สืบเนื่องมาจากเอ็นทรี่ที่แล้วเรื่องการออกกำลังกาย ที่ดูเหมือนจะมีสาระ แต่หลังจากกลับไปอ่านหลายๆตลบ สาระน้อยมากทั้งๆที่เขียนยาวยืด จึงเขียนเอ็นทรี่นี้ขึ้นมาเพื่อให้ดูว่าบล็อกผมมีสาระ (กะว่าเขียนแบบมีสาระแล้ว เผื่อคุณเจ้าของ exteen เข้ามาอ่าน จะให้รางวัล ตามที่โฆษณาเอาไว้คือให้เนื้อที่เพิ่ม ถ้าเป็นไปได้ขอรางวัลเป็นนัดทานข้าวหนึ่งมื้อดีกว่า เฮอะๆ)

ก่อนอื่นทุกคนคงสงสัยว่า เอ๊ะ !!!! ตัวเราทุกวันนี้ร่างกายเรามันสมส่วน สมดุลมั๊ยนะ บางคนตัวสูง บางคนตัวเตี้ย แล้วจะเอาอะไรมาวัด แต่ก่อนเราจะเข้าใจผิดว่าเอาส่วนสูงของเรา มาลบด้วย 100 บางคนบอก 110 จะได้เท่ากับน้ำหนักที่เราควรจะมี แต่จริงๆเรามีสูตรคำนวณความสมดุลของร่างกายครับ ไม่ใช่ สูตรเตี๋ยว .... สูตรที่ว่าคือ Body Mass Index หรือBMI (อ่านว่า บี เอ็ม ไอ ... ไม่ใช่ บีเอ็มเอ๊กซ์ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ไอบีเอ็ม หรือ เม็นอินแบล๊ค)

( คนอ่าน : เชี่ย นึกว่ากรู ก็อ่านภาษาอังกฤษไม่ออกหรือไง
มนุษย์กล่อง : จริงๆก็ทราบคับว่าอ่านออก แต่ว่า กลัวมันมีสาระเกิน เลยต้องติดตลกคาเฟ่มานิดๆ
คนอ่าน : แล้วไป ฝากไว้ก่อนเถอะมึง ตลกฝืดๆไม่ขำนะโว้ย
มนุษย์กล่อง : ขอโทษค้าบบ )

สูตรของมันมีอยู่ว่า

BMI = BW (kg) หรือ
HT2 (m)

BMI = น้ำหนักตัว
ความสูง * ความสูง

Example A

คุณบูนใหญ่ ชื่อเล่น บิ๊ก มีส่วนสูง 176 ซ.ม. หนัก 85 ก.ก. ความยาวยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ว่างานยุ่งมากกับนิตยสารบันเทิงที่ดีที่สุดของไทยจนไม่มีเวลาไปฟิตเนส ค่า BMI ของคุณบูนใหญ่ คือ

BMI = 85 = 85 = 27.44
1.76 * 1.76 3.0976

เมื่อได้ค่า BMI ตามสูตรแล้ว ต้องเอามาเทียบค่าตามตารางซาดิสท์ + วิปริต ข้างล่างดังนี้



< 18=ไอ้ขี้แห้ง กินข้าวเยอะๆซิ อย่าเนียนกินแต่กับ
18 24 =ร่างกายสมส่วน สมดุลดีมาก หุ่นดีแล้ว
> 24 30=ตัวเริ่มจะบวมๆแล้วนะ ระวังให้ดีเถอะ
> 30 =อ้วนเชี่ยๆ หรือไอ้เชี่ยอ้วน ต้องหยุดกินข้าวเดี๋ยวนี้ แล้วออกไปวิ่งซะดีๆ

สรุปว่าคุณบูนใหญ่ ต้องเริ่มลดอาหารพวกแป้งและไขมัน โดยหันมาบริโภคโปรตีนเกษตร อาหารเม็ด และผลไม้เยอะๆแทน
(หมายเหตุ ชื่อของ Example A เป็นนามสมมุติ ไม่ได้อ้างอิงถึงบุคคลใดๆเลย จริงจริ๊ง)


