น้ำตาลูกผู้ชาย

posted on 30 Jun 2007 23:46 by tarlomak  in Gibberish

ช่วงนี้อยู่ในภวังค์ วังวนอะไรบางอย่าง หัวมึนๆงงๆ พอปัญหาหมดไปอย่าง มีเพิ่มมาอีกสองอย่าง

ปัญหาแรกคือระบบ CIS ที่ดีไซน์ไว้ เมื่อเริ่มทดลองระบบ ปรากฏว่า นิ่งเงียบ ผิดพลาดอย่างแรง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฐานข้อมูลแบบเก่าและใหม่ลิงค์กันไม่ได้ กรี๊ด ดีนะที่ไม่มีใครรู้ ว่ามันไม่เวิร์คเพราะผมทำคนเดียว ผมแก้ผ้า เอ๊ย แก้คอมพิวเตอร์ นั่งจิ้มๆๆ แก้ไข ตั้งแต่ 1 ทุ่ม ยันตี 2 ก็ยังไม่เวิร์ค กรี๊ด ตายแน่ๆ ยังไม่ทันได้เป็น ดร. เลย ได้กลายเป็น ด๊อก (ดีโอจี ด๊อก) หมาก่อนแน่ๆครับ เจอไล่ออก

เรื่องนี้เอาไว้ก่อนครับ เผื่อสาวกของเจ๊ มาแอบเปิด exteen อ่านแล้วเอาไปบอก ผมอาจจะซวยยิ่งกว่านี้ครับ

ใครคิดว่าห้างสรรพสินค้าเปิด 10 โมง ปิด สี่ทุ่ม แล้วหลังจากนั้นก็ปิดไฟหมด ไม่มีคนเดิน ผีหลอก มีแต่ยาม คุณคิดผิดแล้วครับ ในห้างเอง ส่วนที่เป็นโซนพลาซ่า ร้านค้าเช่าเนี่ย จะมีคนเดินเพ่นพ่านกันทั้งคืน จนถึงเช้าครับเพราะร้านค้าต่างๆมีการตกแต่ง ต่อเติม ซ่อมบำรุง เอาสต๊อกมาลงเพิ่ม อื่นๆมากมาย ซึ่งทุกคนจะดำเนินการแบบนี้ได้ ต้องหลังห้างปิดเท่านั้น แม้แต่ในโซนออฟฟิศก็มีการซ่อมกันตลอด นี่ขนาดห้างใหม่นะครับ

ในขณะที่ผมกำลังถอดใจ ตอนตีสองกว่าๆ มีพวกช่างไฟ แผนกซ่อมบำรุง คนนึงวิ่งเข้ามาหาผม บอก เฮีย ก.ๆๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ คือแบบว่า เมียไอ้ ก้อง(นามสมุติ) โทรมาบอกว่ามันหอบลูกหนีไปแล้ว ไอ้ก้องมันโมโหเลยทำร้ายตัวเอง เอาหัวโขกประประตูหรือกำแพงอะไรซักอย่าง เลือดอาบหน้าเลยเฮีย

ผมก็เดินออกมาดู เจอ ไอ้ก้อง ซึ่งอยู่ฝ่ายซ่อมบำรุง เลือดเต็มหน้าเลย มีเพื่อนช่วยพยุงมา 2 คน พอมันเดินมาถึงผม มันลงมาคุกเข่า ที่พื้นร้องไห้ แล้วกอดผมซะแน่น เฮีย ช่วยผมเอาลูกคืนมาด้วยครับๆๆๆ

ในใจผมคิดว่า กรูซวยแระ เลือดมันเปื้อนเสื้อกรูแน่นอน แล้วจะซักออกมั๊ยเนี่ย
(ล้อเล่นครับ จริงๆตอนนั้นคิดว่า ถ้าหากเป็นสถานการณ์อื่น ที่มีชายมาคุกเข้าเอาหน้าจิ้มเป้ากางเกงผมแบบนี้ มันคงจะมีความสุขไม่น้อยเลยทีเดียว ฮุฮุ อ่ะๆๆ )

ไอ้ก้องมีประวัติศาสตร์กับผมอยู่เรื่องนึงโดยที่ไม่มีใครรู้ ผมเพิ่งจะมาเปิดเผยที่นี่ที่แรก คือวันนึงเกือบ 2 ปีแล้วครับ มันเดินเข้ามาหาผม ทิ้งจดหมายรักไว้ให้ผมอ่าน ข้อความประมาณว่า เมียมันทำงาน Family Mart แล้วไปขโมยเงินเขาออกมา ตอนนี้กำลังเจอตำรวจตามล่าอยู่ เว้นแต่จะเอาเงินไปคืนบริษัท มันบอกพ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนฝูงไม่มีใครช่วย ผมเห็นมีแต่เฮีย ก. ที่เป็นคนดี ที่ผมจะขอแบกหน้ามาขอเงินได้

เนื่องด้วยคำยอของมัน มันก็ได้เงินจากผมไป 2 หมื่นบาทถ้วนในวันรุ่งขึ้น ตอนนั้นผมไม่เคยรู้จักแม้แต่ชื่อมันนะครับ เพียงแต่เดินสวนกันทุกวัน แล้วยิ้มให้เพราะมันหล่อ ล่ำด้วย (อายจัง เสียเงินเพราะมักมากในกาม คนดีไม่ดีจริงๆ สังเกตได้จากแววตาครับ แต่เนื่องจากหน้ามันหล่อ ผมเลยดูว่ามันเป็นคนดี) แต่มีสัญญาทางวาจาไว้ว่ามันจะคืนผมเดือนละ 1,000 บาท ซึ่งมันก็ไม่เคยเบี้ยวนะครับ

กลับมาปัจจุบัน ตอนที่ไอ้ก้องเลือดอาบ ผมบอกให้ไปโรงพยาบาล แต่มันไม่ยอมผมเลยต้องลากมันไปทำแผลครับ ที่ออฟฟิศมีตู้ยา เนื่องจากไม่มีความรู้อันใดเลยเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลก็เอา เบตาดีน บีบๆ กึ่งราด ให้ท่วมหน้า แล้วเอาสำลีเช็ดส่วนที่มันย้อยๆ เอาผ้าก๊อตแปะอีกที เสร็จแล้วเหลือบมองลงไปที่ตีนมัน มันใส่รองเท้าแตะ (ซึ่งที่ห้างผมไม่ชอบอย่างแรง) แต่ปัญหาคือ นิ้วตีนมันก็เลือดออกด้วยเช่นกัน เล็บฉีกด้วย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ตอนโมโห ต้องเอาหัวโขกเสา เอาเท้าเตะนู่น เตะนี่วะ มึงเป็น คิงคอง หรือไงวะ เวลาโมโหต้องทำร้าย เอามือทุบตีตัวเอง

ผมก็คุกเข่าลงไปจัดการมอบ สโมคกี้ไบท์ ให้มันครับ (ใครไม่เก็ท มุขนี้แสดงว่าคุณ อินโนเซนท์มากๆ) ล้อเล่นครับ ก็ลงไปเอาแอลกอฮอล์เช็ดให้ทั่วตีน แล้วตามด้วย เบตาดีนราดอีกทีจนหมดขวด แต่ในขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับการเช็ดตีนไอ้ก้องอยู่นั้น ฝนตกครับ แหมะๆๆๆ ลงบนหัวผม ลงพื้น ลงเสื้อ เอ๊ะ อยู่ในตึกฝนตกได้ยังไง

เงยหน้าขึ้นมา มันน้ำตาไหลพรากครับ ผมถาม เจ็บหรือวะ ร้องทำไม มันบอกเปล่าเจ็บ แต่มันซึ้งที่ว่า เกิดมาไม่เคยมีใครดีกับมันขนาดนี้ ทั้งพ่อ แม่ และ เมียมันยังไม่เคยทำอะไรให้ขนาดนี้เลย มันเสริมว่ามันตกใจที่ผม ยอมคุกเข่ากับพื้น เอามือจับตีนเน่าๆของมัน ทำแผล ทำความสะอาด ไม่ถือตัว ไม่รังเกียจ ทั้งๆที่มันเป็นคนชั้นต่ำ (มันใช้คำพูดคำนี้จริงๆครับ)

เฮ้ย

ผมคิดในใจ ทำไมคนอื่นๆถึงเห็นผมเป็นคนดีแบบนี้ อันนี้มันเรื่อง common sense นะครับ ยามที่มนุษย์เห็นคนอื่นบาดเจ็บแล้วช่วยเหลือกันเนี่ย ถ้าคุณผู้อ่านเป็นผม ผมว่าทุกคนก็คงทำแบบเดียวกัน หรือคนพวกนี้ชีวิตมันแร้นแค้นมากจนคิดว่าโลกนี้ไร้ซึ่งมนุษยธรรมครับ

เหตุการณ์นี้เองทำให้ผมคิดคำถามอะไรได้หลายๆอย่าง
1. คนต่างจังหวัดนี่ชีวิตคงจะแร้นแค้นมาก ถึงต้องทิ้งชีวิตแบบชาวนา มาเสี่ยงดวงในกรุงเทพ โดยหวังว่าชีวิตจะดีขึ้นแล้วมีเงินเหลือส่งกลับไปให้ พ่อ แม่
2. ความสุขของชีวิตจริงๆ คือการแต่งงาน มีลูก มีครอบครัว ใช่หรือเปล่า (ต้องถามป้า mayaknight ครับ)
3. ทำไม เมื่อไอ้ก้องมันรู้ว่าเมียมันเชี่ย เป็นโจร เป็นขโมย ทำไมไม่เลิกกันครับ ถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะคำว่า รัก รักคนชั่วคุณก็ยอมหรือครับ ทำไมไม่ไปรักคนดีๆ
4. เท่าที่ผมจำได้ ผมไม่เคยร้องไห้ในที่สาธารณให้คนอื่นเห็นครับ การร้องไห้เป็นการแสดงความอ่อนแอ หรือความจริงใจครับ ( mookujung ตอบด้วย)
5. ทั้งๆที่ในโลกนี้มีคนต้องการความช่วยเหลือมากมาย เราควรเอาเงินมาทุ่มช่วยเหลือคนเพียงคนเดียวหรือกระจายๆกันไปตามที่ต่างๆดี
6. ถ้าคุณผู้อ่านเป็นผม แล้วเจอคนมาขอร้องสุดชีวิต แบบประชิดตัว ขอเงินเยอะๆแบบนี้คุณจะทำเหมือนผมมั๊ยครับ
7. คนเราสมัยนี้ไม่ค่อยเช่วยเหลือเกื้อกูลกันแล้วหรือไรครับ
8. คนต่างจังหวัดคิดว่าตัวเองต่ำต้อยหรือยังไง หรือมันเป็นบรรทัดฐาน ค่านิยม แนวความคิด ที่ว่าคนกรุงเทพคือจุดสูงสุด ของคนทั้งปวง หรือเปล่า


