงไปตากฝนเรียก TAXI ให้อ่ะครับ ปล่อยให้ชะนี 2 ตัว ซึ่งกำลังเม้าท์กันกระจาย สลับกับจิกสายตาไปๆมาๆกันอยู่บนทางออกชานชาลาหัวลำโพงครับ
อาหารอร่อยมากเหมือนเดิม ติ่มซำร้อนๆ ควันขาวๆลอยฟุ้งออกมาจากเข่ง ซาลาเปาไส้ครีมหวาน พอบิออกมาก็เห็นไส้ครีมสีทองทะลักออกมา หวานนุ่มมากๆ เผือกทอดก็อุดมไปด้วยไส้รสเข้มข้น ทันทีที่เอาส้อมจิ้ม กลิ่นหอมๆ ก็โชยออกมา ก๊วยเตี๋ยวหลอดก็อร่อยล้ำ แป้งนิ่มๆ ซุปก็อร่อยเลิศ แค่แตะโดนลิ้นก็ตาลอยแล้วครับ
กินไปคุยไปสนุกมากๆ จุดตรงนี้นี่เองที่ผมบอกว่า คืนนี้เราสนุกกันมาก คือเราคุยกันได้หลายเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเพลงนะครับ คนที่ได้เจอผมจะรู้ว่าผมไม่ค่อยคุย เพราะผมมัวแต่มองซูมหน้า คุณ pastelSalad ครับ เอ๊ยไม่ใช่ครับ ผมกำลังสังเกตุวิธีการ interact ของแต่ละคนอยู่ครับ เพลิดเพลินมากๆ
ช่วงนี้เป็นจุดแรกที่เราได้ทำความรู้จักกันจริงๆ ผมพอจะจับความรู้สึกได้ว่า เออ...ทุกคนเป็นคนดีจริงๆครับ ไม่มีการเบ่งใส่กัน ไม่มีใครเก๊ก ไม่มีใครแสดงนิสัยแย่ๆ ไม่มีใครกวนตีน ตามที่ผมเคยกลัวไว้เลยครับ ทุกคนธรรมชาติมากๆ ไม่มีการปรุงแต่งใส่ผงชูรสใดๆทั้งสิ้นครับ ที่เห็นได้ชัดคือเจ๊เอียด ก่อนทานข้าว ไม่ว่าจะร้านไหนก็ตาม เจ๊จะหยิบอาวุธลับออกมา มันคือทิชชู่เอามาเช็ดจานชามช้อนส้อมให้ทุกคน ยังไม่พออาวุธชิ้นที่สองคือเจ๊เอียดหยิบทิชชู่แบบชื้นๆ แบบที่เอาไว้เช็ดตูดเด็กแบบนั้นครับ มาให้ทุกคนเช็ดมือฆ่าเชื้อโรค HYGENE มากๆ ซึ่งเป็นเรื่องดีครับ ไม่แปลกใจที่เจ๊อายุเยอะสุด (แอบจิกๆๆ)
20.00
หลังจากพนักงานในร้านนับสิบคน เริ่มส่งสายตาอาฆาตพยายาทมาใส่โต๊ะที่พวกเรานั่ง คือพวกมันคงเห็นเรานั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่ยอมสั่งอาหารเพิ่ม ผมเลยแนะนำให้ออกมาจากร้านครับ ไอ้ร้านนี้มันขายดีมาก คนเข้าออกเป็นว่าเล่นเหมือนสวนสนุกเลยครับ
คุณพ่อน้องเบลล์ พาทัวร์กินต่อครับ ตอนนั้นฝนซาไปมากๆแล้วครับ เราก็เดินเลาะๆริมถนน มากินขนมปังปิ้งต่อครับ ร้านนี้ unique มากๆ ตั้งแต่ระบบ Cashier ยันไปถึงเมนูครับ พอเรานั่งปุ๊บ มันโยนจานลงมาใบนึงบนโต๊ะ ในจานมีขนมปังอยู่ 3 แบบ 1) แบบ scone เป็นลูกๆ 2) ขนมปังแผ่น ปิ้งกรอบๆ 3) ขนมปังแผ่น แต่นิ่ม (ใช้นึ่งเอาครับ หรือไม่ก้ไม่ได้ทำอะไรเลย)
อายว่ะที่จะเล่าต่อ ..