ต่อมา ในกรณีที่คุณบูนใหญ่ทราบแล้วว่า ตัวเองนั้นน้ำหนักเริ่มล้ำหน้าเกินขอบเขตอันบังควรที่จะมีได้ จึงคิดที่จะกลับไป ออกกำลังกายตามคลับ Fitness ต่างๆ ที่ยิกเลิกสมาชิกไปหมดแล้ว แต่เอ๊ะ นึกขึ้นได้ว่า ควรจะออกกำลังกายแค่ไหนดี นานแค่ไหนกี่ชั่วโมง วิ่งที่ความเร็วเลเวลเท่าไรดี คุณ Karvonen มีคำตอบครับ

The Karvonen Formula ถือเป็นสูตรที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและได้การรับรองว่าแม่นยำ ถูกต้องมากที่สุด แม้แต่ในโรงพยาบาลก็ใช้ครับ สูตรนี้จะบอกว่าในขณะออกกำลังกาย อัตราหัวใจของเราควรเต้นอยู่ที่เท่าไร โดยจะต้องคำนวณ 2 ครั้งเพื่อหาค่าต่ำสุดและค่าสูงสุดครับ ( ค่า Min กับ ค่า Max )
(คนอ่าน : มึงนี่อีกแระ นึกว่ากรูไม่รู้เหรอว่า ต่ำสุดคือ Min มากสุดคือ Max
มนุษย์กล่อง : คือว่า ......เอ่อ.......... ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ)

แต่ก่อนอื่น ก่อนที่จะมาแทนค่าใส่สมการของ Karvonen กันให้วุ่นวาย มีค่าตัวแปรตัวหนึ่งที่คุณต้องรู้ก่อนนั่นคือ อัตราการเต้นของหัวใจ / ชีพจร ในขณะที่ร่างกายปกติ ( resting heart rate) นั่นคือค่าการเต้นของหัวใจในขณะที่คุณไม่ได้ทำอะไรเลย โดยเวลาที่ดีที่สุดที่ควรวัดชีพจร resting heart rate คือตอนคุณเพิ่งตื่นนอนครับ ตื่นแล้วไม่ต้องลุกจากเตียงวัดชีพจรก่อน ตัวเราเองสามารถวัดชีพจรได้เอง 2 จุดคือ ข้อมือ (radial pulse) และด้านข้างของคอ (carotid pulse).

วิธีนับให้ง่ายและเร็วที่

สุดคือ เอานิ้วแปะไว้ที่จุดตุ๊บๆ (จุดเชี่ยไรฟะ ตุ๊บๆ) 6 วินาที ได้เท่าไรแล้ว คูณ 10 หรือจะเอานิ้วแปะไว้ 10 วินาที แล้วคูณ 6 ก็จะได้ค่า resting heart rate มาไว้เชยชมด้วยความภูมิใจ (เฮ้ย !!!กรูคูณเลขได้ด้วยว่ะ)

ถ้าคิดจะหาค่า resting heart rate จริงๆจังแล้วล่ะก็ ให้ทำ 3 วันติดกัน แล้วเอาค่าที่ได้ทั้ง 3 วันมารวมกัน แล้วหาร 3 ครับ อันนี้ก็จะได้ตัวเลขที่ชัวร์ยิ่งกว่าการทำวันเดียว แถมภูมิใจด้วย ( เฮ้ย!!! กรูหารเลขก็เป็นนะเฟ้ย)

เมื่อได้ค่าดังกล่าวแล้วก็เอามาเข้าสูตร Karvonen กันเลย โดยมีสองสูตรย่อยๆ และต้องรู้ค่าตัวแปรดังนี้

1. อัตราการเต้นของหัวใจปกติ ( resting heart rate)
2. อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (Maximum Heart Rate) = 220 อายุ (สำหรับผู้หญิง)
= 210 อายุ (สำหรับผู้ชาย)


อัตราการเต้นของหัวใจที่เหมาะสมขณะออกกำลังกาย (Training Heart Rate) = อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด - อัตราการเต้นของหัวใจปกติ ( resting heart rate) x ค่าระดับความโหดของการออกกำลังกาย( Intensity Level) + อัตราการเต้นของหัวใจปกติ

