**** ขอร้องให้ทุกคนที่หลงเข้ามาอดทนอ่านหน่อยเถอะครับ ******

มีหลายเรื่องที่อยากเขียน แต่ขอเรื่องนี้ก่อนเพราะมีสาระ ต่อคนที่กำลังออกกำลังกายอยู่เป็นประจำและคนที่คิดจะออกกำลังกายครับ (เรื่องที่เหลือไม่มีสาระแม้แต่น้อย เฮอะๆๆๆ) และอยากอธิบายเหตุผลว่าทำไมผมถึงยอมเสียเงินมหาศาลกับการออกกำลังกายและบ้าไปกับฟิตเนสนักหนา นอกจากไปดูผู้ชายและหาเหยื่อ (ยิงครั้งเดียวได้นกเขาสองตัวเชียวนะ กำไรสุดๆแล้ว)

( สิ่งที่จะเขียนต่อไปนี้ ผมได้มาจากประสบการณ์ที่ผมได้เจอมากับตัว ทั้งด้วยการปฏิบัติ การฟังคนรอบข้างที่ออกกำลังด้วยกัน การอ่านข้อความจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และคำแนะนำจากคุณหมอที่ผมไปรักษา และมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังกัน ซึ่งอาจจะไม่ถูกตามหลักตำรา หรือมีใบ อ.ย. รับประกัน หรือได้มาตรฐาน ISO และแพทยสภาอาจไม่ยอมรับ )

ผมคิดว่าทุกคนทราบดีว่าการออกกำลังกายทำให้ร่างกาย แข็งแรง สดชื่น กระปรี้กระเปร่า (สะกดถูกมั๊ยนะ) สุขภาพจิตดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆนา แม้แต่บนโต๊ะผู้อ่านข่าวในสถานีโทรทัศน์ช่องนึง มีกระดาษเขียนไว้ว่า แค่ขยับ = ออกกำลังกาย แสดงว่าการออกกำลังกายดีจริงๆ ขอแค่ให้มรึงขยับตัวเถอะ

แต่ทำไมผมถึงบอกว่ามัน อันตรายมาก (ถึงชีวิตได้ด้วยในบางกรณี)

มีเหตุการณ์นึงในชีวิตผมซึ่งทำให้เป็นจุดเปลี่ยนความคิดของผม เรื่องสถานที่ในการออกกำลังกายครับ

เมื่อหลายปีมาแล้ว มีวันหนึ่ง ผมกำลังนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศประมาณ 10 โมงเช้าเห็นจะได้ วันนั้นจำได้ว่าอากาศดีมากๆ ไม่ร้อนจนเกินไป แดดก็สาดมาไม่แรง อยู่ดีๆ ก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา เบอร์ที่โชว์ขึ้นมาเป็นเบอร์มือถือของคุณอาผม ซึ่งอยู่บ้านเดียวกัน และเป็นผู้มีพระคุณเพราะเลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก แต่ว่าคนที่พูดสายไม่ใช่คุณอาของผม เป็นผู้หญิงคนหนึ่งเสียงลนลานปนตกใจ จับความไม่ได้เลย คือเขาโทรมาแล้วพยายามถามว่าผมคือใคร ไอ้เราก็งง สุดท้ายได้ความว่า เขาอยู่กับคุณอาผมที่สวนลุม แล้วคุณอาซึ่งกำลังวิ่งออกกำลังอยู่เกิดอาการเจ็บหน้าอก นอนดิ้นอยู่กับพื้น ให้ผมมาดูด่วน

คุณอาของผมอายุประมาณ 40 กว่าๆเองครับ เล่นกีฬาเก่งมาก ตั้งแต่เด็ก ติดทีมบาสเก็ตบอลทีมชาติมาแล้ว คุณอาไม่มีลูก ไม่มีเมีย เพราะหย่ากันไปแล้ว เนื่องจากคุณย่าไม่ approve ไม่ชอบคนไทย ต้องคนมีเชื้อจีนเท่านั้น แฟนทุกคนที่คุณอาพาเข้าบ้านก็ต้องวิ่งหนีไปในที่สุด ต่อมาถึงแม้คุณย่าจะเสียไปนานแล้วแต่คุณอาก็ไม่คิดจะมีใหม่ ด้วยเหตุนี้เองคุณอาถึงรักผมเหมือนลูก เพราะผมเป็นหลานคนเล็กสุดในตระกูลในขณะนั้น คุณอาจึงให้ผู้หญิงที่สวนลุมในวันนั้นโทรมาหาผมแทนที่จะโทรบอกพี่ น้อง ของตัวเอง คุณอาออกกำลังกายทุกวัน แทบไม่มีหยุด จะหยุดก็ต่อเมื่อป่วย หรือฝนตก สวนลุมเป็นที่ๆคุณอามาวิ่งออกกำลังกายทุกวันมาเป็นสิบๆปีแล้ว เขาชอบ บรรยากาศธรรมชาติมากๆ ถึงแม้อายุจะเลยวัยกลางคนแล้ว (มั๊ง) แต่คุณอารูปร่างดีมากๆ ฟิตปั๋ง กว่าผมตอนนี้ซะอีก เพราะเล่นกีฬา+ออกกำลังกายมาตลอดตั้งแต่เด็ก


ตอนนั้นผมกระวนกระวายจัด หน้ามืด เหมือนจะอ้วก แล้วก็โทรถามผู้หญิงคนนั้นตลอดทางว่าอยู่จุดไหนกันแน่ แล้วเรียก รปภ. หรือรถโรงพยาบาลหรือยัง จาก ณ วินาทีที่รับโทรศัพท์จนไปถึงคุณอาผมใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีครับ เพราะนั่งมอเตอร์ไซค์ไป แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าคุณอาไม่หายใจแล้ว ตอนนั้นเศร้าก็เศร้า มึนตึ้บ แต่เรื่องของความวุ่นวาย โกลาหล อลหม่านนั้นเพิ่งเริ่มขึ้นเท่านั้นเอง