ใครอ่านมาถึงตรงนี้รบกวนแสดงความคิดเห็นด้วยครับ อะไรก็ได้

โดยเฉพาะ "สาวดาวเหนือ" กับ "เจ๊เอียด" สองคนผู้ลึกลับ

ขอบคุณครับ

พระเจ้าคุ้มครองครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เออ คิดเหมือนกันว่าพอสี่ทุ่มปั๊บ ห้างจะปิดไฟมืด
...
ว่าแต่ ช่วยปรับปรุงระบบจราจรในลานจอดรถ
ช่วงห้างปิดด้วยนะครับ ผมเบื่อมากกกกกกกก
เคยติดอยู่ในนั้น กว่าจะออกจากห้างได้...
ใช้เวลาเกือบ 2 ชม ... เซ็งโคด

เดี๋ยวนี้ผมเริ่มปันใจไปให้ห้าง
ที่ให้จอดรถฟรี 4 ชม.แล้วนะ อิอิ

#1 By บองเต่า on 2007-07-01 00:20

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อให้คนยืมเงินด้วยความสงสาร ด้วยเห็นบอกว่าเดือดร้อนนักหนา ยังไม่ได้คืนเลย แม้จะจำนวนไม่มาก (5000 บาทเงินโบนัสของครั้งแรกในที่ทำงานที่แรกในชีวิตก็หมดไปด้วยฉะนี้ ) ก็ทำให้คิดว่าเราถ้าเลี่ยงได้ไม่ควรที่จะให้ใครยืมเงิน โชคดีที่หลัง ๆ ไม่มีเงินให้ใครยืมอ่ะ ว่าคุณมนุษย์ในกล่องยังโชคดีที่เค้าส่งคืนให้เดือนละ 1000 บาทแสดงว่าเป็นคนดีระดับนึงแระ

คนต่างจังหวัดมีหลายอย่างนะคุณมนุษย์ในกล่อง ถ้าแบบลำบากมาก ๆ เค้าก็เข้ามากทม. เพื่อหางานทำนั่นแหละ การศึกษาน้อยจะทำอะไรได้ล่ะ (เพราะเป็นแนวความคิดด้วยมั้ง) ก็กะมาหางานที่นี่แหละ ถ้าเผื่ออยู่นั่นทั้งปีคงทำแต่นา ซึ่งรายได้จากตรงนี้มันจะพอทำอะไรได้นะ กับหลายชีวิตน้อ แถม (คนก็ต้องการไม่หมดไม่สิ้นซะด้วย) ลำบากจริง ๆ คนยังไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองด้วยซ้ำ แต่หลาย ๆ คนที่ลำบากแล้วยังมีค่านิยมผิด ๆ ก็เยอะ เห็นวัตถุเป็นพระเจ้าหรือเปล่าน้อ (อันนี้ก็ไม่รู้ โอ๊ย! อะไรหลาย ๆ อย่าง)

common sense ในหลาย ๆ คนก็ไม่ได้เป็นแบบคุณมนุษย์ในกล่องน๊า แถมจะบอกด้วยว่าจบมาสูงคอมมอนเซ็นก็ไม่มีเอาซะเลย ฮ่า ๆ เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอคนแบบนี้ไม่กี่คน หลังจากเพิ่งว่า เห็นคนบ้า ในโลกมาไม่เกิน 2 อาทิตย์มานี้ เพราะเห็นว่า เค้ามีแนวทางสร้างองค์ความรู้ดีจริง ๆ (สร้างคน เป็นคนดี คนเก่ง) ที่สำคัญ งานที่เค้าได้มา ก็ของเซ็งท่างนั้นแหละส่วนนึง เฮ่อ ๆ หลาย ๆ ล้าง คุณมนุษย์ในกล่อง สู้ ๆ น๊า ระบบ cis น่ะ

ไปแระ เดี๋ยวมันจะยาวเกิงไปค๊า

ก็ขอให้สุขภาพแข็งแรงน๊ะค๊า คุณคนดี คนเก่งอีกคน

#2 By tungmay on 2007-07-01 00:29

ถึง คุณ มนุษย์ในกล่อง

สวัสดีครับ พอดีเข้ามาอ่านเอนทรี่นี้แล้ว
ขออนุญาตออกความเห็นด้วยคนนะครับ
แต่ขอตอบรวมกันในบางข้อนะครับ

ข้อ 1 กับข้อ 8
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของผม เวลาถามลูกน้องที่เป็นคนต่างจังหวัด ถามว่าทำไมถึงต้องไปหางานกรุงเทพ จะได้รับคำตอบว่า อยู่บ้านแล้วเบื่อ ไม่มีอะไรทำ
เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันมันก็เข้ากรุงเทพกันหมด นอนอยู่บ้านก็ไม่มีอะไร ลองเข้ากรุงเทพเพื่อชีวิตที่ดีกว่า(ตรงไหนของมันหว่า หรือว่ามันจำสำนวนโฆษณามาตอบเรา) ส่วนเรื่องความต่ำต้อย หรือปมด้อย อันนี้แล้วแต่คนครับ บางคนก็มีบางคนถ้าอยู่กรุงเทพนาน ๆ ก็ไม่มี

ข้อ2/3/4

เรื่องความสุขในชีวิตของแต่ละคน อันนี้แล้วแต่ว่าใครจะเจอประสบการณ์แบบไหนในชีวิตครับ แล้วก็ประมวลผลออกมาว่า อันนี้คือเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของข้า แต่ถ้าอย่างในเคสนี้ คิดว่าคงจะเคยเห็นคนรอบข้างมาตลอดว่า เกิด โต แต่ง ออกลูก มีหลาน แก่แล้วมีคนเลี้ยง หรือไม่ก็อาจจะเลี้ยงหลานต่ออีกรอบ แล้วก็จบเกม ประมาณว่าเห็นแต่วงจรชีวิตแบบนี้ ก็เลยตั้งเป้าแบบนี้ครับ แต่ในส่วนตัวไม่ได้คิดว่าไม่ดีนะครับ วงจรชีวิตแบบนี้ เพราะว่าผมเองถ้ามองโดยภาพรวมของวงจรชีวิตก็คล้่าย ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นแหละครับ

ส่วนเรื่องตัดไม่ขาด ของอย่างนี้แล้วแต่คนจริง ๆ ครับ เรื่องของหัวใจไม่มีใครเหมือนใครหรอกครับ แต่ถ้าตอบแบบส่วนตัวของผม ถ้าเกิดกับผมเองกับคุณแฟนที่บ้าน ยังไง ๆ ก็ต้องช่วยครับ ตัดไม่ขาดจริง ๆ ครับ(และผมก็หวังว่าถ้าไว้ลึก ๆ ว่าในกรณี คุณแฟนของผมคิดจะตัดอะไรในตัวของผมมันก็จะไม่ขาดตามมีดของเธอไปเหมือนกันครับ )

ส่วนเรื่องร้องไห้คิดว่านะจะเป็นผลข้างเคียงจากการกระตุ้นด้วยเหล้าครับ เลยต่อมน้ำตาแตก

ข้อ 5/6/7

ถ้าเรื่องช่วยคนต้องดูสถานการณ์และความเหมาะสมจริง ๆ ครับ ไม่ใช่ว่า เอ็นดูเขาแล้วเอ็นเราขาด ส่วนเรื่องน้ำใจต้องแล้วแต่กรณีจริง ๆ ครับ

รบกวนตอบแค่นี้นะครับ ต้องขอโทษที่เขียนยาวไปนะครับ ขอบคุณครับ

#3 By Old Mustang on 2007-07-01 00:43

ได้ยินว่าที่เมืองไทยไม่นานมานี้มีโฆษณาแป้ง(หรือยาทาหน้าขาว?) ประมาณว่า คนต่างจังหวัดเข้ากรุง พูดว่า คนกรุงเทพผิวข๊าวขาว ประมาณนี้ มีท่านไหนคอนเฟิร์มได้บ้าง
ตอนแรกบ้าจี้พิมพ์ตอบทุกข้อ แต่ยิ่งอ่านยิ่งตอแหล บอกได้แค่ว่า จขบ.น่ะคนดี ปรกติแล้วใครๆก็มองว่าตัวเองเลว ต้องให้คนอื่นบอก หรือไม่จริงคะ
จขบ.จะสั่งให้คนอื่นพามนุษย์ก้องไปปฐมพยาบาลก็ได้นิ แต่ก็ทำเอง จริงมั้ยละ
จขบ.จะห่วงสูทกะรองเท้าแล้วยื่นเบตาดีนให้ก็ได้นี่ แต่ก็ไม่ทำอะ

แอบนอกเรื่อง
ทำไมนะ อ่านเอนทรี่นี้แล้วรู้สึกอยากเกิดเป็นชาย ก้าก แน่นอนว่าไม่เกี่ยวกับของที่ขายใน7-11แต่อย่างใด

#4 By songsage on 2007-07-01 01:01

ติดพันราชกิจค่ะ
เด๋วมาอ่าน 2เรื่องที่พลาดไปเด้อ.

