a reason to leave exteen
posted on 12 May 2008 09:43 by tarlomak in personalไม่น่าเชื่อเหมือนกันนิ ว่านี่ครบ 1 ปีแล้วที่เริ่มเขียนบล๊อคใน exteen
ผมเริ่มเขียนเอ็นทรี่แรกในคืนวันที่ 30 เมษายน 2550 แต่กว่าจะเขียนเสร็จก็ข้ามไปวันที่ 1 พฤษภาคม ไปแล้ว
1 ปีที่ผ่านมา ได้เจออะไรต่างๆมากมาย สำหรับคนอื่นผมไม่รู้ แต่สำหรับผม exteen changed my life เลยทีเดียวแหละ ผมได้เจอคนมากมายที่นี่ เจอเรื่องราวที่น่าทึ่งมากมายที่เพื่อนบ้านนำมาเล่าสู่กันฟัง ได้ไปมีทติ้ง ทั้งๆที่ตอนแรกตั้งใจแล้วว่าจะไม่เปิดเผยตัว กะเขียนเอามันส์ แก้เบื่อ ให้คนอ่านขำๆ
จุดเปลี่ยนของชีวิตเริ่มจาก เอ็นทรี่ “เพลงอมตะ” สองเดือนหลังจากเริ่มเขียนเอ็นทรี่แรก ถือเป็นจุดเร่ิมต้นของมีทติ้งในตำนาน และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมมาเจอคนที่รู้จักเฉพาะในเน็ต ผมได้เจอคุณพ่อน้องเบลล์ old mustang 22 วันหลังจากเขียนเอ็นทรี่ดังกล่าว หาอ่านเดทแรกของเราได้ที่ “one night with old mustang”
แต่จะว่าไปแล้ว จริงๆคนที่ผมติดต่อด้วยคนแรกคือ ”คุณเจ้าชายน้อย” (หุหุ) พอดีมีเรื่องรบกวนให้เค้าช่วยทางอีเมล แล้วเค้าก็ตอบกลับมาภายใน 24 ชม. ด้วยข้อมูลอันมหาศาล ทำให้รอดตายจากการทำงาน ได้ทันเวลาพอดี จนวันนี้ยังไม่มีโอกาสได้ตอบแทนเลย ขอบคุณนะครับ
ผมยังจำได้ดีว่า มีทติ้งแรกประกอบไปด้วยคนหน้าตาดี 5 คน คือผม, คุณพ่อน้องเบลล์, คุณ pastelsalad, คุณมนุษย์เพลง และคุณรายละเอียดที่หายไป(สวยมากกกกก) เราคุยกันจนตี 1 กว่าๆ
หาอ่านได้ที่ A Night To Rememeber (Exteen Blog Music #1)
มีคอมเม้นท์เจ๋งๆจากป้ารายละเอียดที่หายไปด้วยครับ
“THERE ARE ONLY TWO WAYS TO LIVE YOUR LIFE.
ONE IS AS THOUGH NOTHING IS MIRACLE.
THE OTHER IS AS THOUGH EVERYTHING IS A MIRACLE.(Albert Eistien,1905)”
ชอบจัง
แต่มีทติ้งครั้งหลังๆมี parasite หน้าตาเหมือนคนขาดสารไอโอดีน 1 ตัวครับ ชื่อปอนปอน sloppythinking ครับ คือนอกจากตาจะเหล่ และตัวดำเหมือนเหนี่ยง นิลดำมะละกาแล้ว คิ้วมันเข้มและหนามากๆ ผิดมนุษย์ครับ แล้วรองเท้าก็ไม่เหมือนอันที่สิ่งมีชีวิตที่เจริญแล้วเขาใส่กัน แต่มันก็แฝงตัวเข้ามาได้ครับ แบบไม่เนียนด้วยนะเพราะตัวมันใหญ่มากก ไล่ก็ไม่ไปครับ ทนทานเหมือนกระเบื้องตรา 5 ห่วง
(หุหุ สะใจว้อยยย)
อย่างไรก็ดี งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เขียนบล๊อคได้ก็เลิกเขียนได้ (ช่างกล้าขู่เนอะ อย่างกะว่ามีคนอ่านสองแสนคนต่อวัน หุหุ)
มันมีเหตุผลครับ ที่จำเป็นต้องลาจากทุกคนกันไป
เหตุผลนั้น สั้นๆง่ายๆ คือ “ผู้ชาย” ครับ หุหุ
จะหนี exteen ไปกับผู้ชายครับ ว๊ากกกส์
มีรูปผู้ชายด้วย นี่ไงๆๆๆ ดูจิ
(รูปนี้ผมถ่ายเองกับมือ มันอาจจะไม่ชัด และผิดหลักการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ
แต่ผมว่า รูปมันโคตรสวยเลย )
หล่อเนอะๆๆ