หรือ Training Heart Rate = Max. Heart Rate - Rest. Heart Rate x Intensity + Rest. Heart Rate

ทั้งนี้ค่าระดับความโหดของการออกกำลังกาย Intensity Level ดูได้ตามตารางข้างล่างนี้

ผู้คิดริเริ่มออกกำลังกาย (ออกกำลังแบบชิวๆ สบายๆ ไม่เหนื่อยมาก) = 50% - 60%
ผู้ที่ออกกำลังกายมากพอสมควร โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดน้ำหนัก สลายไขมัน = 60% - 70%
ผู้ที่ต้องการให้ตัวเองอึดแบบควาย ทรหดอดทน ไว้สู้น้ำท่วม หรือวิ่งหนีผู้ก่อการร้าย= 70% - 80%
ผู้ที่ออกกำลังกายแบบโหดร้าย ข่มขืนตัวเอง เพื่อให้แข็งแรงเหมือน The Rock = 80% - 90%
ผู้ที่ออกกำลังกายโดยมีจุดประสงค์เพื่อไปช่วยชาติ เล่นเอเชี่ยนเกมส์ โอลิมปิก = 90% - 100%

Example B

คุณองค์ชายน้อยอายุได้ 28 ขวบ วันหนึ่งเมื่อเขาตื่นนอนขึ้นมาเขาเอามือแปะจุดตัวเองและวัดชีพจรได้ 75 ครั้ง / นาที เนื่องจากเขาเป็นทหารเรือจึงต้องการร่างกายที่กำยำ แข็งแรงดุจ The Rock เอาไว้ลากเรือเข้า อู่แห้ง คนเดียวโดยไม่ต้องใช้เชือกระโยงระยาง หรืออุปกรณ์มากมาย คำถามคือคุณองค์ชายน้อยต้องออกกำลังกายโดยให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ช่วงประมาณเท่าไร

อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด = 210 28 = 182 ครั้ง / นาที
(ถ้าเกินกว่านี้อาจตายได้ อดเป็น The Rock ได้เป็น Undertaker แทน โฮะๆๆ ว๊าก อ่ะๆๆๆ)

Training Heart Rate (Min) = 182 75 * 0.80 + 75 = 160.60
Training Heart Rate (Max) = 182 75 * 0.90 + 75 = 171.30

คำตอบ คุณองค์ชายน้อยจะแข็งแรงเหมือน The Rock ได้ ต้องออกกำลังกายโดยให้หัวใจเต้นอยู่ที่ 161 171 ครั้ง / นาที


Example C

เด็กหญิงแพนเค้ก นามสกุลพายกรอบ อายุได้ 21 ปี ณ วันปกติ ที่มีความมั่นใจสูงส่ง ไม่ใช่วันที่มามาก หรือวันแดงเดือด หัวใจเธอจะเต้น 90 ครั้งต่อนาที เธอเพิ่งเรียนจบและยังหางานทำไม่ได้ เพราะมัวแต่หาแฟน เลยอยากลดน้ำหนักและสลายไขมันเนื่องจากเธอสรรหาของกินได้ไม่หยุดยั้ง เนื่องจากทำอาหารเองได้เก่งมาก โดยเฉพาะเกี๊ยวห่อชีส คำถามคือเด็กหญิงแพนเค้กต้องวิ่งบนลู่แบบโหดแค่ไหน โดยให้หัวใจเต้นถี่เท่าไรถึงจะสลายไขมันได้โดยพลัน

อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด = 220 22 = 198 ครั้ง / นาที

Training Heart Rate (Min) = 198 90 * 0.60 + 90 = 154.80
Training Heart Rate (Max) = 198 90 * 0.70 + 90 = 165.60

คำตอบ เด็กหญิงแพนเค้กจะลดความอ้วนได้สำเร็จต้องออกกำลังกายโดยให้หัวใจเต้นอยู่ที่ 155 166 ครั้ง / นาที ถ้าเกินกว่านี้ร่างกายจะเป็นทรงกระบอก สัดส่วน บน กลาง ล่าง หน้า หลัง จะเท่ากันหมด ถ้าน้อยกว่านี้ก็จะเป็นตัวการ์ตูน บูริน บูริน (ใช่หรือเปล่านะ ไม่เคยอ่าน)