คือตอนนั้นผมงงแดกด้วยครับ บื้อมากๆ คือมันซีลจานนี้ด้วยถุงพลาสติกใสมาอีกชั้นนึง ไอ้ผมก็เกือบจะแมน(ดีนะที่เป้นตุ๊ด) คือกำลังคิดจะแกะให้ทุกคนกินที่ไหนได้ มันเอามาให้ดูว่า เราอยากได้ขนมปังแบบไหนครับ เค้าเอาไว้ให้ดูเฉยๆครับ แล้วเราก็มาเลือก topping จากป้ายที่ห้อยเอาไว้ครับ มีให้เลือกเยอะมากๆ เช่น Chocolate, Peanut Butter, Strawberry, น้ำตาล, นมข้น, เนย ฯลฯ แล้วก็สั่งเครื่องดื่มมีมากมายให้เลือก จำได้ว่าคุณ pastelSalad สั่งชานมร้อน ที่เหลือสั่งโกโก้เย็นครับ แก้วใหญ่มากครับ ไม่ใช่ปิ๊ดๆ ขนมปังของผมเป็นแบบนิ่มราดช็อคโกแล๊ต อร่อยดี มันราดหน้าจนเยิ้มเลยครับ ไม่งกเหมือนร้านมนต์นมสด ตรงที่ว่าการกรุงเทพมหานคร คุณพ่อน้องเบลล์สั่งแบบ scone กรอบนอกนุ่มในราด peanut butter เจ๊เอียดสั่งอะไรจำไม่ได้เพราะไม่ได้สนใจครับ (คือ memory card ในสมองบันทึกของมูลเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับผู้ชายเท่านั้น)
ไม่นานนัก สิ่งที่เราสั่งไปก็โดนนำมาวางเต็มโต๊ะ จิ้มกินกันไม่หมดจริงๆครับ ขอบรรยายว่ารสชาดดีมากครับ ถึงที่นั่งจะ afraid มากก็ตามครับ เพราะนั่งบนฟุตบาทติดหน้าบ้านตึกแถวใครก็ไม่รู้ ฝนก็ตก ถนนก็เปียก คนเดินก็พลุกพล่านมากๆ ครับ แล้วก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรเจ้าแมลง Jupiter ตัวสีน้ำตาลเข้มไหม้ๆ ปีกแข็งๆ บินแล้วมีเสียงเหมือนเครื่องยนต์เทอร์โบ 8 สูบ จะเดินมาบนโต๊ะหรือไต่กำแพงเพื่อมาเยี่ยมพวกเราครับ
ต่อมา มีพนักงานเอาแก้วน้ำพลาสติกมาวาง พร้อมหย่อนเศษกระดาษเล็กๆลงมามีเบอร์ 46 เขียนอยู่ ตอนแรกนึกว่าใบ้หวย แต่จริงๆมันเป็นระบบ การวางบิล ครับ เพื่อให้เราไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ตอนกลับ เจ๋งมากๆครับ สำหรับร้านริมถนนแบบนี้
(ร้านนี้ขอบอกว่าคนเยอะมากของมากที่สุด คนที่ซื้อกลับไปกินที่บ้านก็เยอะมากๆๆ ไอ้คนปิ้งขนมปังบ้าไปเลยครับ ปิ้งทีประมาณมากกว่า 50 ชิ้นพร้อมๆกัน)
20.30 โดยประมาณ
เรานั่งแท๊กซี่มาถึงอาคารศรีวรจักรครับ กลุ่ม F4 ของเราก็เดินเข้าไปในร้านทันที เพราะว่าข้างนอกอากาศอบอ้าวมากๆ คนก็เยอะมากๆครับ เท่าที่จำได้ ผมชิ่งหนี บินเดี่ยวเดินเองแล้วครับ เพราะเคยมาแล้วหนนึง ปีกกล้าขาแข็งแล้ว ตีปีกบินตรงดิ่งเข้าไปในโซนที่ตัวเองสนใจ ลืมอีก 3 คนไปเลยครับ แต่ยังดีที่เรามี Mr. Fantastic ครับ พาชมพร้อมแนะนำ