อ่ะ แถมให้อีกรูป (กรุณา ignore สิ่งที่อยู่ด้านหลังนายแบบ เขินจัง)
(ทำไมมันหล่อเหมือนอามันจังเลยวะ)
คือวันที่ 15 พ.ค. 2551 เป็นต้นไป หลานสุดที่รัก สุดหวงแหนของผมจะต้องไปโรงเรียนประถมปีที่ 1 ที่แถวๆสาทรครับ แต่บ้านผมอยู่แถวรามฯ พี่ชายผมทำงานที่บางปู การที่จะไปส่งหลานผม แล้ววกกลับมาทำงานให้ทัน 8 โมง คงเป็นไปไม่ได้ ให้พ่อผมขับไปส่งก็ไม่ได้ เพราะถ้ารถหยุดเกิน 25 วินาที แกจะหลับคาพวงมาลัยทันที อันตรายมากๆ
ที่บ้านผมวางแผนกันมาเป็นปีแล้ว เรื่องเอาหลานไปเรียนที่นี่ ซึ่งก็คงไม่รอดผม ที่จะต้องขับรถไปส่งตอนเช้า และบางทีอาจจะต้องไปรับด้วย ยังถกเถียงกันอยู่เลยครับ
เมื่อตอนก่อนปิดเทอมใหญ่ที่ผ่านมา ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ผมทดลองขับรถมาที่โรงเรียน ทั้งหมด 10 วัน
โดยออกจากบ้านในเวลาที่ต่างกัน และทดลองเส้นทางต่างๆที่พอคิดมาได้
ทำให้ทราบว่า ถ้าออกจากบ้าน ตอน 06.15 จะมาถึงโรงเรียนประมาณ 07.25 - 07.35 น.
แต่ถ้าฝนตก บนถนนมีอุบัติเหตุ จะมาถึงโรงเรียน 07.50 ซึ่งหมิ่นเหม่มากๆ เพราะโรงเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติตอน 07.50 พอดี ทั้งนี้หลานผมต้องเอากระเป๋าเรียนไปเก็บไว้บนห้องเรียนก่อนด้วย
ทำให้แผนชีวิตของมนุษย์กล่อง ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 2551 นี้เป็นต้นไป จนถึง มี.ค. 2557
จะมีตารางคร่าวๆดังนี้
05.15 น. ตื่นนอน
05.30 น. อาบน้ำ แปรงฟัน ต้องเสร็จ
05.50 น. ทำกับข้าว แบบง่ายๆ ลวกๆ ต้องเสร็จ
06.00 น. ล้อรถต้องหมุนออกจากบ้าน ไปส่งหลาน
09.00 น. กลับมาถึงบ้าน ทำงาน
23.00 น. เลิกงาน (ไม่มีพักเที่ยง)
23.05 น. ต้องบังคับตัวเองให้หลับ ไม่งั้นจะตื่นไม่ไหว
ในกรณีที่ฟิตจัด อยากไปฟิตเนส ก็
19.30 เลิกงาน
20.00 ไปถึงฟิตเนส
20.05 ยืนจีบสาวที่ reception
20.10 แก้ผ้า เปลี่ยนเสื้อ
20.15 วอร์มอัพ ร่างกาย
20.20 ยืนเหล่สาว ที่แผนก เวทแมชชีน
20.50 เดินหลีหญิง ที่แผนก burn
21.20 นั่งชมวิวที่แผนก free weight
21.40 แก้ผ้า อาบน้ำ
21.50 นั่งจ้อง คนเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องล๊อคเกอร์
22.00 ออกจากฟิตเนส
22.15 ถึงบ้าน
22.20 ทำงานต่อ (จะมีคนทิ้งงานไว้ให้ทำเสมอ)
23.00 เลิกงาน ของจริง
23.05 ต้องบังคับตัวเองให้หลับ
แล้ววน loop ไปทำสเต็ปบนสุด ตลอดวันจันทร์ถึงศุกร์ครับ
ซึ่งถ้าดูตามตารางโดยละเอียดแล้ว เวลาส่วนตัวแทบจะไม่มีเลย (วันเสาร์ก็ทำงานทั้งวัน วันอาทิตย์คงนอนตาย ตื่นเที่ยงๆ บ่ายๆ ) โดยเฉพาะการเขียน blog ใน exteen ยิ่งไม่มีเวลาเข้าไปใหญ่
เว้นแต่ จะเปลี่ยนแนว ก็อปปี้ ข้อความจากเว็บอื่น มาแปะๆๆๆ ให้เต็ม ซึ่งก็คงไม่ทำ
ดังนั้น
ปิดบล๊อคเลยดีกว่า
อุอุ
ว๊ากก
ฮ่าๆๆๆ
เคยได้ยินคำว่า “หมาเห่า มักไม่กัด” มั๊ยครับ อิอิ
ผมคงไม่ได้ปิดบล๊อคหายไปหรอกครับ เพราะยังหาแฟนทางเน็ตไม่ได้เยย เอ๊ย...