คุณผู้อ่าน ผู้มีอุปการคุณทุกท่านทราบมั๊ยครับว่าเมื่อมีคนตายขึ้นมาต้องทำยังไงบ้าง ถ้าคนตายในโรงพยาบาล ส่วนใหญ่เขามีแผนกจัดการเรื่องวุ่นๆทั้งหมดให้ ญาติๆติดต่อวัดทำเรื่องงานศพ งานบำเพ็ญบุญกุศลได้เลย เรื่องวุ่นๆที่ว่าคืออะไร มันคือเรื่องเอกสารต่างๆและสิ่งที่คุณต้องทำเมื่อมีคนตายครับ การตายแม้แต่ในบ้านตัวเอง หรือนอกสถานที่เช่นนี้ เมื่อเรารู้ว่าตายชัวร์ๆแล้ว ไม่ต้องการส่งไปปั๊มหัวใจที่โรงพยาบาลอีก สิ่งที่คุณต้องทำคือเรียกพวก ร่วมกตัญญู ปอเต็กตึ้ง ต่างๆนาๆพวกนี้เร็วมาก ลำดับต่อมาไม่ใช่จองวัดครับ ศพทุกคนที่ตายแบบไม่มีคนเห็น หรือไม่รู้สาเหตุ เช่นนอนอยู่ที่บ้านดีๆตาย ตายในที่สาธารณะแบบคุณอาผม ศพพวกนี้ต้องถูกส่งไปสถาบันนิติเวชก่อนครับ เพื่อไปผ่าชัณสูตรศพว่าตายเนื่องจากสาเหตุใด และเพื่อออกเอกสารยืนยันการตาย

เมื่อตรวจสอบศพเสร็จแล้ว ต้องรอเอกสารอีก ถึงจะเอาศพออกมาจากสถาบันได้ จากนั้นแจ้งเขตเอาใบมรณภาพ แล้วค่อยไปวัด ในบางกรณีไปวัดก่อนเอาศพไปฝาก แล้วเอกสารตามมาทีหลัง

เรื่องทั้งหมดนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รู้ และดันเป็นผมที่ต้องทำเองทุกอย่าง พี่ๆร่วมกตัญญู รู้ขั้นตอนดีถามเขาได้ ว่าเสต็ปเป็นยังไง เขาก็จัดการดีนะ ตั้งแต่เอาศพออกจากสวนลุม ไปสถาบันนิติเวช รอเอาศพออกมาไปวัดอีก ทั้งหมดผมจ่ายพี่ร่วมกตัญญูไปหลายพันบาททีเดียว หากินกับคนตายก็ได้เยอะดีนะ แต่ถ้าไม่มีเขาก็ไม่รู้จะทำยังไง แต่ก่อนเคนเกลียดพวกนี้คือเขาจะแย่งศพกัน เหมือนที่เราเห็น แต่ตอนนี้ไม่แล้วครับ เพราะเราคงไม่ขนศพเอง

สรุป คุณอาผมตายเนื่องจาก หัวใจมีอาการเต้นผิดปกติเฉียบพลัน

ขอจบเรื่องคุณอาไว้เท่านี้ก่อน มาเรื่องของผมต่อแล้วจะอธิบายให้ฟังว่ามันเกี่ยวกันยังไง (เหมือนแฮรี่ พอตเตอร์ไง ตั้งภาค 3 หรือ 4 กว่าจะเห็นภาพรวมว่าใครเป็นใคร)

เมื่อตอนเด็กๆ ผมเล่นกีฬาทุกอย่างเท่าที่พอจะเล่นได้ เตะบอล เทนนิส แบดมินตัน บาสเก็ตบอล วอเล่ย์บอล โบว์ลิ่ง (เป็นกีฬาหรือเปล่านะ) ตกปลา โปโล ไอซ์สเก็ต skateboard rollerblade เอาหมดพวกกีฬา XX เนี่ย ยกเว้นว่ายน้ำ เนื่องจากว่ายไม่เป็น

เรื่องมีอยู่ว่า ตอนอยู่ ป.4/2 ไปเที่ยวกับครอบครัวที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วไปจุ่มน้ำในสระ แล้วบังเอิญขาเป็นตะคริวเหมือนในหนัง เลยจมน้ำในสระของโรงแรม ด้วยความสูงของบ่อประมาณ 30 ซม. จำได้แม่นว่า ดิ้น ทุรนทุรายมาก ทรมานสุดๆ เริ่มเห็นแสงไฟหรี่ๆ ที่ปลายอุโมงค์ ตามด้วย flashback ลำดับเหตุการณ์ในชีวิต โดยมีเสียงเพลงของ ENYA ประกอบไปตลอด ตอนนั้นนึกว่าได้ไปหา John Lenon แน่ๆแล้ว แอบดีใจเล็กๆ (อันนี้มุข) แต่แล้วมีชายคนนึง lifeguard นั่นเอง กระโดดลงมาจิกหำ เอ๊ย จิกหัวขึ้นมาจากน้ำ แล้วทั้งตบสั่งสอน และดีดขิก ว่ามึงทำยังไง มึงจมน้ำได้ยังไงที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลแค่นี้ ตั้งแต่นั้นมาเลยเบี่ยงเบนหันไปชอบผู้ชายครับ ประหนึ่งเป็นฮีโร่ผู้ช่วยชีวิต สุดท้ายก็ว่ายน้ำไม่เป็นอยู่ดี เป็นโรคกลัวน้ำโดยไม่ต้องเจอหมาบ้ากัด (แต่ว่าน้ำบางอย่างไม่กลัว ชอบๆๆ)

เอ๊ะ นอกเรื่องเกินไปแระ

ภาพตัดมาตอนเรียนจบเลยแล้วกัน คือช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยเนี่ย เรียนอย่างเดียว อ่านหนังสืออย่างเดียว ไม่เที่ยว ไม่เล่นกีฬา กินเหล้า กินเบียร์เป็นบางครั้งเมื่อเพื่อนชวน แต่ไม่สูบบุหรี่นะเฟ้ย สุดท้ายตัวบวมน้ำ อืดเป็นหมูครับ ผมสูง 173 หนัก 80 กว่า (แค่นั้นเอง น้อยจะตาย) ต่อมาทำงาน เนื่องจากเป็นพวกบ้าทำงาน และเป็นคนทะเยอทะยาน มีความตั้งใจสูง จึงทำแต่งานๆๆ เครียดมาก จนเป็นโรคกรดไหลย้อน GERD ที่เคยเขียนมาแล้วคร่าวๆ (กำลังจะเขียนเต็มๆ อีกอัน) ซึ่งรักษายังไงก็ไม่หาย จากนั้นจึงเริ่มคิดไปออกกำลังกาย