ร้านนี้ดีมากตรงที่เราสามารถลองฟังแผ่นที่เราต้องการได้ครับ ถ้าอัลบั้มไหน เค้าไม่ได้มีแผ่นให้เราลองฟัง เราสามารถบอกให้เขาแกะกล่องใหม่ได้ทันทีครับ เขาจะกรีดกล่องให้สดๆ ควักซีดีออกมาให้ลองกันจะๆเลยครับ รวมๆแล้วคืนนั้นเราเปิดบริสุทธิ์ไปก็หลายอัลบั้มเลยครับ นับสิบได้
ตุ๊ดๆๆ (ใครด่ากรูอีกแล้ววว)
คุณมนุษย์เพลงโทรมาครับ ยังไม่ได้คุยอะไรมาก ก็ได้เจอตัวจริงๆเป็นๆเหมือนในรูปเป๊ะเลยครับ อยู่ในร้านแล้ว กรี๊ดๆ (น้องปอนห้ามกรี๊ด + เช็ดน้ำลายด้วย คนนี้ผมก็จอง)
พอถึงจุดเริ่มอิ่มตัวคือได้ซีดีแผ่นที่ต้องการ ก็เกิดการจับกลุ่มเม้าท์ โดยยึดพื้นที่ร้านบริเวณชั้น 2 ทั้งหมดเป็นของเราครับ ช่วงเวลาในร้านนี้เป็นอีกช่วงที่เราได้ใช้ไปกับการทำความรู้จักกันครับ มีการถามสารทุกข์สุขดิบ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ เรื่องงาน เรื่องของหัวใจ เรื่องของ lifestyle ต่างๆ ไม่ว่าจะเพลง ดนตรี ภาพยนต์ และหนังสือครับ
ช่วงเวลานี้เองผมชอบมากๆครับ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายเลย จากการฟังสมาชิกในกลุ่มคุยกัน เจ๊เอียดกับมนุษย์เพลงจะอ่านหนังสือแนวเดียวกัน ผู้ประพันธ์ชื่ออะไร ปลายๆ แสงๆ นี่แหละครับ เห็นบอกว่าเป็นหนังสือที่ดีมากๆ ผมเลยรบกวนคุณมนุษย์เพลงไปซื้อมาให้ด้วยครับ (หน้าด้านมากๆ) คุณ pastelSalad ก็ชอบเพลงแนวเดียวกับคุณพ่อน้องเบลล์ครับ) คุณมนุษย์เพลงกับพ่อน้องเบลล์จะดูหนังแนวเดียวกันครับ ซึ่งผมก็ไม่รู้เรื่องเช่นเคย
สรุปคือกรูเอ๋อครับ คิดในใจ
เฮ้ย!!! หนังสือเชี่ยไรวะ ทำไมไม่เคยได้ยิน
เฮ้ย!!! คนนี้ก็ไม่รู้จัก
เฮ้ย!!! หนังเรื่องนี้กรูก้ไม่เคยดู
เฮ้ย!!! มันเป็นซี่รี่สืเนื้อเรื่องต่อกันด้วยเหรอ
เฮ้ย..เฮ้ยๆๆๆๆ
ไม่น่าเชื่อแต่ก็จริง ว่ากลุ่มชาย 3 หญิง 1 สัตว์ประหลาด mutant อีก 1 จะอยู่ในร้านนี้ถึงเกือบ 3 ชั่วโมง เพื่อซื้อซีดี และคุยกันมากมายกันอย่างสนุกสนานครับ น้ำหมากกระจาย
สุดท้ายก็ได้ซีดีกลับไปกันไม่ต่ำกว่าคนละ 3 แผ่นครับ มีคุณมนุษย์เพลงสอยไป 1 แผ่น ครับ ผมเดาว่าเค้าฟังเพลงเยอะมากๆครับคงมีเยอะแล้ว ( ผมมารู้ทีหลังด้วยว่า คุณมนุษย์เพลงไม่เคยโหลดเพลง หรือซื้อพวกเทปผี ซีดีเถื่อนเลยด้วยครับ)
23.30 น. โดยประมาณ
เรานั่ง TAXI ไปสีลมตามแผน เพื่อจะไปชิม Mikes Burger ครั้งนี้เราได้แค่ไปดูครับ ถึงจุดประสงค์หลักเพื่อกินก็จริง แต่บรรยากาศในร้านไม่เหมาะกับการนั่งคุยกันครับ อีกอย่าง burger ชิ้นเท่าเจี๊ยวช้างครับ ถึงผมจะชอบของใหญ่ แต่ก็ไม่ไหวครับ เราเลย move ไปฝั่งตรงข้ามคือ ร้านชื่อ Bug & Bee ครับ ถึงจะดึกมากแล้ว แต่คนเต็มร้านเลยครับ
