คุณพ่อขายาว
posted on 10 Jul 2007 00:34 by tarlomak in personalช่วงนี้อาจหายๆไปบ้างนะครับ งานเยอะจัด + เพื่อนบ้านข้างบล็อกที่เป็นชายก็หายๆไปหลายคนครับ เลยหมดกำลังใจ ผู้ชายเหล่านี้มีเรื่องธุระมากมายที่ต้องทำจึงหายไปครับ ก็มี กะเหรี่ยงย้ายบ้าน, มีหนุ่มหล่อไปเขมรหวังได้สยิว, รั้วของชาติก็งานยุ่งมาก, คุณปลื้มของผมติดสอบ mid term, คุณพี่ตาแดงหายไปเฉยๆ, น้องชายแอ๊บสาวก็ไปทำวิทยานิพนธ์, มนุษย์ค้างคาวดันป่วยเป็นหวัด (คนนี้สมน้ำหน้า หุหุ) บางคนทนรออ่านไม่ไหว เกิดอาการลงแดง ปากเปรี้ยวเจี๊ยวเต้น แปลกมากๆครับ อยากรู้ไผเป็นไผ ใช้เม้าส์จิ้มมันเลยครับ
มีหลายบล็อกของเพื่อนบ้านที่ไม่ได้เข้าไปเลย บางทีเข้าไปก็อ่านไม่ไหว ยิ่งมีภาพหรือวีดีโอแฝง ยิ่งไม่ไหวครับเพราะต้องอ่านจากพีดีเอ ตอนเดินไปเดินมา หรือนั่งประชุม (ผมแทบก้นไม่ติดเก้าอี้เลยครับ) พอจะว่างกำลังพิมพ์เม้นท์ ไอ้นู่นไอ้นี่ เรียกอยู่ได้ เลยไม่ได้เม้นท์ครับ วันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ต้องไปทำงาน สุดยอดมาก แต่ไม่เป็นไรครับ จะลาออกแล้ว โฮ่ๆๆ
(
คนอ่าน : จะออกทำไม ?? แล้วอาม่าล่ะ ทำไง ใครจะจ่ายค่ารักษา ????
มนุษย์กล่อง : อ่านข้างล่างให้จบก่อนสิวะครับ
)
เพื่อเป็นการประจานตัวเองแบบ open up (อีกครั้ง) เอ็นทรี่นี้จึงขอเขียนถึงพระราชบิดาแห่งลุ่มน้ำแยงซีเกียงของผมครับ พูดง่ายๆ พ่อกูเอง เนื่องจาก HE คงอิจฉาที่อาม่าได้ถูกผมเขียนถึงไปแล้วเต็มๆหนึ่งเม็ด ช่วงหลังๆนี้ HE เลยหงุดหงิดเป็นพิเศษครับ
อย่างที่ทราบๆกันคือทั้งโคตรตระกูลทางฝั่งพ่อและแม่ ขึ้นเรือสำเภามาจากจีนหมด พอมาถึงแล้วก็อพยพไปอยู่ตามแหล่งกันดารต่างๆของประเทศ คุณพ่อผมเป็นคนที่เกิดและโตในพิษณุโลก บ้านอยู่ใกล้วัดที่มี พระพุทธชินราชนั่นแหละครับ ส่วนแม่เป็นคนจังหวัดฉะเชิงเทราอยู่ใกล้วัดหลวงพ่อโสธร (แปลกนะครับ พ่อแม่ก็คนใกล้วัด ทำไมลูกคนนี้มันถึงชั่ว ใกล้นรกเนอะครับ เฮอะๆ) ซึ่งต่อมาทั้งคู่ก็อพยพมาอยู่ที่บางกอกครับ