#5 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.122.147) on 2007-07-01 01:54

เพิ่งเข้ามาอ่านเวป/บล๊อค/ไดอารี่/...อะไรก็แล้วแต่จะเรียกกัน วันนี้เป็นวันที่2 จาก link มั่วๆ ในที่สุดก็มาถึงที่นี่จนได้
ไม่อยากเชื่อว่า ผมจะเข้ามาอ่านตั้งแต่ "น้ำตาลูกผู้ชาย" ตามย้อนรอยถอยหลังลงเรื่อย สุดแต่ link ด้านข้างจะมีให้
ดูไม่พอ แถมเซฟไว้อ่านอีกต่างหาก งงไหม อย่าว่าแต่คุณเลย ผมเองก็งง จะเซฟไว้ทำไมในเมื่อต่อเน็ต ADSL 24ชั่วโมงอยู่แล้ว สปีดตอนซื้ออยู่ที่ 512 kb/s รันจริงได้แค่ 200 กว่าๆ ช่างมันก่อน ทนใช้ได้ใช้ไป (จะเอาเรื่องตัวเองมาบอกไมฟ่ะ)
ขอชม(พร้อมปรบมือดังๆ) สุดยอดมาก รายละเอียดเยอะมากมาย เขียนได้ไงเนี่ย
ยังไม่รวมถึงว่าน่าอ่านมากน้อยแค่ไหน สาระดูดีๆ(เน้น)มีให้เก็บเกี่ยวเอาไปใช้สอยได้พอควรเลยหล่ะ
อย่างน้อยก็ทำให้ผมคนนึงตาสว่างขึ้นมาได้เยอะ หลังจากตาบอดตาใสมานาน
...อย่างน้อยคุณต้องเก่งจริง,รู้จริง กับงานที่คุณทำ...
ประโยคเด็ดที่กระแทกมันสมองผมเข้าเต็มๆ ส่วนมาจากวันไหนที่คุณเขียนผมจำไม่ได้ อ่านจนงงๆไปหมดแล้ว
แต่สรุปว่า ชอบมาก
ขอบคุณที่เขียนให้อ่าน นี่ก็3ชม.เต็มๆที่อ่านแต่เรื่องราวของคุณ ทั้งอ่านทั้งเซฟไว้เผื่อวันหลังมาหาไม่เจอ (ความจำสั้น)
อ่านเจอว่าเคยมาพักสมองที่ ระยองรีสอร์ท แล้วว่าห่วยแต่ยามหล่อ อีกที่ที่มีคนแนะนำ น่าจะเป็น หินสวยน้ำใส มั้งครับ เก่าๆโทรมๆ อิงภูเขาไปครึ่งลูก
ผมเสียทีที่อายุมากกว่าคุณ แต่ดูเหมือนด้อยประสบการณ์ไปเลยเมื่ออ่านบล็อคคุณ
ยินดีมากๆๆๆๆๆ ที่ได้รู้จักคุณผ่านตัวอักษร

#6 By มุมหนึ่งของชีวิต (124.157.210.55) on 2007-07-01 03:05

ถ้าเป็นเรา เราก็คงช่วยเค้า ถ้าช่วยไำด้

ไม่ว่าจะให้ยืมเงิน หรือทำแผลให้

ก็เพื่อมนุษย์ด้วยกันนี่นะ ใครจะใจดำทิ้งกันได้ลง

#7 By *บลาสท์ on 2007-07-01 04:17

ถามยาวอะไรนักหนาอ่ะคุณในกล่องสงสัยอะไรยากๆทั้งนั้นเลยน่ะ
ตามความคิดของจิน่ะ 1.ที่คนบ้านนอกหรือต่างจังหวัดเขาต้องเข้ามาทำงานในกทม.ก็เพราะว่าไร่นามันทำไม่ได้อาจเป็นเพราะสภาพอากาสที่ไม่เป็นใจหรือไม่ก็ไม่มีทุนจะลง
เลยทำให้ต้องเข้ากทม.มาหางานทำเพราะงานหาได้ง่ายเนื่องขากมีเครือข่ายพี่น้องทำอยู่แล้วและมีการรับสมัครงานบ่อยๆ
2.ไม่รู้ซิฮ่ะ เพราะยังไม่ได้แต่งและไม่คิดจะแต่งด้วย

3.เพราะรักเมียและรักลูกด้วยมั้งฮ่ะ อันที่สองน่าจะมากกว่าจากการที่ได้อ่านอาจจะอยู่กับแม่เพราะลูกน่ะ
4.บางทีมันทนไม่ไหวก็คงต้องร้อง บางครั้งความกดดันความไร้ที่พึ่งก็ทำให้อารมณ์ระเบิดได้อย่างไม่น่าอายน่ะฮ่ะ
5.คิดจะเอาเงินไปช่วยคนอื่นนี่ถ้าคิดจริงจังก็ตั้งเป็นกองทุนอะไรสักอย่างดีกว่า การช่วยแบบกระจายๆจะทำให้รู้สึกดีกว่าน่ะในความเห็นส่วนตัว สำหรับการทุ่มไปที่ใครคนนึงหากคนนั้นสมควรได้รับการช่วยเหลือเพราะไม่มีจริงๆก็น่าช่วย แต่เป้นจริงคงไม่ช่วยตลอด คงจะเป็นในแนวดุนหลังไปเป็นระยะๆ
6.ให้ความช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ ดูจากการใช้หนี้โดยไม่ว่างเว้น เครดิตดีแบบนี้คงช่วยต่อ แต่ในกรณีนี้คงช่วยเอาลูกคืนกลับมาแต่ให้เค้าเลิกกับเมียดีกว่า น่าจะดี
7.ถ้าช่วยในด้านเล็กๆน้อยคงมีอยู่ตลอดฮ่ะ เพราะสังคมเราจริงๆมันเป้นแบบนี้มาตลอด แต่ไอ้แบบช่วยเหลือกันหนักๆในด้านทุนทรัพย์คงน้อยลงเพราะเงินไม่ค่อยจะมีกัน...อย่างว่าแหละน่ะ
8.ไม่คิดแบบนั้นหรอกฮ่ะ...น้อย เพราะว่าที่เคารพคนกทม.อาจเป็นเพราะเค้าอยู่ในตำแหน่งนายจ้างมากกว่าอะไรประมาณนี้


เหนื่อยเลย.....
อนุโมทนาด้วยครับ สร้างบุญเยอะ ๆ ครับ ดีแล้ว

ตอบเป็นข้อ ๆ เลยนะ
1. คนต่างจังหวัดนี่ชีวิตคงจะแร้นแค้นมาก ถึงต้องทิ้งชีวิตแบบชาวนา มาเสี่ยงดวงในกรุงเทพ โดยหวังว่าชีวิตจะดีขึ้นแล้วมีเงินเหลือส่งกลับไปให้ พ่อ แม่

ข้อนี้ผมว่าเค้าคิดผิดมาก ๆ เลยนะ ความจริง ถ้าทุกคนอยู่ในจังหวัดของตัวเอง ก็คจะพอมีงานรองรับ ถ้าไม่ได้เลือกงานจนเกินไปนัก อยู่กรุงเทพฯ ถ้าเป็นลูกจ้าง ยังงัยก็ไม่รวย ยิ่งมีสิ่งยั่วยุมากมายไปหมด เงินเหลือเก็บก็ยิ่งน้อย อยู่ต่างจังหวัด อยู่อย่างมีพอมีพอใช้ ผมว่าน่าจะมีเวลาเหลือ และมีความสุขมากกว่านะ แต่อันนี้คนต่างจังหวัด คงเถียงล่ะว่า คุณไม่มาเป็นคนต่างจังหวัดคุณไม่รู้หรอก

2. ความสุขของชีวิตจริงๆ คือการแต่งงาน มีลูก มีครอบครัว ใช่หรือเปล่า (ต้องถามป้า mayaknight ครับ)

ผมว่า ไม่จริงนะ ผมว่าไม่มีน่ะดีสุดแล้ว ไม่มีห่วง มีภาระ ไม่ต้องหวัง ไม่ต้องถูกตั้งความหวัง พระพุทธเจ้าท่านยังตัดขาดลูกเมีย เพราะเล็งเห็นแล้วว่า เป็นห่วง จึงต้องหนีออกมา ขนาดเป็กษัตริย์นะครับ แทบจะไม่ต้องดูแลลูกเมียเลย ก็มีคนดูแลให้ นี่คนธรรมดา ถ้ามีแล้วก็ต้องดูกันไปจนตาย

3. ทำไม เมื่อไอ้ก้องมันรู้ว่าเมียมันเชี่ย เป็นโจร เป็นขโมย ทำไมไม่เลิกกันครับ ถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะคำว่า

#9 By เจ้าชายน้อย on 2007-07-01 10:49

ก้อยากอยู่บ้านนะคะ ทำไมมาที่ กทม. จบ ป.ตรี ยังไม่รับเลย จะรับแต่ ปวช. ปวส.

