อู้งาน

posted on 05 Jul 2007 23:06 by tarlomak  in personal

บางคนทราบแล้วว่าคืนวันที่ 4 ก.ค. ผมต้องทำงานจนถึงดึกๆดื่นๆ ทำเสร็จจริงตีห้าพอดี การจัด EVENT แบบมโหฬาร ถ้าไม่คุมทุกฝีก้าว แล้วงานเกิดพลาดขึ้นมา ลูกค้าเจ้าของงานไม่แฮปปี้ เรียกร้องค่าเสียหาย บริษัทต้องชดใช้วันละเป็นแสนๆนะครับ เนื่องจากงานทำให้พลาดโอกาสสยิวกับครูฝึก(อีก)แล้ว เซ็งจริงๆ

แต่ที่เศร้าจริงๆคือ ผู้ชายหาย ครับ
คือคุณหนุ่มชุดดำ หล่อล่ำ (Blackop) ที่บอกว่าจะมาเป็นเพื่อนตอนแก่ของผม แล้วจะมาเล่นเกม Winning แบบเซ็กส์หมู่กับผม พร้อมกับคุณเจ้าชายน้อย หายไปครับเงียบกริบ หายไปในกลับเมฆไม่มาเม้นท์ แง๊ เสียใจอย่างแรง


คิดหนักจนคิดจะกระโดดสระว่ายน้ำเด็กอนุบาลตาย หลังจากที่คิดอยู่นานว่าจะกระโดดน้ำท่าไหนดี ให้ศพออกมาหน้าเหมือน แดเนียล วู(Daniel Wu) แบบนี้


คิดไปคิดมาถึงได้รู้ว่า ต่อให้กระโดดท่าไหนศพของผมออกมา หน้าก็คงไม่หล่อไปกว่า บ๊วย-เชษฐวุฒิ แบบนี้แน่นอน

จึงเลิกคิดสั้นครับ แล้วทำงานต่อ

หลังจากเสร็จกิจ ก็ขับรถกลับบ้านถึงบ้านตีห้าครึ่ง ก็ลากอาม่าออกมาฉี่ อึ ตามปกติ ตอนนี้ตัดสินใจไม่นอนแล้ว วันนี้ไม่ต้องพาอาม่าไปโรงพยาบาล แต่วันนี้ต้องพาหลานสุดรัก สุดหวงแหนไปงานโรงเรียน คือโรงเรียนอนุบาลที่เรียนอยู่ เป็นแคมปัสสำหรับเด็กเล็ก อยู่ตรงเอกมัย (ใกล้ๆบ้านครับ) จะทำการปิดโรงเรียน ไปรวมกับแคมปัสอื่นที่ดอนเมือง เพราะเด็กนักเรียนน้อยมาก คือเตรียมอนุบาล จนถึงชั้นอนุบาล 3 เนี่ยมีเด็กรวม ไม่ถึง 50 คนครับ

ตอนแรกกะจะไปส่งแล้วแต๊ด แต๊ด เดินเล่นในโรงเรียนแป๊บนึงแล้วก็จะกลับครับ แต่ไหนๆเมื่อวานก็ทำงานไปแล้วตั้ง 20 ชั่วโมง (เท่ากับข้าราชการทำงาน 3 วัน ฮุฮุ) ก็เลย ขออู้หน่อยเถอะ โทรไปบอกที่ออฟฟิศว่าขอนอน 4 ชั่วโมงก่อน แล้วจะกลับไปช่วงบ่ายๆเย็นๆ

แต่สาเหตุที่อู้จริงๆแล้วคือ วันนี้คุณครูทุกคนมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อฉลองปิดโรงเรียน รวมทั้งผู้ปกครองของเด็กๆด้วย โดยที่ครูและผู้ปกครองบางคนหล่อล่ำและหุ่นดีโคตรๆ (ถึงรู้ว่ามันแต่งงานมีลูกแล้วก็ยังเนียนเข้าไปจีบ แกล้งคุยโน่น คุยนี่) ทำให้มีของน่าดูชมมากมายครับ แล้วจะกลับไปออฟฟิศทำไมครับ