( หมายเหตุ 2 ชื่อตัวละครใน Example B, C เป็นนามสมมุติ ที่ผมอยู่ดีๆก็นึกแว่บขึ้นมาได้เอง ไม่ได้พาดพิงถึงบุคคลใดเลยจริงๆครับ)


เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
1. ลดน้ำหนักได้ 5 ก.ก. ลดอัตราการเกิดข้อเสื่อมได้ 50%


2. การออกกำลังกายที่ดีคือไม่เหนื่อยจนเกินไป คือยังสามารถพูดคุยได้ปกติ ไม่หอบเหมือนหมา


3. การวิ่งควรวิ่งให้เร็วสม่ำเสมอ ประมาณ 20 นาที จะกระตุ้นให้หลั่งสาร endorphin ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้าต้องการลดน้ำหนักให้วิ่งเกิน 20 นาทีได้


4. การวิ่งช้าสลับเร็ว จะทำให้ร่างกายหลั่ง adrenaline ซึ่งทำให้เส้นเลือดหัวใจตีบตัน ถือว่าไม่ดี


5. การออกกำลังกายแบบ แอนแอโรบิค คือเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ใช้ อ๊อกซิเจน เป็นส่วนประกอบในการสร้างพลังงาน ซึ่งดีตรงที่ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง แต่จะไม่มีผลต่อปอด หัวใจ หรือเส้นเลือด หรือสุขภาพโดยทั่วไป เช่น การตีเทนนิส วิ่งระยะสั้น 100 เมตร ซึ่งไม่ได้ช่วยเพิ่มสมรรถภาพของหัวใจ และหลอดเลือดเลย


6. การออกกำลังกายควรทำหลังจากทานอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง เนื่องจาก อาหารถูกย่อยและดูดซึมเข้าไปในเลือดเต็มที่แล้ว


7. เครื่องเล่นคาดิโอเช่น ลู่วิ่ง ไม่ทำให้ข้อ บาดเจ็บ พวกเครื่องช่วยยกน้ำหนักทำให้ข้อบาดเจ็บได้เล็กน้อย


8. ยกดัมเบล บาร์ แบบไม่มีเครื่องช่วย ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บของข้อต่อและกล้ามเนื้อได้ง่าย ข้อดีคือทำให้กล้ามเนื้อสมบูรณ์ ได้เร็วกว่าการยกน้ำหนักแบบมีเครื่องช่วย


9. การยกน้ำหนักเป็นการเพิ่ม สมรรถภาพของกล้ามเนื้อ เพื่อให้เล่นกีฬาได้ดีขึ้น แต่ถือว่าเป็นการออกกำลังกายโดยไม่ใช้ออกซิเจน จึงไม่เป็นการช่วยการทำงานของหัวใจ


10. การยกน้ำหนักเพื่อให้กล้ามเนื้อใหญ่ ให้ยก 70-80% ของน้ำหนักที่ยกได้เต็มที่ ยกครั้งละ 3 5 เซ็ท เซ็ทละ 5 8 ครั้ง การยกน้ำหนักเพื่อให้กล้ามเนื้อคงทน ให้ยก 40 70% ของน้ำหนักที่ยกได้เต็มที่ ยกครั้งละ 3 5 เซ็ท เซ็ทละ 10 15 ครั้ง


11. ผู้ที่ออกกำลังกายจนเป็นอาจิณแล้ว ดังนักกีฬา ครูฝึกหล่อล่ำในฟิตเนส จะมีอัตราการเต้นของหัวใจปกติ Resting Heart Rate อยู่ที่ 65 ครั้งต่อนาทีครับ

ปล. 1
สมัยตอนที่ผมยังอ้วน มีหุ่นคล้ายสัตว์ประหลาดชนิดนึงที่คุณ เจ้าชายน้อย เอามาเปิดเผยสู่สังคม exteen ไม่นานมานี้ มันชื่อว่า วาซาบิ ... เอ๊ย ...... ฮานามิ ..........เอ๊ะ ...... (ตัวเชี่ยไรวะ) .......ชิชิมารุ ??? มิตซูชิตะ ??? ......ไม่ใช่ (เดี๋ยว ขอคลิกไปดูก่อน) .... อ้อ !!!!!! ตัว Capybara (คาพีบารา) นั่นเอง ตอนนั้นผมมีน้ำหนัก 80 กว่าๆ (แค่นั้นเอง) ณ อุณหภูมิห้อง ในขณะที่ผมนั่งเฉยๆ ชิวๆไม่ได้ทำอะไร หัวใจผมจะเต้น 102 ครั้ง ต่อนาที