ครอบครัวคุณพ่อมี 11 ชีวิตจนโคตรๆทำงานในโรงสีข้าว ทั้งบ้านเคยมีเงินเหลืออยู่แค่ 25 บาท พ่อผมต้องกินข้าววันเว้นวัน เพื่อให้น้องๆได้กิน ส่วนครอบครัวทางคุณแม่ไม่ทราบว่าต้นตระกูลคนใดเป็นขุนนางมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จึงรวยมาก มีสมบัติสืบทอดมากมาย คุณแม่ใส่เข็มขัดทองคำแท้ กำไลพลอย แหวนเพชร คือใส่ได้ตั้งแต่ข้อมือยันข้อศอก ข้อเท้ายันขาหนีบก็ไม่ไหมดครับ ต่อมาสมัย 2489 บ้านไฟไหม้ครับ ไม่เหลือไรเลย เศร้ามาก ด้วยเหตุนี้เองทั้งคู่จึงต้องปากกัดหมูปิ้ง ตีนถีบน้องที่จะมาแย่งกินครับ จึงเรียนได้แค่ ม.6
พ่อผมจบม.3 อัสสัมชัญบางรัก แล้วไปต่ออัสสัมชัญพาณิชย์จนจบ ม.8 (งงล่ะสิ#1 มี ม.8 ด้วยเหรอ ยกเว้นแม่ยายผมคงไม่งง ฮุฮุ) แม่ผมจบสตรีมหาพุทธาราม คุณพ่อเก่งภาษาอังกฤษแบบโคตรๆ เพราะเรียนกับบราเดอร์ฝรั่งโดยตรง พูดฝรั่งเศสได้ด้วย ทั้งๆที่ปู่กับย่าผมไม่ได้เรียนหนังสือเลย
ด้วยเหตุนี้เองคุณพ่อผมจะโมโหจนควันออกหู หากผมสอบภาษาอังกฤษไม่ได้เกรด 4 แต่คุณพ่อไม่เคยตีผมนะครับ ใช้แต่สายตาดูถูกเหยียดหยามแทน คุณพ่อรักผมมากที่สุด(เดานะ) เพราะตอนผมเกิดมาเสือกขี้เกียจหายใจ หมอก็ถอดใจแล้วครับ ยกเลิก ไม่ปั๊มหัวใจต่อ คุณแม่ทำใจได้ แต่พ่อร้องไห้เป็นวักเป็นเวร แต่สุดท้ายก็รอด ใครงงหรือไม่รู้เรื่องมาก่อนไปอ่านที่นี่ครับ (งงล่ะสิ #2)
ถึงจะรักผมมากแค่ไหน แต่คุณพ่อผมมีกฏเหล็กในการเลี้ยงลูกดังนี้
ห้ามฟังเพลงไทย เด็ดขาดมึง
อย่ากระนั้นเลย คงจะเป็นเพราะว่า ยิ่งรักยิ่งเคี่ยวเข็ญ พอขึ้นป.2 คุณพ่อมีบัญชามาว่า ห้ามฟัง เพลงไทย โดยเด็ดขาด ตอนนั้นเกือบกรี๊ด พี่เบิร์ดกำลังดัง อดฟังเลย แล้วคุณแม่ก็ช่วยสุดฤทธิ์ไปหาเทป Pat Boone, Fabian, Cliff Richard, Nat King Cole, Tony Bennett มาให้ฟัง (งงล่ะสิ #3 ใครฟะ) ผมก็ทำตามนะครับซึมซับมาเรื่อย แล้วก็ไม่ฟังเพลงไทยตั้งแต่นั้นมา แต่ไม่ใช่ปิดกั้นตัวเองแบบไม่ฟังเลย ก็ถ้าเปิดทีวีมาเจอก็ดู ไปห้างฯเจอก็หยุดฟัง แต่ห้ามซื้อเด็ดขาด ซื้อมา ตาย สถานเดียว ด้วยเหตุนี้เพลงอมตะของผม ที่เคยเขียนไว้จึงไม่มีเพลงไทยเลย บางคนอาจคิดว่าผมกระแดะ ดัดจริต แต่จริงๆเรื่องราวมันมีต้นตอมาแบบนี้แหละครับ
(จะว่าไปแล้วเพลงไทย เกือบ 3 ทศวรรษมานี้ ไม่ได้พัฒนาขึ้นมาเลยนะครับ โดยเฉพาะค่าย RS กับ Grammy คนแต่งเพลงก็คนเดิมๆ คนสอนร้องเพลงก็คนเดิมๆ นักร้องกี่ร้อยรุ่นก็ออกมาร้องเสียงแบบเดิมๆ ทิ้งน้ำหนักเสียงเหมือนกันหมด สุดท้ายคือห่วยและ จำเจมากๆ มีแต่เพลงของพี่บอยด์ โกสิยพงษ์ที่มีคุณภาพ พอฟังได้ ส่วนไอ้โจอี้บอยที่ใครบอกเป็นผู้นำแนวใหม่ของวงการเพลง ก็โคตรห่วยแตก กระจอก สู่ Thaitanium ก็ไม่ได้ครับ)