ในส่วนของคนที่ใช้แรงงาน ก็เคยบอกแล้วว่ามันไม่มีแนวคิดจะทำอะไรมาก มีหวังว่าที่ กทม. จะมีงานให้ทำ ซึ่งตอนนี้ก็อยากจะให้ท้องถิ่นมีงาน มีอะไร ๆ หลายอย่างให้คนในถิ่นทำ จะได้ไม่ต้องมาแออัดกันในนี้ ไม่ชอบเหมือนกัน

#10 By tungmay on 2007-07-01 11:36

คุณมนุษย์ในกล่องจะเปิดประเด็นให้คนทะเลาะกันในนี้รึยังไงคะ? อย่าลืมนะสังคมไทย ยังมีอะไรที่ต่างกันมาก ๆ นะคะ จะให้สาธยายให้หมดก็ไม่ได้ พูดกันยาว

แต่ในเรื่องจิตสำนึกน่ะ การเป็นคนดี ว่าคุณก็รู้อยู่นะ ว่ามันอยู่ที่ตัวด้วย อยู่ที่พื้นฐานอะไรหลายอย่าง ถ้าเกิดคุณมีโอกาสดีกว่าคนอื่นเค้า และไม่เดือดร้อนมาก ช่วยได้ก็ช่วยเถอะค่ะ แต่หลายครั้งก็คงสงสัย ว่าตกลงสังคมมันยังไง ทำดีได้ก็ทำเถอะค่ะ

แล้วก็โอกาสของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

แล้วก็ขอให้มีสุขภาพที่แข็งแรง แล้วก็ไม่พูดถึงคำถามเรื่องครอบครัวเลย เพราะเดี๋ยวมันจะทำให้คิดมากไปใหญ่ อันนี้ขอผ่านเพราะเดี๋ยวเค้าจะมองว่า โห มันร้ายว่ะ

ไม่ชอบเลยนะ การที่ใครตัดสินใครนี่ ไม่ได้ว่าใครนะ เพราะเคยพูดแล้วว่าอย่าได้หาความยุติธรรมในโลกนี้ ให้ทำบทบาทหน้าที่ของตัวให้ดีที่สุด และก็หาความสุขให้กับชีวิต เพื่อเติมแรงพลัง

เป็นกำลังใจค่ะ

#11 By tungmay on 2007-07-01 11:50

แอบอ่านมานานแล้วครับ...วันนี้ขอแสดงความคิดเห็นในฐานะคนต่างจังหวัดสักนิดนึงครับ.....
ในมุมมองของคนต่างจังหวัดและเคยออกไปเก็บข้อมูลวิจัยตามนอกเมือง (เน้นว่านอกเมืองนะครับ) เค้ามักจะมองคนที่มีการศึกษาสูงเท่ากับคนที่มีสถานะทางสังคมสูงไปด้วย เป็นไปได้ที่คนในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มีการศึกษาสูงแทบทั้งนั้น แต่พวกเขาจบการศึกษาไม่สูงมากนักเค้าจึงมีความรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าไม่มีความสำคัญในสังคม
พวกเขา (ส่วนใหญ่) ไม่เข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมกันในความเป็นมนุษย์สักเท่าไหร่ จึงไม่ค่อยแปลกที่เค้าจะมีความรู้สึกอย่างนี้กับคุณ กอปรกับสถานะทางสังคมที่มาพร้อมกับหน้าที่การงานของคุณทำให้เขาคิดว่าคุณสูงส่งกว่าเขาเป็นอย่างมาก
ส่วนเรื่องความแร้นแค้นในชนบทนั้น ปอนคิดว่ามันไม่ได้แร้นแค้นลำบากยากแค้นรำเค็ญอะไรมากมายเท่าใดนัก เพียงแต่ว่าเค้ามีความพอเพียงและทะเยอทะยานแค่ไหน เท่าที่ได้สัมผัสมาชีวิตชนบทสามารถอยู่ได้อย่างสบายหากไม่ดิ้นรนไขว่คว้าตามกระแสบริโภคนิยม แต่ในปัจจุบันมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วมีชนบทเพียงไม่กี่แห่งที่ยังคงดำเนินชีวิตไปตามครรลองที่เรียบง่าย คนในชนบทจะคิดว่าการศึกษาสูงๆ เท่านั้นจะทำให้ลูกหลานไม่ลำบากอยู่ได้อย่างสบายเพราะฉะนั้นจึงพยายามผลักดันทุกวิถีทางที่จะให้ลูกหลานได้เรียนหนังสือสูงๆ ขึ้น แม้กระทั่งมีการยื่นข้อเสนอจากบรรดาลูกรักหลานรักว่าถ้าจะให้เรียนต่อต้องซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ไม่งั้นไม่เรียน มิหนำซ้ำในขณะที่พ่อแม่ทำนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินอยู่ในขณะนั้น บรรดาลูกๆ บังเกิดเกล้าทั้งหลายก็ไปนั่งสุมหัวแต่งรถคุยกันเสมือนเด็กวัยรุ่นเมืองกรุง(ที่พวกเค้าคิดว่าต้องใช้ชีวิตอย่างนี้แน่ๆ) พอตอนเย็นก็มารอรับพ่อกับแม่ที่นา
จากเหตุการณ์ที่ปอนเล่าให้ฟังปอนอยากจะบอกคุณมนุษย์ในกล่องครับว่า ในอนาคต(ถ้าปอนคาดการณ์ไม่ผิด) คุณคงจะไม่เจอคนอย่างช่างคนนี้อีกแล้วครับเพราะจิตใจของเด็กรุ่นใหม่ๆ เริ่มหยาบขึ้นหยาบขึ้นทุกๆ วันจากกระแสทุนและการบริโภคนิยม และอีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ "ความรัก" ที่มีมากเกินไปของผู้ปกครองที่อะไรก็ตามพร้อมที่จะสรรหามาให้ลูกรักไม่อยากให้ลูกลำบาก หรือเรียกได้ว่ารักลูกไม่ถูกทางนั่นเอง หรือเรียกว่าพ่อแม่รังแกฉันนั่นแหล่ะ
ปัจจุบันลองสังเกตดูนะครับจะเห็นว่า "ความรัก" ถูกนำมาใช้อย่างพร่ำเพรื่อทุกๆ อย่างเกิดจากความรักแต่รักจนลืมคิดไปว่ามันพอเหมาะพอดีแล้วหรือยัง บางครั้งเราจะเห็นว่าครอบครัวของคนบางคนพอใจที่จะมีชีวิตอยู่แค่เพียงสองคนโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีลูก หรือความรักของคนบางคู่ก็เห็นว่าไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน (อิอิ...อันนี้อนาคตของปอนอาจจะเป็นอย่างนั้นถ้าคนนั้นเค้ายอมรักด้วย) เพราะฉะนั้นปอนคิดว่าความสุขที่มีรักจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจ และออกแบบความสัมพันธ์ให้มันเหมาะสมกับวิถีชีวิตหรือทำอย่างไรให้อึดอัดใจกันน้อยที่สุดของคนสองคนมากกว่า แล้วทีสำคัญก็คือต้องรู้จัก "รักอย่างพอเพียง" นั่นก็คือการรักอย่างมีสติ มีเหตุผล ไม่ใช่รักจนหาเหตุผลว่าทำไมถึงรักคนๆ นี้ไม่ได้

หวังว่าคงจะเข้าใจความคิดแบบปอนปอนนะครับ

ปอนเองครับ

#12 By ปอนปอน on 2007-07-01 12:18

โดนพาดพิงอย่างแรง
คนเราจะมี จะรวย จะจน เกิดจากผลกรรมที่ทำไว้ ทำดีสร้างแต่กุศลดีย่อมได้ดี ได้เกิดในที่ดีๆไม่ลำบากเร้นแค้น ละความโลภทั้งหมด ก็จะมีความสุขกับปัจจุบัน
การมีคู่ครองเป็นสิ่งดี มีคนที่รู้ใจ สามารถรับรู้ทั้งเรื่องทุกข์เรื่องสุข เป็นเพื่อนเราได้ทุกเวลาแม้ในยามที่เราสุข ทุกข์หรือเจ็บป่วย เป็นเพื่อนคุยที่คุยด้วยแล้วไม่มีพิษไม่มีภัยในภายหลัง เสมือน คนสองคนแต่มีวิญญาดวงเดียวกัน แต่ต้องใช้ปัญญาในการเลือกคู่ ไม่ใช่ราคะนำ ชีวิตต้องยืดหยุ่นได้ ไม่ตึงและไม่หย่อนจนเกินไป การเลือกคู่ครองให้เป็นสุข ให้ดูตั้งแต่โคตรเหง้าเลยว่ามีใจเป็นกุศลหรือไม่ ครอบครัวใดที่มีความซื่อสัตย์ ไม่โลภ ไม่หลอกลวง ไม่โกหก รู้จักคำว่าหยุดและพอ ทั้งนี้ทั้งนั้นโคตรเหง้าของเราด้วยนะคะ ก็จะเป็นสุขมากๆละคะ และควรเลือกที่เสมอด้วยฐานะ และสติปัญญา จะได้ไม่มีช่องว่างระหว่างกัน

ปล.พระเจ้าสิทธัตถะละทิ้งครอบครัว และออกบวช เพราะพระองค์ท่านได้ประสูติมาเพื่อเป็นพระพุทธเจ้า (หลายภพพระองค์ ท่านมีครอบครัว และมีคู่ครองที่รู้พระทัยตลอดและมีความสุข)

การช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่าเป็นกุศล หากเรามีปัญญาช่วย ทำไปเถอะคะ แต่อย่าลืมใช้ปัญญาและมีสติเพราะคนสมัยนี้มีหลายรูปแบบ ไม่มีเพราะฟุ่มเฟือย ไม่มีเพราะไม่รู้จักพอ ไม่มีเพราะขี้เกียจ งดช่วยเหลือได้ก็ดี นั่นคือผลกรรมที่เขาทำกับตัวเขาเอง