ปล.2 ตอนนี้ Resting Heart Rate อยู่ที่ 72 ครั้งครับ เพราะครูฝึกหล่อมากตอนมาวัด เมื่อร่างกายถูไถกัน หัวใจเลยเต้นเร็วผิดปกติ จริงๆน่าจะอยู่ที่ 65-68 นี่แหละ ไม่เกินนี้

ปล.3 ขนาดความยาวอาวุธ เอ๊ย ขนาดร่างกายของผมคือ อก 41 นิ้ว (มากกว่าตั๊ก บงกชอีก) biceps กล้ามแขน 14.5 นิ้ว เอว 31 (แต่กล้ามเนื้อล้วนๆนะ)


Comment

Comment:

Tweet

<a href="http://yipfufdqubeifld.com">cnjtondkwzgfhdu</a> http://vriegudqnkijryj.com [url=http://tzqpehtpnqgutmk.com]dxspkihsbxisgwv[/url]

#23 By qpamlashoa (94.102.52.87) on 2010-06-10 22:41

มึนตึบ!! embarrassed

#22 By Human on 2009-10-05 10:24

ผมเป็นคนวิ่งไม่ทนเอาซะเลยว่ะพี่

คือถ้าให้วิ่งเปล่าๆ เนี่ย ไม่ชอบเอาซะเลย
แต่ถ้าเล่นบาสหรืออะไรก็ถึงไหนถึงกัน
แข่งบาสสองเกมส์ในวันเดียวก็ทำได้ แต่วิ่งเปล่าๆ แค่สี่ร้อยเมตร มีลมใส่ได้

ตอนนี้วิ่งลู่ วิ่งได้แค่ห้านาที สิบนาที จะตายให้ได้
ต้องวิ่งๆ หยุดๆ ว่ะ

ตอนนี้กำลังค่อยๆ หลอกตัวเองเพิ่มระยะเวลาให้ตัวเองทีละน้อย

#21 By วิชัย... on 2009-04-25 05:30

ขอค้านเกร็ดความรู้ข้อ 6 ค่ะ
เนื่องจากว่าหนูเคยกินข้าว
แล้วอีก 2 ช.ม.ถัดมาก็ไปวิ่ง
วิ่งแค่ 15 นาที 1.5 กิโลเมตรค่ะ
กลับถึงบ้าน อ้วกหมดตัวเลย

#20 By olive on 2009-03-19 22:11

เมื่อก่อน ลองคำนวณกับสูตร BMI แล้วผมน้อยกว่า 18
แต่ตอนนี้มาทำงาน น้ำหนักเริ่มขึ้น สิบเก้านิดๆ
ยังโอเคอยู่ question

#19 By ~ M@shiiro ~ on 2007-11-07 14:59

เจ๊เอียด : One Pack แบบโดเรมี่หรือเปล่า

mayaknight : การวิ่งๆเร็วๆหยุดๆ มันก็มีประโยชน์ตรงที่ว่ามันช่วยเผาผลาญพลังงาน + เพิ่มสมรรถภาพการทำงานของหัวใจและปอดได้ดีกว่า ทั้งนี้ตอนวิ่งแบบเร็วๆ คุณต้องวิ่งแบบสุดแรงด้วยนะครับ
BMI ของคุณสวยมากๆเลย ทำได้ไงอ่ะครับ (กรี๊ด มีลูกแร้ววว)