ต่อไปเริ่มเข้าจุดไคล์แมกซ์ของเอ็นทรี่นี้แล้วครับ

แรกเริ่มเดิมทีเลยผมเริ่มออกกำลังกาย โดยการวิ่งในถนนของหมู่บ้านไฮโซลิบลิ่วของผม หรือบางครั้งก็ขี่จักรยานกินลม แต่เอ๊ะ ทำไมพอออกกำลังกายได้ 15 หรือ 20 นาทีแค่นั้นเอง จะเกิดอาการเจ็บเสียวแปล๊บตรงท้องด้านขวาข้างๆไต (เสือกรู้ดีอีกตอนนั้น) ไม่สนใจครับ ออกกำลังกายต่อ ทำอย่างงี้ได้ 1 เดือน เลิก ..... เลิกหมดครับ ถ้าออกกำลังกายแล้วร่างกายบาดเจ็บจะทำไปทำไมวะ

ต่อมา GERD อาหารหนักขึ้น ไอเป็นเลือด นอนไม่ได้ เจ็บหัวใจตอนนอน หายใจไม่สะดวก งานก็โคตรเครียด อาการก็ดันหนักขึ้นทุกเดือน จนต้องไปหาหมออีกครั้ง ครั้งนี้หมอก็ให้ยาเหมือนเดิมอีก เม็ดละ 120 กินวันละ 2 เม็ด แต่ครั้งนี้ผมขอหมอตรวจสอบความฟิตร่างกายด้วย หลังจากการตรวจหาค่าต่างๆมากมาย BMI, PI, ค่าความหนากระดูก อากาศในปอด หัวใจ ตับ ไต หมดไปหลายพันครับ แล้วหมอก็อธิบายให้ฟังมากมาย

สุดท้ายผลออกมาคือ มึงต้องไปออกกำลังกาย ไม่งั้นมึงตาย ชัวร์ ซวยสิ หมอบอกตายแหง๋นๆ แล้วจะทำไงดีฟะ วิ่งก็เจ็บท้อง แล้วบังคับให้วิ่งอย่างต่ำ 40 นาทีด้วย จึงปรึกษาหมอแล้วถึงได้รู้ว่าทำไมถึงเจ็บ หลังจากการ X-RAY หลายๆรอบจนเกือบจะเป็น X-MEN แล้ว หมอถึงได้รู้ว่าที่กระเพาะกับถุงน้ำดีของผม ผิดปกติคือเคยเกิดการกระแทกอย่างแรง แล้วช้ำในโดยที่เราไม่รู้ตัว รักษาไม่ได้ต้องใช้เวลาให้ร่างกายรักษาเอง

หลังจากนั้นคุณหมอแนะนำว่า (สำคัญมากๆครับ ท่านผู้ชม สาระมาถึงแล้วครับ ก่อนหน้านั้นไม่มีแก่นสารครับ) การวิ่งบนถนน ตามสวนลุม สวนหลวง ร.9 หรือสวนสาธารณะที่ไหนก็แล้วแต่ ถ้าถนนหนทางมันไม่เรียบเหมือนกระดาษ ไม่มีหลุม บ่อ ขยะ ขี้หมา หนองน้ำ ขี้มูก หรือ เสลด ที่คนจีนร้อยละ 90 ช่วยกันถุยบนท้องถนนเหมือนต้องการจะถมที่ดิน ก็พยายามอย่าไปวิ่ง เพราะในขณะที่เราวิ่งๆอยู่ จังหวะหัวใจเราก็เต้นไปตามจังหวะขาที่ก้าวออกไปด้วย

ทีนี้เมื่อเราวิ่งแล้วเจอขี้หมา ขี้มูก หรือกองน้ำบนถนน เราจะวิ่งเหยียบมันมั๊ย ขี้หมา ขี้มูกเนี่ย ถ้าเป็นน้ำกองเล็กๆ เราอาจวิ่งย่ำไปเลย น้ำกระจายเหมือนโฆษณาล้อรถยนต์ เท่ห์มากหากมึงไม่ล้มหน้าคว่ำไปจิ้มขี้หมา แต่ขี้หมา เขียวๆ เหลืองๆ ดำๆ ยาวเป็นคืบเหมือนขี้คนเนี่ย มีใครคิดจะเหยียบมั๊ยครับ หรือหลุมบนถนนลึกเป็นนิ้วๆเนี่ยจะเอาเท้าลงไปทดสอบความลึกมั๊ย ซึ่งคำตอบก็คือทุกคนคงวิ่งหลบไปทางอื่น บางคนใช้กระโดดแบบบัลเล่ท์ พอยท์เท้าข้ามไปเหมือนการ์ตูน บางคนเลือกที่จะวิ่งซิกแซกเหมือน ซึบาสะเลี้ยงบอลหลบศัตรู บางคนตัดสินใจวิ่งก้าวขาให้ยาวขึ้นเพื่อข้ามสิ่งปฏิกูลเหล่านั้นไป

ซึ่งจังหวะที่เราเปลี่ยนการก้าวขา หรือการเบี่ยงตัวแบบฉับพลันเนี่ย ทำให้กล้ามเนื้อกระตุกหรือเปลี่ยนแปลง กะทันหัน อาจจะเป็นรูปแบกล้ามเนื้อยืด กล้ามเนื้อบิด ซึ่งจริงๆกล้ามเนื้อไม่เป็นอะไร อาจจะเจ็บ อักเสบ แต่ว่าบางทีในจังหวะที่เราเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็วนั้นทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเปลี่ยนโดยฉับพลันด้วย โดยมีอัตราการเต้นสูงผิดปกติจนเกินไป หัวใจเลยช๊อค สับสน ทำงานไม่ถูกต้อง ยกตัวอย่างง่ายๆเวลาเรา หาว เรารู้ว่ามันคือการหายใจเข้าใช่มั๊ยครับ คุณลองหาวแบบสุดๆดูแล้วเอามือทุบที่อกคุณแรงๆ ตอนที่กำลังหาวดูซิครับ ผมลองแล้ว สำลักเลย เรื่องวิ่งก็เหมือนกัน พอหมออธิบายจบ ทำให้ผมนึกถึงคุณอาขึ้นมา ว่าคงเป็นเพราะสาเหตุนี้นี่เอง คุณอาเองตรวจสุขภาพทุกปี ไม่มีประวัติเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน หรือความดันเลย แข็งแรงมากๆ ผมถามหมอประเด็นนี้ หมอบอกว่าเป็นไปได้