เพราะที่ exteen ยังมีเพื่อนๆที่ดีๆมากมาย แต่ผมคงจะหายไปยาวพอสมควร เดือนนึงได้เอ็นทรี่นึงก็แหล่มแล้วครับ
เคยได้ยินคำว่า “Absence makes the heart grow fonder” มั๊ยครับ
ความหมายมันประมาณว่า “ถ้าเราไม่ได้พบเจอใครไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง มันจะทำให้เรารักเค้าคนนั้นมากขึ้น”
ผมหวังว่า ทุกคนจะรัก และคิดถึงผมนะครับ (ช่วยจิ้น ผมทำตา ปิ๊งๆด้วยนะ อิอิ)
เนื่องจากหลานผมหน้าตาดีที่สุดในโลก (จริงๆนะ) ผมขออัพรูปเพิ่ม
งานวันรับปริญญา (ชั้นอนุบาล 3) โปรดสังเกตุ หลานผมไปไหน มีอุลตร้าแมนเสมอ
เฮ้ย ทำไม ภาพนี้หลานผมหน้าเหมือน “บองเต่า” วะ
(กร๊ีด เต่า ลูกของเราไง จำไม่ได้เหรอ หุหุ)
ภาพวันเรียนวันสุดท้าย หลานผมน้ำตาไหล เพราะว่าจะไม่ได้เจอเพื่อนๆอีก
กร๊ีดด น่าสงสาร
(กรุณาดู รูปล่าง เด็กหญิงแถวล่างสุด ซ้ายสุด เธอยิ้มมีความสุขมากๆ ทำให้โลกนี้สวยงามจริงๆ
แล้วก็เด็กชาย ตรงกลาง มีพุงที่สมบูรณ์มากๆ เสื้อปิดไม่มิด น่ารักมาก)
นี่คือแก๊งค์จากหนังซีรี่ส์เรื่อง “Heroes” ภาคพิสดาร
จะเห็นได้ว่า มีสไปเดอร์แมน 2 คน
เป็น Ben 10 อยู่ 1 คน
คนขวาสุด กำลังทำท่าปล่อยพลังคลื่นเต่า จาก ดราก้อนบอล
หลานผมไม่ชอบอ่านหนังสือ ชอบดู cartoon network แล้วก็ชอบแปลงร่าง เป็น Ben 10, batman,
สไปเดอร์แมน (มีชุดด้วยนะ) , นินจาเต่า ฯลฯ แต่ก็สอบได้ที่ 1 ตลอด
ส่วนอาการแปลงร่างบ่อยๆนั้น ตอนแรกผมก็เครียดมาก ว่าให้มันดูการ์ตูนมากไปเปล่า แต่พอมาดูที่โรงเรียนแล้ว ทำให้รู้ว่า เด็กชายทุกคนก็แปลงร่างได้ทั้งนั้น
จริงมะครับ
บายๆ
แล้วเจอกันนะครับ ทุกคน
ปล. ใครคิดถึงผมมากๆ กลับไปดูภาพ "หัวนม" ของผมไปพลางๆก่อนครับ เอาให้พอหายคิดถึง