#18 By มนุษย์กล่อง on 2007-06-25 20:02

ขอบคุณอีกครั้ง พึ่งจะรู้ว่าการวิ่งแบบเร็วๆหยุดเป็นอันตรายจะได้ไม่ทำอีกคะ
แถมให้การบ้านไปคิดอีกสองข้อ แต่อุปกรณ์ยังไม่พร้อมต้องหานาฬิกาจับเวลาให้ได้ก่อนคะ แต่ข้อ Aได้คำตอบแล้วคะ 21.8 อีกข้อต๊ะไว้ก่อนคืนนี้ไปคิดต่อคะ
ปล.เขียนได้ขำขำดีนะคะอ่านแล้วสนุกสนานเพลินๆหัวเราะคนเดียวอายลูกๆเลยคะ

#17 By MayaKniGht on 2007-06-25 17:58

วู้ย...
ไม่ต้องเข้าสูตร bmi เรย
กะคะเนด้วยแค่หางตาตอนนี้ก็ one pack แร้ว.

#16 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.126.71) on 2007-06-11 13:47

ขอบคุณมากค่ะ

#15 By เจนเนสซ่า on 2007-05-26 18:35

ตอบ
น้องแพนเค้กกรอบ : งานยุ่งจริงๆจ๊ะ น้องเองก็หายจากวงการไปเลยเนอะ

คุณเจนเนสซ่า : ผมไม่ทราบอายุของคุณแม่น้องเจน โดยไม่อาจเดาว่าเป็นโรคไขข้อ ถ้าสมมุติคุณแม่ของน้องร่างกายแข็งแรงดี(ไม่ว่ารูปร่างจะใหญ่หรือเล็กก็แล้วแต่) แล้วยิ่งถ้าอายุไม่เยอะด้วยแล้วล่ะก็ วิธีการแก้ไม่ให้เจ็บเข่า ง่ายมาก
สาเหตุที่เจ็บเข่าคือกล้ามเนื้อขาของคุณแม่ ไม่แข็งแรง เวลายืน เดิน วิ่ง ไม่สามารถรับน้ำหนักตัวเองได้ น้ำหนักเลยไปลงที่หัวเข่า ซึ่งเป็นกระดูกที่ค้ำตัวเองเพื่อยันน้ำหนักที่กดลงพื้นดิน ในฟิตเนสจะมี 2 เครื่องที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อตรงนี้ Leg Curl กับอีกเครื่องนึง ไม่ต้องสนใจชื่อครับ ลักษณะมันเป็นดังนี้ คือการนั่งบนเก้าอี้แล้วเอาข้อท้อเรายกบาร์น้ำหนัก จนขาเราขึ้นมาขนานกับพื้น กับอีกเครื่องคือ นั่งบนเก้าอีก ยืดขาไปตรงๆ วางบนบาร์น้ำหนัก แล้วดึงลงคือพับขาลงมาให้ตั้งฉากกับพื้น
ทั้ง 2 ท่านี้จะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรงครับ พอแข็งแรงดีแล้ว เวลาเดิน ยืน วิ่ง ยกของหนักๆ กล้ามเนื้อจะรับแรงกดไว้ ไม่ปล่อยให้เข่ารับน้ำหนักเพียงส่วนเดียวครับ บางคนจะใช้ถุงทรายพันข้อเท้ายกขึ้นลงแทนก็ได้ ถ้าจะให้ดีไปปรึกษาแพทย์ก่อนครับ เผื่อจะเป็นเรื่องการมีน้ำในหัวเข่า

#14 By มนุษย์กล่อง on 2007-05-26 17:53

โอวว เอนทรีนี้มีประโยชน์มากค่ะ อยากได้วิธีออกกำลังกายสำหรับคุณแม่เหมือนกันค่ะ คุณแม่ปวดเข่า หมอบอกไม่ให้ขี่จักรยานหรือวิ่งอะค่ะ

#13 By เจนเนสซ่า on 2007-05-26 11:02

คุณมนุษย์ในกล่องจ๊ะ..
มีวิธีออกกำลังกายสำหรับคนสูงอายุแนะนำมั้ยคะ
คุณแม่คงไม่ยอมไปฟิสเนตเป็นแน่แท้ล่ะ

ปล.ช่วงนี้ยุ่งหรอคะ?