แต่มันแปลกครับ คุณพ่อยิ่งบังคับผมยิ่งต่อต้าน ภาษาอังกฤษผมไม่เก่งเลย จนกระทั่งมาเข้าเอแบคนี่แหละครับ (คาดว่าทุกคนตอนนี้คงรู้จักความแตกต่างระหว่าง Achieve กับ Archive แล้วเนอะครับ หุหุ) ตอนเรียนจบใหม่ๆสอบ TOEFL ได้ 630 คะแนน ตอนนี้ไปสอบคงได้แค่ 400 คะแนนครับ grammar เดี้ยงไปหมดแล้ว เหลือแต่ใบหน้าที่ยังอินเตอร์อยู่ครับ โฮ่ๆๆๆ
ห้ามดูหนังไทย ละครไทย เด็ดขาดนะมึ๊ง
ยังไม่พอ นอกจากห้ามฟังเพลงไทยแล้ว ห้ามดูหนังไทยละครไทยอีก คุณพ่อเกลียดละครไทยยิ่งกว่าสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดบนโลก เกลียดมากกว่าแมลงสาบที่ลงไปว่ายน้ำในหม้อน้ำแกง ซะอีกครับ คุณพ่อบอกว่าดูแล้วโง่ ไม่ได้อะไร มีแต่ผัวแย่งเมีย เมียแย่งผัว แล้วก็ตบตีกันในตลาด กรี๊ดๆ แบบพวก hysteria งี่เง่า ปัญญาอ่อน ฯลฯ ผมขอไม่พูดต่อนะครับ มันแรงมากๆ ( 3 ทศวรรษต่อมา สิ่งที่คุณพ่อด่าก็เป็นจริง ละครยังมีฉากตบ กรี๊ดๆ มีตัวอิจฉา ทำหน้าเหมือนปวดเมนส์ ขมิบปาก ทำตาเชี่ยๆอยู่ครับ ต่างประเทศเขามี CSI, 24, The West Wing, Heores กันแล้ว เรายังแย่งผัวแย่งเมียตบๆตีๆกันอยู่เลยครับ เฮ้อ)
แต่ผมก็ไม่ได้ทำตามครับ ก่อนพ่อจะกลับบ้านก็เปิดดูละครหลังข่าวทุกวัน เรื่องสุดท้ายที่ดูคือเรื่องที่คุณแหม่ม แคทลียา แมคอินทอช หรือ คุณสตรีเบนโล เล่นเป็น คุณนกยูง ถ้าจำไม่ผิดเล่นกับพี่แท่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วมันฉายตอนอวสานครับ (ชื่อเรื่องอะไรจำไม่ได้แล้ว) วันนั้นคุณพ่อกลับบ้านเร็ว หนังยังไม่จบ พระเอกกับนางเอกยังไม่ได้กันเลยครับ แต่กำลังจะได้ คุณพ่อดันเดินเข้ามาจับได้ ว่าดูละครไทยโง่ๆ น้ำเน่า โมโหมากควันออกตามผิวหนังครับ คุณผู้อ่านครับ รู้มั๊ยพ่อผมทำยังไงต่อ HE หยิบเก้าอี้ไม้ขึ้นมาฟาด ทีวีพังไปทั้งเครื่องเลยครับ จอแตก ไฟที่บ้านดับ SAFE-T-CUT ตัดก่อนตายจริงๆครับ (เชื่อแล้ว) แต่ทำไมมันไม่เตือนก่อนวายวอดวะ จนทีวีกรูวอดวายเลยมึ๊งง ตอนนั้น HURT มากแล้วก็วิ่งร้องไห้เข้าห้องนอน คลุมโปง จับเจี๊ยวเล่นอยู่หลายนาที แล้วก็นอนครับ
ห้ามเล่นวีดีโอเกม เด็ดขาด มึงตาย