ดังนั้นการวิ่งบนถนนในหมู่บ้านของผมก็ทำให้ส่วนที่อักเสบของผมแสดงอาการออกมา อาจจะเป็นเพราะว่าผมก้าวขาผิดจังหวะ หลบรถ วิ่งหนีหมาในซอย เลยทำให้น้ำหนักเทลงไปทับที่ด้านขวา จึงเจ็บ

การที่คนเราออกกำลังกายทุกวัน ไม่ใช่ว่าจะทำให้ร่างกายเราแข็งแรงเป็น spiderman นะครับ คุณหมออธิบายเพิ่มว่า ในกรณีของคุณอาผมเนี่ย อาจเป็นเพราะคืนก่อนวันที่คุณอาผมตาย อาอาจจะนอนไม่หลับ หรือกินอะไรเข้าไปที่ทำมีผลทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หรือปัจจัยใดๆก็แล้วแต่ ที่ทำให้ร่างกายเราผิดปกติ เมื่อออกกำลังกายหัวใจจึงเต้นเร็ววกว่าปกติ ถึงแม้วันนั้นคุณอาจะวิ่งในสปีดเท่าเดิมที่วิ่งมาเป็นสิบๆปีก็ตาม หรือไม่ได้กระโดดฟิกแฟค ราวดอล์ฟ หมุนตัวหลบขี้หมาก็ตาม ถ้ามีปัจจัยที่ทำให้หัวใจเต้นเปลี่ยนแปลงไป ก็อาจเสียชีวิตแบบเฉียบพลันได้เช่นกัน ผมถามหมอว่าแล้วคนที่ออกกำลังกายแล้วทำให้ตายมีเยอะมั๊ย เขาบอกว่าปีนึงๆ มีคนออกกำลังกายแล้วตายมากมาย แต่คนไม่ค่อยรู้ครับ และไม่เป็นข่าวใดๆ เพราะเป็นชาวบ้าน สามัญชนทั่วไป นักข่าวไม่สนใจหรอก

ด้วยเหตุผลประการฉะนี้เอง ผมจึงเลือกไปฟิตเนส เท่านั้น หมอเห็นดีด้วย

ในฟิตเนสนะครับจะมีเครื่องเล่นแบ่งตามประเภทใหญ่ๆ ได้2 ส่วน หนึ่ง เครื่องสำหรับพวกเล่นกล้าม โชว์เนื้อ อวดสาวหรือหนุ่ม สองเครื่องที่เขาเรียก คาดิโอ (มาจาก cardiorespiratory ) คือเครื่องที่เล่นแล้วบริหารการเต้นของหัวใจ การหายใจ ได้เหงื่อด้วยนะ เผาผลายแคลอรี่อย่างดีเชียว

พวกเล่นกล้ามบางคนแขนสวยมาก อกใหญ่หนาเป็นแผงวัดแล้วใหญ่กว่า รอบนมของ ตั๊ก บงกช 2 รอบซะอีก แต่ว่าพอถอดเสื้อนี่พุงห้อยแบบว่ามองลงมาไม่เห็นเจี๊ยวตัวเองด้วยซ้ำ เพราะว่ามันไม่เล่นเครื่องคาดิโอเลย พวกนี้บ้ากล้าม บ้าพลัง

ส่วนที่เป็นสาระสำคัญคือ เครื่องคาดิโอ ในฟิตเนสระดับดีๆหน่อย จะสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วยเป็นแบบ online real-time เลยทีเดียว เพราะงั้นเราจะรู้ตลอดว่าตอนนี้หัวใจเราเต้นอยู่ที่เท่าไร ผมสามารถบอกได้ว่ามนุษย์ทุกคนสามารถวิ่งไปได้เรื่อยๆจนล้มคว่ำแล้วหัวใจหยุดเต้นตายไปเองเพราะมันเต้นถี่เกินไป ทั้งๆที่ขาก็ยังก้าวอยู่ใน pace หรือระดับเดิม เพราะมันทำงานแยกกันคือสมองที่สั่งให้ขาก้าวออก กับสมองที่สั่งให้หัวใจสูบฉีดเลือดเพื่อเอาอ๊อกซีเจน ร่างกายเราไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่แบบว่าสั่งการให้วิ่งช้าลงเองเมื่อหัวใจเต้นถี่ขึ้นนะครับ มันอยู่ที่เราสั่งการสมองของเราต่างหาก ว่ากูเหนื่อยแล้ว วิ่งช้าๆหน่อยก็ได้

ผมเคยลองกับตัวเองตอนเริ่มเล่นใหม่ๆ วิ่งแบบ non-stop ในฟิตเนสนี่แหละ เพราะลู่วิ่งเรียบเนียนเหมือนตูดเด็ก ตอนแรกอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 120 bpm (beats per minute) พอไปเรื่อยๆ 150 160 170 180 พอถึง 180 เท่านั้นเองเครื่องดัง พร้อมหยุดทำงาน ตัดไฟไปเลย เพราะว่าถ้ามากกว่านี้จะช็อคได้ครับ อัตราหัวใจผมขึ้นเป็น 180 เมื่อวิ่งไปได้แค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง ต่อมาหลายปี วิ่งได้ยาวนานเป็นชั่วโมงครับ โดยที่อัตราการเต้นไม่เกิน 170 bpm ครับ การบริหาร คาดิโอ การเต้นของหัวใจนั้น ถ้าคุณเพิ่มเวลาหรือสปีดในการวิ่งไปเรื่อยๆ ทีละน้อยนะครับ ค่อยๆทำเช่น เดือนนี้วิ่งครั้งละ 20 นาที เดือนหน้าวิ่ง 22 นาที แบบนี้เป็นต้น หัวใจคุณจะแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆไปเอง

ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ผมต้องการจะแสดงให้เห็นว่า การวิ่งในฟิตเนสมันปลอดภัยก็เพราะตรงนี้แหละครับ คุณรู้ว่าหัวใจคุณเต้นอยู่ที่ระดับความถี่เท่าไร ในเรื่องการออกกำลังกาย คุณต้องไปหาหมอก่อนเพื่อวัดค่าความฟิตของร่างกาย คุณต้องรู้ว่าในช่วงอายุของคุณอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดที่ไม่เป็นอันตรายอยู่ที่เท่าไร สำหรับคนที่ช่วงอายุ 26 32 จะอยู่ที่ประมาณ 172 ครั้ง (หรือไงเนี่ยครับ) คืออัตราสูงสุด ไม่พอคุณยังต้องรู้ลิมิตของตัวเองในการออกกำลังกาย การไปหาหมอหาค่าความฟิตเนี่ย เขาจะบอกคุณว่าคุณออกกำลังกายติดต่อกันได้แค่กี่นาที ไม่ใช่หมอบอกคุณอ่อนแอจัง ไปออกกำลังกายเดี๋ยวนี้ คุณวิ่งอุจจาระแตกวันละ 2 ชั่วโมงทุกวัน ถ้าไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตครับ เพราะอะไร ????

เนื่องจากอัตรสูงสุดของการเต้นของหัวใจคุณเนี่ย เป็นตัวกำหนดว่าคุณควรออกกำลังกายหนักหรือเบา หรือนานเท่าไร ไม่ว่าจะวิ่ง เล่นกล้าม ว่ายน้ำ เล่นว่าว (อันนี้ออกได้ทุกวัน bpm ไท่เกินแน่นอน) เตะบอล โดยให้หัวใจคุณเต้นไม่เกินอัตราสูงสุดตามช่วงอายุของคุณ สิ่งที่คุณจะได้รับจากการออกกำลังกายโดยที่หัวใจคุณเต้นเกินกว่าอัตราสูงสุดที่กำหนดคือ ร่างกายคุณแทนที่จะเอาพลังงานจากไขมัน จากอาหารในพุงของคุณมาเผาพลาญเป็นพลังให้คุณวิ่งต่อไป ร่างกายคุณมันจะทำลายกล้ามเนื้อของคุณแทนเพื่อเอามาเผาผลาญเป็นพลังงานให้คุณวิ่งได้ต่อไป เนื่องจากกล้ามเนื้อเอามาทำเป็นพลังงานได้ง่ายกว่าไขมันและอาหารในพุงของคุณนั่นเอง มันก็เท่ากับว่ายิ่งออกกำลังกายหนัก คุณก็ฆ่าตัวเองตายไปด้วยทีละจ้อยๆ (จ้อย = น้อยครับ)


ทีนี้คิดดู หมอบอกว่าใน 10 คน จะมีแค่ 1 คนเท่านั้น ที่ร่างกายไม่ผิดปกติใดๆเลย อย่างผมเกิดก่อนกำหนด 3 เดือน ปอด หัวใจ อะไรเนี่ยไม่สมบูรณ์ แถมเด็กๆแตะบอลแบบโรคจิต สุดท้ายเข่าเดี้ยง ทุกวันนี้ก็ยังเจ็บเข่าครับเวลายืน เดิน วิ่งนานๆ ผมจึงยก weight ได้สูงสุดแค่ 65 กิโลกรัม เท่านั้นครับ มากกว่านี้เข่าจะแตกได้เพราะรับน้ำหนักเกิน คนบางคนตัวบางกว่าผมอีก ยกได้ 80 กิโลสบายๆ ชิวๆมาก แล้วมนุษย์ทั่วไปจะรู้ได้ยังไงว่าร่างกายตัวเองส่วนไหนบกพร่อง จะรู้ได้ก็ตอนออกกำลังกายนี่แหละครับ คนเป็นโรคประจำตัวบางอย่าง ไม่สามารถออกกำลังกายในบางท่าได้นะครับ การเต้นแอโรบิค หรือโยคะในบางท่ากระเทือนอวัยวะภายใน ทำให้ร่างกายที่ไม่ปกติของคนๆนั้นเสียหายแบบถาวรได้ครับ

จบแล้ว ยาวจัง ตอนแรกจะเขียนสั้นๆแล้วเชียว

ปล.1 รบกวนอ่านแล้วบอกคนอื่นต่อด้วย ทุกวันนี้ผมยังเห็นคนมาวิ่งในฟิตเนสโดยไม่รู้กฎอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด บางคนวิ่งจนหน้ามืด แล้วหกล้ม หน้าแหกก็มี ส่วนใหญ่เป็นฝรั่งบ้าพลัง เพราะพนักงานและตัวลูกค้าเองที่รู้เรื่องพวกนี้มีน้อยมาก และพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้ยิ่งออกกำลังกาย ยิ่งอ่อนแอลง กล้ามเนื้อโดนทำลายหมด ไม่มีแรง

ปล.2 ผมไม่ happy เท่าไรเวลาที่คนมาพูดแกวเหน็บแนม บอกว่ามีแต่พวกที่ชอบทำตัวไฮโซ ไปฟิตเนส ทำเท่ห์ จริงๆอยากอธิบายเหตุผล แต่ว่าเรื่องมันยาว ให้พวกเขามาอ่านเอ็นทรี่นี้ดีกว่า

ปล.3 พวกที่ไปฟิตเนสโอ้อวด ทำตัวไฮโซก็มี วันๆไม่ทำอะไรอยู่ในนั้น 5 ชั่วโมง คุยกับคนโน้นคนนี้ อวดร่ำอวดรวย นั่งกั๊กบนเครื่องเล่นต่างๆ ขวางทางชาวบ้าน ทำให้เครื่องเล่นไม่พออีก