ลืมบอกหลานผมคนนี้เรียนอยู่ที่ Harrow International School ซึ่งแปลกมากค่าเล่าเรียนผมก็ต้องมาช่วยออก(ซึ่งมันมิใช่น้อยเลยครับ)เพราะพ่อ แม่ มันตังค์ไม่พอ เนื่องจากหลานคนนี้ผมเลี้ยงมากับมือ เพราะช่วงที่เขาเกิด ผมตกงานพอดี และกำลังเรียนต่อโทตัวที่ 2 ตอนนั้นอยู่บ้านเฉยๆ ช่วยเลี้ยงทำทุกอย่างจนเดินได้อ่ะครับ (โดยไม่มีพี่เลี้ยงนะครับ พ่อแม่ของมันก็ทำงานกันทั้งคู่) ผมรักมัน เอ๊ย หลานคนนี้มาก จนเผลอนึกว่าเป็นลูกตัวเองผมว่าผมเข้าใจแล้วครับ ว่าคนที่แต่งงานแล้วมีลูกคงมีความรู้สึกแบบนี้ คือความสุขแบบโคตรๆ ผมเองคงไม่มีลูก เว้นแต่หลับหูหลับตาทำมันขึ้นมา และถึงแม้ผมจะไม่ใช่พ่อแม่มัน แต่รักมันมากกว่าชีวิตผมเองซะอีก

ผมมีความสุข ที่ได้เห็นพัฒนาการของเขา เติบใหญ่
ความสุขที่ได้เห็นเขายิ้ม เขาหัวเราะ กับเพื่อนๆ
ความสุขที่พาเขาไปดูหนังในโรงแล้วมันร้องโอ้โห
ความสุขที่ได้เห็นมันกระโดดตัวลอย เมื่อผมซื้อของขวัญหรือของเล่นให้
ความสุขที่ทำอาหารไมโครเวฟ กึ่งสำเร็จรูป แล้วเขาบอกอร่อยมาก
ความสุขแค่ได้เดินจูงมือนิ่มๆเล็กๆ ไปไหนต่อไหน
ความสุขที่ได้อุ้มแล้วได้กลิ่นตัวหอมๆของเด็ก
ความสุขที่มันมาจุ๊บหน้าผากและแก้มทั้งสองข้าง ก่อนลงจากรถเดินเข้าโรงเรียนทุกวัน
ความสุขที่ได้ยินมันพูดว่า เย้ วันนี้ อา ก. มารับกลับบ้าน ในบางวันที่แว่บจากออฟฟิศมารับ
ความสุขที่ได้พามันไปเที่ยวสวนสัตว์ แล้วมันได้เห็นสัตว์เหมือนในหนังสือเรียน
ความสุขที่พามันไปสวนสนุกดรีมเวิร์ลด เจอบ้านยักษ์และสัตว์ประหลาดมากมาย
ความสุขที่เห็นมันบวกเลข และอ่านหนังสือได้ ทั้งไทยและอังกฤษ
ความสุขที่ได้รู้ว่าผมแข็งแกร่งกว่าเขามาก และได้มีหน้าที่ต้องคุ้มครองดูแลชีวิตน้อยๆ
ความสุขตอนที่มันวิ่งเข้ามากอด เมื่อมันเห็นผมทำหน้าเครียดเชี่ยๆหรือทะเลาะกับหมา
ความสุขที่ได้ให้เงิน 1 บาทเพื่อแลกกับการท่องศัพท์ภาอังกฤษ 1 คำ และมันดีใจมากจนต้องรีบวิ่งไปหยอดกระปุก
ความสุขที่ได้ซื้อ DVD อุลตร้าแมน ฮาโตริ โดเรมอน ให้มันทุกแผ่นที่วางขายในตลาด
ความสุขที่ได้พามันไปจับมือกับอุลตร้าแมนตัวเป็นๆ ในงาน All Star Heroes เมืองทองธานี และมันยิ้ม ดีใจมากจนวิ่งบอกคนทั้งบ้านว่า วันนี้ได้เจออุลตร้าแมนตัวจริงๆด้วย
ความสุขที่ได้ติ่นมาตอนเช้า เจอมันแปรงฟัน ใส่เสื้อ กางเกงนักเรียนได้เองแล้ว
และอีกมากมาย เขียนให้ตายก็ไม่หมด เพราะทุกวินาทีที่ผมรักมัน ผมมีความสุขมากๆครับ