ตอนนั้นอยู่ ป.3 ครับ เครื่องวีดีโอเกม Family กำลังดังระเบิดมากๆ อยากได้จัด หลังจากคุกเข่าหน้าส้วม ประท้วงอดข้าว ประชดแม่อยู่หลายวัน แม่ก็ใจอ่อนไปซื้อเกมให้ที่ ร้านม้าไม้ อยู่ที่มาบุญครองชั้น 3 ครับมั๊ง คราวนี้ก็เหมือน scenario ห้ามดูทีวีครับ วันนึงกำลังเล่นแบบเมามันส์มากๆ คุณพ่อโผล่มาจากพื้นปาร์เก้หรือไงกัน เข้ามาประชิดตัว โดยผมไม่รู้เรื่อง แล้วก็เช่นเคย คุณพ่อกระทืบเครื่องเกมจนพังครับ ผมก็วิ่งเข้าห้องนอน คลุมโปงเพื่อไปจับเจี๊ยวเล่นเหมือนเดิมครับ
มึงต้องเรียนสาขาบริหารการตลาดอย่างเดียว
จริงๆผมอยากเรียนกฎหมาย หรือคณะวิศวะ หรืออะไรก็ได้ที่มีเคมีเพราะอยากสังเคราะห์น้ำมันพราย หรือยาเสนห์ได้เองครับ จะได้เอามาป้ายผู้ชายครับ ฮ่าๆๆ ก๊ากๆๆ ว๊ากๆ อ่ะๆๆ
ตอนอยู่ ม.4 ผมได้เป็นตัวแทนโรงเรียนไปคัดเลือกแข่งฟิสิกส์กับคณิตศาสตร์โอลิมปิกเชียวนะครับ (ไม่ได้โม้) แต่สอบตก ไม่เข้ารอบครับ ไม่ติด 100 คน แต่ได้ที่ 108 นะเฟ้ย แต่ก็ทำตามคุณพ่อครับ พอสอบเทียบได้ก็ออกมาเข้าเอแบคเลย ใครอยากเป็นนักธุรกิจก็ต้องมาเรียนที่นี่ทั้งนั้น ตอนนั้นอายุ 15 นะครับ คนส่วนใหญ่อายุ 18 กันแล้วถึงเรียน ผมเรียนๆไปก็ไม่ชอบครับ ชอบวิชาที่มีคำนวณและจะได้ A เสมอ แต่จบออกมาด้วยเกรดไม่ถึง 3.00 ด้วยซ้ำ แต่ก็สนองตัณหาคุณพ่อได้ครับ ทำให้ผมต้องทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนโทในคณะที่อยากเรียนจริงๆตอนแก่ครับเพราะพ่อไม่ยอม support
ยังไม่จบครับ บางคนนึกว่าเรียนจนแล้วพ่อจะไม่บงการชีวิตคุณอีกแล้ว กรูเป็นอิสระ ตีปีกวิสเปอร์ บินไปไหนได้เองแล้ว แต่ชีวิตของผมไม่ครับ ยังมีกฎเหล็กสุดท้าย
มึงต้องเริ่มงานเป็นเซลส์แมนก่อนเท่านั้น
คุณพ่อบอกว่าถ้ามึงไม่ใช่หมอ มึงทำงานจนอายุ 60 ก็ได้เงินเดือนสูงสุด 2 3 แสน เท่านั้น เพราะบริษัทส่วนใหญ่ท่านประธานก็ได้แค่นี้แหละ (คุณพ่อพูดประโยคนี้เมื่อ 10 กว่าปีมาแล้วนะครับ) ตอนนี้ฟองสบู่พั่บๆลอยฟูอยู่ ประธานบริษัทเงินเดือนเป็นล้านยังมีให้เห็น แต่หมอโรคหัวใจโรงพยาบาลเอกชนเริ่ดกว่ามีเงินเดือน 5 - 6 ล้านครับ
ก็เท่าที่ทราบกัน ผมเริ่มงานแรกโดยการไปเป็นเซลส์แมนขายถั่วดำ เอ๊ย เม็ดกาแฟก่อน ซึ่งต่อมาถึงแม้จะเปลี่ยนบริษัทไปแล้วก็ทำตำแหน่งนี้มาโดยตลอดครับ ก่อนจะมาทำงานที่ปัจจุบัน