ปล.4 ผมไม่ได้มีเจตนาพูดจาว่าใครที่ออกกำลังกายแบบวิ่งตามถนนหรือที่สาธารณะใดๆไม่ดีนะครับ แค่อยากชี้แจงว่ามันอาจเกิดผลร้ายขึ้นก็ได้ จริงๆต่อให้วิ่งในฟิตเนสแบบมีเครื่องวัดการเต้นหัวใจ แต่อุบัติเหตุก็ยังเกิดขึ้นได้เสมอ แต่น่าจะน้อยกว่าครับ และถ้าสถานที่ไม่อำนวยก็ขอให้ระวังเรื่องหัวใจไว้ เหนื่อยเมื่อไรเป็นหยุด อย่าหักโหมนะครับ

ปล.5 วิธีวัดว่าปอดคุณดีแค่ไหน ส่งอากาศไปให้หัวใจดีแค่ไหน ทำได้ดังนี้ สูดหายใจเข้าอย่างเดียว สูดให้มากที่สุด จะทำโดยการสูดหลายๆที ทีละสั้นๆ หรือยาวปื้ดเดียวจบก็ได้ครับ สูดค้างไว้จนอากาศเต็มปอด แล้วค่อยๆหายใจออกอย่างช้าครับ แต่ว่า ตอนปล่อยออกให้คุณนับเลขให้เร็วที่สุด 1 2 3 4 5 ........ อย่างนี้ไปเรื่อยๆในใจ จนอากาศออกหมดปอดครับ ได้เท่าไรจดไว้ แล้วเปรียบเทียบดูระหว่างก่อนและหลังออกกำลังกายเป็นประจำ ตอนแรกๆเลยผมนับได้ 36 ตอนนี้ได้ 72 แล้วครับ

ปล.6 มันเป็น paradox ผสมกับ trade-off ตรงที่ว่าคุณต้องเพิ่มอัตราการออกกำลังกายให้หนักขึ้น ร่างกายคุณถึงจะพัฒนาคือ แข็งแรงขึ้นนั่นเอง แต่ว่าเราจะเพิ่มอัตราการออกกำลังกายเท่าไรถึงเหมาะสม และจะรู้ได้อย่างไร ในเมื่อแต่ละวันร่างกายเราฟิตไม่เท่ากันด้วยซ้ำ

อยากให้ทุกคนออกกำลังกาย อาทิตย์ละ 3 ครั้งๆละ 40 นาทีขึ้นไป เป็นห่วงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาว exteen ทุกคน อยากให้มีสุขภาพดีกันถ้วนหน้า ชะเอิงเงิงเงย


******* คิดถึงคุณอามากๆครับ ขอขอบพระคุณที่ช่วยเลี้ยงให้เติบโตเป็นคนดี (แต่ใจตอนนี้ใจแตกแล้ว ชีวิตเลยสับสนหันมามองเพศเดียวกันอีก) ********


เอ๊ะ ว่าจะไม่เศร้าแล้วนะ

Comment

Comment:

Tweet

You are overloaded and don’t have the slightest idea how to write your Philosophy Essay, get it from the most trustable firm and you will never regret.

#58 By Definition Essay (103.7.57.18|31.184.238.73) on 2013-07-05 00:48

No issue can stop you on your way to success if you purchase essay writers services. Therefore, do not waste your valuable time and make your movement to success.

#57 By essay writing services (103.7.57.18|31.184.238.73) on 2013-06-29 19:45

Thank you for such interesting information. I'm gonna use it!

#56 By professional essays for sale (103.7.57.18|46.98.197.15) on 2013-05-03 01:11

All people should handle dissertation international just about this good post correctly, just because they will need this a thesis writing in a future life.

#55 By thesis writing (91.212.226.136) on 2012-03-02 21:23

All people should handle dissertation international just about this good post correctly, just because they will need this a thesis writing in a future life.

#54 By dissertation (91.212.226.136) on 2012-03-02 21:20

Some scholars can not know how to find the mini dissertation referring to this good post. Thus, we should recommend your best topic. But some of them would search for the dissertation.

#53 By thesis (91.212.226.136) on 2012-03-02 21:16

Some scholars can not know how to find the mini dissertation referring to this good post. Thus, we should recommend your best topic. But some of them would search for the dissertation.

#52 By dissertation writing (91.212.226.136) on 2012-03-02 21:15

Some scholars can not know how to find the mini dissertation referring to this good post. Thus, we should recommend your best topic. But some of them would search for the dissertation.

#51 By dissertation (91.212.226.136) on 2012-03-02 21:14

#50 By (91.212.226.136) on 2012-02-18 04:36

#49 By (91.212.226.136) on 2012-02-18 04:35

#48 By (91.212.226.136) on 2012-02-18 04:35

#47 By (91.212.226.136) on 2012-02-18 04:34

#46 By (91.212.226.136) on 2012-02-18 04:34

Hello, want you hear referring to this post? At Freelance writing job service is simply to obtain good information!

#45 By Freelance writing job (91.212.226.136) on 2012-02-18 04:34

Higher education seems to be essential for every student. However, some students do not master good writing skills. It cannot be a stuff to worry about. It can be real to Buy a Research Paper.

#44 By Buying Term Paper (193.105.210.41) on 2011-11-25 21:52

#43 By (193.105.210.41) on 2011-11-20 06:55

Blogs is a treasure for businessmen. However, not every guy utilize it in a right way! I know that the bookmarking service can transform your website into a treasure house.

#42 By bookmarking services (193.105.210.41) on 2011-11-20 06:53

#41 By (91.212.226.143) on 2011-11-17 17:39

A lot of teachers require to examine the writing technique, hence, people have to choose dissertation writing service to order dissertation contents page. In this way students sustain academic level. And besides you have to get thesis service.

#40 By thesis writing (91.212.226.143) on 2011-11-17 17:38

#39 By (91.212.226.143) on 2011-11-17 17:34

#38 By (91.212.226.143) on 2011-11-17 17:33

Wow, great knowledge related to this topic. Would wish to tell me how long period of time that could take? Because I am willing to accomplish the thesis examples or probably it would be good to order the buy dissertation service. Thank you a lot.

#37 By dissertation (91.212.226.143) on 2011-11-17 17:32

Never stop believing the blog posting service! Only highly qualified experts can be able to make submission work professionally!

#36 By blog posting service (193.105.210.41) on 2011-11-17 06:56

#35 By (193.105.210.41) on 2011-11-16 00:53

That is not easy to be a university student. But, students' life must include a lot of fun also. A lot of guys do not know a way to gain a balance between the study and fun. However, you should simply get it when buy custom essay.