ผมไม่อายที่จะบอกว่าอิจฉาคนที่เป็นชายจริง หญิงแท้ คนที่สามารถแต่งงานตามกฎหมายได้ และมีลูกด้วยกัน
ไอ้ตัวผม อนาคตเป็นยังไงไม่มีใครรู้ แต่ผมคิดว่าการที่มีลูกทำให้ชีวิตมีความหมาย ทำให้การงานต่างๆที่ทำ เงินทองที่ได้ ไม่ใช่แค่เพราะตัวของเราหรือเพราะสิ่งของ แต่เพราะอนาคตที่ดีที่สุดของลูกต่างหาก

ผมเข้าใจแล้วว่าความรักคือการให้โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ใช่การรอให้คนที่เรารักมาทำดีกับเราหรือมาแสดงความรักทั้งทางกายและใจกับเรา การให้ในที่นี้คือการยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่เรารักมีความสุขที่สุด ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็แล้วแต่ต่างหาก

เอ๊ะ นอกเรื่อง มาดูภาพงานวันนี้กันเลยครับ

ตึกโรงอาหารครับ ด้านหลังโรงเรียน

มันลงทุนจ้างบ้านบอลมา 4,500 บาทสำหรับ 3 ชั่วโมง
(ฝรั่งทางซ้ายชื่อ Mr. Tyler ครับ เป็นหัวหน้าครู ไม่หล่อเลยแถมหัวล้าน แต่กล้ามใหญ่มาก หน้าอกฟิตมาก หน้าท้อง six pack โอ้วแม่เจ้า น้ำลายหยดแหมะๆๆ ที่รู้เพราะไปฟิตเนสด้วยกัน เป็นเพื่อนสนิทกันไปแล้วครับ เปลี่ยนเสื้อพร้อมกันทีไร แทบจะกระชากผ้าเช็ดตัวมันออกมาแน่ะครับด้วยความสงสัยอยากดู แต่เนื่องจากเอาธรรมะเข้าข่มสำเร็จ เลยยั้งใจไว้ได้)

หลานผมเอง คนไหนไม่บอก (ไอ้เสื้อส้มนั่น ไม่ใช่ผมนะครับ ยังไม่ได้แปลงเพศโว้ย ยังคงชอบและภูมิใจในกล้วยหอมของตัวเองอยู่) ส่วนอาจารย์ฝรั่งหญิงคนนี้เป็นคนที่ดีมากๆและรักเด็กมากๆ หัวใจประเสริฐจริงๆ ทำให้ผมเลิกคิดว่าฝรั่งแล้งน้ำใจไปเลย ในทางกลับกันคนไทยนี่แหละ ชั่วมากที่สุดแล้ว

ดูเด็กๆน่ารัก แต่งหน้ากันสุดฤทธิ์ ที่เห็นหน้าหมวยๆกันนี่ มีชื่อน้องเกรซ (grace) น้องแคลร์(Clair) น้องลินด์เซย์ (Lindsey) นะครับ