#13 By MayaKniGht on 2007-07-01 12:33

1. เห็นด้วยค่ะ แร้นแค้นจริง ๆ หนูก็เด็กบ้านนอก
2. ไม่จริงค่ะ แต่งงานมีลูก ถ้าลูกและคู่ชีวิตมันเลวจะมีความสุขไหมเนี่ย
3. คนเรามีกรรมค่ะ คงเพราะทำเวรทำกรรมร่วมกันมาแต่ปางก่อน
4. การร้องไห้ ไม่จำเป็นต้องตีความค่ะ แต่น้องร้องไห้ได้ตลอด บางครั้งแค่เครียดก็ร้อง รู้สึกว่าร้องเสร็จก็หายเครียด เสียใจก็ร้อง แต่ดีใจนี่ไม่เคยร้อง ถ้าจะร้องก็น่าจะเป็นเพราะสะเทือนใจ (ดีใจเพราะไม่คิดว่าจะได้เจออะไรที่ดีแบบนี้)
5. ควรช่วยกระจายค่ะ เพราะคนลำบากยังมีอีกมาก ถ้าทุกคนคิดเหมือนเรา โลกคงน่าอยู่ คนลำบากคงน้อยลง
6. ต้องดูก่อนค่ะ ตอบไม่ได้ เพราะว่าน้องยังไม่มีปัญญาหาเงินเอง (ยังเกาะพ่อแม่กินอยู่)
7. ใช่ค่ะ มีแต่จะเอาเปรียบ น้องโดนเอาเปรียบแม้แต่เรื่องการทำงานกลุ่ม น้องเครียดจนไข้ขึ้นเลย น้องไม่อยากด่าใคร แต่คำว่าน้ำใจ เขาสะกดไม่เป็นกันแล้วมั้งคะ อะไรอะไรก็เด็กเก่า เด็กเก่ามันไม่ใช่คนหรือไงวะ?!
8. ขึ้นอยู่กับคนที่มองค่ะ น้องกลับคิดว่าคนกรุงต่างหากที่ดูต่ำต้อย เพราะว่าหาความจริงใจไม่ค่อยได้ คนต่างจังหวัดที่น้ำใจงาม ดูสูงส่งมาก น่าเคารพเลื่อมใส

1. หลายคนอาจจะมองว่า ... มันไม่จริง แต่ในสายตาของผมแล้ว การทำงานในไร่ ในฟาร์ม หรือร้านเล็กๆ หลังจากเรียนจบ ม.6 หรือ ป.ตรี ในละแวกบ้านเกิดโดยไม่ได้มีแนวทางหรือการริเริ่มอะไรใหม่ๆ แล้วเนี่ยมันให้อารมณ์ย่ำอยู่กับที่ เพราะมาตรฐานการศึกษา และความเป็นอยู่ของ กทม และ ตจว มันต่างกันมาก โดยที่ลืมนึกหรือไตร่ตรองถึง การนำความรู้กลับไปบ้านเกิด แทนที่จะมาทำงานสู้ค่าครองชีพแพงๆในเมืองกรุง (ไม่ได้บอกว่า ตจว มันไม่ดีนะครับ แค่ว่ามันวัตถุเจริญกว่า) อันนี้ก็ฟังจากพ่อของผมที่มาเรียนป.ตรีเล่าด้วยล่ะ ^^"

2. ผมไม่คิดจะแต่งงานเลยไม่สามารถตอบข้อนี้ได้ แต่ที่แน่ๆ การที่เรารู้สึกว่านี่คือ Where I belong มีคนคอยเป็นห่้วงเป็นใย ไม่ต้องนอนร้องไห้คนเดียวเวลาไม่สบาย มีคนที่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องทำตัวเองให้ดีกว่านี้ ไม่ว่าจะใครก็ตาม ผมว่านั่นคือความสุขสูงสุดละครับ

3. ผมเคยมีแฟนเชี่ยๆอยู่คนครับ เชี่ยมาก ขอเงินผมใช้ เอาเปรียบ ดุด่าสารพัด แต่ตอนนั้นผมก็หน้ามืดตามัวคิดว่ารักมันครับ คงจะเหมือนกับว่า เราไม่มีที่ไป ถูกผูกมัดกับไอ้นี่แล้ว แล้วยิ่งคุณก้องมีโซ่ทอง(รึเปล่า)คล้องใจผูกมัดแล้ว การแยกทางกัน อาจจะทำให้เด็กโตมาในสภาพที่ขาดตกอะไรไป บางทีคุณก้องเขาอาจจะรักลูก ซะยิ่งกว่าคนที่ทำลูกด้วยก็เป็นได้ีนะครับ

4. ผมไม่คิดว่าการร้องไห้คือการแสดงความอ่อนแอครับ ผมไม่เคยร้องไห้ให้คนที่ผมไม่ไว้ใจเห็นเลย (ยกเว้นตอนเด็กน้อย^^") แต่ถ้ากับเพื่อนสนิท พ่อแม่ หรือแฟนแล้ว ไหลเป็นก๊อกบ่อยครับ ผมคิดว่ามันแสดงถึงความไว้่วางใจ และการระบายความเครียดมากกว่าครับ

5. ผมคิดว่าการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เนี่ย ไม่จำเป็นต้องด้วยเงินก็ได้น่ะครับ ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบให้ใครยืมเงิน ยกเว้นคนที่เดือดร้อนจริง และไว้ใจได้ การที่คุณสุดหล่อให้คุณก้องเขาอิงแอบแนบชิดตอนกำลัง down ผมว่าก็เป็นการช่วยเพื่อนมนุษย์อย่างหนึ่งแล้วครับ อ่า .. เหมือนเบี่ยงประเด็น .. เอาเป็นว่าผมว่าน่าจะกระจายไปตามที่ต่างๆ หรือใช้ไปในทางสร้างงานน่ะครับ

6. ถ้าฐานะทางการเงินผมอยู่ในระดับที่ว่า เงิน 2 หมื่น จะไม่ทำให้ผมเดือดร้อน หรือนึกเสียดายถ้าโดนเชิดเงิน ผมก็คงทำแบบเดียวกันครับ

7. คนเราเดี๋ยวนี้ แล้งน้ำใจ กันมากขึ้นมากๆครับ แค่กดลิฟต์ให้เปิดเวลาคนอื่นเดินเข้า เดี๋ยวนี้ยังหายากเลย (ไม่เชื่อลองไปขึ้นลิฟต์ศูนย์หนังสือจุฬาดูครับ .. ไอ้เด็กกับไอ้แก่มันไม่ยอมกดเปิด ปล่อยพ่อผมกะผมโดนลิฟต์หนีบ แล้วยังจะหัวเราะ, ฯลฯ )

8. เพราะในต่างจังหวัด มันไม่เจริญเท่าใน กทม. และความหลอกลวงในสังคมต่างจังหวัดไม่มากเท่าที่กทม. คนต่างจังหวัดส่วนมากเลยมีความซื่อ + บริสุทธิ์อยู่มากไปครับ ด้วยความซื่อเขาเลยคิดว่าคน กทม. เป็นคนที่ผ่านการศึกษาสูงๆ มีเงินมากๆให้ใช้ให้ผลาญ และมีฐานะทางสังคมสูงกว่าเขา ตัวอย่างก็มีให้เห็นเยอะครับ เช่น ทำไมนักการเมืองบางท่าน ถึงได้ชนะใจคนต่างจังหวัดหลายๆคนได้ด้วยเพียงแค่เงินกู้ + ยกหนี้ คือพระมาโปรด อะไรพรรค์นั้นน่ะครับ, no offense.


ปล. แต่ผมว่าคุณสุดหล่อก็เป็นคนดีเลยทีเดียวนะครับ ^^

#15 By VEILCHEN on 2007-07-01 13:36

งด แสดงความเห็นครับ

งวดนี้ขอ อ่านเท่านั่นครับ

#16 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-07-01 17:24

เวลาไปดูหนังรอบดึกแล้วขับรถกลับ จะงงเหมือนกันว่านี่ตูอยู่ในไซต์ก่อสร้างรึเปล่าหว่า พยายามขับหลบพวกนั่งร้านกับคนงานที่พร้อมจะโผล่มาเซอร์ไพรส์จากทุกมุม (คงเป็นกันทุกห้างล่ะเนี่ย)

#17 By Life Goes On on 2007-07-01 19:03

ความ รัก ไม่ได้ทําให้คนตาบอด

แต่ทําให้คนหัวแตก นี่เอง

#18 By riddler on 2007-07-01 19:16

1.ผมว่าที่กรุงเทพฯมีอะไรให้ทำมากกว่าที่ต่างจังหวัดน่ะครับ พอหมดฤดูเก็บเกี่ยวก็เข้ามาหางานทำดีกว่าอยู่เฉยๆ
2.ไม่รู้สิ
3.อาการนี้เรียกว่าความรักบังตา จะกลืนก็ไม่เข้าจะคลายก็ไม่ออก ได้แต่กั๊กๆเอาไว้เพราะไม่รู้จะทำยังไง ส่วนนึงคุณก้องเค้าก็ดีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับแฟนเค้านะ
4.ดีใจหรือเสียใจเราก็ร้องไห้ได้ทั้งนั้นครับ ถ้าอ่อนแอก็คงจะเป็นแพ้ใจตัวเอง
5.บางทีทุ่มให้คนหลายคนก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย ให้คนๆเดียวแต่เห็นผลอาจจะดีกว่าก็ได้ คงต้องพิจารณากันละเอียดๆ
6.ขอมากๆก็ไม่ช่วยครับ บอกตามตรงว่าช่วยไม่ไหว
7.ผมว่าคงไม่ใช่ว่าจะช่วยเหลือกันน้อยลง แต่เป็นเพราะว่าไม่มีกำลังพอที่จะช่วยมากกว่า ประมาณว่าช่วยปุ๊บก็ลำบากปั๊บทันที อันนี้หมายถึงเรื่องตัวเงิน แต่ถ้าไม่จำกัดว่าการช่วยเหลือต้องเป็นอะไร เรายังเห็นน้ำใจของคนไทยได้อยู่ อย่างกรณีมีภัยพิบัติต่างๆ
8.ถ้าจะคิดว่าตัวเองต่ำต้อยก็คงเป็นเพราะไม่ค่อยได้รับการเหลียวแล ซึ่งก็เป็นกับบางคนบางท้องที่