ในบรรดากฎเหล็กทั้งหมด ผมว่าผมชอบกฎสุดท้ายครับ คือ เราทำงานให้ตายยังไง เงินเดือนก็เท่าเดิม คนที่รวยจริงๆคือเจ้าของบริษัท งานขายมันสนุกกว่ามากตรงที่ เราขายได้มาก เราก็ได้ค่าคอมฯมากเช่นกัน แล้วสิ่งนี้เองที่จะผลักดันเราให้พัฒนาตัวเองตลอดเวลา อ่านข่าวทุกวัน คุยกับคนแปลกหน้าทุกๆวัน ได้สังเกตบุคลิกคน การใช้ชีวิตการตัดสินใจของคนอื่น กินข้าวกลางวันก็กินแบบรีบๆเพราะต้องไปหาลูกค้าต่อ ไม่ใช่กินข้าวก็ตักทีละช้อนๆๆยัดใส่ปาก ค่อยๆเคี้ยว แบบนี้ชีวิตเซ็งตายเลยครับ ผมทำอะไรช้าๆไม่ค่อยได้ครับ หงุดหงิด แต่พอทำเร็วๆก็มีพลาดนะครับ
ถ้าเราค้าขาย เราขยันมากก็ได้มาก เดือนนึงอาจได้มากกว่า 2 หรือ 3 แสนซะอีก คุณพ่อเคยสอนไว้ว่าไม่มีอาชีพอะไรรวยกว่าอาชีพค้าขายอีกแล้วครับ ผมเข้าใจคุณพ่อนะครับ คนที่เคยจนมากๆ ไม่มีข้าวพอกิน ต้องดิ้นรนสุดชีวิต คุณพ่อถึงได้เน้นไปที่เรื่องเงินๆทองๆ เคี่ยวเข็ญให้ผมเก่ง ให้พัฒนาตัวเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทุกวันนี้ถือว่าได้ผล ประสบผลสำเร็จดังหวังหรือเปล่าครับ
ขอตอบคำถามที่ทุกคนสงสัย
ผมจึงคิดว่าจะลาออก จริงอยู่เงินเดือนปัจจุบันเยอะมาก แต่มันก็จะอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆครับ อะไรที่เราทำได้แล้ว เราก็จะทำได้อีก เพราะเรารู้วิธีทำ รู้วิธีแก้ การออกมาทำธุรกิจเองก็เป็นทางเลือกนึง แล้วถ้ามันฟลุ้ค ผมอาจจะมีเงินเหลือเก็บก็ได้ครับ ผมหวังไว้อย่างนั้น คือถ้าผมไม่ตัดสินใจออกมา ผมก็จะกลัวแล้วก็ติดแหง็กอยู่ที่เดิมตลอดกาลครับ
ตอนนี้เริ่มมีบริษัทต่างๆมากมาย โทรมาให้ไปสัมภาษณ์ มี CANON เรียกให้ไปทำเลย แต่ให้เงินเดือนแค่ 6 หมื่น ไม่รวม benefits ต่างๆ แต่ก็ไม่พอครับเพราะต้องผ่อนรถให้ ป๊า ม๊า อาม่า ด้วย นี่ก็คิดอยู่ว่าถ้าไม่มีใครเอา หรือไม่ถูกใจ จะออกมาขายข้าวมันไก่ ขายผัดไทยดีกว่า ครับ
ชื่อเอ็นทรี่นี้ ผมตั้งว่า คุณพ่อขายาว (Daddy Long Legs) ผมต้องการจะบ่งบอกว่า พ่อแม่เรา ต่อให้เคี่ยวเข็ญเรายังไง ด่าเรายังไง ตีเรายังไง ไม่ใช่เพราะเขาแกล้งเรา หรือไม่ต้องการให้เรามีความสุข ท่านทำไปเพราะว่าท่านเห็นถึงอนาคตที่โหดร้ายรออยู่ข้างหน้ามากกว่าครับ ความสำเร็จของเราที่ได้ในวันนี้ วัตถุสิ่งของที่เราทึกทักเอาเองว่าเป็นของเรา ของที่ว่าเราเอาเงินเราซื้อมาเอง สิ่งเหล่านี้ไม่ว่าเราจะมีมากหรือน้อย ถ้าคิดให้ดี มันเกิดขึ้นได้ มันมีได้ เพราะพ่อแม่เราให้ทั้งนั้น ถ้าพ่อแม่ไม่ทำงานจนหัวใจแทบขาด ไม่ส่งเราเรียน หาข้าวให้กิน หาบ้านให้อยู่ เราจะมีสิ่งของเหล่านี้รึ