แล้วในที่สุด แผนชั่วๆของผมก็เริ่มขึ้น คือเด็กๆจะมีเรียนกันตามปกติด้วย ช่วงที่รอพักครึ่ง ก็ชวนคุณพ่อชาวญี่ปุ่นโคตรหล่อ ล่ำ แบบว่าหล่อจนผมอายมาก จนผมเดินเข้าไปชวนทาน Starbuck กันที่ Big C เอกมัย ซึ่งอยู่ห่างกันไม่กี่ร้อยเมตร แล้วก็จูงมือกันไปสองคน ฮุฮุ ผมรอโอกาสนี้มาเกือบ 2 ปีแล้วครับ ในที่สุดก็สำเร็จ คุยกันน้ำหมากกระจาย สนุกมากๆ หัวเราะกันเกือบ 2 ชั่วโมงแน่ะครับ ทั้งที่ๆมันก็พูดแค่

โอ้

กุ๊ดๆ

เย่สส (จะเยส ก็ไม่ จะ เย่ ก็ไม่เชิง)

เรียลลี๊(really)

โน่ๆๆๆ อาโนๆๆ

แล้วก็อะไร หวอๆ เหวอๆ โตะๆๆ มะๆๆๆ

เชี่ยอะไรของมันก็ไม่รู้ แม่ม ภาษาเชี่ยอะไรวะ นี่ลูกมึงเรียนอินเตอร์นะเนี่ย แล้วตัวพ่อมันพูดได้แค่เนี่ยะนะ แต่ก็ไม่สนใจครับ เพราะจุดสำคัญจริงๆคือการได้มองเป้ามัน กับหน้ามันแค่นั้นแหละครับ แค่มันยิ้มหัวใจก็สลายแล้วครับ

ความชั่ว Part II หลังจากเม้าท์กันกระจายก็เดินกลับมาโรงเรียนใหม่ครับ หลานผมออกมาพอดี มีปาร์ตี้ครับ กินเลี้ยงกันอย่างสนุกสนาน ก็เอาอาหารที่มีอยู่ยัดๆๆๆ ใส่ปากเข้าไปให้มันอิ่ม แล้วก็ไล่มันไปเล่นกับเพื่อนแล้วจีบ William ต่อ

คุณวิลเลี่ยมนี่เป็นพ่อของเพื่อนห้องเดียวกันกับหลานผม ลูกมันชื่อ Cradice หล่อโคตรๆ เห็นหน้าแล้วหลงรักทันที เสียดายที่อายุ 6 ขวบเอง ทำให้ผมเข้าใจพวกโรคจิตชอบตุ๋ยเด็กเลยครับ ฮุฮุ พอดีได้โอกาสเห็นมันทำหน้าเซ็งๆเลยชวนมันบอกประมาณว่า ไปดื่มกาแฟกันเถอะ ไปหามุมเงียบๆนั่งคุยกันดีกว่า วันนี้ตื่นเช้ามากเลย อยากทานกาแฟมากๆ ทั้งๆที่กลิ่นกาแฟลอยออกมาจากปากผมจนจะจิ้มตามันอยู่แล้ว สุดท้ายก็สำเร็จ วิลเลี่ยมหล่อมาก แต่ไม่ล่ำ มีการแลกเบอร์มือถือกันด้วย โฮะๆๆๆ
(ทั้งนี้คุณวิลเลี่ยมและญี่ปุ่นล่ำ นึกว่าผมเป็นพ่อแท้ๆของหลานผมครับ คือสรุปง่ายๆ ผมยอมโกหกตกนรกหมกไหม้อ่ะครับ เพื่อได้ผู้ชาย น่าสมเพชเนอะ)

ไร้สาระเข้าไปทุกทีแล้วครับ

สรุปประเด็นวันนี้
1. มีเพื่อนบ้านหลายคนที่เข้ามาเม้นท์แล้วพูดทำนองว่าจะไม่แต่งงาน จะอยู่คนเดียวตลอดชีวิต ตอนแรกผมนึกว่าเขาพูดเล่น แต่เนื่องจากเขาเหล่านั้น confirm โดยการย้ำแบบเดิม จึงทำให้ผมเชื่อว่าเขาคิดแบบนั้นจริงๆ แล้วเกิดความสงสัย ทำไมเขาคิดแบบนั้นกันครับ ขนาดผมเป็นพวกลักปิดลักเปิด ผมเองยังอยากมีลูก แต่งงานมีครอบครัวเลยครับต่อให้ต้องแต่งงานกับผู้หญิงแล้วทำลูกก็ยอม ผมจึงอยากเจอตัวเป็นๆของเขาเหล่านั้นแล้วคุยให้กระจ่างครับ