#19 By Life Goes On on 2007-07-01 19:25

กรี๊ด รุ้สึกผิดเลยครับ ที่ขอร้องแกมบังคับทุกๆท่านให้มาเม้นท์ คาดว่าคงจะไม่ขออีก(มั๊ง )
ผมไม่สามารถเขียนตอบเป็นรายบุคคลได้ ทุกคนเขียนแบบยาวยืดมากๆ ผมกลัวทำให้ท่านผู้มีเกียรติเสียเวลาครับ
จริงๆผมชอบน่ะครับ คนมาเขียนตอบยาวๆทำให้ผมรู้รายละเอียดเพื่อเอามาเป็นบทเรียนชีวิตต่อไป
เขียนแล้วน้ำตาจะไหลครับ ที่นี่มีแต่เพื่อนที่เป็นคนดีจริงๆ ฮือๆ
ขอบคุณค้าบ ฮือๆๆ

#20 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-01 20:09

อ่านแล้วอึ้ง... ดีแล้วครับพี่คุณมนุษย์ในกล่องทำแบบนั้น เขาคงจะซึ้งใจคุณจริง ๆ แหละครับ

ข้อ ๑ จริง ๆ แล้ว มันก็คงจะไม่เชิงหรอกครับ แต่เขาอาจจะคิดว่าทำงานในกรุงเทพเงินที่ดีกว่างานในบ้านนอก แต่หากเขามองให้รอบด้านอีกสักนิดก็จะรู้ว่า ยิ่งทำงานในบ้านนอกเท่าไหร่ ยิ่งสุขใจมากเท่านั้น โดยเฉพาะทำงานอยู่ใกล้ถิ่นฐานบ้านเกิด ญาติพ่อแม่พี่น้องของตัวเองครับ

ข้อ ๒ ตอบในฐานะคนยังไม่เคยมีครอบครัวและยัง Virgin ว่า คงจะไม่จริงแน่ ๆ เลย (ตั้งป้อมหาซื้อคานทองนิเวศน์แล้วเรา)

ข้อ ๓ ความรักทำให้คนตาบอดครับ คนบางคนรู้ว่าคนที่เรารักเลวแค่ไหน แต่ก็ยังตัดใจไม่ได้หรอกครับ

ข้อ ๔ มันขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์ครับ แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่คุณเล่า น่าจะเป็นการร้องไห้ที่ออกมาจากข้างในมากกว่า

ข้อ ๕ ถึงคุณจะมีเงิน ๗๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมคิดว่า คุณคงจะไม่แจกจ่ายเงินดังกล่าวไปให้กับคนในที่ต่าง ๆ หรอกครับ ทางที่ดี การแบ่งปันเป็นเรื่องดี แต่ก็ควรเลือกให้เหมาะกับแต่ละบุคคลและแต่ละสถานการณ์มากกว่าครับ

ข้อ ๖ ถ้าเป็นคนที่ไม่รู้จัก คงจะไม่ แต่ถ้าเป็นคนที่รู้จัก เป็นญาติพี่น้อง หรือเป็นคนที่มีบุญคุณ เป็นคนที่เรารัก ก็อาจจะให้ครับ

ข้อ ๗ ก็ยังช่วยเหลือเกื้อกูลกันครับ แต่ในบางเรื่อง และบางสถานการณ์เท่านั้นครับ

ข้อ ๘ ผมเป็นคนต่างจังหวัด แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองต้อยต่ำ และก็ไม่เคยมองว่าคนกรุงเทพเป็นคุณที่ทรงคุณค่า เลอเลิศ หรือสูงกว่าคนต่างจังหวัด มิหนำซ้ำ ผมยังมองในทางตรงกันข้ามอีกด้วยครับ

โอ๊ยยย เหนื่อย กว่าจะตอบได้ครบทั้ง ๘ ข้อ แต่ก็ดีใจที่ได้ตอบครับ

#21 By เด็กจิตตก on 2007-07-01 20:36

คนที่ลำบากยอมเข้ามาเสี่ยงดวงในเมืองใหญ่มีเยอะค่ะ ที่เข้ามาแบบตั้งใจและทำดีก็มีเยอะ แต่ที่มาแบบมิจฉาชีพก็มีเยอะนะคะ
ว่าแต่....ลุงใจดีนะเนี่ย..ช่วยเหลือเขาสุดๆ (หายากนะในสังคมเมืองใหญ่)

รักษาสุขภาพนะคะ





ลป. ....เรียกลุง..จะโดนฆ่ามั๊ยเนี่ย

#22 By |:| ShaKo |:| on 2007-07-02 08:52

ในฐานะเด็กต่างจังหวัดนะครับ
1. ก็มีทั้งแร้นแค้นและไม่แร้นแค้นครับ บางคนจนจริงจนมากๆ อยู่บ้านนอกแม้ถึงจะไม่อดตาย(เรื่องนี้ต้องขอบคุณความอุดมสมบูรณ์ของไทยนะครับ)แต่ก็ไม่สามารถทำให้สภาพชีวิตที่เป้นอยู่ดีขึ้นได้ และจะส่งผลถึงลูกหลานในอนาคตเลยมาทำงาน กทม.ดีกว่า กับอีกพวกที่อยู่บ้านอกแล้วมันไม่มีอาชีพรองรับ คือเมื่อจบปริญญาอาชีพบางอาชีพทำที่ต่างจังหวัดยากครับ
2.ไม่รู้อะหนูไม่เคยคิดแต่งงาน(ช่วงนี้ติดคำว่าหนู ดูเอ๊าะดีหนูชอบ)
3.อยากถามเหมือนกันทำไมถึงต้องบอกผมว่า" คุณดีเกินไป"
4....
5.ช่วยคนเดียวดีกว่าครับ(เป็นความคิดส่วนตัวมากๆ) เพราะความช่วยเหลือที่ไม่พอเพียงอาจะทำให้คนที่รับช่วยเหลือ ไม่สามารถบรรลุสิ่งที่หวังได้
6.ถ้าอยู่ในฐานะที่ช่วยเหลือได้ก็ช่วยครับ(แต่ทุกวันนี้ เป็นมนุษย์เงินเดือนแสนจน รอป๊ามาเลี้ยง 555)
7.เรื่องนี้อยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคนครับ การศึกษาและฐานะไม่ได้วัดคุณค่าความเป็นคน
8.ไม่เคยคิดว่าตัวเองต่ำต้อย ไม่มีตังค์มากแล้วไงไม่ได้ขอใครกิน ... แต่บางคนอาจจะคิดก็ได้ครับ ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลมากกว่า ปัจจัยที่เกียวเนื่องกับเรื่องนี้มากที่สุด ผมว่ามาจากระดับการศึกษา

#23 By ลูกชิ้น on 2007-07-02 09:35

เปิดเข้ามาอ่านทุกวัน เหมือนชุมนุมรวมเอนทรี่ชาวบลอกเลยนะคะ
หมดแมกหรือยังคะ อัพต่อไปจะได้มาอ่าน แต่ป้าหยุดขอหยุดพักก่อนคะ เซ็งหน้าตัวเองไม่รู้ไปโดนอะไรมา เฟะอย่างแรงสงสัยจะแตกเนื้อสาวใหม่ตอนอายุ...1ขวบ เฮ้อกลุ้ม

#24 By MayaKniGht on 2007-07-02 10:05

มาก่อกวน ไงคะ? ได้แนวในการดำเนินชีวิตได้มากมายรึยัง?

#25 By tungmay on 2007-07-02 10:14

...

ฮะแฮ่ม... ว่าที่ ดร.

หน้านี้ คงต้องขอผ่านอ่ะนะ งดออกความเห็น ...

แค่เข้ามาอ่าน อ่าน อ่าน ก็คุ้มแล้ว

...

#26 By กะจิ๋วหลิว on 2007-07-02 12:11

แล้วช่างก้องหายดีแล้วยัง ยังเศร้าอยู่หรือเปล่า แล้วทำไมช่างก้องไม่ไปหาพ่อแม่ของผู้หญิงเค้าล่ะ ไปหาให้พ่อแม่เค้าช่วย ให้คาดคะเนตามที่มีข้อมูลของฝ่ายผู้หญิง เค้าคงไม่คิดจะเลี้ยงเด็กหรอก ( ไม่รู้คิดแรงไปหรือเปล่า ) เค้าต้องเอากลับไปฝากตากับยายเลี้ยง ว่าแต่ว่าถึงกลับหอบลูกหนี แน่ใจแล้วเหรอว่าช่างก้องเป็นคนดี ไม่ได้เป็นคนลงไม่ลงมือตบตี ไม่เอาแล้วเดาไปเรื่อยไม่รู้อะไรถูกซักอย่าง อีกอย่างเรื่องผัวๆเมียๆ อย่าเข้าไปยุ่งให้มากนะ ช่วยแค่พอผิวๆ จะดีกว่านะ คนที่ควรจะเข้าไปยุ่งมากที่สุดคือพ่อกับแม่ของช่างก้องและเมียเค้า