#34 By custom essays (193.105.210.41) on 2011-11-16 00:50

#33 By (193.105.210.41) on 2011-11-15 23:23

Are you going to compose marvelous essay papers? Are you doubting if it's good to buy research paper? Do not bother and do it! I do that all the time and I am fulfilled!

#32 By writing services (193.105.210.41) on 2011-11-15 23:23

We always are willing to construct firm relations with our clients and university students prefer to ask: " write my paper " from our reputable writing company.

#31 By do my essay (193.105.210.41) on 2011-11-08 13:57

Do you recognize that it's correct time to get the <a href="http://goodfinance-blog.com">loan</a>, which can make your dreams come true.

#30 By CaroleClarke19 (91.212.226.143) on 2011-11-03 05:42

อ่านแล้วดีมากครับ เสียใจด้วยน่ะครับเรื่องคุณอา
ตอนแรกกะว่า จะไป วิ่งในสวนเหมือนกัน เห็นที ต้องคิดเรื่องไป ฟิตเนส ซะแล้วครับ ขอบคุณมากครับ

#29 By cim077 on 2009-11-25 11:05

ได้ความรู้

#28 By preor (124.122.170.98) on 2009-06-28 10:19

น่าทึ่งมากค่ะ ไม่เคยรู้เลย น่าสนใจมากๆ มิน่าบางครั้ง ออกกำลังกายหนัก เพลียมากจริงๆ น้ำหนักก็ไม่ลดด้วย

#27 By วันสวย (58.8.197.94) on 2009-05-03 10:20

หนูก็ออกกำลังกายเป็นประจำค่ะ
เคยเจ็บตัวเพราะการวิ่ง+เล่นบาสมานับไม่ถ้วนแล้ว

แต่ก็ยังคงวิ่งที่สนามกีฬา ณ ศาลากลางจังหวัดอยู่ดี

ตังค์ไม่มีค่ะ sad smile

#26 By olive on 2009-03-19 22:02

tanga : ผมเดาว่าคุณเอาเวลาว่างไปแต่งสวย แล้วก้ออกไปตามล่าผู้ชาย ซึ่งผมถือว่าเราเป็นศัตรูกันเพราะมีเป้าหมายเดียวกันครับ ดังนั้นเราควรมาเป็นทองแผ่นเดียวกัน จะได้ไม่ตีกันครับ

#25 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-09 22:21

รับแซ่บ ค่ะเฮีย อิอิ จะพยายามไปออกกำลังกายมากกว่าเดิม (เวลาว่างเอาไปทำไรหมดเนี่ยT_T)

#24 By TangA on 2007-07-08 00:08

tanga : เรียกป๋าหรือเฮียก็ๆด้ครับ อย่าเรียก อาจารย์เลยครับ กลัวบาป ถ้ายังไงลองค่อยๆออกกำลังกายครับ ให้หนักขึ้นเรื่อยๆ อย่าหักโหม คาดว่าคงได้ตัวเลยมากกว่า 40 ซึ่งผมว่าน้อยไปนิด

#23 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-06 08:58

ตามมาเม้นต่อในเรื่องที่มีสาระนะคะ ทำให้รู้ว่าการออกกำลังกายมีโทษถ้าทำผิดวิธี เกือบไปแล้วไม๊เนี่ย รู้สึกกลัวๆไงไม่รุค่ะ นับได้40ครั้งเองง่ะ ต้องออกกำลังกายมั่งแระ
ปล1. ชอบเรื่องที่พี่เขียนเหมือนเดิมค่ะ
ปล2. จะเขียนสาระ รึไร้สาระ ก็อ่านได้ค่ะชอบ ขอแค่พี่ยังเขียนนะ
ปล3. จะกลับไปทำบลอกตัวเองให้น่าอ่านขึ้นมั่งงงง
ปล4. ต่อไปนี้เราขอเลื่อนสรรพนามบุรุษที่2ที่เคยเรียกพี่ เปลี่ยนเป็น อ.(อาจารย์)แทน คุคุ

#22 By TangA on 2007-07-06 01:01

เจ๊เอียด : การลดพุงทำได้ไม่ยากครับ แต่หลังจากพุงลดแล้ว ทำให้มันกระชับ firm เนี่ยยากมาก

mayaknight : ขอบคุณครับ
แล้ว อะไรเหี่ยวหย่อนครับคุณ ว่าแล้วผมคงต้องอัพบล๊อกให้มีสาระมากขึ้น แต่ทำทีไร ยอดคนอ่านจะหดหายไปในบัดดล

#21 By มนุษย์กล่อง on 2007-06-25 20:06

ขอแสดงความเสียใจเรื่องคุณอานะคะ

ชะอึ๋ย!...อ่านหนุ่มๆคุยกัน ... คุณเจ้าชายน้อยอยากให้เขาทำเครื่องวัดเป็นเต้านม คุณมนุษย์ในกล่องอยากได้แบบแท่งๆหัวบานๆ ลองนึกดูนะคะแค่สองท่านนี้ มันคงเหี่ยว หย่อนยานภายในพริบตา คนต่อไปจะกล้ามาจับต่อหรือคะ


**ได้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายเพียบ เลยคะ จะได้ระมัดระวังตัวเองขณะออกกำลังกายอย่างถูกต้อง ขอบคุณ..ขอบคุณมากๆคะ**




#20 By MayaKniGht on 2007-06-25 17:31

กรี๊ด วิ่งข้างนอกน่ะได้ผลดีกว่านะคะคุณขา ถ้ากลัวหัวใจวาย มันมีนาฬิกาวัด HR ค่ะ
อย่างของโพลาร์ ทำให้เรามอนิเตอร์ได้
ว่าควรออกกำลังกาย หรือวิ่งเร็วแค่ไหน

มาแย้งแหย่เล่นค่ะคุณพี่

#19 By มายเดียร์ on 2007-06-14 07:30

ว้าย...
น้องเอียด ขอแสดงความเสียใจร่วมย้อนหลังด้วยกับคุณอาของ "พี่มนุษย์ในกล่อง" ด้วยนะคะ.