ทั้งร้านเต็มไปด้วย ตุ๊ด เกย์เล็ก - ใหญ่ เกย์เฒ่า คนทำมาหากินทั้งชายและหญิงครับ จริงๆทั้งถนนเลยก็ว่าได้ครับ คนเหล่านี้เดินเพ่นพ่านไปหมด ไม่น่าเชื่อครับ ค้างคาวบินกลับเข้ารัง แต่คนเหล่านี้เพิ่งออกมาหากิน
เราต้องเดินมาถึงชั้นบนสุดครับ ถึงจะมีที่ว่าง อาหารที่นี่จัด display ได้ดีพอสมควรครับ เมนูก็ทำออกมาได้ดี ทั้งๆที่เป็นตึกแถวห้องเดียว ผมมารู้ทีหลังว่าร้านนี้เปิด 24 ชม. ครับ บ้าพลังมากๆ อาหารทำออกมาได้ดีดังภาพในเมนู รสชาดก็ดีครับ จัดเรียงได้ไฮโซมากๆ เมนูแนวอินเตอร์หลากลายดีครับ น้ำแก้วใหญ่มากๆ
ตุ๊ดๆๆ (ใครจุดธูปอันเชิญกรูอีกแล้ว)
กรี๊ดครับกรี๊ด แม่น้องเบลล์ โทรมาเช็คเรตติ้ง ว่าทำไมคุณ Old Mustang ไม่กลับบ้าน ทั้งๆที่จะเที่ยงคืนแล้ว บรรยากาศเกิดมาคุเล็กน้อย ลอยมาปกคลุมเฉพาะโต๊ะที่เรานั่ง ผมเข้าใจคุณแม่น้องเบลล์นะครับ ไม่ใช่โทรมาเช็คว่าไปเที่ยวไหนแบบไม่ดีหรือเปล่า แต่เป็นห่วงน่ะครับ ตอนนั้นจะเที่ยงคืนแล้วครับ ดีที่คุณพ่อน้องเบลล์เล่นไสยศาสตร์ มีวิชาสาลิกาลิ้นทองครับ เลยรู้ว่าพ่อน้องเบลล์ยังคงอยู่รอดปลอดภัยครับ เพราะผมได้ไปอ่านเอ็นทรี่นี้ก่อนครับ ฮ่าๆๆ
นี่เป็นช่วงสุดท้าย ที่เราได้มีโอกาสนั่งจริงๆคุยกันครับ แลกเปลี่ยนข่าวสารอีกรอบ แต่ครั้งนี้ครบองค์ประชุม คุยกันเพลินเลยครับ ผมสั่งน้ำปั่นที่มันเรียกว่า ALOHA ก็แปลกๆครับ คุณมนุษย์เพลงดูดน้ำสีม่วงๆจ๊วบๆเจอแซวด้วย ฮ่าๆๆๆ คุณพ่อน้องเบลล์สั่งน้ำอะไรไม่รู้สีเขียวๆรสมินท์ น่าดูดเป็นที่สุด (หุหุ) อาหารที่คุณ pastelSalad สั่งมาท่าทางโคตรน่ากินเลยครับ ดูคล้ายๆน่าจะเป็นทูน่า wrap แบบ Au Bon Pan แต่ว่าชิ้นใหญ่มาก แล้วมากินยั่วน้ำลายผมตรงหน้าพอดี คุณพ่อน้องเบลล์ก็พอกัน สั่งพายอะไรไม่รู้น่ากินมากๆ จานใหญ่มาก กลิ่นก็หอมลอยมาโดนจมูก ส่วนผมไม่ได้สั่งอาหารครับ อิ่มกับความสนุกจนพุงห้อยแล้ว
เราออกจากร้านตอน 01.00 โดยประมาณครับ กว่าจะบ๊าบบาย แยกย้ายกันไปก็ 01.15 ครับ
ตรงนี้เองตอนที่จะกลับบ้าน มีอีกเรื่องที่ผมจะบอกว่า ทำไมผมให้พ่อน้องเบลล์เป็น Mr. Fantastic แล้วจะมาเล่าในเอ็นทรี่ต่อไปครับ ว่าเพราะอะไร ทำไม ผมปลื้มมากๆครับ
************************
สรุปคือดีใจครับ ที่ตัดสินใจไปมีทติ้งครั้งนี้ ผมว่าจุดสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เราสนุกกันทั้งคืน โดยงานไม่กร่อย และไม่น่าเบื่อเลย ก็คือทั้ง 5 คนที่ไปมีหัวใจรักในเสียงเพลงและดนตรีจริงๆครับ การที่คนเราไป ยืน เลือกซื้อซีดีกัน 3 ชม. ถ้าใจคุณไม่ให้ ไม่รักในเสียงเพลง ผมว่าแค่ 20 นาที คุณก็บ้าได้แล้วครับ ยิ่งเพลงที่เขาเปิดในร้านนี้จะออกแนว Jazz กับ Classical เท่านั้นครับ เว้นแต่คุณจะอดทนมากๆ หรือรักษาหน้ากันสุดฤทธิ์ หรือต้องการมารอเพื่อจุดประสงค์อื่นๆแอบแฝงครับ