#27 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-07-02 12:36

มาตามคำเรียกร้องค่ะ
ขอตอบทีละข้อนะ
1.+8.ชีวิตต่างจังหวัดบางที่ก็แร้นแค้นมากจนไม่น่าเชื่อ พวกเขาถูกปลูกฝังค่านิยมมาว่าคนกรุงเทพรวย กรุงเทพคือเมืองฟ้าอมร เป็นบ่อเงินบ่อทองที่ขุดเท่าไหร่ไม่หมด ตนต่างจังหวัดที่เคยเข้ามารุ่นแรกก็ตัวดี เมื่อกลับบ้านตามวันหยุด ก็สร้างภาพให้คนที่บ้านเห็นว่า กรุงเทพดียังไง เป็นแหล่งทำกินอย่างไร โดยไม่เคยบอกว่าตัวเองต้องทนทรมานทุกข์แสนสาหัสแค่ไหน เมื่อเข้ามาแล้วจะกลับบ้านเมื่อเปล่าก็กระไรอยู่จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อดิ้นรน จนไม่นึกถึงความถูกต้อง เรื่องนี้ต้องว่ากันอีกยาว เพราะเป็นเรื่องค่านิยมและกระแสวัฒนธรรม (ปวดหัว)
2.ความสุขในชีวิต ของเรา(ไม่เกี่ยวกับคนอื่นนะ) คือ มีเพื่อนคู่คิด มีมิตรคู่ยาก มีที่พึ่งทางใจ และมีคนรักและเข้าใจ
แต่สำหรับคนต่างจังหวัด การแต่งงาน+มีลูก ถือว่าเป็นอีกstepของชีวิต ถ้าไม่มี ก็จะหาว่าไม่สมบูรณ์ เคยไปเยี่ยมญาติที่บ้านนอก ชอบถามจังว่าเมื่อไหร่จะแต่งงาน ตอนนี้ไม่มีใครกล้าถามแล้ว พอจะเจอสวน ด้วยวาจาที่แสบว่าเบตาดีน
3.เรื่องความรัก ของคนนี้ ตอบไม่ถูกแฮะ เพราะไม่เก่ง แต่เคยถามคนที่เมียหนี หรือสามีหนีนะ ว่ารักเพราะอะไร เขาดีตรงไหน ได้สาเหตุคร่าวๆว่า เพราะผูกพันอยู่กันมานาน กับ (อันนี้กว่าจะยอมบอกเป็นอ้ำอึ้งเป็นนาน) ที่เสียใจเพราะเสียหน้า และคนพวกนี้ส่วนใหญ่จะโสดและเสียใจไม่นาน ก็มีใหม่ เรื่องว่าทำไม่ไม่ชอบคนดีๆ ของอย่างนี้ ลางเนื้อชอบลางยา หรือเขามีเหตุผลอื่นที่เราไม่รู้ก็ได้
4.การร้องไห้ของผู้ชาย โดยเฉพาะคนจีนนั้น ค่อนข้างจะเป็นเรื่องซีเรียส เพราะคนจีนถือว่าเพศชายเป็นเพศที่เข้มแข็ง ห้ามแสดงความอ่อนแอให้คนอื่นเห็น แต่เราว่าถ้าได้ร้องไห้แล้วสบายใจก็ร้องมาเหอะ
5.+6.+7. เราเคยช่วยเหลือคนทั้งเงินทั้งแรงมามาก จนเราค้นพบว่า บางครั้งการให้เงิน มันเหมือนน้ำในทะเลทรายไม่เต็มซักที ช่วยแรงก็คล้ายๆกัน สิ่งที่ดีที่สุดคือ ให้คำสอน ให้เขามีสติมีความรู้ อย่างน้อยก็รู้จักตัวเอง จะได้ปรับปรุงตัวได้ถูก ก้องก็มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เมียเขาเบื่อจนหนี ถ้าดีจริงทำไมเมียทิ้งเล่า(ไม่ใช่พระเอกทีวีบางคนที่ เลิกแฟนเพราะแฟนดี เลยต้องเปิดโอกาสให้เขาไปพบคนดีๆ โคตรเสียสละได้น้ำเน่ามาก )

#28 By สาวเหนือ (203.146.176.242) on 2007-07-02 12:53

เพิ่มเติม..
ดูท่าทางคุณจะเป็นคนจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคน แต่คนบางคนไม่สำนึกบุญคุณก็มีนะ แถมยังtake advantage จากความขี้ใจอ่อนของเราด้วย เราไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายนะ แต่เราเจอมาเยอะมาก ที่บ้านเราก็ค้าขาย ตอน"มี" บ้านหัวกะได ไม่เคยแห้ง มีคนมาบ้านตลอด ให้ช่วยนั้นช่วยนี่ ตอน"ไม่มี" หมายังไม่เดินผ่านเลย คนที่มาช่วยเหลือกลับเป็นลุงข้างบ้าน ที่ไม่ใช่ญาติและไม่สนิทกันเท่าไหร่ หากคุณจะช่วยเหลือใคร โดยเฉพาะเงิน ขอให้จงทำใจ เพราะหากจะสูญก็คิดเสียว่าทำบุญ

#29 By สาวเหนือ (203.146.176.242) on 2007-07-02 13:04

...



...

#30 By กะจิ๋วหลิว on 2007-07-02 14:31

เอาใจช่วยเรื่องระบบ CIS นะคะ
1. คนต่างจังหวัดแร้นแค้นไหม?
ขอตอบในฐานะคนต่างจังหวัดคนหนึ่งนะคะ ถ้าวัดกันที่ความทันสมัย สะดวกสบายก็คงจะแร้นแค้นค่ะ แต่ถ้าวัดกันที่ความสุขใจ ความรู้สึกอบอุ่น คงเทียบกันไม่ได้
2. ถ้าถามถึงความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่า ไม่จริงหรอกค่ะที่ชีวิตจะมีความสุขจริงๆได้ก็ต่อเมื่อแต่งงานมีครอบครัว เพราะเห็นคนแต่งงานหลายๆคนทุกข์เสียยิ่งกว่าคนที่อยู่ตัวคนเดียวนัก
ข้ออื่นๆขอติดไว้ก่อนนะคะ หุ หุ หุ ขอตัวไปรับบทนางาทาสต่อก่อนค่ะ

#31 By ป้าหมู on 2007-07-02 15:58

มาตอบจนได้ ชอบพูดมาก
TAO : รถมันติดครับ ทำใจ ระบายรถไม่ได้เร็วกว่านี้แล้ว นี่ขนาดติดสินบนหน่วยจราจรแล้วนะครับ อย่าไปห้างอื่นเลยครับ ของเหมือนๆกันแหละ แต่ของที่ห้างผมแพงกว่า

ตังเม : เสียใจเรื่องเงินด้วยนะครับ ให้ผู้ชายไปล่ะสิ ขอบคุณที่อวยพร

old mustang พ่อน้องเบลล์ สุดน่ารัก : ดีใจครับที่คุณพ่อมาให้ความคิดเห็น เขียนยาวๆชอบครับ ชอบของยาว อย่าลืมกลับมาอีกนะครับ

songsage : ขอโทษครับที่อ่านแล้วสับสนทางเพสเหมือนเจ้าของบล๊อค

มุมนึงของชีวิต : ก่อนอื่น ขอบพระคุณจากสุดขั้วหัวใจครับ ดีใจที่สุดก็ตอนที่คุณเซฟข้อความของผมเก็บไว้นี่แหละครับ มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้นมาอีกเป็นกอง ผมซึ้งมากที่คุณไล่กลับไปอ่านของเก่าๆของผม คุณสามารถอ่านได้ทุกอ็นทรี่เลยครับ โดยการเข้าไปที่ Archive จะมีแบ่งเป็นเดือนๆไว้ครับ ขอบคุณครับ ยินดีที่ได้รู้จัก

#32 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-02 17:41

ดินสอพอง : คุณคือคนดีครับ

asuji : ก็แบบว่าสงสัยบางอย่างในชีวิต ถึงได้ถามครับ ไม่ได้ตั้งใจรบกวนนะครับ แต่คุณก็มาตอบเนอะครับ ขอบคุณหลายๆ เอ๊ะ ยังหนุ่มยังแน่น ทำไมไม่คิดแจ่งงาน หรือคิดจะอึ๊บแล้วเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ

เจ้าชายน้อย : คุณเขียนยาวอีกแล้ว ช๊อบ ชอบ มี SHIT ด้วย ทำไมคุณไม่เปลี่ยนใจเรื่องมีครอบครัวซักทีครับ เมื่อไรทานข้าวด้วยกันครับ อุตาสห์ลดเอวรอนะเนี่ย

ตังเม : ไม่ได้เจตนาให้คนทะเลาะกันครับ แค่คิดเห็นต่างกันเท่านั้นเอง ก็เหมือนกันบางคนชอบผู้ชาย บางคนชอบผู้หญิง บางคนชอบโฮโม ไงครับ ถ้าผมไปทำอะไรให้คุณไม่สบายใจ ขอโทษด้วยนะครับ กลัวไม่กลับมาเม้นท์ ฮือๆๆ


ปอนๆ : ผมชอบความคิดเห็นของคุณครับ และขอบคุณที่ชื่นชมผลงานของผมจนเอาไปเปิดบล๊อคตัวเอง อยากเจอตัวเป็นๆด้วยนะเนี่ย

#33 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-02 17:49

...

คุณ ว่าที่ ดร. : มีเรื่องขอความช่วยเหลือค่ะ เกี่ยวกับระบบของคอมฯ

ถ้าไม่รังเกียจ ขอหลังไมค์
befine-23@hotmail.com

#34 By กะจิ๋วหลิว on 2007-07-02 17:50

ชีวิตคนเรามันไม่สามารถเลืกได้หรอกค่ะ
แต่ว่าเลือกที่จะเป็นคนดีได้
และทำในสิ่งที่ดีๆๆๆๆ
บางครั้งคนเรามันถึงจุดๆนหึ่งมันต้องเอาตัวรอดให้ได้ค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นคนบ้านนอกหรือว่าคนในกรุงนะค่ะ

#35 By jasminey on 2007-07-02 17:52

ว่าที่แม่ยายผม MayaKnight : ไม่ได้กะพาดพิงแบบเสียหาย เพียงแต่ คุณแม่ยายน่าจะมองโลกแบบอิ่มตัวแล้ว รู้แจ้งเห็นจริง เพราะมีบุตรที่โตแล้ว หล่อล่ำด้วย จึงเจาะจงถามเรื่องแต่งงานครับ แล้วก็เหมือนที่คิดไว้ คำตอบที่ได้รับคือผ่านการย่อยจากสมองและประสบการณ์แล้วครับ

น้องฟ้า : คน กทม. ต่ำต้อยจริงๆด้วยครับ เห็นด้วยอย่างแรง

veilchen : ผมเสียใจที่คุณต้องมาเจอแฟนเชี่ยๆด้วยครับ แต่ผมไม่อยากให้คุณคิดจะอยู่คนเดียว ไม่แต่งงาน ความเหงาโหดร้ายมากๆ

tomazzu : อิ๊

takoong : อย่างน้อยห้างของผม ตอนกลางคืนก็ปลอดภัยดว่าพวก lotus, big-c, carrefour, makro เยอะครับ