#12 By ~ หอมกรุ่น ~ on 2007-05-24 14:09

#11 By (58.181.177.37) on 2007-05-22 23:25

BMi บอกว่า เริ่ม ตุ้ย

สงสัยต้องลด ซะแล้ว

#10 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-05-22 14:04

ตอบ
dokatta (n'wan) : เด็กๆ การเผาผลาญยังดีอยู่ ไม่ต้องออกกำลังกายเยอะๆก็ได้ครับ (ไม่เหมือนลุง เอ๊ะ ต้องเรียก"น้อง" สิ)

น้องฟ้า (Natalie Mysky) : ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่าน แล้วคิดว่ามันสนุก เฮอะๆ
ปล.1 คิดผิดหรือเปล่า เลือกภราดรอ่ะ

#9 By มนุษย์กล่อง on 2007-05-22 11:44

อธิบายได้สนุกมากเลยค่ะ แถมยังได้ความรู้ดีด้วย
สาระเยอะจัง คราวนี้
แต่ก็ยังฮาอยู่ดี

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายจริงจังเลย
ก็มีแต่เมื่อวานที่ไปยืนเย้วๆกะคอนเสิร์ต
สงสัยควรจะออกกำลังกายได้แล้วล่ะ อิอิ

#7 By N'wan on 2007-05-21 15:19

เนื่องจากเปลี่ยนวิถีชีวิตการทำงานเลยว่างมาก มาตอบเม้นท์ดีกว่า
คุณแทงเมย์ ( Tangmay คนโหดร้ายผู้ฆ่าคนชื่อเมย์) : ดีใจจังที่มาบอกมันเป็นความรู้แบบวิชาการ

mookujung : ไม่ทราบว่าเป็นต้น อัลฟ่าฟา (Alfalfa) หรือไง เห็นซึมซับ ดูดซึม โฮ่ๆ (ขอบพระคุณที่ติดตาม เป็นแฟนพันธ์แท้ที่น่ารักมาก )

#6 By มนุษย์กล่อง on 2007-05-21 15:15

กำลังซึมซับ+ดูดซึม สาระอยู่ดีๆ เจอวงเล็บเข้าไป สาระเป้นอันละลายทุ้กที
ขอบคุณสำหรับสาระดีที่ + ความฮาปนความบ้านะคะ
คุ้มค่ากับการติดตามจริงๆเลยค่ะ

#5 By ป้าหมู on 2007-05-21 13:49

ดีจริง ๆ ค่ะ ได้ความรู้ที่เข้าใจได้ง่าย ๆ ปนเนื้อหาที่ยกมาแนววิชาการ ไอเดียสร้างสรรค์จริง ๆ

#4 By tungmay on 2007-05-21 12:32

เอ๊ะ ไม่แน่ใจว่าอ่านละเอียดหรือเปล่า ชื่อใน example ทั้งหมดเป็นนามสมมุติครับ รู้ได้ยังไงว่าไผเป็นไผ โฮ่ๆๆ
(กรุณาอย่าเรียก "พี่" ครับ เวลาไป RCA ร้อยละ 95 เรียกผมว่า "น้อง" นะ จริงจิ๊งๆๆ)
ปล. การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

#3 By มนุษย์กล่อง on 2007-05-21 11:13

โอ้ว..ฮา
ด.ญ. แพนเค้ก พายกรอบ โฮ๊ะๆๆๆๆ
เป็นนางเอกด้วย (เพราะเป็นผู้หญิงอยู่คนเดียว)
แรกๆ หัวใจก็เต้นปกติดี แต่ท่าจะเต้นเร็วผิดจังหวะ
ตอนอ่านมาถึงตัวอย่างซีนี่แหละค่าาาา

ความรู้คู่ความฮาอีกแล้ว ชอบๆ

#2 By ~ หอมกรุ่น ~ on 2007-05-20 23:51

โอ้ ได้เป็นนายแบบในเอนทรี่นี้ด้วย

ตอนนี้ร่างกายผมโทรมจัดเลยครับ เริ่มมีโรคภัยมาถามหา ไม่ได้แล้ว ต้องลุกไปออกกำลังกาย ตามที่คุณพี่บอกซะแล้วล่ะครับ

ป.ล.เอนทรี่นี้ มีสาระได้ใจมาก ๆ เลยครับ

#1 By เจ้าชายน้อย on 2007-05-20 21:19