จากการที่เรา 5 คนมาเจอกัน คุณพ่อน้องเบลล์ได้ mention สรุปประเด็นเรื่องนึงขึ้นมาซึ่งโดนใจผมมากๆ และมันเป็นเรื่องจริงมากๆด้วยครับ มันคือเรื่องความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ของคน 5 คน ซึ่งต่างพ่อ ต่างแม่ ต่างถิ่น ต่างสถาบันการศึกษา ต่างสาขาวิชาชีพ และต่างกันในอีกหลายๆเรื่องๆอย่างสิ้นเชิง แต่สามารถมารวมกันได้ มาคบ มาพูดคุยกันได้อย่างสนิทใจ จนกระทั่งสิ่งดีๆทุกอย่างมันมาบรรจบ และบังเกิดขึ้นได้เป็นเพราะว่าเรา
ไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
ทุกคนที่มา มาด้วยใจบริสุทธิ์จริงๆ คืออยากมาซื้อซีดี มาแลกเปลี่ยนความรู้ มาคุยในสิ่งที่ชอบกันครับ คุณพ่อน้องเบลล์บอกว่า ถ้าเมื่อไรมันไม่บริสุทธิ์ หรือมีเจตนาแอบแฝงเมื่อใด เช่นมาขายประกัน หรือเอาสินค้าที่บ้านออกมาโฆษณาขาย มาคุยโม้โอ้อวด มาหาแฟน หรือมาเพื่อจะเอาเรื่องไปเขียนในบล๊อค หรืออยากจะมาเพื่อแซวผมเฉยๆ(ตัวอย่างเหล่านี้ผมพูดเองนะครับ) คือถ้ามีโครงการมีทติ้งครั้งหน้าจริงๆ ผมว่าอย่าได้มาเลยครับ ผมขอร้องเลย เพราะคุณเองก็จะไม่มีความสุขแน่นอน ต้องมายืนรอคนในกลุ่ม ต้องมาเดินในที่ร้อนๆ คนเยอะๆ สกปรก ซกมกมากๆ เมื่อนั้นความรู้สึกที่ดีๆแบบนี้มันจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยครับ แล้วมันก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดต่อใครเลย เสียเวลาไปเปล่าๆครับ (จริงๆนะฮ้า ผมอาจพูดแรงไปนิด ขออภัยด้วยครับ แต่มันเรื่องจริง คือทุกอย่างมันไม่ได้สะดวกสบาย ราบรื่น อย่างที่คิดนะครับ ขอบอก)
ผมบอกเพิ่มได้อีกอย่างว่า คุณเจ้าชายน้อย เป็นที่โดนพาดพิงถึงมากที่สุด ผมเองคุยกับพ่อน้องเบลล์ไว้ตั้งแต่ครั้งแรกแล้วว่าอยากเจอ เพราะว่าคุณชอบเพลงแนว Jazz ครับ แนวเดียวกับคุณพ่อน้องเบลล์เลย แล้วร้านซีดีที่เราไปนี่คือสวรรค์เลยครับของคนรัก jazz (ไม่ใช่รถนะ) มาครั้งนี้คุณเจ้าชายน้อยก็โดนพาดพิงอีกเช่นกันครับ เนื่องจาก คุณมายา (Mayaknight) เคยบอกว่าคุณและพ่อน้องเบลล์ หน้าตาแบบเคาะแบบพิมพ์เดียวกันออกมาครับ เลยทำให้ทั้งผมและพ่อน้องเบลล์อยากเจอยิ่งขึ้นไปอีก