จบแระ
ปล.1 ไม่ได้อู้ แต่ไม่ว่างจริงๆครับ ใครเข้ามาเช็คบ่อยๆ ผมขอบพระคุณจริงๆครับ (ไม่ได้ดัดจริตยอนะ)
ปล.2 พอตอนนี้แก่แล้วสมองกลับ วิ่งไปคลองถมซื้อ PS2 มาเล่น หลังจากเก็บกดมากว่า 20 ปี งงมาก ปุ่มก็เยอะ ชอบ Street Fighter, Tetris, Mario ฯลฯ
ปล.3 ใครมีไอเดียอะไร แนะนำให้ผมทำเป็นอาชีพ ช่วยๆแนะนำด้วยนะครับ
ปล.4 ตอนนี้กำลังติดสัด เอ๊ย มีความรักครับ กับคนบางคน(หรือสัตว์วะ) ฮุฮุ โงหัวไม่ขึ้น กินไม่ได้นอนไม่หลับ เชียวนะครับ
ปล.5 เอ็นทรี่หน้ามีการจิกตบเพื่อนบ้านด้วยครับ ยังเขียนไม่เสร็จ ตบรายตัวด้วยนะครับ ฮุฮุ
ปล.6 คุณมุมนึงของชิวิต หรือคุณพี ... มัน เอ๊ย เขาคนนี้สามารถแกะรหัสลับ DavinCi Code อ่านชื่อบล๊อคของผมออก คุณเก่งมากครับ น่ากลัวว่ะ นี่ก็ไม่รู้ว่าเขาแกะร่องรอยมาจะเจอบ้านผมหรือเปล่าเนี่ย กลัวเจอแฟนเพลงข่มขืน ฮุฮุ
***********
ถึงคุณหนุ่มชุดดำ
คุณเคยถามผมเรื่องงานครั้งนึง ถ้าหากในอนาคตวันนึงคุณเกิดเบื่อ เซ็ง ปลงกับประเทศไทย หรือสิ่งที่ทำอยู่จริงๆแล้วล่ะก็ ขอแนะนำให้มาเป็นครูฝึกในฟิตเนสดีกว่า คุณอึดอยู่แล้ว พื้นฐานดีกว่าคนพวกนี้ซะอีก ผมเพิ่งทราบว่าครูฝึกที่มีคนจ้างมาทำ Personal Trainer แบบที่ผมเอาเงินไปฟาดหัวเนี่ย ได้เงินเดือน 5 หมื่นอัพครับ โอ้วแม่เจ้า
ถึงคุณพ่อน้องเบลล์ Old Mustang
ผมเข้าไปอ่านเว็บคุณพ่อตลอดนะครับ แต่ยังไม่ได้เม้นท์ เพราะมันยาว อ่านแล้วงงๆ ขอเวลาคิดก่อนครับ ก่อนจะไปจัดอันดับ Phantom o the Opera ให้นะครับ แล้วตัดสินใจโรงเรียนของน้องเบลล์ได้หรือยัง
ถึงคุณมายาว่าที่แม่ยาย
ขอโทษครับที่ให้รอ งานเยอะครับ แล้วก็งอนนิดๆ ที่คุณแม่หวงลูกชายเกินเหตุมีการสับขาหลอกผม ขนาดให้เว็บหลอกๆ บอกว่ามีเบอร์ติดต่อของลูกชายสุดหล่อ พอเข้าไปเจอแต่วัตถุอะไรก็ไม่รู้ จี๊ดมาก
ถึงทุกคน
ไอ เลิฟ กิ้ว จริงๆนะครับ
หรือว่าเฮียจะเอามาใช้เป็นข้ออ้างในการขี้เกียจอัพบล็อกกันแน่

หลงรักสาวสวยจนหัวทิ่มหัวตำ เอาหัวโหม่งหมอนจนยกไม่ขึ้น แล้วจะมายุ่งอะไรกับลูก ชายฉ้านนนน...คะ จะเอาเบอร์ลูกชายให้ได้ เอาเบอร์แม่ไปก่อนแล้วกัน XX9828583X ..แต่ระวังนะ จะมีเสียงหวานๆ กรอกมาทางสาย สวัสดีคะ บ้านผู้พันเหมคะ..ฮิ้วๆ
#52 By MayaKniGht on 2007-07-11 15:09