2. ไม่ว่าผมจะมีความสุขกับการได้รัก ลูกหลอกๆ ของผมแค่ไหน แต่เมื่อไรที่เห็นมันร้องไห้ ผมแทบจะร้องไห้ตามเลยครับ หัวใจแตกสลายทันที ทรมานมากๆ ไม่รู้ว่าคนที่เป็นพ่อเป็นแม่จริงๆ คนอื่นๆรู้สึกเหมือนผมหรือเปล่า วันนี้ผมเห็นหลานของผมร้องไห้ตอนที่ ไอ้ Tyler มันบอกว่า ให้เพื่อนๆ say good bye กับคนที่ไม่สามารถย้ายตามไปเรียนที่แคมปัสดอนเมืองได้ หลานผมตามไปไม่ได้หรอกครับ ไกลมากๆ ไม่มีคนไปส่งน่าสงสาร "หนู ภ. " ที่สุด

3. พูดถึงเรื่องการลาจาก ตอนนี้ระบบ CIS ที่ทำมันเวิร์คแล้ว เท่ากับงานหลักๆของผมหมดแล้วครับ คาดว่าอีก 1 2 เดือนคงลาออก ตอนนี้เริ่ม ร่อน แล้วครับ ไม่ใช่ร่อนเอวส่ายเจี๊ยวนะ ร่อน resume ต่างหาก อยากทำงานที่ถนัดคือเป็นฝ่ายขาย ได้พบเจอคนมากมาย ที่ไม่ใช่ไฮโซตอแหล หรือถ้าหางานไม่ได้ก็คงจะมาทุ่มเต็มที่กับบริษัทที่ผมกับญาติๆตั้งขึ้นมา (ขอยังไม่บอกว่าทำอะไร แต่ทำมาแล้ว 3 ปี ยังไม่ค่อยเวิร์คเท่าไรครับ)

4. อ้อ ตอน 4 โมงกลับไปทำงานต่อ เริ่ดมั๊ยครับ จนถึงตอนอัพบล็อกนี่แหละ คือยังไม่ได้นอนเลย

คิดถึงทุกคนเลยต้องมาเขียน

หากผมเขียนบล๊อค หรือไปเม้นท์ที่บล๊อคของท่าน พาดพิงใคร ล้อเลียน หรือแซวใครแบบเกินเลย ล่วงเกินจนเกิดความเสียหาย หรือทำให้ไม่สบายใจ คิดมาก เครียดจนประจำเดือนมาไม่ปกติ

ผมต้องขอกราบขอขมาด้วยนะครับ คือบางครั้งไม่ได้ตั้งใจครับ (ไอ้ที่ตั้งใจก็มี) เวลาเขียนแล้วติดลมบนเหมือนว่าวอ่ะครับ


ปล. อู้งานแต่ไม่อู้อัพบล๊อคนะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

old mustang : อยากไปๆๆ วันไหนก้ได้ครับ คุณพ่อนัดมาเลยดีกว่า

เจ๊เอียด : น้องสาว 4 คนเลยหรือครับ โหดร้ายกว่ามีลูกอีกครับแบบนี้ ขอให้คุณมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงนะครับ เป็นห่วง การดูแลใครนี่มันเหนื่อยจริงๆนะครับ ใครไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอก

#51 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-10 17:29

Old Mustang : ไปครับไป วันเสาร์ดีม๊ยครับ

เจ๊เอียด : ขอให้คุณมีร่างกายแข็งแรงนะครับ การดูแลใครนี่เหนื่อยมากๆนะครับ ใครไม่เจอกับตัวไม่มีทางเข้าใจ แต่คุณนี่ 4 คนเลยเหรอครับ ทำได้ไง

#52 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-10 17:32