อ้อ มีน้องชายของผมคนนึงผมอยากแนะนำให้คนในกลุ่มรู้จัก น้องคนนี้ชอบฟังเพลงแนวเดียวกับผมครับ ถ้าเขาไม่ติดงานครั้งหน้าคงได้เจอกันครับ
จบแระ
ปล. ผมขอกราบขอโทษทุกคนที่ไปร่วมงานในครั้งนี้ด้วยครับที่ให้ต้องรอนาน ผมไปสายเป็นคนสุดท้ายเลยครับ คือขอแก้ตัวว่า กว่าจะเสร็จงานที่บ้าน 18.10 น. ไปถึงสถานีหัวลำโพงตอน 18.50 ก็ amazing มากๆแล้วนะครับ ก็วิ่งสู้ฟัดจากพระโขนง ไปขึ้นรถ BTS วิ่งต่อ ลง MRT จนไขมันละลายไปเยอะเลยครับ โดยเฉพาะเจ๊เอียดมาตอน 17.50 คุณพ่อน้องเบลล์มา 18.30 คุณ PastelSalad มาหลังคุณพ่อไม่นาน
ปล.2 ขอบคุณคุณมนุษย์เพลงมากๆ ที่เสียสละรถแท๊กซี่ให้ผมกลับก่อน เพราะว่าบ้านอยู่ไกลกว่า (แต่น่าจะใกล้บ้านคุณเจ้าชายน้อยนะ) แล้วก็ภาระที่ผมฝากไปซื้อหนังสือ ทั้งๆที่เราเพิ่งจะได้เจอกัน แต่คุณก็ยอมรับอาสาไปซื้อให้ ทั้งที่ผมยังไม่ได้เอ่ยปาก
ปล.3 ขอบคุณคุณกะจิ๋วหลิวมากๆครับที่โทรมาอวยพรตอนเย็นๆ ให้เราไปเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน เราเกือบจะได้เจอตัวแล้วเชียว ถ้าไม่ติดธุระต้องไปเลือกตั้งต่างจังหวัดเสียก่อน
ปล.4 ขอบคุณเจ๊เอียด ที่ปฏิบัติตนเยี่ยงคนรับใช้ คอยเช็ด จาน ชาม ช้อน ส้อม โต๊ะกินข้าว ให้ผมและเราทุกคน เจ๊เอียดเป็นคนแรกที่โทรหาผมเมื่อคืนวันศุกร์ตอน 4 ทุ่ม มาถามอาการป่วย และมากวน มาจิก
ปล.5 สุดท้ายขอขอบคุณพ่อน้องเบลล์ Old Mustang มากๆครับ ถ้าไม่มีคุณพ่อ ผมว่างานกร่อยแน่ๆ เพราะคุณพ่อคอย lead topics ต่างๆให้เราคุย ทำให้เราสนิทกันได้เร็วขึ้นมาก คุณพ่อมีจิตวิทยาสูง แล้วมองชีวิตเป็น อันนี้ชอบมาก
ปล.6 ถึงผู้อ่านทุกท่านครับ การมีทติ้งครั้งต่อๆไป (เดือนกันยายน) ผมเรียนเชิญให้มาร่วมกันครับ สนุกดี เห็นคุณพ่อน้องเบลล์บอกว่า ไม่ใช่แต่จะพาทัวร์ซื้อซีดี หรือกินอย่างเดียว แต่จะมีการพาทัวร์ไปทำบุญ บริจาคเลือดกันด้วยครับ ใครเลือดชั่วๆแบบผมแนะนำให้ไปฟอกซะครับ หรือไปเอาเลือดชั่วออกก่อน มันจะได้เจือจางครับ
กลัวเขาจะหาว่าพวกเราซูเอี๋ยกัน แต่ว่ายังไงงานนี้ต้องขอบคุณ คุณ ก. มาก ๆ เลยครับ ที่กรุณาสละเวลาเป็นแม่งานให้ ขอขอบคุณจริง ๆ ครับ ยังไงครั้งหน้าอย่าลืมที่เราตกลงไว้เรื่องนั้นนะครับ
แต่สิ่งที่ปอนถนัดที่สุดก็คือเรื่อง "กิน" ครับ กรี๊ดดดดดดดดดมากกว่ากรี๊ดผู้ชายที่เฮีย ก. กวาดไปหมดแล้วไม่เหลือแบ่งปันไว้ให้น้องสาวคนนี้บ้างเลย หากจะชั่งระหว่างผู้ชายกับอาหาร ปอนเลือกการให้ความสำคัญกับอาหารและการกินมากกว่าผู้ชายครับ...
อย่างใจจดใจจ่อครับ
#1 By วัชระ on 2007-08-20 21:53