วันนี้ผมจะได้ไปเที่ยวครั้งแรกในรอบ 12 ปีมั้ง ที่ได้ไปนอนนอกบ้านเกิน 2 คืน ได้ไปเที่ยวจริงๆคือไม่ใช่แค่เปลี่ยนที่นอนจากบ้านไปนอนโรงแรม


ผมต้องยอมรับว่า ตื่นเต้นสุดชีวิต เริ่มจากนอนไม่หลับตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว วันแรกๆกว่าจะนอนหลับ ตี 1 เริ่มเปลี่ยนมาเป็น ตี 2 ตี 3 และ ตี4 T-T


ตื่นเต้นยังไม่พอครับ พอจะมาแพคของจัดกระเป๋า ทำให้รู้ว่า ผมคงไม่ได้เที่ยวมานานแล้วจริงๆว่ะ


- ผมมารู้ว่าตัวเองไม่มีกางเกงขาสั้นหรือสามส่วน สี่ส่วนไว้สำหรับเที่ยวลุยๆ (มีแต่กางเกงบอล กางเกงวิ่ง ซึ่งไม่สามารถใส่แม้แต่โทรศัพท์มือถือได้ ใส่แล้วกางเกงจะตก หำแล่บทีเดียว)
- ผมไม่มีแว่นกันแดด -*- เพราะเคยซื้อ Oakley ราคาเหยียบหมื่น แล้วทำหล่นหาย ทุกครั้งที่เห็นแล้วช้ำใจ
- ไม่มีกระเป๋าเดินทางที่เหมาะสมกับการไปเที่ยวเกาะ มีแต่ใบใหญ่เบิ้มไปเมืองนอก
- ไม่มีรองเท้าที่เหมาะกับการลัลลาริมหาด มีแต่รองเท้าหนัง รองเท้ากีฬา รองเท้าแตะ ขาดๆเน่าๆ

 

อย่างไรก็ดี ปัญหาดังกล่าวแก้ได้ด้วยเงิน


ปัญหาต่อมาคือ เรื่องงาน ผมมีทั้งงานออฟฟิศประจำ งานของธุรกิจที่บ้าน และงานธุรกิจส่วนตัว ที่งที่ขายของในห้างและในซอยละลายทรัพย์

 

เอกสารเรื่องงานทุกอย่าง ต้องทำเตรียมไว้เผื่อวันที่เราไม่อยู่  เพื่อนร่วมงานจะได้มาสานต่อได้โดยไม่ต้องโทรจิกเรา โดยเฉพาะตอนกำลังโอโบะจามะ ถ้าเจอโทรจิกจะเซ็งมากๆๆ   ของที่จะขายในห้าง สต๊อคตุนไว้จนเต็มพิกัด เพราะจะไม่มีคนไปส่งของ และผมไม่อนุญาติให้ใครมาดูแลสต๊อกเอง เรื่องเงินไม่ใว้ใจใครทั้งนั้น 


ปัญหาส่วนตัวก็มี เช่น เรื่องหนี้ต่างๆ  เนื่องจากครั้งนี้ไปเที่ยวยาวหลายวัน แล้วเป็นจังหวะที่ต้องจ่ายหนี้บัตรเครดิจพอดี แล้วยังเจอวันหยุดราชการมหาศาลอีก  เงินเดือนออกปุ๊บ ผมรีบโอนจ่ายหนี้ทันที หมดเกลี้ยงทุกใบ ตัดปัญหา บัตรเครดิจพวกนี้ จ่ายช้านิดเดียวเจอปรับหลายร้อย จะบ้าตาย

 

อีกเรื่องที่ต้องเตรียมตัวไว้คือ เสื้อผ้าสำรอง

 

สำรองยังไงเหรอ  ผมจะมีเสื้อผ้าครบชุด ใส่ไว้ในกระเป๋าที่หิ้วขึ้นเครื่องอีก 1 ชุด  อันนี้ติดนิสัย สมัยก่อนผมเคยบินไปต่างประเทศบ่อย ผมไปอังกฤษ แต่กระเป๋าเสื้อผ้าถูกส่งไปอียิปต์ ไรงี้  จะบ้าตาย  ถึงแม้ครั้งนี้จะไปเที่ยวในประเทศก็เถอะ โอกาสกระเป๋าบินผิดที่แทบเหลือศูนย์ แต่ก็ทำเป็นนิสัยแล้วล่ะครับ

 

ส่วนอีกเรื่องนึงที่ผมป็นห่วงมากคือเรื่อง “ชีวิตและความปลอดภัย”  หุหุ


ผมเคยดูหนังบางเรื่องที่พวกเด็กประพฤติดีมาทั้งชีวิตแล้ววันนึงเพื่อนชวนทำเรื่องเลวๆ แล้วมันก็ตายหรือเจอจับได้ ในขณะที่คนอื่นๆทำมาเป็นร้อยๆครั้งไม่เป็นอะไร


หรือคนที่วันนึงเกิดตกทุข์ได้ยาก คิดจะขโมยครั้งแรกในชีวิต ก็จะเจอตำรวจยิง สังคมประนาม ไรงี้


ในเรื่องนี้ผมก็เตรียมตัวเช่นกัน ผมอาจจะแจ๊คพอต เจอลูกอุกาบาตตกลงมาตรงทะเล หรือบนเกาะ ทำให้เดี้ยงในบัดดล ไรงี้


ผมถึงไม่ลืมทำประกันชีวิตเพิ่ม  เดิมทีผมมีแล้ว 3 ฉบับ  แต่ทำเพิ่มอีก 2 ฉบับครับ ทำให้มีวงเงินเอาประกันเพิ่มจาก 8 ล้านบาท เป็น 11 ล้านบาท  โดยที่ทำเป็นประกันอุบัติเหตุ เพราะแบบนี้เบี้ยถูก แล้วถ้าตายจะได้เงินเยอะมากๆ กัดฟันทำ เอาวะ เผื่อฟลุ๊ค

ยังไม่พอครับ เอกสารพวกกรมธรรม์ต่างๆ ทำแล้ว ไม่ใช่ว่าหมกไว้ใต้เตียงหรือในตู้ ควรเอาออกมา declare ให้คนที่บ้านรู้ด้วย ว่ามีอะไรบ้าง เผื่อเกิดอะไรขึ้น เค้าจะได้ไปขึ้นเงินได้ถูก

 


ทีเหลือก็พวก หยูกยา ที่ชาร์จแบตฯ ถุงยาง ไรงี้ โหลดใส่กระเป๋าให้หมด คนขี้โรคแบบผม จะเตรียมยาไว้เป็นอันดับแรกๆ

 

เตรียมหมดแล้วมั้ง