#18 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.126.71) on 2007-06-11 13:41

แฮะๆๆ
สงสัยต้องกลับไปคาดิโอ้ แล้วหล่ะ
ลงพุงมาได้ปามาน 6 เดือนแร้ว.

#17 By รายละเอียดที่หายไป (58.9.126.71) on 2007-06-11 13:37

ตุ้มเป๊ะ : คุณนับผิดวิธีครับ ต้องนับแบบรัวๆเร็วๆ ขอแสดงความเสียใจกับเรื่องของพี่สาวด้วยครับ

#16 By มนุษย์กล่อง on 2007-06-10 14:05

นับได้ 22 เอง แย่จัง เคยลองวิ่งลู่ เห็นคนอื่นเล่นกันน่าสนุก พอเล่นเอง ไม่สนุกอ่ะ รู้สึกแปลกวิ่งไม่สัมพ้นธ์กับพื้นที่ม้นเคลื่อน ตั้งค่าก้อไม่เป็น เลยอด หันไปแอโรบิคแทน สนุกได้กระโดด ได้เคลื่อนไหว เรื่องคนตายเหมือนกันเลย แต่ของตุ้มเป๊ะทางปอเต็กตึ้งเค้าขนศพพี่สาวไปเรียบร้อยก่อนที่ตุ้มเป๊ะจะมาถึง ( ที่เกิดเหตุแถวพระรามสามเส้นโรงแรมมณเฑียร ตุ้มเป๊ะทำงานบางนาตราด กิโลที่ 44 ) ต้องให้การกับตำรวจแถวเทคนิคกรุงเทพ หลังจากนั้นก้อไปที่เขตยานนาวา เค้าก้อให้ไปติดต่อที่นิติเวชก่อนเอาเอกสารมาเพื่อลงทะเบียนตาย นั่งรถจากยานนาวาไปนิติเวช เห็นพี่สาว .... อยู่ในตู้.... ไม่ได้เซ็นต์เอกสารเอาพี่สาวออกมาในวันนั้นเพราะยังไม่เตรียมจองวัด ป๋ากับม๋า ให้รอเพราะจะขึ้นมารับศพด้วยกัน ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด วันรุ่งขึ้นก้อไปทำธุระยื่นเรื่องที่เขต.... ด้วยความที่ญาติๆไม่อยากให้ป๋ากับม๋าเห็นศพพี่สาว จึงตัดสินใจให้ไปรับศพก่อน .... ตอนแรกทำอวดเก่งไปคนเดียว.... สรุปไม่ไหว... ต้องทำเรื่องอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ เพื่อนๆ อาสามาช่วย มากันตั้ง 5 คน ยังไม่รวมคนที่โทรมาหาอีกหลายคน กว่าจะเอาศพพี่ไปตั้งที่วัดแถวซังฮี้ได้ ต้องให้พระทำพิธี และต้องไปที่เกิดเหตุเพื่อทำพิธีอัญเชิญวิญญาณ ไม่งั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด ..... คุณอาของคุณตายธรรมชาติ คงไม่มีการทำพิธีอะไรมากมาย ถึงจะนับถือศาสนาพุทธ แต่ยอมทำแบบนี้เพราะห่วงและกังวลว่าเค้าจะไปไม่ดี เลยต้องทำพิธีอะไรให้วุ่นวายไปหมด .... เพื่อตอบสนองความสบายของตัวเอง.......

#15 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-06-08 21:22

สาวเหนือ : ผมกลัวการเล่นโยคะมาก อาจเผลอ "ตด" ออกมาทำให้คลาสฉิบหายได้ครับ หนุ่มๆเยอะจริงๆเนอะ ส่วนใหญ่คนพวกนั้นชอบพวกเดดียวกันเองนะครับ ฮุฮุ ขอบคุณที่ตามมาเม้นท์ย้อนหลัง

#14 By มนุษย์กล่อง on 2007-06-03 22:19

เมื่อก่อนก็ไปฟิตเนส ได้เทรนเนอร์ดีเขาก็บอกอย่างที่คุณบอก ตอนหลังๆไม่ได้ไปเพราะมันย้ายที่ เลยเปลี่ยนไปเล่นโยคะแทน มันไม่แพง และกะว่าวันไหนไม่ได้ไปทำเองที่บ้านก็ได้ แต่ไปตลอดแหละ เพราะทางที่ไปวิวดี(หนุ่มๆเพียบ)

#13 By สาวเหนือ (203.146.176.242) on 2007-06-01 15:06

คุณหนุ่มชุดดำ : ได้ 90 ก็ถูกต้องแล้วครับ เพราะคุณแข็งแรงแบบหน่วย navy seal ในหนัง และขอขอบพระคุณอย่างสูงที่บอกว่าผมเขียนสนุก มีกำลังใจขึ้นเยอะครับ ขอบคุณอีกทีที่ add fav เว็บคุณก็เจ๋งมากรายละเอียดเยอะดี ผมชอบอ่านเยอะๆ

#12 By มนุษย์กล่อง on 2007-05-31 22:39

ได้ความรู้ดีมากเลยครับ เขียนสนุกไม่น่าเบื่อน่าอ่านดี

ได้ 90 อะ มันต้องนับยังงัยหรอครับ แบบจังหวะการนับ น่ะ

ขอแอด fav ไว้นะครับ

#11 By หนุ่มชุดดำ on 2007-05-31 09:22

ที่วัดหัวใจเป็นรูปเต้านม จับแล้วไม่แน่นนะครับ ทรงตัวลำบาก ถ้าจะให้ดีแน่นๆต้องเป็นทรง "แท่ง" หัวบาน จับแล้วไมหลุดแน่นอนครับ ถ้าคุณเจ้าชายน้อยมั่นใจว่าฝ่ามือแข็งแรง บีบเต้านมได้โดยไม่ปล่อยขณะวิ่งก็โอเคครับ

#10 By มนุษย์กล่อง on 2007-05-28 16:09

มาคิดๆ อีกที ถ้าเค้าทำเครื่องวัดเป็นรูปเต้านมก็ดีนะครับ จะได้ยื่นมือไปจับวัดชีพจรบ่อย ๆ 555

แบบคาด ๆ กับอก ที่เรือไม่มีครับ

#9 By เจ้าชายน้อย on 2007-05-27 18:15