#36 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-02 18:04

กะจิ๋วหลิว : ผมไปทำอะไรให้คุณครับ ส่งสายตา แบบนี้มาหให้หลายรอบ ถ้าล่วงเกินพระบาทอย่างไร ขออภัยด้วยครับ

riddler : ใครบอกคนเราไม่ค่อยใช้หัวครับ 5555

นู๋เป๋อ : ขอบคุณตริงๆเลยครับ เขียนซะยาวยืดเลย ทำการบ้านเสร็จแล้วหรือยังนะ ตอนมาเม้นท์ ที่บ้านนู๋เป๋อ มีงานเพียงพอสำหรับคนทั่วไปหรือเปล่าครับ

shako : ขอบคุณที่บอกว่าผมใจดีครับ แต่เรียกพี่ดีกว่า เรียกลุงทำไมกัน

ลูกชิ้น : ผมว่าสิ่งที่คนต่างจังหวัดต้องการคือคนสนับสนุนเรื่อง know-how ทำอย่างไรให้การเกษตรมีผลงอกงาม มีกำไร เพราะจริงๆเมืองไทยสมบูรณ์มากๆๆ

mayaknight : ผมก็ปล่อยพลังไปเยอะเหมือนกัน แต่ยังไม่หมดแม๊กครับ ชีวิตคงบัดซบมากจึงทีเรื่องมากมาย บานตะไท

#37 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-02 18:10

ตุ้มเป๊ะ : ปรากฏว่า เมียช่างก้อง เอาตัวไม่รอด อุ้มลูกกลับมาบ้าน 1.5 วันต่อมา เก่งแต่ปาก สาเหตุที่มันอุ้มลูกหนีคือมันบอกว่าทำที่ห้างเงินเดือนน้อย ให้ไปทำที่อื่น แถมด่าช่างก้องสุดหล่อล่ำของผมว่า "กูทำงานเหนื่อยกว่ามึง แถมได้เงินเดือนเยอะกว่ามึงด้วย"

ตังเม : จากเอ็นทรี่นี้ ถึงได้รู้ว่า มีผู้ชายมากมาย เข้ามาในเว็บผม มีหลายคนน่าจับด้วยครับ

jasminey : มามองเรื่องเอาตัวรอดแล้วนะครับ ถ้การขโมยเงินจากบริษัทออกมา แล้วบอกว่าถ้าไม่ทำ พ่อ แม่ หรือลูกต้องอดตาย แบบนี้มันทำให้บาปมันลดลงหรือเปล่านะครับ

#38 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-02 18:16

ป้าหมู : ขอบคุณที่อวยพรเรื่อง CIS ครับ แต่ใครนะใช้งาน ป้าหมูดั่งทาสในเรือนเบี้ย

สาวเหนือ สุดสวย เอ๊กซแตก :
เรื่องของตอน "มี" กับ "ไม่มี" นี่ที่บ้านผมก็เป็นครับ ญาติกันแท้ๆ เรื่องเงินนี่ไม่เข้าออกใครจริงๆ
คนที่บ้านผมก็ชอบถามนะครับ ทำไมไม่แต่งงานซะทีๆๆ ถามอยู่นั่นแหละ

อ่านเม้นท์ของคุณสาวเหนือแล้ว รู้เลยว่าความรักจะมาคู่กับความผูกพันธ์


สาวเหนือ

#39 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-02 18:22

คุณขา
คอมเม้นต์คุณ ยาววววว มากกกก
เขียนได้ดีมากค่ะ บางเอนทรีอยากตอบแต่อดใจไว้ ... เด๋ว ความลับแตก

#40 By ป่าน on 2007-07-02 18:35

โอ๊โอ๋...

มิได้มีเจตนาจะให้เข้าใจไปดังนั้นเลย...
... เพียงแต่ขัดใจนิดหน่อย ที่ถูกสงสัยว่าแก่ ตั้งสองรอบอ่ะ
แค่ไหนล่ะ ที่ว่าแก่น่ะ !!!

ส่วนเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือนั้น
มาจากที่คุณสามารถ Recheck ID ได้ง่ายๆ
จึงอยากได้วิธีไว้ประดับสติปัญญาอันน้อยบ้างอ่ะนะ

สังคมเดี๋ยวนี้ ดูไม่ออกเหมือนกัน ...
ระหว่าง ความหวังดี ที่แฝงประสงค์ร้ายมาโดยที่เราไม่รู้ตัว ...

สุดแท้แต่น้ำใจอ่ะนะ ...

...

#41 By กะจิ๋วหลิว on 2007-07-02 21:20

ป่าน : ขอบคุณหลายๆครับที่ชม เขินน่ะเนี่ย เขียนเรื่องลามกอนาจารก็เยอะ อย่าเม้มครับ นึกอะไรได้ก็เม้นท์มา กลัวความลับอะไรแตกครับ หรือว่าคุณคือเพื่อนผมสมัยเรียนมัธยมแล้วตอนนี้ตัดจูรุดออกไปแล้ว

กะจิ๋วหลิว สาวสวย เซ็กซี่ที่สุดในอีสาน :
ผมส่งเมลไปถามแล้วนะครับ ถามอะไรก็ได้ ได้ทุกเรื่อง ตอบได้หรือเปล่าอีกเรืองนึงจ๊ะ

#42 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-02 22:09

ขอบคุณครับเฮีย ก.ที่อยากเจอปอน... แต่ปอนกลัวว่าเฮียจะเจอปอนแล้วจะติดตาจนต้องเอาน้ำมะพร้าวล้างตาก่อนถึงจะหายน่ะสิครับ... ถ้าเฮียให้เกียรติเดี๋ยวปอนอาจเชิญเฮีย ก. มาเป็นวิทยากรให้หน่อยได้มั้ยครับจะได้เจอกันแบบไม่ต้องเสียตังค์บวกกับได้เที่ยวด้วยนะเออ... เอ็นทรี่ใหม่มาแล้วนะครับรอคำตอบจากเฮียด้วย.. อิอิ

#43 By ปอนปอน on 2007-07-02 22:55

โอ้ว...พระเจ้าช่วยกล้วยทอด!!!
ผมเข้ามาอ่านเม้นท์คนอื่นๆหลังจากโพสไว้ อ่านไปอ่านมา เวรกรรม ผมไม่ได้เม้นท์ตอบคำถามคุณเลยสักข้อ (ลืมไป)
อ่านมาถึงเม้นท์ที่#32 อ่านจนเกือบจบ อ้าว...คุณเข้ามาพูดถึงเม้นท์ผมด้วย
555 ช็อคสีซีนีม่าจริงๆ...
นึกว่าไม่ใส่ใจเท่าไหร่ เพราะเม้นท์คนอื่นมากมายก่ายกอง ผมยังอ่านจนตาลายเลยครับ ก็ขอบคุณกลับไปละกันว่าไม่ปล่อยให้ตกหล่นไป (ดีใจนิดๆ)
ผมสารภาพได้เลยว่าเพิ่งมาอ่านบล๊อคเป็นครั้งแรก เคยเห็นมานานแต่ไม่เคยอ่าน เคยแต่เขียน/อ่านไดอารี่ออนไลน์อยู่พักนึงแล้วก็เลิกไป แต่หน้าบล๊อคก็ดูแล้วเหมือนไดอารี่ออนไลน์เหลือเกิน
1. คนต่างจังหวัดนี่ชีวิตคงจะแร้นแค้นมาก ถึงต้องทิ้งชีวิตแบบชาวนา
มาเสี่ยงดวงในกรุงเทพ โดยหวังว่าชีวิตจะดีขึ้นแล้วมีเงินเหลือส่งกลับไปให้ พ่อ
แม่
ข้อนี้ผมคิดว่ามีส่วนบ้างแต่น้อยลงกว่าเมื่อก่อน เพราะว่าความเจริญ(ทางวัตถุ)เริ่มกระจายออกไปตามต่างจังหวัด โรงงานอุตสาหกรรม/ห้างสรรพสินค้า ผุดเป็นดอกเห็ด สร้างงานในพื้นที่ได้พอสมควร
2. ความสุขของชีวิตจริงๆ คือการแต่งงาน มีลูก มีครอบครัว ใช่หรือเปล่า
แม้ว่าผมจะยังโสด(สนิท) ผมก็มีมุมมองว่า ทุกคนลึกๆแล้วปรารถนาอยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากมีลูกที่น่ารัก มันเป็นอุดมคติของสังคมมาช้านาน ส่วนจะมีความสุขมากน้อยแค่ไหนนั้น เป็นเรื่องของแต่ละคนที่จะดูแลรับผิดชอบต่อไป
3. ทำไมเมื่อไอ้ก้องมันรู้ว่าเมียมันเชี่ย เป็นโจร เป็นขโมย ทำไมไม่เลิกกันครับ
ถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะคำว่า

#44 By มุมหนึ่งของชีวิต (58.147.76.205) on 2007-07-02 23:17

เราได้เรียนรู้เรื่องความรักของคนต่างเพศ จากพ่อและแม่เรา ว่า ความรักหนุ่มสาว มันสามารถหมดรักหรือเลิกรักกันได้ แต่ความผูกพันจะอยู่กันอย่างยาวนาน เพราะเมื่อแก่จนตาฟางหนังเหี่ยวแล้ว และเรื่องsexก็ไม่มีแล้ว แต่ความเป็นเพื่อนที่ทนอยู่ อยู่ทน เป็นคู่ทุกข์คู่ยากจะทำให้คน2คน รักกันจนตายจาก
ขออวดว่า พ่ออยู่กับแม่มา40ปีจนตายจากกัน ไม่เคยเถียงหรือทะเลาะกับแม่เลย(แม่เล่านะ)
รัก มีวันเลิกรัก สายใยความผูกพันตัดไม่ขาด เหม